วิกิตำรา thwikibooks https://th.wikibooks.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.2 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิตำรา คุยเรื่องวิกิตำรา ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ หัวเรื่อง คุยเรื่องหัวเรื่อง ตำราอาหาร คุยเรื่องตำราอาหาร วิกิเยาวชน คุยเรื่องวิกิเยาวชน TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk สรุปความจากตัฟซีรและคำแปลอัลกุรอาน/อัลฟาติฮะฮ์ 0 25335 65647 65646 2026-05-14T01:08:51Z J.Mahyudin 12525 65647 wikitext text/x-wiki {| class="wikitable" |+บทที่ 1 ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ (سُورَةُ الْفَاتِحَة) ! คำแปล <ref>[https://www.daasee.com/quran/quran4.php อัลกุรอานแปลและคำอ่าน - daasee.com]</ref> ! style="width: 50%;" | โองการ (อายะฮ์, آية ) |- |1. ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ''คำอ่าน: บิสมิล ลาฮิร เราะห์มานิร เราะฮีม'' | style="text-align: right;" | بِسۡمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ (١) |- |2. การสรรเสริญทั้งหลายนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก ''คำอ่าน: อัลฮัมดุ ลิลลาฮิ ร็อบบิล อฺาละมีน'' | style="text-align: right;" | ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ (٢) |- |3. ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ''คำอ่าน: อัรเราะห์มานิร เราะฮีม'' | style="text-align: right;" | ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ (٣) |- |4. ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน ''คำอ่าน: มาลิกิ เยามิด ดีน'' | style="text-align: right;" | مَٰلِكِ يَوۡمِ ٱلدِّينِ (٤) |- |5. เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ ขอความช่วยเหลือ ''คำอ่าน: อีย์ยากะ นะอฺ์บุดุ วะอีย์ยากะ นัสตะอฺีน'' | style="text-align: right;" | إِيَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِيَّاكَ نَسۡتَعِينُ (٥) |- |6. ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง ''คำอ่าน: อิฮ์ดินัศ ศิรอฏ็อล มุสตะกฺีม'' | style="text-align: right;" | ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ (٦) |- |7. (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้วและมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด ''คำอ่าน: ศิรอฏ็อล ละซีนะ อันอฺัมตะ อฺะลัยฮิม ฆ็อยริล มัฆฎูบิ อฺะลัยฮิม วะลัฎ ฎอ~ลลีน'' | style="text-align: right;" | صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ (٧) |} === ข้อมูล === * เป็นซูเราะฮ์มักกียะฮ์ ประกอบด้วย 7 อายะฮ์ * ซูเราะฮ์ (บท) นี้มีหลายชื่อ: ** อัลฟาติฮะฮ์ ( الفاتحة ) "การเปิด" ** ฟาติฮะตุลกิตาบ ( فاتحة الكتاب ) "การเปิดของหนังสือ" : อัลกุรอานเริ่มต้นด้วยข้อความของบทนี้ การละหมาดภาคบังคับและการอ่านและเขียนบทต่างๆ ในอัลกุรอานเริ่มด้วยบทนี้ ** อุมมุลกุรอาน ( أم القرآن ) "มารดาแห่งอัลกุรอาน" : บทนี้ถูกใช้ให้นำมาก่อนบทอื่นๆ ในอัลกุรอาน ** อุมมุลกิตาบ ( أمّ الكتاب ) "มารดาแห่งหนังสือ" ** อัสซับอุลมะษานี ( السبع المثاني ) "โองการทั้งเจ็ดที่อ่านซ้ำ" : อัลฟาติฮะฮ์มี 7 โองการ ซี่งผู้รู้เห็นพ้องกัน แต่มีความต่างในการแบ่งวรรค โดยชาวกูฟะฮ์ (أهل الكوفة) ส่วนใหญ่เห็นว่าบทเริ่มต้นด้วย "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ..." ( بِسۡمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ ) และโองการที่ 7 คือ "(คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์..." ( صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ ) ซี่งมีรายงานจากซอฮาบะห์ (สหาย) ของท่านเราะซูลุลลอฮ์ (ซ.ล.) และตาบิอีน (ผู้ที่ทันยุคซอฮาบะห์) อีกส่วนมีความเห็นว่า บท ไม่ได้เริ่มด้วย "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ..." ( بِسۡمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ ) แต่เริ่มที่ "การสรรเสริญทั้งหลายนั้น..." ( ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ) และโองการที่ 7 คือ "มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว..." ( غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ ) ซึ่งเป็นความเห็นส่วนใหญ่ของผู้อ่านชาวมะดีนะฮ์และผู้เชี่ยวชาญ ตามที่ท่านนบี (ซ.ล.) ระบุว่าโองการทั้งเจ็ดนั้นถูกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ( مثان ) นั้น อิมามฮะซัน อัลบัศรี ( الحسن البصري ) ได้ตีความว่าเนื่องจากโองการดังกล่าวถูกอ่านในทุกๆ การละหมาดไม่ว่าจะภาคบังคับหรือสมัครใจ *หะดีษที่เกี่ยวข้อง ** عن أبي هريرة رضي الله عنه قال قال رسول الله صلى الله عليه وسلم أم القرآن هي السبع المثاني والقرآن العظيم  <br>รายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฎ.) ว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ (ซ.ล.) กล่าวว่า อุมของอัลกุรอาน (แม่ ใจความ หรือแก่นของอัลกุรอาน) คือเจ็ดโองการที่อ่านซ้ำไปมา และอัลกุรอานที่ยิ่งใหญ่ (กล่าวคือ ซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์) <ref>https://sunnah.com/bukhari:4704</ref><ref>https://www.islamweb.net/ar/library/content/0/4439/%D8%A8%D8%A7%D8%A8-%D9%82%D9%88%D9%84%D9%87-%D9%88%D9%84%D9%82%D8%AF-%D8%A2%D8%AA%D9%8A%D9%86%D8%A7%D9%83-%D8%B3%D8%A8%D8%B9%D8%A7-%D9%85%D9%86-%D8%A7%D9%84%D9%85%D8%AB%D8%A7%D9%86%D9%8A-%D9%88%D8%A7%D9%84%D9%82%D8%B1%D8%A2%D9%86-%D8%A7%D9%84%D8%B9%D8%B8%D9%8A%D9%85</ref> * ความประเสริฐของซูเราะฮ์นี้ ** เป็นบทที่สำคัญที่สุด หรือยิ่งใหญ่ที่สุด *** عن أبي سعيد رافع بن المعلى رضي الله عنه قال ‏:‏ قال لي رسول الله صلى الله عليه وسلم ‏:‏‏"‏ألا أعلمك أعظم سورة في القرآن قبل أن تخرج من المسجد‏؟‏ فأخذ بيدي ، فلما أردنا أن نخرج قلت ‏:‏ يا رسول الله إنك قلت لأعلمنك أعظم سورة في القرآن ‏؟‏ قال‏:‏ ‏"‏الحمد لله رب العالمين هي السبع المثاني، والقرآن العظيم الذي أوتيته ‏"‏‏.‏ ‏(‏‏(‏رواه البخاري‏)‏‏)‏‏. อบู ซาอิด อัร-ราฟิอ์ บิน อัล-มุอัลลา (ร.ฎ.) รายงานว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ (ซ.ล.) กล่าวว่า "ฉันจะสอนซูเราะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอัลกุรอานให้แก่เจ้าก่อนที่เจ้าจะออกจากมัสยิดหรือไม่?" จากนั้นท่าน (ซ.ล.) ก็จับมือฉัน และเมื่อเรากำลังจะก้าวออกไป ฉันได้เตือนท่านถึงคำสัญญาที่ท่านมีต่อฉันว่าจะสอนซูเราะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอัลกุรอานให้แก่ฉัน ท่าน (ซ.ล.) กล่าวว่า "มันคือ 'อัลฮัมดุลิลลาฮิ ร็อบบิล อะลามีน (คือซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์) ซึ่งเป็น อัส-ซับ อัล-มะอ์ธานี (คืออายะห์ที่กล่าวซ้ำบ่อยๆ เจ็ดอายะฮ์) และอัลกุรอานอันยิ่งใหญ่ที่ถูกประทานให้แก่ฉัน" บันทึกโดย บุคอรี <ref>https://sunnah.com/riyadussalihin:1009</ref> ***حَدَّثَنَا أَبُو كُرَيْبٍ، حَدَّثَنَا هُشَيْمٌ، حَدَّثَنَا أَبُو بِشْرٍ، عَنْ أَبِي الْمُتَوَكِّلِ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ، عَنِ النَّبِيِّ ـ صلى الله عليه وسلم ـ بِنَحْوِهِ ح وَحَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ بَشَّارٍ، حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ، حَدَّثَنَا شُعْبَةُ، عَنْ أَبِي بِشْرٍ، عَنْ أَبِي الْمُتَوَكِّلِ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ، عَنِ النَّبِيِّ ـ صلى الله عليه وسلم ـ بِنَحْوِهِ ‏.‏ قَالَ أَبُو عَبْدِ اللَّهِ وَالصَّوَابُ هُوَ أَبُو الْمُتَوَكِّلِ إِنْ شَاءَ اللَّهُ มีรายงานว่าอบูซะอีดอัลคุดรีกล่าวว่า "ท่านเราะซูลุลลอฮ์ (ซ.ล.) ได้ส่งพวกเราทหารม้าสามสิบคนไปทำสงคราม พวกเราตั้งค่ายอยู่ใกล้กับผู้คนกลุ่มหนึ่งและขอความช่วยเหลือจากพวกเขา แต่พวกเขาปฏิเสธ จากนั้นหัวหน้าของพวกเขาก็ถูกแมงป่องต่อย พวกเขาจึงกล่าวว่า 'มีใครในพวกท่านที่สามารถอ่านรุกยะฮ์ (การเป่าด้วยถ้อยคำเพื่อรักษา) ที่แมงป่องต่อยได้บ้างไหม?' ฉันกล่าวว่า 'มี ฉันทำได้ แต่ฉันจะไม่อ่านรุกยะฮ์ให้เขาจนกว่าท่านจะให้แกะแก่พวกเราบ้าง' พวกเขากล่าวว่า 'เราจะให้แกะแก่ท่านสามสิบตัว' เราจึงรับแกะเหล่านั้นมา และฉันได้อ่านอัลฮัมดุลลอฮ์ (อัลฟาติฮะฮ์) ให้เขาฟังเจ็ดครั้ง จากนั้นเขาก็หายดี และฉันก็รับแกะเหล่านั้นมา ต่อมาเราก็เกิดความสงสัยขึ้น เราจึงกล่าวว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน (ในการตัดสินใจเกี่ยวกับแกะ) จนกว่าเราจะได้พบท่านนบี (ซ.ล.)” เมื่อเรากลับมา ฉันจึงเล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่ฉันทำ ท่านกล่าวว่า “พวกเจ้าทราบได้อย่างไรว่าเป็นการรักษาด้วยรุกยะฮ์? จงแบ่งแกะเหล่านั้นและแบ่งให้ฉันด้วย” บันทึกใน [https://www.islammore.com/view/3064 สุนัน อิบนิ มาญะฮฺ] <ref>https://sunnah.com/ibnmajah:2156</ref> ***أَخْبَرَنَا مُحَمَّدُ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ الْمُبَارَكِ الْمُخَرِّمِيُّ، قَالَ حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ آدَمَ، قَالَ حَدَّثَنَا أَبُو الأَحْوَصِ، عَنْ عَمَّارِ بْنِ رُزَيْقٍ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عِيسَى، عَنْ سَعِيدِ بْنِ جُبَيْرٍ، عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ، قَالَ بَيْنَمَا رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم وَعِنْدَهُ جِبْرِيلُ عَلَيْهِ السَّلاَمُ إِذْ سَمِعَ نَقِيضًا فَوْقَهُ فَرَفَعَ جِبْرِيلُ عَلَيْهِ السَّلاَمُ بَصَرَهُ إِلَى السَّمَاءِ فَقَالَ هَذَا بَابٌ قَدْ فُتِحَ مِنَ السَّمَاءِ مَا فُتِحَ قَطُّ ‏.‏ قَالَ فَنَزَلَ مِنْهُ مَلَكٌ فَأَتَى النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم فَقَالَ أَبْشِرْ بِنُورَيْنِ أُوتِيتَهُمَا لَمْ يُؤْتَهُمَا نَبِيٌّ قَبْلَكَ فَاتِحَةِ الْكِتَابِ وَخَوَاتِيمِ سُورَةِ الْبَقَرَةِ لَمْ تَقْرَأْ حَرْفًا مِنْهُمَا إِلاَّ أُعْطِيتَهُ ‏.‏ มีรายงานว่าอิบนุ อับบาสกล่าวว่า “เมื่อญิบรีลอยู่กับท่านเราะซูลุลลอฮ์ (ซ.ล.) เขาได้ยินเสียงจากเบื้องบนเหมือนเสียงประตูเปิด ญิบรีล (อ.ล.) เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าและกล่าวว่า ‘นี่คือประตูสวรรค์ที่เปิดออก ซึ่งไม่เคยเปิดมาก่อน’ เขากล่าวว่า ‘ทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากประตูนั้นและมาหาท่านนบี (ซ.ล.) และกล่าวว่า ‘จงรับข่าวดีแห่งแสงสว่างสองประการที่ได้ประทานแก่ท่านและไม่เคยมีนบีองค์ใดได้รับมาก่อน คือ การเปิดคัมภีร์ (อัลฟาติฮะฮ์) และโองการสุดท้ายของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ จะไม่มีแม้แต่ตัวอักษรเดียวที่ท่านได้อ่าน เว้นแต่ท่านจะได้รับมัน (ได้รับผลบุญในทุกอักษรที่อ่าน)’” บันทึกใน [https://www.islammore.com/view/3061 สุนัน อัน-นะสาอีย์] <ref>https://sunnah.com/nasai:912</ref> *ความจำเป็นของซูเราะฮ์ อัลฟาติฮะฮ์ **จำเป็นต้องอ่านซูเราะฮ์บทนี้ ในทุกๆ การละหมาดทั้งภาคบังคับ (วาญิบ) และส่งเสริม (สุนัต) และอ่านในทุกรอกอะฮ์ ทุกละหมาดทั้งละหมาดด้วยตัวเอง หรือนำละหมาด (อิมาม) และในการละหมาดที่อ่านเสียงดัง หรือไม่เสียงดัง กรณีไม่เสียงดัง ควรอ่านเบาๆ เพียงพอที่ตัวเองจะได้ยิน <ref>https://najamacademy.com/is-reciting-surah-fatiha-mandatory-in-every-rakat-of-salah/</ref> การละทิ้งการอ่านซูเราะฮ์นี้โดยตั้งใจจะทำให้การละหมาดไม่ถูกต้อง ต้องละหมาดใหม่ ส่วนกรณีที่ลืมระหว่างละหมาด จำเป็นต้องซูญุดชดใช้หลังละหมาดเสร็จ หรือถ้าจำหรืออ่านไม่ได้แต่พอจะจำอายะต์อื่นได้ ควรอ่านอายะต์อื่นทดแทน หรือถ้าจำหรืออ่านอายะต์ใดไม่ได้เลย ควรอ่าน อัลฮัมดุลิลละฮ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ อัลลอฮฮุอักบัร แล้วจึงค่อยรุกัวะ (ก้ม) **กรณีละหมาดตามผู้อื่น มีความเห็นแตกต่างบ้างในแต่ละมัซฮับ (สำนักคิด) ว่าจำเป็นต้องอ่านอีกหรือไม่ <ref>https://www.reddit.com/r/islam/s/o3HqVIBNVo</ref> **دَّثَنِي أَحْمَدُ بْنُ جَعْفَرٍ الْمَعْقِرِيُّ، حَدَّثَنَا النَّضْرُ بْنُ مُحَمَّدٍ، حَدَّثَنَا أَبُو أُوَيْسٍ، أَخْبَرَنِي الْعَلاَءُ، قَالَ سَمِعْتُ مِنْ أَبِي وَمِنْ أَبِي السَّائِبِ، وَكَانَا، جَلِيسَىْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالاَ قَالَ أَبُو هُرَيْرَةَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏ "‏ مَنْ صَلَّى صَلاَةً لَمْ يَقْرَأْ فِيهَا بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ فَهْىَ خِدَاجٌ ‏"‏ ‏.‏ يَقُولُهَا ثَلاَثًا بِمِثْلِ حَدِيثِهِمْ ‏.‏ อบูฮุรอยเราะฮ์กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดละหมาดโดยไม่ท่องบทเปิดของอัลฟาติฮะฮ์ การละหมาดนั้นก็ไม่สมบูรณ์” ท่านกล่าวเช่นนี้สามครั้ง บันทึกโดย มุสลิม <ref>https://sunnah.com/muslim:395c</ref> **وَحَدَّثَنَاهُ إِسْحَاقُ بْنُ إِبْرَاهِيمَ الْحَنْظَلِيُّ، أَخْبَرَنَا سُفْيَانُ بْنُ عُيَيْنَةَ، عَنِ الْعَلاَءِ، عَنْ أَبِيهِ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ، عَنِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم قَالَ ‏"‏ مَنْ صَلَّى صَلاَةً لَمْ يَقْرَأْ فِيهَا بِأُمِّ الْقُرْآنِ فَهْىَ خِدَاجٌ - ثَلاَثًا - غَيْرُ تَمَامٍ ‏"‏ ‏.‏ فَقِيلَ لأَبِي هُرَيْرَةَ إِنَّا نَكُونُ وَرَاءَ الإِمَامِ ‏.‏ فَقَالَ اقْرَأْ بِهَا فِي نَفْسِكَ فَإِنِّي سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ‏"‏ قَالَ اللَّهُ تَعَالَى قَسَمْتُ الصَّلاَةَ بَيْنِي وَبَيْنَ عَبْدِي نِصْفَيْنِ وَلِعَبْدِي مَا سَأَلَ فَإِذَا قَالَ الْعَبْدُ ‏{‏ الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ‏}‏ ‏.‏ قَالَ اللَّهُ تَعَالَى حَمِدَنِي عَبْدِي وَإِذَا قَالَ ‏{‏ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ‏}‏ ‏.‏ قَالَ اللَّهُ تَعَالَى أَثْنَى عَلَىَّ عَبْدِي ‏.‏ وَإِذَا قَالَ ‏{‏ مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ‏}‏ ‏.‏ قَالَ مَجَّدَنِي عَبْدِي - وَقَالَ مَرَّةً فَوَّضَ إِلَىَّ عَبْدِي - فَإِذَا قَالَ ‏{‏ إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ‏}‏ ‏.‏ قَالَ هَذَا بَيْنِي وَبَيْنَ عَبْدِي وَلِعَبْدِي مَا سَأَلَ ‏.‏ فَإِذَا قَالَ ‏{‏ اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ * صِرَاطَ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلاَ الضَّالِّينَ‏}‏ ‏.‏ قَالَ هَذَا لِعَبْدِي وَلِعَبْدِي مَا سَأَلَ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ سُفْيَانُ حَدَّثَنِي بِهِ الْعَلاَءُ بْنُ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ يَعْقُوبَ دَخَلْتُ عَلَيْهِ وَهُوَ مَرِيضٌ فِي بَيْتِهِ فَسَأَلْتُهُ أَنَا عَنْهُ ‏.‏ อบูฮุรอยเราะฮ์รายงานว่า ท่านนบี (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ละหมาดโดยไม่ท่องบทแรกของอัลกุรอาน (อัลฟาติฮะฮ์) การละหมาดนั้นก็บกพร่อง - ไม่สมบูรณ์ ถึงสามครั้ง” จากนั้นมีคนถามอบูฮุรอยเราะฮ์ว่า “พวกเราอยู่ข้างหลังอิหม่าม” เขาตอบว่า “จงท่องในใจเถิด เพราะฉันได้ยินท่านเราะซูลของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า ‘อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งตรัสว่า ข้าได้แบ่งการ'''ละหมาด**''' ระหว่างข้ากับบ่าวของข้าออกเป็นสองส่วน’ และบ่าวของข้าจะได้รับสิ่งที่เขาขอ ดังนั้นเมื่อบ่าวกล่าวว่า “ ‏{‏ الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ‏}‏  การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก” อัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจยิ่งใหญ่ก็ตรัสว่า “บ่าวของข้าได้สรรเสริญข้าแล้ว” และเมื่อเขากล่าวว่า “ {‏ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ‏}‏ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ” อัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจยิ่งใหญ่ก็ตรัสว่า “บ่าวของข้าได้ยกย่องข้าแล้ว” และเมื่อเขากล่าวว่า “ {‏ مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ‏} ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน” พระองค์ก็ตรัสว่า “บ่าวของข้าได้ให้เกียรติข้าแล้ว” และในอีกโอกาสหนึ่ง พระองค์ตรัสว่า “บ่าวของข้าได้มอบกิจการของเขาไว้ในมือของข้า” และเมื่อเขากล่าวว่า “ {‏ إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ‏} เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ” พระองค์ตรัสว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างข้ากับบ่าวของข้า และบ่าวของข้าจะได้รับสิ่งที่เขาขอ” แล้วเมื่อเขากล่าวว่า “  ‏{‏ اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ * صِرَاطَ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلاَ الضَّالِّينَ‏} ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง * (คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด” พระองค์ตรัสว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของบ่าวของข้า และบ่าวของข้าจะได้รับสิ่งที่เขาขอ” ซูฟยานกล่าวว่า “อัล-อะลาอ์ อิบนุ อับดุลเราะห์มาน อิบนุ ยะอ์กูบ เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง” ฉันไปหาเขาขณะที่เขากำลังป่วยอยู่ที่บ้านและถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ บันทึกโดย มุสลิม <ref>https://sunnah.com/muslim:395a</ref> **โดยการ'''ละหมาด**''' ในที่นี้หมายถึง การอ่าน (ในที่นี้คือการอ่านฟาติฮะฮ์) ดังในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อัลอิสรออฺ (17) อายะต์ 110 ทรงกล่าวว่า “ { قُلِ ٱدْعُوا۟ ٱللَّهَ أَوِ ٱدْعُوا۟ ٱلرَّحْمَـٰنَ ۖ أَيًّۭا مَّا تَدْعُوا۟ فَلَهُ ٱلْأَسْمَآءُ ٱلْحُسْنَىٰ ۚ وَلَا تَجْهَرْ '''بِصَلَاتِكَ''' وَلَا تُخَافِتْ بِهَا وَٱبْتَغِ بَيْنَ ذَٰلِكَ سَبِيلًۭا ١١٠ } [110] จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) พวกท่านจงเรียกอัลลอฮฺหรือจงเรียกอัรเราะหฺมานเถิด อันใดก็ตามที่เจ้าเรียก สำหรับพระองค์นั้นพระนามสวยงามยิ่ง และอย่ายกเสียงดัง'''ในเวลาละหมาด'''ของเจ้า และอย่าลดให้ค่อยเช่นกัน แต่จงแสวงหาทางระหว่างนั้น (ปานกลาง)” <ref>https://quran.com/th/17?startingVerse=110</ref> **حَدَّثَنَا أَبُو بَكْرِ بْنُ أَبِي شَيْبَةَ، وَعَمْرٌو النَّاقِدُ، وَإِسْحَاقُ بْنُ إِبْرَاهِيمَ، جَمِيعًا عَنْ سُفْيَانَ، - قَالَ أَبُو بَكْرٍ حَدَّثَنَا سُفْيَانُ بْنُ عُيَيْنَةَ، - عَنِ الزُّهْرِيِّ، عَنْ مَحْمُودِ بْنِ الرَّبِيعِ، عَنْ عُبَادَةَ بْنِ الصَّامِتِ، يَبْلُغُ بِهِ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم ‏ "‏ لاَ صَلاَةَ لِمَنْ لَمْ يَقْرَأْ بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ ‏"‏ ‏.‏ จากรายงานของอุบาดะฮ์ อิบนุ อัซ-ศอมิต จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ว่า “ไม่มีละหมาดใดสำหรับผู้ที่ไม่อ่านบทเปิดของคัมภีร์ (อัล-ฟาติฮะฮ์)” <ref>https://sunnah.com/muslim:394a</ref> ** *الإستعاذة อธิบายความหมายของ อัลอิสติอาซะฮ์ (ขอความคุ้มครองจากพระเจ้า) <ref>https://www.almaany.com/en/dict/ar-en/%D8%A7%D9%84%D8%A7%D8%B3%D8%AA%D8%B9%D8%A7%D8%B0%D8%A9/</ref> **การขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ได้แก่การกล่าวเพื่อขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากซัยฏอน เช่นประโยคว่า “ أعوذ بالله من الشيطان الرجيم ” ฉันขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากซัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง หรือ “ أعوذ بالله السميع العليم من الشيطان الرجيم ” ฉันขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้ ให้พ้นจากซัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง <ref>https://ar.wikipedia.org/wiki/%D8%A7%D8%B3%D8%AA%D8%B9%D8%A7%D8%B0%D8%A9</ref> **ชัยฏอน หรือ ซาตาน “ الشيطان ” ส่วนใหญ่เชื่อว่า ผันมาจาก “ شطن ” ไกล ซึ่งมาจากนิสัยของมันห่างไกลจากมนุษย์ เพราะมันทำแต่ความชั่ว ไม่ทำความดี ความหมายของ ชัยฏอน โดยมากหมายถึง ญิน (สิ่งถูกสร้างประเภทหนึ่งต้นกำเนิดจากไฟ โดยมนุษย์จะมองไม่เห็นร่างจริง <ref>https://www.islammore.com/view/3506</ref>) ซึ่งมันมีหน้าที่ล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาป <ref>https://d1.islamhouse.com/data/th/ih_books/single/th_madahkil_asshaitan_ala_assoliheen.pdf</ref> ด้วยว่ามันเป็นศัตรูกับมนุษย์ <ref>https://www.islammore.com/view/5212</ref> อย่างไรก็ตาม ชัยฏอน ก็หมายความรวมถึง ญิน มนุษย์ และสัตว์ที่ดื้อดึง เช่นกัน **การขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ก่อนเริ่มอ่านอัลกุรอาน ปราชญ์ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นการส่งเสริม (มุสตะฮับ) ไม่ได้บังคับ ผู้ที่ไม่อ่านจะไม่มีบาปใด แต่บางท่านยังถือว่าเป็นการบังคับอยู่ <ref>m.qtafsir.com/Surah-Al-Fatiha/Is-the-Isti%60adhah-seeking-Ref---</ref> <ref>https://islamqa.info/en/answers/74341/ruling-on-seeking-refuge-with-allaah-before-reciting-al-faatihah-in-the-prayer</ref> **“ الرجيم ” หมายถึง ถูกขับไล่ ถูกขว้างออกจากความดีทุกอย่าง หรือถูกสาปแช่ง (cursed) <ref>https://www.almaany.com/en/dict/ar-en/%D8%A7%D9%84%D8%B1%D8%AC%D9%8A%D9%85/#google_vignette</ref> ** *بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ (บัสมะละฮฺ <ref>[[w:บัสมะละฮ์|บัสมะละฮ์ - วิกิพีเดีย]]</ref> ) หรืออายะฮฺ "บิสมิล ลาฮิร เราะห์มานิร เราะฮีม" <ref>[https://www.daasee.com/quran/quran4.php อัลกุรอานแปลและคำอ่าน - daasee.com]</ref> (บิสมิลลาฮฺ ) ถือเป็นอายะฮฺแรกของซูเราะฮ์ อัลฟาติฮะฮ์ หรือไม่ **ตามความเห็นของอิบนุกะษีร <ref>[[w:อิบน์_กะษีร|อิบน์ กะษีร - วิกิพีเดีย]]</ref>( ابن كثير ) ถือว่า "﷽" เป็นอายะฮฺแรกของซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ ซึ่งปัจจุบันได้กำหนดตัวเลข 1 กำกับไว้ในอัลกุรอานฉบับจัดพิมพ์โดยกษัตริย์ฟะฮัด (มุศฮัฟมะดีนะฮฺ, مصحف المدينة النبوية ) ซึ่งเป็นฉบับที่แพร่หลาย อย่างไรก็ตามมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยอิมามซาฟีอีย์ และบางท่าน ถือว่าเป็นอายะฮฺแรก ขณะที่อิมามอบูฮานิฟะฮ์ อิมามมาลิก และอิมามอะฮฺมัด (บางรายงาน) มองว่าเป็นส่วนที่แยกออกมาจากซูเราะฮฺ ทำให้ซูเราะฮฺฟาติฮะฮฺ เริ่มต้นด้วย อัลฮัมดุ ( ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ) <ref>[https://najamacademy.com/is-bismillah-part-of-surah-fatiha-complete-explanation/ Is Bismillah Part of Surah Fatiha? Complete Explanation]</ref> ซึ่งความเห็นที่แตกต่างก็ส่งผลให้การอ่าน บิสมิลละฮฺ ดัง หรือค่อย ระหว่างละหมาดญะมาอะฮฺ (ละหมาดรวมตั้งแต่สองคนขึ้นไป) มีความแตกต่างกันในแต่ละมัซฮับ (สำนักคิด) ด้วย โดยสรุปดังนี้ ***มัซฮับชาฟีอีย์ (อิมามชาฟิอี) : ถือเป็นอายะฮฺแรก อ่าน บิสมิลลาฮฺ เสียงดังในการละหมาดรวม ***มัซฮับฮัมบาลี (อิมามอบูฮะนีฟะฮฺ ) : บางส่วนไม่ถือเป็นอายะฮฺแรก บางส่วนถือ แต่จะไม่อ่าน บิสมิลลาฮฺ เสียงดัง ***มัซฮับฮานาฟี (อิมามอะหฺมัด อิบนุ ฮัมบัล) : ไม่ถือเป็นอายะฮฺแรก ไม่อ่าน บิสมิลลาฮฺ เสียงดัง ***มัซฮับมาลิกี : ไม่ถือเป็นอายะฮฺแรก และไม่มีการอ่าน บิสมิลลาฮฺ ทั้งในการละหมาดดังหรือค่อย **ความประเสริฐของ บิสมิลลาฮฺ ***การอ่าน บิสมิลลาฮฺ ทำให้ชัยฏอนตกต่ำ ****حَدَّثَنَا وَهْبُ بْنُ بَقِيَّةَ، عَنْ خَالِدٍ، - يَعْنِي ابْنَ عَبْدِ اللَّهِ - عَنْ خَالِدٍ، - يَعْنِي الْحَذَّاءَ - عَنْ أَبِي تَمِيمَةَ، عَنْ أَبِي الْمَلِيحِ، عَنْ رَجُلٍ، قَالَ كُنْتُ رَدِيفَ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم فَعَثَرَتْ دَابَّتُهُ فَقُلْتُ تَعِسَ الشَّيْطَانُ ‏.‏ فَقَالَ ‏ "‏ لاَ تَقُلْ تَعِسَ الشَّيْطَانُ فَإِنَّكَ إِذَا قُلْتَ ذَلِكَ تَعَاظَمَ حَتَّى يَكُونَ مِثْلَ الْبَيْتِ وَيَقُولَ بِقُوَّتِي وَلَكِنْ قُلْ بِسْمِ اللَّهِ فَإِنَّكَ إِذَا قُلْتَ ذَلِكَ تَصَاغَرَ حَتَّى يَكُونَ مِثْلَ الذُّبَابِ ‏"‏ ‏.‏ รายงานจากท่าน อบู อัล-มะลีห์ จากชายท่านหนึ่ง ได้เล่าว่า “ครั้งหนึ่งฉันได้ซ้อนท้ายสัตว์พาหนะไปกับท่านนบี ﷺ แล้วสัตว์พาหนะเกิดสะดุดลง ฉันจึงอุทานขึ้นมาว่า 'ขอให้ชัยฏอนพินาศ!' ท่านนบี ﷺ จึงกล่าวแก่ฉันว่า: 'ท่านอย่ากล่าวว่า ขอให้ชัยฏอนพินาศ เพราะเมื่อท่านกล่าวเช่นนั้น มันจะพองตัวขยายใหญ่ขึ้นจนกระทั่งมีขนาดเท่ากับบ้านหลังหนึ่ง และมันจะโอ้อวดว่า ด้วยกำลังของข้าเอง (ที่ทำให้เขาล้มลง) แต่จงกล่าวว่า บิสมิลลาฮ์ (ด้วยพระนามของอัลลอฮ์) เพราะเมื่อท่านกล่าวเช่นนั้น มันจะหดตัวเล็กลงจนกระทั่งมีขนาดเท่ากับแมลงวันตัวหนึ่ง'” บันทึกโดยอบูดาวูด <ref>https://sunnah.com/abudawud:4982</ref> ***ส่งเสริมให้กล่าว บิสมิลลาฮฺ ในการเริ่มทุกงาน (การพูด และการกระทำ) เพื่อความสิริมงคล และการขอความช่วยเหลือต่างจะได้สมบูรณ์ เช่น เริ่มกล่าวคุฏบะฮฺ ก่อนเข้าห้องน้ำ จะเริ่มอาบน้ำละหมาด จะรับประทานอาหาร จะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ***มีความเห็นต่างกันว่า บิสมิลลาฮฺ (ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ) เป็นคำนาม หรือ กิริยา แต่ก็สามารถเป็นได้ทั้งสองแบบ สิ่งต้องทำคือ การกล่าวพระนามของอัลลอฮฺ ในการเริ่มงานทุกงาน **ความหมายของ อัลลอฮฺ ( الله ) ซึ่งเป็นถ้อยคำที่สูงส่ง ***…. **ความหมายของ อัรเราะฮฺมาน ( الرّحمٰن ) (ผู้ทรงกรุณาปรานี) และ อัรรอฮีม ( الرّحيم ) (ผู้ทรงเมตตาเสมอ) ***…. *.... *[ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلۡعَٰلَمِينَ (٢)] ความหมายของอัลฮัมดุ ( الحمد ) *... *[ ٱلرَّحۡمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ (٣) ] สรุปความของ ( الرحمن ) และ ( الرحيم ) *... *[ مَٰلِكِ يَوۡمِ ٱلدِّينِ (٤) ] ความหมายของการทรงมีอภิสิทธิ์ในวันตอบแทน *... *[ إِيَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِيَّاكَ نَسۡتَعِينُ (٥) ] ความหมายของการเคารพภักดี ( العبادة , อิบาดะฮฺ) *... *[ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ (٦) ] วิธีการขอพร (ดุอาอฺ) และลักษณะในคำขอพร *... *[ (٧) صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ ] ความหมายของ ผู้ที่พระองค์ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา *... *การกล่าวคำว่า อามีน ( آمين ) หลังอ่านซูเราะฮฺฟาติหะฮฺ *... == ดูเพิ่ม == * [[w:อัลฟาติฮะฮ์|อัลฟาติฮะฮ์]] == บรรณานุกรม == * https://archive.org/details/1_20241230/page/n78/mode/1up * http://m.qtafsir.com/ * https://www.daasee.com/quran/quran4.php * https://qurancomplex.gov.sa/isdarat-translations/ * https://archive.org/details/TheCommentaryOnTheQuranVol.1ByAlTabari/page/n43/mode/1up == แหล่งอ้างอิง == <references /> n71c37jtk435d0vdcyc4q9ciix9vu8w