วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.46.0-wmf.22 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk สถานีย่อย:ตำรวจไทย 100 43265 287811 225227 2026-03-31T18:17:30Z ~2026-19906-16 12236 287811 wikitext text/x-wiki {{portal header | title =ตำรวจภาคส่วนนอกเครื่องแบบจังหวัดเลย | parent = การบริหารภาครัฐกิจของประเทศไทย | class =พันตำรวจเอกสัยติ​ ชูเชิด | subclass1 =พันตำรวจโทวิศิษฎ์​ ทองโม้ | subclass2 = | number = | midclass = | reviewed = | forcecat = | sortkey = | portal = | shortcut = | notes = }} [[File:Emblem of Royal Thai Police.png|thumb|เครื่องหมายของตำรวจไทย]] ==ประกาศ== * {{ลปงย|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6/เล่ม 3/เรื่อง 36||2455|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6/เล่ม 3||ประกาศ เรื่อง พระยาอนุชิตชาญไชยลาออกจากตำแหน่งสมุหพระตำรวจ แลตั้งพระยาราชวัลภานุศิษฎ์เปนสมุหพระตำรวจแทน ลงวันที่ 24 มีนาคม 2455|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6 เล่ม 3}} * [[ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ฉบับที่ 17|ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 17]] เรื่อง มอบอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 * [[ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ฉบับที่ 18|ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 18]] เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 ==คำสั่ง== * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 702/2553]] ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 609/2557]] ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 156/2559]] ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 196/2559]] ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ที่ 139/2563]] เรื่อง ให้ลงโทษข้าราชการตำรวจบกพร่องการปฏิบัติหน้าที่ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2563 * [[คำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ที่ 2/2563]] เรื่อง ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 407/2564]] เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน (พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล) ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๑๗๘/๒๕๖๗|คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567]] เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน (พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล และพวก รวม 5 ราย) ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ==อื่น ๆ== * [[บันทึกวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ที่ 0015.135/107ศก]] ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2563 * [[ประกาศเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ที่ 273/2563]] เรื่อง ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2563 * [[จดหมายถึงพลตำรวจโท พจน์ เภกะนันทน์|จดหมายถึงพลตำรวจโท พจน์ เภกะนันทน์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง]] (2513) * [[รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 34/2475]] วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม (ว่าด้วยการจัดกรมตำรวจ) [[หมวดหมู่:สถานีย่อย]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยเกี่ยวกับประเทศไทย]] [[หมวดหมู่:รัฐบาลไทย]] 0c8ihznu1xehpeaktos1n23j7o7xhhe 287812 287811 2026-03-31T19:31:42Z Miwako Sato 4619 ย้อน[[w:th:WP:VAND|การก่อกวน]] 1 ครั้งของ [[Special:Contributions/~2026-19906-16|~2026-19906-16]] ([[User talk:~2026-19906-16|พูดคุย]]) ไปยังรุ่นโดย Wutkh ด้วย[[WS:iScript|สจห.]] 287812 wikitext text/x-wiki {{portal header | title = {{PAGENAME}} | parent = สถาบันการเมืองและการบริหารรัฐกิจของประเทศไทย | class = j | subclass1 = q | subclass2 = | number = | midclass = | reviewed = | forcecat = | sortkey = | portal = | shortcut = | notes = }} [[File:Emblem of Royal Thai Police.png|thumb|เครื่องหมายของตำรวจไทย]] ==ประกาศ== * {{ลปงย|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6/เล่ม 3/เรื่อง 36||2455|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6/เล่ม 3||ประกาศ เรื่อง พระยาอนุชิตชาญไชยลาออกจากตำแหน่งสมุหพระตำรวจ แลตั้งพระยาราชวัลภานุศิษฎ์เปนสมุหพระตำรวจแทน ลงวันที่ 24 มีนาคม 2455|ประกาศพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 6 เล่ม 3}} * [[ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ฉบับที่ 17|ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 17]] เรื่อง มอบอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 * [[ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ฉบับที่ 18|ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 18]] เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 ==คำสั่ง== * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 702/2553]] ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 609/2557]] ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 156/2559]] ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 196/2559]] ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร * [[คำสั่งกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ที่ 139/2563]] เรื่อง ให้ลงโทษข้าราชการตำรวจบกพร่องการปฏิบัติหน้าที่ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2563 * [[คำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ที่ 2/2563]] เรื่อง ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 407/2564]] เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน (พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล) ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 * [[คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๑๗๘/๒๕๖๗|คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567]] เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน (พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล และพวก รวม 5 ราย) ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ==อื่น ๆ== * [[บันทึกวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ที่ 0015.135/107ศก]] ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2563 * [[ประกาศเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ที่ 273/2563]] เรื่อง ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2563 * [[จดหมายถึงพลตำรวจโท พจน์ เภกะนันทน์|จดหมายถึงพลตำรวจโท พจน์ เภกะนันทน์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง]] (2513) * [[รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 34/2475]] วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม (ว่าด้วยการจัดกรมตำรวจ) [[หมวดหมู่:สถานีย่อย]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยเกี่ยวกับประเทศไทย]] [[หมวดหมู่:รัฐบาลไทย]] 0ozhq5bes2d135pfz9zju91f0bnhfza หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/118 250 88942 287813 2026-04-01T06:11:40Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ว่า น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ แต่ผู้ชายอกสามศอกยังปอดสั่น พอถึงยังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับรั้วบ้านผู้มีอันจะกินอีกบานหนึ่งที่ต่อไป พวกผู้หญิงก็กรูเ..." 287813 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๖}}</noinclude>ว่า น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ แต่ผู้ชายอกสามศอกยังปอดสั่น พอถึงยังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับรั้วบ้านผู้มีอันจะกินอีกบานหนึ่งที่ต่อไป พวกผู้หญิงก็กรูเฮกันเข้าห้องหมด เหลือแต่เจ้าคุณกับผมสองคนเดินกลับมาเจ้าคุณสั่นศีรษะ "ฉันรำคาญจริงๆ อยากจะส่งพวกนี้ไปอยู่ที่อื่นให้หมด" ท่านพูดพลางเดินพลาง ผมไม่ได้ตอบว่ากระไร นึกอยู่ว่าถ้าพวกผู้หญิงไปหมดผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าพวกผู้หญิงอยู่ พอจะกล้าอยู่ได้บ้าง พอมาถึงห้องรับแขก เจ้าคุณจุดยาเส้นพ่นควันโขมง แล้วพูดว่า<noinclude></noinclude> hrkqii33gfiquvslcacx10lclqrhu27 287820 287813 2026-04-01T08:18:29Z สีทราย 11827 287820 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๖}}</noinclude>ว่า น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ แต่ผู้ชายอกสามศอกยังปอดสั่น พอถึงยังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับรั้วบ้านผู้มีอันจะกินอีกบานหนึ่งที่ต่อไป พวกผู้หญิงก็กรูเฮกันเข้าห้องหมด เหลือแต่เจ้าคุณกับผมสองคนเดินกลับมาเจ้าคุณสั่นศีรษะ "ฉันรำคาญจริงๆ อยากจะส่งพวกนี้ไปอยู่ที่อื่นให้หมด" ท่านพูดพลางเดินพลาง ผมไม่ได้ตอบว่ากระไร นึกอยู่ว่าถ้าพวกผู้หญิงไปหมดผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าพวกผู้หญิงอยู่ พอจะกล้าอยู่ได้บ้าง พอมาถึงห้องรับแขก เจ้าคุณจุดยาเส้นพ่นควันโขมง แล้วพูดว่า "คนที่จะเป็นเลขานุการของฉันทุกคนจะต้องกล้า เธอจะกล้าพอจะขึ้นไปดูศพข้างบนกับฉันไหม มีอีกหลายศพ" ผมหมดเสียงตอบ ใจหายวูบ อะไรกัน? มีอีกหลายศพ อนิจจาเอ๋ย บัดนี้ใจก็ยังไม่หายสั่นคลอน ท่านจะชวนเข้าไปหากรรมอีกแล้ว แทบจะร้องออกไปอยู่แล้วว่า ไม่ขอรับประทานตำแหน่งนี้ แต่เกิดมานะขึ้นมา ศพก็ศพ ผีก็ผี โดนมามากแล้ว ต้องใจแข็งบ้างละ และอีกทั้งท่านเจ้าคุณก็อยู่ทั้งคน พออุ่นใจบ้าง ท่านแกร่งดีเหลือเกินสมกับเป็นผู้ปกป้องลูกสาวทั้งหมดได้ เราเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างตอนกลางวันอีก ผมแข็งใจเดินตามแต่รู้สึกขนลุกเกรียว ภาพของชายแก่เมื่อกี้ยังติดตาอยู่ พอถึงห้องข้างบน เจ้าคุณก็เปิดไฟสว่างขึ้น รู้สึกว่าค่อยยังชั่ว แล้วนำไปยังศพบิดาท่านก่อน ผมมองเขม็งไปยังศพที่เห็นอยู่ในโลง ใจคอไม่ค่อยดี "เมื่อกี้-ที่เอะอะกันข้างล่าง พ่อฉันเอง เด็กๆ กลัวกันนัก แต่ท่านไม่เคยทำไมใคร" ท่านพูดดังนั้น ผมถึงชะงัก เกิดกลัวเสียวเข้าไปในห้วงใจ เมื่อกี้ศพนี้ออกไปเดินให้เห็น แล้วกลับมานอนนิ่งตาแห้งเหี่ยว รู้สึกเสียใจที่หลวมตัวเข้ามาหาเคราะห์ เจ้าคุณกวักมือให้ผมตามท่านเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ผมเข้าที่คับขันเสียแล้ว ถ้าจะไม่ไป จะอยู่ได้หรือในห้องนี้ ท่านเปิดไฟก็เห็นศพอีกเช่นเคย ที่หน้าศพมีเครื่องบูชาและภาพถ่ายตั้งไว้ด้วย "นี่ลูกชายคนโตของฉัน" ท่านว่า ผมดูภาพที่ตั้งไว้ ยังหนุ่มแท้ๆ แต่ทำไมอายุสั้น แต่ไม่ใช่ธุระจะถาม ทั้งไม่สมัครใจจะรู้ และไม่สมัครใจ<noinclude></noinclude> nlb3qb8gnmrntnhaxw782kqw6pqhpty 287821 287820 2026-04-01T08:22:56Z สีทราย 11827 287821 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๖}}</noinclude>ว่า น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ แต่ผู้ชายอกสามศอกยังปอดสั่น พอถึงยังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับรั้วบ้านผู้มีอันจะกินอีกบ้านหนึ่งที่ต่อไป พวกผู้หญิงก็กรูเฮกันเข้าห้องหมด เหลือแต่เจ้าคุณกับผมสองคนเดินกลับมาเจ้าคุณสั่นศีรษะ "ฉันรำคาญจริงๆ อยากจะส่งพวกนี้ไปอยู่ที่อื่นให้หมด" ท่านพูดพลางเดินพลาง ผมไม่ได้ตอบว่ากระไร นึกอยู่ว่าถ้าพวกผู้หญิงไปหมดผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าพวกผู้หญิงอยู่ พอจะกล้าอยู่ได้บ้าง พอมาถึงห้องรับแขก เจ้าคุณจุดยาเส้นพ่นควันโขมง แล้วพูดว่า "คนที่จะเป็นเลขานุการของฉันทุกคนจะต้องกล้า เธอจะกล้าพอจะขึ้นไปดูศพข้างบนกับฉันไหม มีอีกหลายศพ" ผมหมดเสียงตอบ ใจหายวูบ อะไรกัน? มีอีกหลายศพ อนิจจาเอ๋ย บัดนี้ใจก็ยังไม่หายสั่นคลอน ท่านจะชวนเข้าไปหากรรมอีกแล้ว แทบจะร้องออกไปอยู่แล้วว่า ไม่ขอรับประทานตำแหน่งนี้ แต่เกิดมานะขึ้นมา ศพก็ศพ ผีก็ผี โดนมามากแล้ว ต้องใจแข็งบ้างละ และอีกทั้งท่านเจ้าคุณก็อยู่ทั้งคน พออุ่นใจบ้าง ท่านแกร่งดีเหลือเกินสมกับเป็นผู้ปกป้องลูกสาวทั้งหมดได้ เราเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างตอนกลางวันอีก ผมแข็งใจเดินตามแต่รู้สึกขนลุกเกรียว ภาพของชายแก่เมื่อกี้ยังติดตาอยู่ พอถึงห้องข้างบน เจ้าคุณก็เปิดไฟสว่างขึ้น รู้สึกว่าค่อยยังชั่ว แล้วนำไปยังศพบิดาท่านก่อน ผมมองเขม็งไปยังศพที่เห็นอยู่ในโลง ใจคอไม่ค่อยดี "เมื่อกี้-ที่เอะอะกันข้างล่าง พ่อฉันเอง เด็กๆ กลัวกันนัก แต่ท่านไม่เคยทำไมใคร" ท่านพูดดังนั้น ผมถึงชะงัก เกิดกลัวเสียวเข้าไปในห้วงใจ เมื่อกี้ศพนี้ออกไปเดินให้เห็น แล้วกลับมานอนนิ่งตาแห้งเหี่ยว รู้สึกเสียใจที่หลวมตัวเข้ามาหาเคราะห์ เจ้าคุณกวักมือให้ผมตามท่านเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ผมเข้าที่คับขันเสียแล้ว ถ้าจะไม่ไป จะอยู่ได้หรือในห้องนี้ ท่านเปิดไฟก็เห็นศพอีกเช่นเคย ที่หน้าศพมีเครื่องบูชาและภาพถ่ายตั้งไว้ด้วย "นี่ลูกชายคนโตของฉัน" ท่านว่า ผมดูภาพที่ตั้งไว้ ยังหนุ่มแท้ๆ แต่ทำไมอายุสั้น แต่ไม่ใช่ธุระจะถาม ทั้งไม่สมัครใจจะรู้ และไม่สมัครใจ<noinclude></noinclude> 6jm22ityjs4uz72sw2e8t29qaulrkqt หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/148 250 88943 287814 2026-04-01T07:03:48Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่าแล้วจึงสมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็ให้ปุโรหิตและชีพ่อพราหมณาจารย์มาปรึกษาจัดแจง ตั้งแต่งพระราชทานเลี้ยงเสนาอำมาตย์ราชสกุลวงศาท้าวพระยาน้..." 287814 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๖}}</noinclude><ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่าแล้วจึงสมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็ให้ปุโรหิตและชีพ่อพราหมณาจารย์มาปรึกษาจัดแจง ตั้งแต่งพระราชทานเลี้ยงเสนาอำมาตย์ราชสกุลวงศาท้าวพระยาน้อยใหญ่ ตามตำแหน่งนามาแต่ก่อนนั้นแล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริ ตรัสให้เอาพระสุนทรสงคราม...</ref>ฝ่ายสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าแผ่นดิน ตรัสเอาพระสุนทรสงคราม เป็นพญาธรรมาธิบดี ตรัสเอาพญาศรีทันเป็นพญาเสด็จ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ตรัสให้เอาพระยาศรีทัยเป็นพระนาพระเสด็จ เอาพระยาเพทราชาเป็นอิทราธิบดี พระนครบาลเอาเป็นพระยารองเมือง เอาขุนหลวงพระไกรศรีมาเป็นพระยาเสนาบดีศรีสมุหกลาโหม เอาพระศรีเสาวราชเป็นพระยาศรีราชเดโช เอาพระจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ให้พระศรีอัครราชคงที่เป็นพระคลัง เอาขุนจันทรเป็นพลเทพ"</ref> เอาพญาเพทราชาเป็นพญาอินทราธิบดีพระนครบาล ตรัสเอาพญาเลื่องเป็นจักรี ตรัสเอาขุนหลวงเสนามาตย์เป็นพญาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม ตรัสเอาพระศรีเสาวราชเป็นพญาราชเดโช ตรัสเอาพญาจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ตรัสให้พระศรีอัคราชคงที่เป็นพระคลัง ตรัสเอาขุนจันทร์เป็นพญาพลเทพ แล้วก็ตั้งพระหัวเมืองมนตรีมุขทหารพลเรือนทั้งปวงทุกกระทรวงการแล้วให้ซ่องจัดไพร่พลหมู่องครักษ์จักรนารายณ์ชาวตาบ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ชาวด่าน"</ref>ชาวเรือ และหมู่ทหารอันกระจัดพลัดพราย<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "อันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงประมูลเข้ามาโดยหมู่โดยกรม แล้วก็ให้จัดซ่องไพร่พลหมู่สิบสองพระกำนัล แลหมู่พอเรือน<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "แล้วจึงให้จัดไพร่หมู่สิบสองพระกำนัลทั้งปวงอันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงอันกระจัด<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> fgccgjcudnpap6mucj5a1pcjtd5p1dh 287815 287814 2026-04-01T07:04:13Z Peatlnwza 10757 287815 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๖}}</noinclude><ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่าแล้วจึงสมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็ให้ปุโรหิตและชีพ่อพราหมณาจารย์มาปรึกษาจัดแจง ตั้งแต่งพระราชทานเลี้ยงเสนาอำมาตย์ราชสกุลวงศาท้าวพระยาน้อยใหญ่ ตามตำแหน่งนามาแต่ก่อนนั้นแล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริ ตรัสให้เอาพระสุนทรสงคราม...</ref>ฝ่ายสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าแผ่นดิน ตรัสเอาพระสุนทรสงคราม เป็นพญาธรรมาธิบดี ตรัสเอาพญาศรีทันเป็นพญาเสด็จ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ตรัสให้เอาพระยาศรีทัยเป็นพระนาพระเสด็จ เอาพระยาเพทราชาเป็นอิทราธิบดี พระนครบาลเอาเป็นพระยารองเมือง เอาขุนหลวงพระไกรศรีมาเป็นพระยาเสนาบดีศรีสมุหกลาโหม เอาพระศรีเสาวราชเป็นพระยาศรีราชเดโช เอาพระจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ให้พระศรีอัครราชคงที่เป็นพระคลัง เอาขุนจันทรเป็นพลเทพ"</ref> เอาพญาเพทราชาเป็นพญาอินทราธิบดีพระนครบาล ตรัสเอาพญาเลื่องเป็นจักรี ตรัสเอาขุนหลวงเสนามาตย์เป็นพญาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม ตรัสเอาพระศรีเสาวราชเป็นพญาราชเดโช ตรัสเอาพญาจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ตรัสให้พระศรีอัคราชคงที่เป็นพระคลัง ตรัสเอาขุนจันทร์เป็นพญาพลเทพ แล้วก็ตั้งพระหัวเมืองมนตรีมุขทหารพลเรือนทั้งปวงทุกกระทรวงการแล้วให้ซ่องจัดไพร่พลหมู่องครักษ์จักรนารายณ์ชาวตาบ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ชาวด่าน"</ref>ชาวเรือ และหมู่ทหารอันกระจัดพลัดพราย<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "อันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงประมูลเข้ามาโดยหมู่โดยกรม แล้วก็ให้จัดซ่องไพร่พลหมู่สิบสองพระกำนัล แลหมู่พลเรือน<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "แล้วจึงให้จัดไพร่หมู่สิบสองพระกำนัลทั้งปวงอันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงอันกระจัด<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> hr1bq59ntsev3inczpq2i8wts8y58sq 287817 287815 2026-04-01T07:20:10Z Peatlnwza 10757 287817 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๖}}</noinclude><ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่าแล้วจึงสมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็ให้ปุโรหิตและชีพ่อพราหมณาจารย์มาปรึกษาจัดแจง ตั้งแต่งพระราชทานเลี้ยงเสนาอำมาตย์ราชสกุลวงศาท้าวพระยาน้อยใหญ่ ตามตำแหน่งนามาแต่ก่อนนั้นแล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริ ตรัสให้เอาพระสุนทรสงคราม...</ref>ฝ่ายสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าแผ่นดิน ตรัสเอาพระสุนทรสงคราม เป็นพญาธรรมาธิบดี ตรัสเอาพญาศรีทันเป็นพญาเสด็จ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ตรัสให้เอาพระยาศรีทัยเป็นพระนาพระเสด็จ เอาพระยาเพทราชาเป็นอิทราธิบดี พระนครบาลเอาเป็นพระยารองเมือง เอาขุนหลวงพระไกรศรีมาเป็นพระยาเสนาบดีศรีสมุหกลาโหม เอาพระศรีเสาวราชเป็นพระยาศรีราชเดโช เอาพระจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ให้พระศรีอัครราชคงที่เป็นพระคลัง เอาขุนจันทรเป็นพลเทพ"</ref> เอาพญาเพชราชาเป็นพญาอินทราธิบดีพระนครบาล ตรัสเอาพญาเลื่องเป็นจักรี ตรัสเอาขุนหลวงเสนามาตย์เป็นพญาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม ตรัสเอาพระศรีเสาวราชเป็นพญาราชเดโช ตรัสเอาพญาจันทบูรเป็นพระท้ายน้ำ ตรัสให้พระศรีอัคราชคงที่เป็นพระคลัง ตรัสเอาขุนจันทร์เป็นพญาพลเทพ แล้วก็ตั้งพระหัวเมืองมนตรีมุขทหารพลเรือนทั้งปวงทุกกระทรวงการแล้วให้ซ่องจัดไพร่พลหมู่องครักษ์จักรนารายณ์ชาวตาบ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ชาวด่าน"</ref>ชาวเรือ และหมู่ทหารอันกระจัดพลัดพราย<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "อันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงประมูลเข้ามาโดยหมู่โดยกรม แล้วก็ให้จัดซ่องไพร่พลหมู่สิบสองพระกำนัล แลหมู่พลเรือน<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "แล้วจึงให้จัดไพร่หมู่สิบสองพระกำนัลทั้งปวงอันกระจัดพลัดพรายนั้น"</ref>ทั้งปวงอันกระจัด<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 9pmmpyhiohlxzyclhtm48fage7ixozf หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/149 250 88944 287816 2026-04-01T07:19:41Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พลัดพรายนั้นมาประมูลไว้โดยหมู่โดยกรมรับราชการทุกพนักงาน<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "รับราชการกรุงพระนคร"</ref> แล้วก็ตั้งท้าวพญาสามนตราชแลพระหัวเมืองทั้งหลาย ให้ออก..." 287816 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๗}}</noinclude>พลัดพรายนั้นมาประมูลไว้โดยหมู่โดยกรมรับราชการทุกพนักงาน<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "รับราชการกรุงพระนคร"</ref> แล้วก็ตั้งท้าวพญาสามนตราชแลพระหัวเมืองทั้งหลาย ให้ออกไปอยู่ครองอาณาประชาราษฎรทุกหัวเมืองใหญ่น้อยทั้งปวง<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ในหัวเมืองใหญ่น้อยและเมืองเอกทั้งปวง"</ref> สำหรับขอบขัณฑสีมากรุงพระมหานครศรีอยุธยา โดยบุรพประเวณีพระมหากษัตราธิราช<ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "โดยบุรพประเพณี พระเจ้าแผ่นดินสยามาธิราชเจ้าแต่ก่อนมา"</ref>เจ้าแต่ก่อนมา ลุศักราช ๙๑๙ ปีมะเส็งนพศก เดือนยี่<ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๒ มะเมียศก"</ref> พญาละแวกยกช้างม้ารี้พลมาทางนครนายก แลไพร่พลพญาละแวกมาครานั้นประมาณ ๓ หมื่น กรมการเมืองนครนายกบอกข่าวราชการเข้ามา ณ กรุง<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "จึงกรมการเมืองนครนายกส่งข่าวมาถวาย มุขมนตรีจึงเอาหนังสือขึ้นบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ทราบข้อราชการแล้ว จึงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงก็ตรัสสั่งให้"</ref>มุขมนตรีจึงเอาหนังสือบอกขึ้นบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๆ ครั้นตรัสทราบ ก็ให้ท้าวพญาหัวเมืองมุขมนตรีทั้งหลายพิพากษา<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ปรึกษา"</ref> ว่าเมืองพญาละแวกยกช้างม้ารี้พลดังนี้ ท้าวพญาทั้งหลายจะคิดแระการใด จึงพญาเพชราชาผู้เป็นพญานครบาลก็ทูล<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ทูลพระกรุณา"</ref>ว่า กรุงพระมหานครไซร้พึ่งเป็นอันตราย<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "พึ่งเป็นขึ้น"</ref>รี้พลบอบบาง ยังไป่มิได้สมบูรณ์ แลพลทหารซึ่ง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> bbo0gvttcynyekzawshr9iyki1x2xwo หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/150 250 88945 287818 2026-04-01T07:32:43Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "จะขึ้นประจำหน้าที่รอบพระนครนั้นเห็นมิครบหน้าที่ อนึ่งปืนใหญ่น้อยสำหรับพระนครนั้น พระเจ้าหงสาวดีก็ให้เอาไปเป็นอันมากและปืนซึ่งตั้งช่องทั้งปวงนั้นเป็นอันน..." 287818 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๘}}</noinclude>จะขึ้นประจำหน้าที่รอบพระนครนั้นเห็นมิครบหน้าที่ อนึ่งปืนใหญ่น้อยสำหรับพระนครนั้น พระเจ้าหงสาวดีก็ให้เอาไปเป็นอันมากและปืนซึ่งตั้งช่องทั้งปวงนั้นเป็นอันน้อยนัก ทั้งกระสุนดินประสิวก็<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ก็น้อย"</ref>ยังมิได้ประมูลไว้สำหรับที่จะกันพระนคร แลซึ่งจะตั้งอยู่รบพุ่งป้องกันพระนครครั้งนี้เห็นเหลือ<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เห็นพ้น"</ref>กำลัง ขอเชิญเสด็จขึ้นไปเมืองพระพิษณุโลกให้พ้นราชศัตรูก่อน ท้าวพญาพระหัวเมืองมนตรีมุขทั้งหลายก็ลงเป็นคำเดียวด้วยพญาเพชราชา สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "พระพุทธเจ้าหลวง"</ref>ก็ตรัสบัญชาตามท้าวพญาทั้งหลาย จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งแก่ขุนเทพอรชุนให้แต่งเรือพระที่นั่ง แลเรือประเทียบทั้งปวงให้สรรพ ในขณะนั้นพระเพชรัตนเจ้าเมืองเพชรบุรี<ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "พระเพชรรัตนเจ้าเมืองเพชรบูรณ์" ฉบับพันจันทนุมาศว่า "พระเพชรรัตน ณ เมืองเพชรบุรีมีคดี"</ref>มีความผิดทรงพระกรุณาให้ออกจากที่<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "เอาออกจากราชการ"</ref> พระเพชรัตนก็คิดเป็นขบถ แลซ่องสุมชาวนอกทั้งปวงได้มากแล้ว คิดจะปล้นทัพหลวงเมื่อเสด็จขึ้นไปนั้น จึงสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ตรัสถามขุนเทพอรชุน ด้วยเรือพระที่นั่งทั้วปวง แล้วก็ตรัสถามว่าซึ่งจะไปจากพระนครนี้ ขุนเทพอรชุนยังคิด<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> cwh0owfkm6fpwpzb19dqh8sahd85xtp หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/151 250 88946 287819 2026-04-01T07:50:06Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เห็นประการใด<ref>ฉบับพันจันทนุมาศกล่าวความตอนนี้ว่า "จึงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ตรัสถามขุนเทพอรชุนยังคิดเห็นประการใด"</ref> จึงขุนเทพอรชุนกราบทูลว่าพญา<ref>ฉบับพันจันท..." 287819 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๑๙}}</noinclude>เห็นประการใด<ref>ฉบับพันจันทนุมาศกล่าวความตอนนี้ว่า "จึงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ตรัสถามขุนเทพอรชุนยังคิดเห็นประการใด"</ref> จึงขุนเทพอรชุนกราบทูลว่าพญา<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "พระเจ้าละแวก"</ref>ละแวกยกมาครานี้มิได้เป็นศึกใหญ่ ขอทรงพระกรุณาเสด็จอยู่แลให้รับพุ่งป้องกันพระนครให้รู้จักกำลังศึกก่อน ครั้นจะละพระนครเสียไซร้ พระเจ้าหงสาวดีจะตรัสติเตียนได้ สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวตรัสเห็นชอบด้วยก็มีพระราชโองการตรัสสั่งขุนเทพอรชุน ให้เตรียมเรือพระที่นั่งแลตรวจจัดพลสำหรับเรือพระที่นั่งนั้นไว้ให้สรรพ ฝ่ายพญาละแวกก็ยกกองทัพเข้ามาถึงกรุงพระนครศรีอยุธยา แลให้ตั้งทัพตำบลบ้านกระทุ่ม ขณะนั้นสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวตรัสให้เมืองนครพรหมแลพลชาวหงสาวดีสามพันอยู่ประจำหน้าที่ในขื่อหน้า<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ในข้างหน้า"</ref> แล้วให้ท้าวพญาพระหัวเมืองทั้งหลาย ตรัสจัดทหารขึ้นประจำหน้าที่กำแพง แลรายกันอยู่รอบพระนคร พญาละแวกยกพลเข้ามายืนช้างในวัดสามพิหาร<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ในสามพิหาร"</ref>แลพลข้าศึกรายกันมาถึงโรงฆ้องแลวัดกุฎีทอง แล้วเอาช้างมายืนในวัดพระเมรุราชิการามประมาณ ๓๐ ช้าง พลประมาณสี่พัน พญาละแวกให้พลทหารลงเรือ ๕ ลำข้ามเข้ามาปล้นในมุมเจ้าสนุก สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวก็เสด็จไปยืนพระราชยาน แลให้พลทหารรบพุ่งข้าศึกพ่ายออกไป จึงตรัสให้ยิงปืนจ่ารง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> ogxnhe9kn4cpdvwkxug2zppjr7a71ey หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/119 250 88947 287822 2026-04-01T08:32:34Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "จะเข้ามาอยู่แล้ว แต่ศพนี้ใส่โ่ลงทอง ทำธรรมดา ไม่ทำโลงกระจก ผมถอนใจสะท้อน บ้านนี้เก็บศพไว้เป็นสุสาน มาอีกห้องหนึ่งก็มีศพอีก อะไรกันเจ้าประคุณเอ๋ย ป่าช้ามีไ..." 287822 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๗}}</noinclude>จะเข้ามาอยู่แล้ว แต่ศพนี้ใส่โ่ลงทอง ทำธรรมดา ไม่ทำโลงกระจก ผมถอนใจสะท้อน บ้านนี้เก็บศพไว้เป็นสุสาน มาอีกห้องหนึ่งก็มีศพอีก อะไรกันเจ้าประคุณเอ๋ย ป่าช้ามีไม่เอาไปไว้ สุมกันอยู่ที่บ้านราวกับโกดัง "นี่เมียฉัน" ท่านพูดแล้วทรุดนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างศพ เค้าหน้าโศกเชื่อมอย่างนึกถึงความหลัง "ฉันต้องมานั่งห้องนี้นานๆ เสมอ" ท่านว่า ผมไม่ได้ตอบ รู้สึกหนาวราวกับหน้าหนาว ท่านเดินต่อไปอีกห้อง ผมต้องเป็นช้างเท้าหลัง จะแยกกับท่านก็เห็นจะขาดใจตาย จะหนีลงไปข้าล่างก็มีศพอีกหลายศพที่ต้องผ่าน ก็จะต้องช็อกตายเสียไม่ห้องใดก็ห้องหนึ่ง ท่านพาต่อไปอีกห้อง เอ้า! ไปไหนไปกัน มันเข้าลึกแล้วเราเอ๋ย ตายก็ตายหมดเรื่องไป ห้องนี้มีห้าศพ ทุกๆ ศพวางเข้าระเบียบดี และมีรูปถ่ายประจำไว้ทุกโลง เจ้าคุณยืนนิ่ง มีอาการสลดใจ ส่วนผมเข้าไปดูภาพถ่ายเพราะเห็นเป็นหญิงทั้งนั้น พอเห็นหน้าภาพของผู้ตาย มือเท้าอ่อนหัวใจระริก แทบร้องออกมาดังๆ กรรมอะไรของผมเช่นนี้ ทุกๆ ภาพนั้นคือหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารเมื่อกี้ทั้งนั้น เจ้าคุณฉวยเมือผมออกจาห้องนั้นไปทันที ไปอีกห้องหนึ่ง หัวใจผมไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว บัดนี้ลมออกหูดังวิด หมดความบังคับตัวเอง ตัวเหมือนไม่ใช่ตัว ถูกจูงไปเหมือนคนถูกเข็นไป ไม่มีความรู้สึกว่าเท้าเดินไปหรือลากไป ห้องใหม่ก็มีศพอีก ผมอยากจะร้องว่า ได้โปรดเถิดใต้เท้า ผมจะตายอยู่แล้ว แต่ร้องไม่ออก ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด เจ้าคุณหยุดนั่งในห้องนั้นอีก และชี้ให้ผมดูภาพที่อยู่ในกรอบทอง พอดูปราดเดียว ผมก็ร้องออกมาด้วยความกลัวสุดขีด "คุณพ่อคุณแม่ช่วยด้วย ลูกถึงขั้นสุดแล้ว ช่วยด้วย-ช่วยด้วย!" ภาพนั้นก็คือภาพของตัวเจ้าคุณนั่นเอง ผมเซไปติดผนังอีกด้านหนึ่ง เจ้าคุณนั่งหันหลังให้ นิ่งราวกับรูปปั้น แต่บัดนั้นร่างเจ้าคุณได้จางหายไป เหลือผ้าดำผืนหนึ่งแขวนอยู่ที่พนักเก้าอี้ ผมแผดร้องจนเสียงคับตึก โดยพุ่งตัวออกหน้าต่างกระจก เป็นตายไม่นึกถึงแล้ว หน้าต่างกระจกทานไม่ได้แตกโครม ตัวผมร่วงไปบนกันสาดข้างนอก แล้วกระท้อนร่วงไปลงน้ำทางบ้าน<noinclude></noinclude> q49st7uco4q7cc4kzrzxwbyanbxdc9j 287823 287822 2026-04-01T08:36:51Z สีทราย 11827 287823 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๗}}</noinclude>จะเข้ามาอยู่แล้ว แต่ศพนี้ใส่โลงทอง ทำธรรมดา ไม่ทำโลงกระจก ผมถอนใจสะท้อน บ้านนี้เก็บศพไว้เป็นสุสาน มาอีกห้องหนึ่งก็มีศพอีก อะไรกันเจ้าประคุณเอ๋ย ป่าช้ามีไม่เอาไปไว้ สุมกันอยู่ที่บ้านราวกับโกดัง "นี่เมียฉัน" ท่านพูดแล้วทรุดนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างศพ เค้าหน้าโศกเชื่อมอย่างนึกถึงความหลัง "ฉันต้องมานั่งห้องนี้นานๆ เสมอ" ท่านว่า ผมไม่ได้ตอบ รู้สึกหนาวราวกับหน้าหนาว ท่านเดินต่อไปอีกห้อง ผมต้องเป็นช้างเท้าหลัง จะแยกกับท่านก็เห็นจะขาดใจตาย จะหนีลงไปข้างล่างก็มีศพอีกหลายศพที่ต้องผ่าน ก็จะต้องช็อกตายเสียไม่ห้องใดก็ห้องหนึ่ง ท่านพาต่อไปอีกห้อง เอ้า! ไปไหนไปกัน มันเข้าลึกแล้วเราเอ๋ย ตายก็ตายหมดเรื่องไป ห้องนี้มีห้าศพ ทุกๆ ศพวางเข้าระเบียบดี และมีรูปถ่ายประจำไว้ทุกโลง เจ้าคุณยืนนิ่ง มีอาการสลดใจ ส่วนผมเข้าไปดูภาพถ่ายเพราะเห็นเป็นหญิงทั้งนั้น พอเห็นหน้าภาพของผู้ตาย มือเท้าอ่อนหัวใจระริก แทบร้องออกมาดังๆ กรรมอะไรของผมเช่นนี้ ทุกๆ ภาพนั้นคือหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารเมื่อกี้ทั้งนั้น เจ้าคุณฉวยเมือผมออกจาห้องนั้นไปทันที ไปอีกห้องหนึ่ง หัวใจผมไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว บัดนี้ลมออกหูดังวิด หมดความบังคับตัวเอง ตัวเหมือนไม่ใช่ตัว ถูกจูงไปเหมือนคนถูกเข็นไป ไม่มีความรู้สึกว่าเท้าเดินไปหรือลากไป ห้องใหม่ก็มีศพอีก ผมอยากจะร้องว่า ได้โปรดเถิดใต้เท้า ผมจะตายอยู่แล้ว แต่ร้องไม่ออก ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด เจ้าคุณหยุดนั่งในห้องนั้นอีก และชี้ให้ผมดูภาพที่อยู่ในกรอบทอง พอดูปราดเดียว ผมก็ร้องออกมาด้วยความกลัวสุดขีด "คุณพ่อคุณแม่ช่วยด้วย ลูกถึงขั้นสุดแล้ว ช่วยด้วย-ช่วยด้วย!" ภาพนั้นก็คือภาพของตัวเจ้าคุณนั่นเอง ผมเซไปติดผนังอีกด้านหนึ่ง เจ้าคุณนั่งหันหลังให้ นิ่งราวกับรูปปั้น แต่บัดนั้นร่างเจ้าคุณได้จางหายไป เหลือผ้าดำผืนหนึ่งแขวนอยู่ที่พนักเก้าอี้ ผมแผดร้องจนเสียงคับตึก โดยพุ่งตัวออกหน้าต่างกระจก เป็นตายไม่นึกถึงแล้ว หน้าต่างกระจกทานไม่ได้แตกโครม ตัวผมร่วงไปบนกันสาดข้างนอก แล้วกระท้อนร่วงไปลงน้ำทางบ้าน<noinclude></noinclude> ixxlsvwp8s124tv4dfdq7rszsz62rri หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/120 250 88948 287824 2026-04-01T08:42:20Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ติดกัน แล้วผมก็หมดสติ เหตุการณ์ต่อมาเป็นดังนี้คือ คนทำสวนสองคนในบ้านโน้นได้ยินเสียงผมร้องให้ช่วย เขาก็มายืนดูกัน และก็ไม่เห็นอะไร เห็นแต่หน้าต่างกระจกนั..." 287824 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๘}}</noinclude>ติดกัน แล้วผมก็หมดสติ เหตุการณ์ต่อมาเป็นดังนี้คือ คนทำสวนสองคนในบ้านโน้นได้ยินเสียงผมร้องให้ช่วย เขาก็มายืนดูกัน และก็ไม่เห็นอะไร เห็นแต่หน้าต่างกระจกนั้นดำมืดอยู่ธรรมดาที่เคยเห็น แล้วก็มีร่างของผมพุ่งออกมาและหล่นลงน้ำ เขาทั้งสองงงงันอยู่เป็นครู่ เมื่อเห็นผมจะจมน้ำตายในคูบัวนั้น เขาทั้งสองจึงช่วยกันฉวยข้อมือผมดึงขึ้นมา คนในบ้านนั้นอีกหลายคนได้ช่วยแก้ไขจนผมฟื้นตัว ผมได้พยายามเล่าความให้ฟังตั้งแต่ต้น ทุกคนตาโพลง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นดูไปทางตึกนั้นอย่างเสียวสยอง ผู้หนึ่งในจำนวนที่ล้อมผมอยู่เล่าว่า ท่านเจ้าคุณผู้เป็นเจ้าบ้านตายเสียสามเดือนมาแล้ว ทั้งลูกเต้าและเมียเก่าตายมาก่อน ก็เก็บศพไว้ทั้งนั้น พอท่านตาย เมียน้อยทนอยู่บ้านที่เก็บศพไว้เป็นสุสานไม่ไหว จึงพากันย้ายไปพักที่อื่น บ้านปิดประตูลั่นกุญแจไว้นานแล้ว ตั้งใจจะรวมกันเผาในปีหน้า ในที่สุดผมจึงรู้ว่าผมเข้าบ้านผิด บ้านที่ผมจะมาสมัครงานนั้น ที่แท้ก็คือบ้านที่ร่วงหน้าต่างลงมานี่แหละ หลงเข้าบ้านผิดเพราะดูป้ายชื่อไม่ทั่ว ชื่อเจ้าบ้านเหมือนกัน แต่สร้อยนั้นผิดกัน ดูแต่ชื่อแล้วก็มั่นใจว่าใช่ จึงต้องเป็นเลขานุการผีจนแทบเอาตัวไม่รอด อยู่ๆ แส่เข้าไปหากรรมเองแท้ๆ<noinclude></noinclude> szx8qihpwjqi7hyzfkduxqo6uctwgre หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/121 250 88949 287825 2026-04-01T08:49:39Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เนื้อมันหวานกลมกล่อม เรื่องนี้ได้บันทึกจากปากคำที่เล่าเหตุการณ์ของนายมุต ชาวอิสลามตำบลคลองตัน ผู้มีอาชีพหาปลาค้าขายในคลองนั้นตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ได้บรรย..." 287825 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๑๙}}</noinclude>เนื้อมันหวานกลมกล่อม เรื่องนี้ได้บันทึกจากปากคำที่เล่าเหตุการณ์ของนายมุต ชาวอิสลามตำบลคลองตัน ผู้มีอาชีพหาปลาค้าขายในคลองนั้นตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ได้บรรยายเหตุการณ์ของภูตผีปีศาจให้ผู้ซื้อปลาของเขาฟัง ณ ริมคลองด้านหนึ่งของตำบลคลองตัน มีเรือยนต์ลำหนึ่งเป็นเรือส่วนตัวของนักท่องเที่ยวหาความสุขทางลำน้ำ และมีเรือสำปั้นหาปลาลำหนึ่งจอดเทียบเรือยนต์อยู่ เป็นการซื้อขายปลาที่หามาได้ "ปลาคลองนี้ชุมนะลุงนะ" หญิงสาววัยยี่สิบกว่า ท่าทางทะมัดทะแมง เป็นแม่ครัว ได้พูดขึ้น "พอมีครับ" นายมุต ชาวอิสลามผู้เฒ่า ตอบอย่างอารมณ์ดี<noinclude></noinclude> cl52ivt228rfsht6uf6icykt9mq1zz8 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/123 250 88950 287826 2026-04-01T09:02:52Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "งั้นอย่าแพงนะลุงนะ" แม่หญิงสาวใหญ่ รูปร่างสวย ย้อนรอยเข้าต่อตามราคาทีเล่นทีจริง "นั่นแน่ คุณลมัยย้อนรอยลุงเข้าแล้ว" ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับแม่สาวพูดให้ข..." 287826 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๑}}</noinclude> "งั้นอย่าแพงนะลุงนะ" แม่หญิงสาวใหญ่ รูปร่างสวย ย้อนรอยเข้าต่อตามราคาทีเล่นทีจริง "นั่นแน่ คุณลมัยย้อนรอยลุงเข้าแล้ว" ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับแม่สาวพูดให้ขบขัน คนในเรือยนต์ก็พลอยหัวเราะไปด้วย เพราะต่างมองดูการซื้อปลาของคุณลมัย "กว่าจะได้มาก็แย่เหมือนกัน" ผู้เฒ่าขายปลาพูดและหัวเราะ "ถ้าลงมือหาตั้งแต่พลบค่ำ ลงเบ็ดราวไป และตอนเช้ามืดมาทอดแหอีกทีหนึ่ง ก็ได้พะเรอละครับ แต่นี่ผมทอดแหเอาตอนเช้านี่เอง" "อ้าว! ทำไมไม่ลงเบ็ดราวตอนกลางคืนด้วยล่ะลุง" ชายหนุ่มนั้นถาม "โอย ไม่ไหวแล้วครับ แก่แล้วอดนอนไม่ไหว เมื่อหนุ่ม ๆ ซิครับ ผมหาจริง เดี๋ยวนี้หาพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสองคนตายายเท่านั้น" นายมุตพูดแล้วหันมองหญิงชราอีกคนที่เป็นผู้พายเรือ ตัวแกแก่แล้วแต่ยังสามารถทอดแหได้ "ทอดแหกลางคืนได้ไหมลุง" คุณลมัยถาม "ตาหูไม่ดีครับ และไม่มีใครทอดกัน เพราะมองปลาผุดและพรายน้ำไม่เห็น ก็ไม่รู้ว่าปลาชักกลุ่มที่ไหนบ้าง ตอนเช้าละมันเห็นดีกว่า โอ้ย! คุณเอ๋ย ผมหาปลามาแต่สมัยหนุ่มต้องระวังตัวแจเลย จระเข้มันมีด้วยนี่ครับคลองนี้" นายมุตพูดแล้วชี้มือปราดไปตามคลอง "เอ๊ะ จระเข้มีหรือคะลุง" คุณลมัยรีบถาม "เดี๋ยวนี้ไม่มีหรอกครับ" ผู้เฒ่าตอบ "มันหายไปหมดแล้ว อาบน้ำอาบท่าได้สบาย ลอยคอตลอดคลองก็ไม่เป็นไร แต่ก่อนโน้นไม่ได้ครับ โอ๊ย! ทั้งสัตว์ในน้ำ และผีสางตามท้องน้ำก็เกะกะหลอกคนหาปลาเสียจริง ๆ แทบไม่เว้นแต่ละราย" พวกคนฟังหนุ่ม ๆ สาว ๆ หัวสมัยใหม่หัวเราะกันครืน พูดเรื่องผีดูเป็นการขบขัน "ถ้าจะโดนพวกเดียวกันหลอกน่ะซีลุง" คุณลมัยว่า "เพราะเกรงจะแย่งหากิน" "อย่างนี้ก็เห็นจะมีมั่งละครับ แต่ผมเองน่ะโดนจริง ๆ ไม่ใช่คนหลอกเลย เวลานั้นผมยังไม่ได้กับยายเลย ยังหนุ่มอยู่ คลองนี้แหละครับ<noinclude></noinclude> nu1eqyp0lewvyr43u1x8dp7qs6qqeir หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/124 250 88951 287827 2026-04-01T09:11:58Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ผมโดนหลายหน ผมฟันเสียเต็มเหนี่ยว แต๋โดนเรือเราเองยับไป" ผู้เฒ่าเล่า มีการหัวเราะกันอีก ที่ตอนว่า ฟันเรือของตัวเองโดยไม่ถูกตัวผี "แหม! คุณลุงช่วยเล่าให้ฟั..." 287827 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๒}}</noinclude>ผมโดนหลายหน ผมฟันเสียเต็มเหนี่ยว แต๋โดนเรือเราเองยับไป" ผู้เฒ่าเล่า มีการหัวเราะกันอีก ที่ตอนว่า ฟันเรือของตัวเองโดยไม่ถูกตัวผี "แหม! คุณลุงช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะ อยากฟังจัง กาแฟมีนะลุง-ป้า ฉันชงแล้ว" ชายหนุ่มอีกคนพูดขอร้อง และหันไปทางเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งและพูดว่า "ณรงค์! รินกาแฟสองถ้วยเถอะ ให้ลุงกะป้าแกดื่ม" คนในเรือยนต์ก็เฮรวมกันมากราบเดียวหมด ลุงมุตเห็นท่าจะหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องผีไม่พ้น ก็หัวเราะอย่างจำใจ "เอาเถอะลุง" คุณลมัยว่า "กุ้งฉันจะซื้อหมด สำหรับปลาก็เอาบ้างพอดู ซื้อไปแจกกันกิน เล่าเรื่องเลยลุง ไม่ต้องห่วงการขายละ" ลุงมุตและเมียยิ้มอย่างโล่งใจและสบายใจ "เอาอีตอนที่ผมยังหนุ่มและลงเบ็ดราวนะครับ" แกว่า "เอาเลยลุง ฉันชอบฟัง" คุณลมัยพูดและขยับเข้าใกล้ "วันนั้น ลูกค้าผม ชาวบ้านนี่แหละครับ เขาจะทำบุญกัน เขาก็ว่าปลาผมไว้แต่หัวค่ำ ตกลงว่าตอนเช้าเป็นส่งปลาและกุ้งให้เขาทัน ผมจัดแจงเอาสวิงช้อนลูกกุ้งฝอยไว้แยะ เป็นเหยื่อเกี่ยวเบ็ด" แกลงมือเริ่มเรื่อง "เอ๊ะ ใช้เหยื่อลูกกุ้งเรอะลุง" ชายหนุ่มหนึ่งถามและส่งกาแฟให้สองถ้วย "ครับ นักหาปลาก็ต้องอัฐยายซื้อขนมยายครับ" ลุงมุตรับกาแฟไปจิบและส่งให้เมียอีกแก้ว แกซดกาแฟร้อนแล้วกระแอมนิดหน่อย "การลงเบ็ดราวของผม ผมชอบวางทุ่นลอยเป็นแถว และทุ่นนั้นมีกระดิ่งไม้ไผ่ ก็เกราะนี่แหละครับ เวลาปลากิน เกราะมันจะรัวโกร๋งเกร๋ง เราก็รู้ว่าปลากินเบ็ดมากและน้อยตามเสียงเกราะ ถ้าน้อยเกราะก็ดังน้อย ถ้าลงเกราะดังกราวไปหมดละครับ เที่ยวนั้นหลายตัวนัก ผมวางเบ็ดตั้งแต่เย็นโพล้เพล้ ตั้งแต่หัวสุเหร่าโน่น ไปจนสุดท้ายบ้านโน้นลิบ ๆ" หยุดจิบกาแฟ "พอตกค่ำเท่านั้นแหละครับ เกราะรัวแล้วซี ผมถอยเรือออกจากตลิ่ง ลงมือกู้เบ็ด แต่ไม่มีปลาติดเลยสักตัวครับ ผมแปลกใจ แต่เหยื่อถูกปลากินไปหมด ผมโทษเจ้าเกราะของผมเองว่ามันหลอกลวงผม มันถูกลม<noinclude></noinclude> pqxjyzxjxtzeh7s85frrsygg5tcy9hl หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/125 250 88952 287828 2026-04-01T09:20:17Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พัดแรงก็รัวขึ้น แต่เอ๊ะ เหยื่อหมดนี่ครับ ปลาคงกินแล้วหลุดไป แต่ก็ประหลาด ทำไมหลุดหมดทั้งที่เบ็ดมีจำนวน ๕๐ ตัวน่าจะเหลือบ้างสักตัวสองตัว แต่ผมนึกไปมือก็เกี่ย..." 287828 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๓}}</noinclude>พัดแรงก็รัวขึ้น แต่เอ๊ะ เหยื่อหมดนี่ครับ ปลาคงกินแล้วหลุดไป แต่ก็ประหลาด ทำไมหลุดหมดทั้งที่เบ็ดมีจำนวน ๕๐ ตัวน่าจะเหลือบ้างสักตัวสองตัว แต่ผมนึกไปมือก็เกี่ยวเหยื่อไป ตกลงวางเบ็ดไปอีก และก็เป็นไปดังนี้แหละครับ ถึงสามคราว กู้เปล่า ๆ ผมเดือดใจนัก หาปลามาตั้งแต่เด็กจนหนุ่มไม่เคยแพ้ปลาเลย" "ถ้าจะโดนหลอกเข้าแล้ว ผีมันเขย่า" คุณลมัยว่า "ไม่รู้ซีครับ ตอนนั้นผมไม่สงสัยอะไรเลย โทษว่าตัวเองช้าไป เกราะดังแล้วพายเรือเข้ากู้ช้าไป ปลาเลยหลุดหมด ผมด่าโชคของตัวเอง แต่ก็ทนทำการไปจนเกือบสามทุ่ม เอ! ทีนี้สิปลาติดแยะเชียวครับ ปลาค้าวโต ๆ ปลาเนื้ออ่อนใหญ่ ๆ ปลากดอีก ผมเวียนกู้เบ็ดเกี่ยวเหยื่ออย่างอ่อนใจ พอสี่ทุ่มก็ได้ปลาราว ๆ ร้อยกว่าตัวแล้วครับ พอส่งลูกค้าเขาแน่ละ แต่ในตอนหนึ่งที่กำลังเกี่ยวเหยื่ออยู่ ผมได้ยินเสียงแว่วจากท้องเรือที่ใส่ปลาไว้มันดังกร๊วบ ๆ คล้ายอะไรมันขบเคี้ยวอะไร ผมหันไปดูก็เห็นแต่ปลามันดิ้นอยู่ตามระเบียบของมัน" "เสียงอะไร?" ชายคนหนึ่งถาม "ไม่รู้ซีครับ" แกว่า "มันดังหลายหนครับ ผมเหลียวไปก็ไม่มีอะไร ผมพายเรือมาจอดริมตลิ่ง มันก็คงดังอีก กร๊วบ ๆ กร๊วบ ๆ ผมจึงหยิบตะเกียงส่องดู เอ๊ะ! ปลาตัวเล็ก ๆ หายไปตั้งหลายตัว มันมีปลาค้าวใหญ่อยู่ตัวหนึ่งมันดิ้นกระดิกตัวนิด ๆ และปากมันขยับ ๆ อยู่ ท้องมันกางเชียวครับ" "ยังไงกัน อ้ายปลาค้าวจะกินปลาตัวเล็กหรือ?" คุณลมัยถามตาโพลง "ไม่รู้ซีครับ ไม่เคยเห็นเลยตั้งแต่เกิดมา ปลามันท่าจะกินกันก็ต้องอยู่ในน้ำ ถึงจะกินกัน มันจะกินกันบกบกได้อย่างไร แต่เอ๊ะ! แล้วปลาเนื้ออ่อนตัวย่อม ๆ หายไปหลายตัว หรือว่ามันกระเสือกกระสนเข้าไปอยู่เสียใต้กระดาน พอนึกอย่างนี้แล้วก็หายข้องใจ และทั้งว่าอ้ายปลาค้าวมันนอนเฉย ๆ เป็นแต่ขยับเหงือกของมันหยุบหยับอย่างปลาธรรมดาที่ขึ้นบก ก็ระบายอากาศตามเรื่องของมัน ผมจึงวางตะเกียงไว้ พอเสียงเกราะดังอีก ผมก็ออกเรือไปกู้เบ็ดอีกตามเคย คราวนี้มันดังกร๊วบ ๆ อีก ผมรีบส่องไฟดู โอ! คุณครับ คราวนี้เห็นกับตาเลย" แกพูดแค่นี้ทำตาพอง<noinclude></noinclude> t4wclcyt7yt51lcfc8j140c8qkg7hx9 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/126 250 88953 287829 2026-04-01T09:27:08Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย ""อ้ายค้าวมันกำลังคาบปลาเนื้ออ่อนคาปากอยู่เลย แหม ผมโมโหจัง หยิบพายตีเสียนอนเงียบไปเลย โอ้โฮ มันร้ายจริงครับ ขึ้นอยู่บนบกแล้วก็ยังกินกันอีก" แกพูดอย่างน่าขัน..." 287829 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๔}}</noinclude>"อ้ายค้าวมันกำลังคาบปลาเนื้ออ่อนคาปากอยู่เลย แหม ผมโมโหจัง หยิบพายตีเสียนอนเงียบไปเลย โอ้โฮ มันร้ายจริงครับ ขึ้นอยู่บนบกแล้วก็ยังกินกันอีก" แกพูดอย่างน่าขัน แต่ไม่มีใครหัวเราะอย่างแรก ๆ "แล้วไงอีกลุง" ชายหนุ่มถาม "พอผมเห็นมันตายผมก็ถอนใจ ผมก็ทำงานของผม คราวนี้ได้อ้ายช่อนบ้าง ปลาแมลงภู่บ้าง ปลากรายบ้าง ผมหายเสียดายปลาเนื้ออ่อน ทำการเกี่ยวเหยื่ออีกตามเคย เกี่ยวแล้วถอยเรือเลื่อนไปอีกทุ่นหนึ่ง ผมลงทุ่นลอยติดเกราะไว้ถึงห้าทุ่น ขณะที่ผมยกพายจุ่มน้ำแรงไปหน่อย เจ้าปลาค้าวตัวใหญ่ตัวหนึ่งตกใจพุ่งขึ้นจากน้ำข้ามหัวผม แล้วตัวมันก็ตกลงก้นท้องเรือรวมกับปลาอื่น ๆ ผมส่องไฟดู โอ้โฮมันใหญ่เอาการ แต่ชาวบ้านนี้เขาถือว่าปลาตกใจอย่าเอามันเลย ควรปล่อยไปเสียดีกว่า ผมเลยตกลงใจจับมันปล่อยน้ำไป" "แล้วกัน!" คุณลมัยร้องเบา ๆ "ทำไม ถืออะไรกัน โดดขึ้นมาก็เป็นลาภของเรา" "ชาวบ้านนี้เขาถือกันว่า มันจะทำให้ลาภเสีย" แกว่า "พิลึก" คุณลมัยบ่น "เป็นฉัน ฉันไม่ยอม ปลาก็ได้เยอะแล้ว จะกลัวหมดลาภอะไรอีก" "ผมก็นึกอย่างคุณแหละครับ แต่ยังไงรีบปล่อยไปก็ไม่ทราบ" แกหัวเราะ "แต่ว่า เอาอีกแล้วสิคุณ เสียงกร๊วบ ๆ ดังอีก ผมรีบจับตะเกียงและเปิดกระดานเรือบางตอนดู เผื่อว่าจะมีปลาค้าวตัวโตอื่น ๆ มากินปลาอีก แต่ก็ไม่มีอะไร" แกยกกาแฟดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แล้วพูดต่อ "ผมชักรำคาญใจ เห็นว่าได้พอแล้วก็เก็บเบ็ด เอาทุ่นขึ้น รวบเบ็ดเก็บ ปลาที่ติดเบ็ดก็ปลดลงท้องเรือไป พอเก็บอะไรหมดแล้ว ผมก็ปล่อยให้เรือลอย มวนบุหรี่ตองแห้งสูบให้สบายใจ อ้อ! ผมลืมบอกไปว่า ตามธรรมเนียมการหาปลา เราทำการกู้เบ็ดปลดเบ็ด เราจะต้องนั่งพายอยู่ตอนหัวเรือ ใช้พายของเราที่ชำนาญคัดวาดคล้าย ๆ มีคนถือท้ายอีกคนหนึ่ง ถ้าเราพายตอนท้ายอย่างเรือธรรมดา เราทำการปลดปลาเกี่ยวเหยื่อไม่ถนัดครับ หัวเรือมันจะเบนซ้ายขวา เราทำการไม่สะดวก จึงต้องพายทางหัวเรือ วิธีอย่างนี้พวกหาปลาพายเป็นและคล่องกันทุกคนครับ" แกพูดไปมวนบุหรี่ไป<noinclude></noinclude> rajgf7gfz5e0oesm5mv6y9opgkpw1ck หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/127 250 88954 287830 2026-04-01T09:28:29Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย ""เอาอย่างนี้ไหมลุง?" ชายคนหนึ่งถามและชูซองบุหรี่ซิกาเรตให้ดู "โอ ขอบใจครับ อย่างผมสูบไม่ถึงใจครับ" แกปฏิเสธแล้วพูดต่อ "อีตอนผมพายกลับบ้าน ก็เลยพายอยู่ทางหัวนั่..." 287830 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๕}}</noinclude>"เอาอย่างนี้ไหมลุง?" ชายคนหนึ่งถามและชูซองบุหรี่ซิกาเรตให้ดู "โอ ขอบใจครับ อย่างผมสูบไม่ถึงใจครับ" แกปฏิเสธแล้วพูดต่อ "อีตอนผมพายกลับบ้าน ก็เลยพายอยู่ทางหัวนั่นแหละครับ ขี้เกียจกลับลำ เสียงดังกรวบ ๆ ก็มีมาอีก แต่ผมคร้านจะเหลียวดู คิดว่า ประเดี๋ยวก็ถึงบ้าน พบตัวไหนกินอีก ก็สังหารให้ตายเสียหมดเรื่องไป ผมพายฝ่าความมืดไป หลีกกอสวะบ้างเป็นตอน ๆ ตาคอยระวังอ้ายเข้อยู่เหมือนกัน เคราะห์หามยามร้าย พายไปเกยมันเข้า ถ้ามันขึ้นมาลอยอยู่ก็ลำบาก ผมคลำดาบดูเห็นเรียบร้อยก็สบายใจ เจอะเข้าก็ขอฟันให้จ๋ำหนับละ เข้เป็นเข้ซิ มัวเกรงมันก็หากินไม่ได้ ในคลองนี้ไม่มีใครทานผมหรอกครับเรื่องหา คนอื่น ๆ พอดึกเข้าเขาก็ไม่เอา กลับบ้านกันหมด" "ไม่มีใครหาปลาเจอะกันนักหรือลุง" คุณลมัยถาม "อ๋อ อยู่กันคนละเขตครับ เขตใครเขตใคร เขารู้ว่า เราอยู่ทางนี้ เขาก็ไม่มาลงซ้ำที่กัน นี่ คุณครับ ในระหว่างที่ผมพายกลับน่ะ มันมีเสียงประหลาดเกิดขึ้น มันเป็นเสียงคนพูดแว่ว ๆ ว่า "เนื้อมันหวานกลมกล่อม" ผมหันขวับดูรอบทิศ มันมืดมาก ไม่เห็นมีเรือแพใครจะออกที่ใดบ้างก็ไม่รู้ ผมก็พายมาเรื่อย ๆ อีกประเดี๋ยวก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เสียงนั้นก็ดังอีก และดังอยู่ข้างหลังผม คล้าย ๆ จะเป็นในเรือเราตอนท้ายนั่นเอง เนื้อมันหวานกลมกล่อม ผมหันหน้าอย่างเร็ว ตะเกียงปกติวางไว้เบื้องหลังเพื่อไม่ให้ตาพร่าเมื่อเวลาพายเรือ พอผมเหลียวไปก็พบเจ้าของเสียงเชียวครับ มันเป็นใครไม่รู้มาอยู่ในเรือผม กำลังถือปลาอยู่ในมือ เราจังหน้ากัน อ้ายคนนั้นยิ้มเก้อ ๆ และพูดว่า เนื้อมันหวาน ผมใจหายวูบเลย ไม่ฟังแล้วทีนี้ ผมคว้าดาบได้ ทิ้งพาย โดดเข้าฟันเต็มเหนี่ยว ๒๐๖ อ้ายนั่นโผจากเรือผมไปคล้ายบินได้อย่างนก ผมสับเอาเรือผมเองเบ้อไปเลย ผมเสียวไปทั้งตัว รู้สึกว่า หัวโตเท่ากระบุง จะร้องให้ใครช่วยก็ไม่มี สองข้างคลองเขานอนกันหมด บ้านห่าง ๆ กันมีแต่ป่ากับทุ่งโล่ง ผมจ้ำไม่คิดชีวิตเลยครับ นั่งพายอยู่ทางหัวเรือง วิ่งอู้เลย" "โอย แย่! แล้วทำอย่างไร?" ชายหนุ่มถาม "ผมเข้าคูบ้าน แล้วเอะอะเรียกคนบนบ้าน พอเขาตื่นมา ผมค่อย<noinclude></noinclude> o659zj2zuk8aqrr4uc5va24nzidqav9 287831 287830 2026-04-01T09:44:26Z สีทราย 11827 287831 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๕}}</noinclude> "เอาอย่างนี้ไหมลุง?" ชายคนหนึ่งถามและชูซองบุหรี่ซิกาแรตให้ดู "โอ ขอบใจครับ อย่างผมสูบไม่ถึงใจครับ" แกปฏิเสธแล้วพูดไป "อีตอนผมพายกลับบ้านก็เลยพายอยู่ทางหัวนั่นแหละครับ ขี้เกียจกลับลำ เสียงดังกร๊วบ ๆ ก็มีมาอีก แต่ผมคร้านจะเหลียวดู คิดว่า ประเดี๋ยวก็ถึงบ้าน พบตัวไหนกินอีกก็สังหารให้ตายเสีย ก็หมดเรื่องไป ผมพายฝ่าความมืดไป หลีกกอสวะบ้างเป็นตอน ๆ ตาคอยระวังอ้ายเข้อยู่เหมือนกัน เคราะห์หามยามร้าย พายไปเกยมันเข้า ถ้ามันขึ้นมาลอยอยู่ก็ลำบาก ผมคลำดาบดูเห็นเรียบร้อยก็สบายใจ เจอะเข้าก็ขอฟันให้จั๋งหนับละ เข้เป็นเข้ซิ มัวเกรงมันก็หากินไม่ได้ ในคลองนี้ไม่มีใครทานผมหรอกครับเรื่องหา คนอื่น ๆ พอดึกเข้าเขาก็ไม่เอา กลับบ้านกันหมด" "ไม่มีใครหาปลาเจอะกันนักหรือลุง" คุณลมัยถาม "อ๋อ อยู่กันคนละเขตครับ เขตใครเขตใคร เขารู้ว่าเราอยู่ทางนี้ เขาก็ไม่มาลงซ้ำที่กัน นี่คุณครับ ในระหว่างที่ผมพายกลับน่ะ มันมีเสียงประหลาดเกิดขึ้น มันเป็นเสียงคนพูดแว่ว ๆ ว่า "เนื้อมันหวานกลมกล่อม" ผมหันขวับดูรอบทิศ มันมืดมาก ไม่เห็นมีเรือแพ ใครจะออกที่ใดบ้างก็ไม่รู้ ผมก็พายมาเรื่อย ๆ อีกประเดี๋ยวก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เสียงนั้นก็ดังอีกและดังอยู่ข้างหลังผม คล้าย ๆ จะเป็นในเรือเราตอนท้ายนั่นเอง ...เนื้อมันหวานกลมกล่อม ผมหันหน้าอย่างเร็ว ตะเกียงปรกติวางไว้เบื้องหลังเพื่อ ไม่ให้ตาพร่าเมื่อเวลาพายเรือ พอผมเหลียวไปก็พบเจ้าของเสียงเชียวครับ มันเป็นใครไม่รู้มาอยู่ในเรือผม กำลังถือปลาอยู่ในมือ เราจังหน้ากัน อ้ายคนนั้นยิ้มเก้อ ๆ และพูดว่าเนื้อมันหวาน ผมใจหายวูบเลย ไม่ฟังแล้วทีนี้ ผมคว้าดาบได้ทิ้งพายโดดเข้าฟันเต็มเหนี่ยว อ้ายนั่นโผจากเรือผมไปคล้ายบินได้อย่างนก ผมสับเอาเรือผมเองเบ้อไปเลย ผมเสียวไปทั้งตัว รู้สึกว่าหัวโตเท่ากระบุง จะร้องให้ใครช่วยก็ไม่มี สองข้างคลองเขานอนกันหมด บ้านห่าง ๆ กันมีแต่ป่ากับทุ่งโล่ง ผมจ้ำไม่คิดชีวิตเลยครับ นั่งพายอยู่ทางหัวเรือวิ่งอู้เลย" "โอย แย่! แล้วทำอย่างไร?" ชายหนุ่มถาม "ผมเข้าคูบ้านแล้วเอะอะเรียกคนบนบ้าน พอเขาตื่นมา ผมค่อย<noinclude></noinclude> iclkh32f2bb92juex0f2ky5c98ir70u หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/128 250 88955 287832 2026-04-01T09:49:04Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ใจชื้น บังเอิญที่บ้านผมเขาไม่ค่อยนอนกันในบ้าน นอนกันตามชานเรือนบ้าง ตามโรงข้าวบ้าง ผมเล่าให้เขาฟังปากคอสั่น โอย โดนอย่างนี้แย่เลย" "แล้วเรื่องปลาล่ะอยู่บ้..." 287832 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๖}}</noinclude>ใจชื้น บังเอิญที่บ้านผมเขาไม่ค่อยนอนกันในบ้าน นอนกันตามชานเรือนบ้าง ตามโรงข้าวบ้าง ผมเล่าให้เขาฟังปากคอสั่น โอย โดนอย่างนี้แย่เลย" "แล้วเรื่องปลาล่ะอยู่บ้างไหม?" คุณลมัยถาม "ก็อยู่บ้างครับ" แกตอบและโคลงหัว "เคราะห์ร้ายครับ พอรุ่งเช้าผมเอาไปให้บ้านที่เขาว่าไว้ และเล่าเรื่องโดนผีหลอกให้เขาฟัง เขาเลยไม่ซื้อปลาผมครับ" "อ้าว! ทำไม?" ชายหนุ่มถามเกือบพร้อม ๆ กัน "เขาว่าปลาเหลือจากผีกินแล้ว เขาก็ไม่เอา เวรกรรมจริงครับ ผมหมดกำลังใจเลย กลับไปบอกพวกบ้านให้เขาพายไปขายที่ตลาด จึงได้เงินมา" พวกในเรือยนต์ถอนใจกันเสียงเฮือกไปหมด "ชีวิตของคนหาปลาคนเดียวกลางดึกก็น่าเห็นใจอย่างที่เล่า" คุณลมัยพูดแล้วหันหน้ามองกุ้งปลา "กุ้งฉันเหมาหมด แต่ปลานั่น ขอปลาช่อนและปลาเนื้ออ่อน นอกนั้นลุงไปขายต่อเถิด" เมื่อมีการนับตัวปลาและตกลงราคา จ่ายเงินจ่ายทองกันแล้ว ก็ต่างผละจากกัน "วันหลังพบกันอีกนะลุง" ชายหนุ่มว่าแล้วก็สั่งคนเรือให้เดินเครื่องเพื่อจะเดินทางเที่ยวกันรอนแรมต่อไปอีกข้างหน้า<noinclude></noinclude> mmar0zu6me3v464ao3ku36vchnrlmk1 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/129 250 88956 287833 2026-04-01T09:54:14Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ก็ผีน่ะซี! เหตุการณ์ของภูตผีปีศาจตอนนี้ นายทองคำบันทึกจากนายฉ่ำ ช่างตัดผมอีกทอดหนึ่ง จึงได้รวมบันทึกเข้าไว้ในขบวนภูตผีปีศาจในเล่มนี้ด้วย ในสมัยหนึ่..." 287833 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๗}}</noinclude>ก็ผีน่ะซี! เหตุการณ์ของภูตผีปีศาจตอนนี้ นายทองคำบันทึกจากนายฉ่ำ ช่างตัดผมอีกทอดหนึ่ง จึงได้รวมบันทึกเข้าไว้ในขบวนภูตผีปีศาจในเล่มนี้ด้วย ในสมัยหนึ่งโน้น ร้านตัดผมไทยในกรุงเทพฯ แม้จะมีทั่วๆ ไปก็ตาม แต่มีอยู่แหล่งหนึ่งเป็นที่รวมของร้านตัดผมมากร้านและติดๆ กันเป็นหมู่เลย คือในแพร่งภูธรซึ่งเป็นแหล่งที่ข้าราชการมหาดไทย กลาโหม มาตัดผมกันที่นั่นเป็นส่วนมาก ผมก็เฮโลมาตัดกับเขาที่นั่นโดยเพื่อนฝูงแนะนำมา ผมติดฝีมือและอุปนิสัยของนายฉ่ำเจ้าของร้านตัดผมในกลุ่มนั้น จึงถือเอาเป็นร้านประจำเลย ร้านของนายฉ่ำมีช่างประจำอยู่สองคน คือ<noinclude></noinclude> fn3fss5su8jy8fmaxd42gdav1cti7l0 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/152 250 88957 287834 2026-04-01T11:39:43Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ 287834 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๐}}</noinclude>เอาช้างข้าศึกซึ่งยืนอยู่ในวัดสามพิหารนั้นต้องพระจำปาธิราชซึ่งเป็นกองตายกับคอช้าง พญาละแวกก็ยกถอยคืนไปยังทัพ ณ บ้านกระทุ่ม แต่ยกเข้ามาปล้นถึงสามครั้งก็มิได้ พญาละแวกก็ล่าทัพกลับไปจึงกวาดเอาครัวตำบลบ้านนาแลนครนายกไปเมืองละแวก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศมีต่อว่า "เป็นอันมาก"</ref> ในขณะนั้นพญาละแวกแต่งพลมาลาดทั้งทางบกและทางเรือเป็นหลายครั้งแลเสียชาวจันทบุรี ชาวระยอง ชาวฉะเชิงเทรา ชาวนาเริ่งไปแก่ข้าศึกละแวกเป็นอันมาก ลุศักราช ๙๒๐ ปีมะเมียสัมเรทธิศก<ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๓ มะแมศก"</ref> สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวก็ให้สมเด็จพระนเรศวรบรมราชาธิราชบพิตร<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "สมเด็จพระนารายณ์บพิตรเป็นเจ้า"</ref> เป็นเจ้าอันเป็นสมเด็จพระโอรสาธิราขขึ้นไปเสวยราชย์ณ เมืองพิษณุโลก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "พระพิษณุโลกมหานคร"</ref> ขณะนั้นพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา <ref>ความตั้งแต่นี่จนจบย่อหน้า ฉบับพันจันทนุมาศไม่มีกล่าว</ref>แต่สมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระราชอนุชาสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้านั้น สมเด็จพระราชบิดาเอาไว้ ณ พระมหานครศรีอยุธยาด้วย ลุศักราช ๙๒๑ ปีมะแมเอกศก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช {{ตตฉ|๙๖๖|๙๒๖}} ปีชวด ฉอศก ณ วันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำ"</ref> พระเจ้าหงสาวดียกช้างม้ารี้พลโยธาไปเอาเมืองล้างช้าง กำหนดให้<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ให้มาอัญเชิญ"</ref>สมเด็จพระพุทธิเจ้า<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> mpgmnry358yaffzrsec6bcw7kge0mt7 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/153 250 88958 287835 2026-04-01T11:54:19Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "หัวกรุงเทพมหานคร แลสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จขึ้นไปด้วย แต่สมเด็จพระเอกาทศรถอันเป็นตรุณราชบุตร พระราชบิดาดำรัสให้อยู่รักษาพระนคร ฝ่ายสมเด็จพระพุทธิเจ้า..." 287835 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๑}}</noinclude>หัวกรุงเทพมหานคร แลสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จขึ้นไปด้วย แต่สมเด็จพระเอกาทศรถอันเป็นตรุณราชบุตร พระราชบิดาดำรัสให้อยู่รักษาพระนคร ฝ่ายสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้ายกช้างม้ารี้พลไปถึงหนองบัวในจังหวัดเมืองล้านช้าง ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าทรงพระประชวรทรพิษ<ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๖ จอศก ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทรงทรพิษ"</ref> พระเจ้าหงสาวดีตรัสให้สมเด้จพระมหาธรรมราชากับพระนเรศวรเสด็จคืนมายังพระนครศรีอยุธยา ครั้งนั้นพระเจ้าล้านช้างป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ ทัพหงสาจะหักเอาพระนครมิได้ พอจวนเทศภาลวัสสันตฤดูก็ยกทัพกลับ <ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๗ กุรศก" ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช {{ตตฉ|๔๒๗|๙๒๗}} ปีฉลู สัปตศก (พ.ศ. ๒๑๐๘) วันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำ พระเจ้าละแวกยกกองทัพเรือเข้ามาอีก"</ref>ฝ่ายพญาละแวกยกมาจะใกล้ถึงปากน้ำพระประแดง เจ้าเมืองธนบุรีแลกรมการเมืองทั้งหลายรู้ข่าวว่า พญาละแวกยกมาก็บอกขึ้นไปให้กราบทูล ส่วนเรือทัพหน้าพญาละแวกก็ไล่ตามเรือซึ่งตระเวนทะเลนั้นติดเข้ามาเมืองธนบุรี แลกรมการทั้งหลายมิทันที่จะแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกันเมือง ต่างคนต่างเอาครัวหนี พญาละแวกก็ยกกองทัพเข้ามาตั้งในปากน้ำพระประแดง ก็ให้ลาดจับชาวเมืองธนบุรี ชาวเมืองนนทบุรีไปเป็นเชลย จึงสมเด็จ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ก|๑๖{{ชว}}{{ชว}}}}</noinclude> bhntu9k6adh9iz1devehunbqgxpwhj5 287836 287835 2026-04-01T11:54:33Z Peatlnwza 10757 287836 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๑}}</noinclude>หัวกรุงเทพมหานคร แลสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จขึ้นไปด้วย แต่สมเด็จพระเอกาทศรถอันเป็นตรุณราชบุตร พระราชบิดาดำรัสให้อยู่รักษาพระนคร ฝ่ายสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้ายกช้างม้ารี้พลไปถึงหนองบัวในจังหวัดเมืองล้านช้าง ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าทรงพระประชวรทรพิษ<ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๖ จอศก ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทรงทรพิษ"</ref> พระเจ้าหงสาวดีตรัสให้สมเด้จพระมหาธรรมราชากับพระนเรศวรเสด็จคืนมายังพระนครศรีอยุธยา ครั้งนั้นพระเจ้าล้านช้างป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ ทัพหงสาจะหักเอาพระนครมิได้ พอจวนเทศภาลวัสสันตฤดูก็ยกทัพกลับ <ref>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๓๗ กุรศก" ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช {{ตตฉ|๔๒๗|๙๒๗}} ปีฉลู สัปตศก (พ.ศ. ๒๑๐๘) วันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำ พระเจ้าละแวกยกกองทัพเรือเข้ามาอีก"</ref>ฝ่ายพญาละแวกยกมาจะใกล้ถึงปากน้ำพระประแดง เจ้าเมืองธนบุรีแลกรมการเมืองทั้งหลายรู้ข่าวว่า พญาละแวกยกมาก็บอกขึ้นไปให้กราบทูล ส่วนเรือทัพหน้าพญาละแวกก็ไล่ตามเรือซึ่งตระเวนทะเลนั้นติดเข้ามาเมืองธนบุรี แลกรมการทั้งหลายมิทันที่จะแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกันเมือง ต่างคนต่างเอาครัวหนี พญาละแวกก็ยกกองทัพเข้ามาตั้งในปากน้ำพระประแดง ก็ให้ลาดจับชาวเมืองธนบุรี ชาวเมืองนนทบุรีไปเป็นเชลย จึงสมเด็จ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๑๖{{ชว}}{{ชว}}}}</noinclude> ff1m7s7zo5m85fh87mpxvqpsu4eoodh