วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.46.0-wmf.22 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๓) - ๒๔๗๙.pdf/1 250 58141 287847 239340 2026-04-01T15:39:46Z Peatlnwza 10757 /* ตรวจสอบแล้ว */ 287847 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Peatlnwza" /></noinclude>[[File:Royal Society of Siam Seal (1).svg|center|200px]] {{ก|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๓|200}} {{ก|เรื่องกรุงเก่า|140}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ}} {{ก|พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)|120}} {{ก|ณเมรุวัดเทพศิรินทราวาส}} {{ก|เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๙}} {{สกอ|sp|100}} {{ก|พิมพ์ที่โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร|90}}<noinclude></noinclude> 83t60hotfq8vdt6c3yruosva5ky883j หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/160 250 83051 287839 269811 2026-04-01T12:45:13Z Peatlnwza 10757 287839 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สี่ขีด" />{{หสล|๑๑๕}}</noinclude>เอาเมืองให้จงได้ ถ้ามิได้ให้ลงโทษเถิงสิ้นชีวิต มิได้เมืองเพ็ชรบุรี พระยาจีนจันตุกลัวว่าพระเจ้าละแวกจะลงโทษ พระยาจีนจันตุก็พาเอาครัวอพยพทั้งปวงหนีเข้ามายังพระมหานครศรีอยุธยา สมเด็จพระ พุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาแก่พระยาจีนจันตุ ตรัสให้พระราชทานเป็นอันมาก ครั้นอยู่มาพระยาจีนจันตุมิได้สวามิภักดิ ซึ่งพระกรุณาตรัสเลี้ยงดูนั้น พระยาจีนจันตุก็ลอบตบแต่งสำเภาที่จะหนีจาก พระนคร ครั้นถึงวันอาทิตย์ เดือนยี่ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะโรงสัมฤทธิศกเพลาค่ำประมาณ ๒ นาฬิกา พระยาจีนจันตุพาเอาครัวส่งลงสำเภาหนีล่องลงไป ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จลงมาแต่เมืองพระพิษณุโลก เสด็จอยู่ในวังใหม่ สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าก็เสด็จยก ทัพเรือตามพระยาจีนจันตุลงไปใน{{ตตฉ|เพาลา|เพลา}}กลางคืนนั้น แล้วตรัสให้ เรือประตูกัน และเรือท้าวพระยาทั้งหลายเข้าล้อมสำเภาพระยาจีนจันตุและได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ พระยาจีนจันตุเอาสำเภาเข้ากระหนาบกัน และแต่งไล่สำเภาในจังหวัดในนั้น สมเด็จพระนเศวรบรมบพิตรเป็น เจ้า ตรัสให้เอาเรือประตูเรือกันเข้าจดค่ายสำเภาพระยาจีนจันตุ จะให้พลทหารป่ายปีนสำเภาขึ้นไป แล้วเอาเรือพระที่นั่งเข้าไปให้ชิดสำเภาแล้วทรงปืนนกสับยิงถูกจีนผู้ใหญ่ตาย ๓ คน พระยาจีนจันตุก็ยิง ปืนนกสับมาต้องรางปืนต้นอันทรงนั้นแตก และพระยาจีนจันตุรบพุ่งป้องกันเป็นสามารถ พลทหารข้าหลวงจะป่ายปีนขึ้นสำเภามิได้ พระยาจีนจันตุให้เร่งดล้สำเภาหนีลงไป จึงสมเด็จพระนเรศวรบรมราชา ธิราชบพิตรเป็นเจ้า ก็เสด็จตามรบพุ่งลงไปถึงบางกอก พระยาจีนจันตุ<noinclude></noinclude> 0stsrjvgyeus7qypwxs1tdyb4ee7qfx 287840 287839 2026-04-01T12:46:39Z Peatlnwza 10757 /* พิสูจน์อักษรแล้ว */ 287840 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Peatlnwza" />{{หสล|๑๑๕}}</noinclude>เอาเมืองให้จงได้ ถ้ามิได้ให้ลงโทษเถิงสิ้นชีวิต มิได้เมืองเพ็ชรบุรี พระยาจีนจันตุกลัวว่าพระเจ้าละแวกจะลงโทษ พระยาจีนจันตุก็พาเอาครัวอพยพทั้งปวงหนีเข้ามายังพระมหานครศรีอยุธยา สมเด็จพระ พุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาแก่พระยาจีนจันตุ ตรัสให้พระราชทานเป็นอันมาก ครั้นอยู่มาพระยาจีนจันตุมิได้สวามิภักดิ ซึ่งพระกรุณาตรัสเลี้ยงดูนั้น พระยาจีนจันตุก็ลอบตบแต่งสำเภาที่จะหนีจาก พระนคร ครั้นถึงวันอาทิตย์ เดือนยี่ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะโรงสัมฤทธิศกเพลาค่ำประมาณ ๒ นาฬิกา พระยาจีนจันตุพาเอาครัวส่งลงสำเภาหนีล่องลงไป ขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จลงมาแต่เมืองพระพิษณุโลก เสด็จอยู่ในวังใหม่ สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าก็เสด็จยก ทัพเรือตามพระยาจีนจันตุลงไปใน{{ตตฉ|เพาลา|เพลา}}กลางคืนนั้น แล้วตรัสให้ เรือประตูกัน และเรือท้าวพระยาทั้งหลายเข้าล้อมสำเภาพระยาจีนจันตุและได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ พระยาจีนจันตุเอาสำเภาเข้ากระหนาบกัน และแต่งไล่สำเภาในจังหวัดในนั้น สมเด็จพระนเศวรบรมบพิตรเป็น เจ้า ตรัสให้เอาเรือประตูเรือกันเข้าจดค่ายสำเภาพระยาจีนจันตุ จะให้พลทหารป่ายปีนสำเภาขึ้นไป แล้วเอาเรือพระที่นั่งเข้าไปให้ชิดสำเภาแล้วทรงปืนนกสับยิงถูกจีนผู้ใหญ่ตาย ๓ คน พระยาจีนจันตุก็ยิง ปืนนกสับมาต้องรางปืนต้นอันทรงนั้นแตก และพระยาจีนจันตุรบพุ่งป้องกันเป็นสามารถ พลทหารข้าหลวงจะป่ายปีนขึ้นสำเภามิได้ พระยาจีนจันตุให้เร่ง{{ตตฉ|โล่|โล้}}สำเภาหนีลงไป จึงสมเด็จพระนเรศวรบรมราชา ธิราชบพิตรเป็นเจ้า ก็เสด็จตามรบพุ่งลงไปถึงบางกอก พระยาจีนจันตุ<noinclude></noinclude> hjhm0xpfha7shoanibgrva9pefd90ga หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/154 250 88959 287837 2026-04-01T12:09:37Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พระพุทธิเจ้าอยู่หัวก็ตรัสให้เอาเมืองยศโสธร<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "เมืองยโสธร"</ref>ราชธานี เป็นนายกองแล้วจัดขุนหมื่นทั้งหลายกับพลทหารสองพันแลเครื่องศัสตราวุธบร..." 287837 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๒}}</noinclude>พระพุทธิเจ้าอยู่หัวก็ตรัสให้เอาเมืองยศโสธร<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "เมืองยโสธร"</ref>ราชธานี เป็นนายกองแล้วจัดขุนหมื่นทั้งหลายกับพลทหารสองพันแลเครื่องศัสตราวุธบรรจุเรือไล่สี่สิบลำ ให้ยกลงไป<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ให้ยกลงไปตามข้าศึก ครั้นเมืองยโสธรราชธานียกทัพเรือลงไปถึงเมืองนนทบุรี ก็พบข้าศึก"</ref>ถึงเมืองนนทบุรี ก็พบเรือเร็วข้าศึกได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ ทัพ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ข้าวหลวง" และฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "ทัพข้าหลวง"</ref>หลวงก็พ่ายแก่ข้าศึกละแวก แลเสียหมื่นราชามาตย์ข้าศึกได้เป็นเอาไปถวายพญาละแวก เมืองยศโสธรราชธานีแลข้าหลวงทั้งปวงก็พ่ายขึ้นมายังพระนคร พญาละแวกก็ให้จับเอาคนทั่วจังหวัดเมืองธนบุรีได้มากแล้ว ก็ยกขึ้นมายังพระนครตั้งทัพ ณ ขนอนบางตะนาวศรี สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวก็ตรัสให้ท้าวพญาทั้งหลายตรวจจัดพลทหารขึ้นประจำหน้าที่กำแพงพระนครแต่งการที่จะรบพุ่งกันพระนคร พญาละแวกก็ยกทัพเรือขึ้นมาเข้าแฝงข้างวัดพระแพนงเชิงให้แต่เรือเร็วอันเป็นทัพหน้าประมาณ ๓๐ ลำเข้ามาปล้น ณ ตำบลนายก่าย ขณะนั้นสมเด้จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสด็จอยู่ในหอราชคฤห์ตรงเกาะแก้ว แลท้าวพญาเสนาบดีมนตรีมุขทั้งหลายชุมกันในที่นั้น ครั้นเรือข้าศึกเกือบเข้ามาถึงจึงวางปืนใหญ่ ณ ป้อมนายก่ายต้องพลข้าศึกตายเป็นอันมาก แล้วก็ตรัสให้พลทหารเอาเรือออกไปยอ<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ไปยั่ว"</ref>ข้าศึก ๆ ทั้งปวง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> jhvq3kfl8hwzlzodsfvc6m92yihtupo หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/155 250 88960 287838 2026-04-01T12:26:26Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ก็พ่ายลงไป พญาละแวกเห็นจะปล้นพระนครมิได้ก็มิได้คืนลงไป ตั้งอยู่ ณ ปากน้ำพระประแดง แล้วก็แต่งให้ลาดขึ้นไปจับคนถึงสาครบุรี<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ถึงสุพรรณบุรี..." 287838 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๓}}</noinclude>ก็พ่ายลงไป พญาละแวกเห็นจะปล้นพระนครมิได้ก็มิได้คืนลงไป ตั้งอยู่ ณ ปากน้ำพระประแดง แล้วก็แต่งให้ลาดขึ้นไปจับคนถึงสาครบุรี<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ถึงสุพรรณบุรี นครชัยศรี สาครบุรี ราชบุรี"</ref> ได้ขุนหมื่นกรมการแลไพร่ชายหญิงอพยพ<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เอาลงเรือล่องไป"</ref>มาเป็นอันมาก จึงให้เอารูปเทพารักษ์สัมฤทธิทั้งสององค์ ชื่อพญาแสนตาแลบาทสังขกรอันมเหศัก<ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "มเหศักดิภาพ"</ref>ภาพซึ่งอยู่ ณ เมืองพระประแดง อันขุดได้แต่ครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีนั้นไปด้วย พญาละแวกก็เลิกทัพกลับไปเมือง ศักราช ๙๒๒ ปีวอกโทศก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช ๙๒๘ ปีขาลอัฐศก (พ.ศ. ๒๑๐๙)"<br>ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๔๐ ขาลศก"</ref> พญาละแวกแต่งพญาอุเทศราชแลพญาจีนจันตุยกทัพเรือมาประมาณสามหมื่นจะเอาเมืองเพชรบุรี พระศรีสุรินทรฦๅชัยเจ้าเมืองเพชรบุรีแลกรมการทั้งหลายแต่งการรบพุ่งป้องกันเมืองเป็นสามารถ แลข้าศึกยกเข้ามาปล้นเมืองถึง ๓ วัน รี้พลข้าศึกต้องศัสตราวุธเจ็บป่วยตายเป็นอันมาก จะปล้นเอาเมืองเพชรบุรีมิได้ <ref>ความประโยคนี้ ไม่มีในฉบับพันจันทนุมาศ</ref>พญาอุเทศราชแลพญาจีนจันตุก็เลิกทัพคืนไปเมืองละแวก ขณะนั้นพญาจีนจันตุให้ทัณฑ์บลแก่พญาละแวกจะเอาเมืองเพชรบุรีให้ได้<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "จะเอาเมืองให้จงได้ ถ้ามิได้ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิต"</ref> ครั้นมิได้เมืองเพชรบุรีพญาจีนจันตุก็กลัวพญาละแวกจะลงโทษ พญาจีนจันตุก็พาครัวอพยพทั้งปวงหนีเข้ามายังพระนคร<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> eswmhe6m3zqw6xdhwtiqqm25v31vrkg หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/156 250 88961 287841 2026-04-01T12:48:24Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ศรีอยุธยา สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุราแก่พญาจีนจันตุตรัสให้พระราชทานเป็นอันมาก ครั้นอยู่มาพญาจีนจันตุก็มิได้สวามิภักดิ์<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "มิได..." 287841 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๔}}</noinclude>ศรีอยุธยา สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุราแก่พญาจีนจันตุตรัสให้พระราชทานเป็นอันมาก ครั้นอยู่มาพญาจีนจันตุก็มิได้สวามิภักดิ์<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "มิได้สวามิภักดิ์ซึ่งพระกรุณาตรัสเลี้ยงดูนั้น"</ref> ลอบตบแต่งสำเภาที่จะหนีจากพระนคร ครั้นถึง ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๕ ค่ำเดือนยี่ปีระกาตรีนิศก<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ปีมะโรง สัมฤทธิศก"</ref>เพลาค่ำประมาณ ๒ นาฬิกา พญาจีนจันตุก็พาครัวลงสำเภาหนีล่องลงไป ขณะนั้นสมเด้จพระนเรสวรเป็นเจ้า เสด็จลงมาแต่เมืองพระพิษณุโลก เสด็จอยู่ในวังใหม่ สมเด้จพระนเรศวรเป็นเจ้าก็เสด็จยกทัพเรือตามพญาจีนจันตุลงไปในเพลากลางคืนนั้นแล้วตรัสให้เรือประตูเรือกับ<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เรือประตูคั่น"</ref>แล้วหรือท้าวพญาทั้งหลายเข้าล้อมสำเภาพญาจีนจันตุแลได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ พญาจีนจันตุก็ให้โล้สำเภาไปกลางน้ำรบต้านทานรอลงไป<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "พระยาจีนจันตุเอาสำเภาเข้ากระหนาบกันและแต่งไล่สำเภาในจังหวัดในนั้น"</ref> สมเด็จพระนเรศวรเป้นเจ้าก็ตรัสให้เอาเรือประตู เรือกัน เข้าจรดท้าย<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ค่าย"</ref>สำเภาพญาจีนจันตุจะให้พลทหารปีนสำเภาขึ้น แล้วเอาเรือพระที่นั่งหนุนเข้าไปให้ชิดเรือสำเภาและทรงปืนนกสับยิงถูกจีนผู้ใหญ่ตายสามคน พญาจีนจันตุก็ยิงปืนนกสับมาต้องรางปืนต้นอันทรงนั้นแตก พญาจีนจันตุรบพุ่งป้องกันเป้นสามารถ พลทหารข้าหลวงจะปีนสำเภามิได้ พญาจีนจันตุให้เร่งโล้สำเภารุดหนีไป สมเด็จ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> rwto2iuou6hxyhqk0njxg7x262ryq6v หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/157 250 88962 287842 2026-04-01T13:48:09Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พระนเรศวรเป้นเจ้าก็เสด็จตามรบพุ่งลงไปถึงเมืองธนบุรี<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "บางกอก"</ref> พญาจีนจันตุก็ให้เร่งโล้สำเภาออกไปพ้นปากน้ำตกลึก<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ตกเถิงกล..." 287842 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๕}}</noinclude>พระนเรศวรเป้นเจ้าก็เสด็จตามรบพุ่งลงไปถึงเมืองธนบุรี<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "บางกอก"</ref> พญาจีนจันตุก็ให้เร่งโล้สำเภาออกไปพ้นปากน้ำตกลึก<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ตกเถิงกลางทะแล"</ref> ฝ่ายสมเด็จพระราชบิดาก็เสด็จหนุนทัพสมเด้จพระนเรสวรเป็นเจ้าลงไป<ref>ความต่อจากนี้จนจบย่อหน้า ให้ฉบับพันจันทนุมาศกล่าวเพียงว่า "แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์เสด็จขึ้นมายังพระนคร"</ref>ถึงเมืองพระประแดง พอสมเด้จพระนเรสวรเป้นเจ้ายกกลับขึ้นมาพบเสด็จทูลการทั้งปวงให้ทราบ สมเด็จพระราชบิดากับสมเด็จพระนเรศวรเป้นเจ้าก็เสด็จขึ้นมายังพระนคร <ref>ความตั้งแต่ เกิดกบฏญาณพิเชียรจนถึงศึกพระยาละแวกซึ่งฉบับนี้และฉบับพระราชหัตถเลขาว่า เกิดขึ้นในศักราช ๙๒๔-๙๒๕ นี้ ในฉบับพันจันทนุมาศกล่าวลำดับไว้ภายหลังเรื่องสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี และพระนเรศวรเสด็จไปช่วยตีเมืองรุมเมืองคังในศักราช ๙๒๙ ปีเถาะ นพศก และกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในศักราช ๙๓๓ ปีมะแม ตรีศก และปีมะเส็ง นพศก ส่วนฉบับหลวงประเสริฐว่า เหตุการณ์ทั้งกบฏญาณพิเชียร ศึกพระยาละแวก พระเจ้าหงสาวดีสวรรคต ตลอดจนพระนเรศวรช่วยตีเมืองรุมเมืองคัง เกิดในศักราช ๙๔๓ มะเส็งศกทั้งหมด<br>{{ชว}}(โปรดอ่านเปรียบเทียบกับประชุมพงศาวดารภาค ๖๔ ฉบับพันจันทนุมาศ พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ ตั้งแต่หน้า ๑๑๖-๑๒๕)</ref>ลุศักราช ๙๒๔ ปีจอ จัตวาศก สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวให้แต่งพระนคร ให้ขุดคูขื่อหน้าฝ่ายบูรพาแต่ป้อมมหาไชยวังหน้าลงไปบรรจบบางกะจะ กว้างสิบวาลึกสามวา แล้วให้ยกกำแพงออกไปริมน้ำ ขอบนอกพระนครบรรจบป้อมมหาชัย แต่ป้อมมหาไชยลงไปบรรจบป้อมเพชร ในปีนั้นเกิดขบถญาณพิเชียรเป็นจุลาจลในจังหวัด<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 9s00rxlb9loqms93y2avnz371zm9xm3 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/158 250 88963 287843 2026-04-01T13:53:41Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "แขวงหลวง แลญาณพิเชียรนั้นเรียนคุณ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ติด"</ref>โกหก กระทำการอันเป็นพิปริต" 287843 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๖}}</noinclude>แขวงหลวง แลญาณพิเชียรนั้นเรียนคุณ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ติด"</ref>โกหก กระทำการอันเป็นพิปริต<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 85rz9jfo4hiny9l8be4l1s4o41h1ft7 287844 287843 2026-04-01T15:12:51Z Peatlnwza 10757 287844 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๖}}</noinclude>แขวงหลวง แลญาณพิเชียรนั้นเรียนคุณ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ติด"</ref>โกหก กระทำการอันเป็นพิปริต สำแดงแก่ชาวเมืองชนบทประเทศนั้น แลซ่องสุมเอาเป็นพวกได้มาก ญาณพิเชียรก็มาซ่องสุมคนในตำบลบ้านยี่ล้น ขุนศรีมงคล<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ขุนมงคลแขวง"</ref>แขวงส่งข่าวขบถนั้นเข้ามาถวาย จึงสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าหลวง ก็มีพระราชโองการตรัสใช้เจ้าพญาจักรี<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เจ้าพระยาจักรีศรีองรักษ์ สมุหนายก"</ref>ให้ยกพลทหารออกไปจับพญาพิเชียรซึ่งเป็นขบถ เจ้าพญาจักรีแลขุนหมื่นทั้งหลายยกออกไปตั้งทัพในตำบลบ้านมหาดไทย ญาณพิเชียรรู้ดังนั้นก็ยกสมัครพรรคพวกทั้งปวงมารบเจ้าพญาจักรี ส่วนชาวมหาดไทยอันยืนหน้าช้างเจ้าพญาจักรีนั้นก็กลับเป็นพวกญาณพิเชียร ครั้นได้รบพุ่งกันพันไชยธุชปีนท้ายช้างขึ้นฟันเจ้าพญาจักรีตายกับคอช้าง ไพร่พลอันไปด้วยเจ้าพญาจักรีนั้นก็แตกฉานเสียขุนหมื่นตายในที่รบนั้นเป็นหลายคน ครั้นเสียเจ้าพญาจักรีแล้ว ชาวชนบทนั้นก็เข้าพวกญาณพิเชียรแต่ชายฉกรรจ์เป็นคน<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เป็นคนเครื่อง"</ref>ประมาณสามพัน ญาณพิเชียรตั้งพันไชยธุชเป็นพญาจักรี ตั้งหมื่นศรียี่ล้นชื่อพญาเมือง แลญาณพิเชียรคิดจะเอาเมืองลพบุรี ก็ยกไปยังเมืองลพบุรี ฝ่ายพญาศรีราชเดโชซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดำรัสสั่งให้ไปซ่อมกำแพงเมืองลพบุรีนั้น ครั้น<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> c9xat7oj1ytcgid1sv8et8qisfh0v3m คุยกับผู้ใช้:คุณเบคอน 3 88964 287845 2026-04-01T15:19:24Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 287845 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=คุณเบคอน}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 22:19, 1 เมษายน 2569 (+07) drzz2hnk8vx8ywbn7tpd9b00z09xkbe หน้า:พงศาวดาร - ปรมานุชิตฯ - เล่ม ๑ - ๒๔๘๕.pdf/246 250 88965 287846 2026-04-01T15:37:16Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ไนเมืองเชียงไหม่นั้น. แลทัพหลวงตั้งหยู่ไนเมืองเชียงไหม่นั้นเดือนหนึ่ง, จึ่งยกทัพหลวงสเด็ดจากเมืองเชียงไหม่, ไปโดยทางอังวะ. พระเจ้าเชียงไหม่แลลูกพระเจ้าเชียง..." 287846 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|240}}</noinclude>ไนเมืองเชียงไหม่นั้น. แลทัพหลวงตั้งหยู่ไนเมืองเชียงไหม่นั้นเดือนหนึ่ง, จึ่งยกทัพหลวงสเด็ดจากเมืองเชียงไหม่, ไปโดยทางอังวะ. พระเจ้าเชียงไหม่แลลูกพระเจ้าเชียงไหม่ทั้งสามคนไปโดยสเด็ดทัพหลวง. สมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวง, ก็ยกพยุหะโยธาทัพสเด็ดไปโดยทางเมืองห้างหลวง. พระบาทสมเด็ดเอกาทสรถอิสวรบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าหยู่หัว, ก็ยกทัพหลวงสเด็ดไปโดยทางเมืองฝาง, แลสเด็ดถึงเมืองฝางไนวันพรึหัสบดีเดือนห้าแรมสิบเอ็ดค่ำ. ฝ่ายสมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงสเด็ดถึงเมืองห้างหลวง, แลตั้งทัพหลวงหยู่ตำบนทุ่งแก้วแรมทัพไนตำบนนั้น. ส่วนพระยากำแพงเพชร, และพระหัวเมืองขุนหมื่นทั้งหลายผู้เปนทัพหน้า, ก็ยกช้างม้ารี้พลไปถึงแม่น้ำโขง. ไนขนะนั้นสมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงซงพระประชวรหนัก, ก็ตรัดไช้ข้าหลวงไห้ไปกราบทูนพระกรุนาถึงเมืองฝาง. พระบาทสมเด็ดเอกาทสรถอิสวรบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าหยู่หัว ก็สเด็ดจากเมืองฝางมายังสมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงไนเมืองห้างหลวง. แลสเด็ดไปถึงไนวันเสาร์เดือนหกขึ้นหกค่ำปีมะเสงเบญขสก. รุ่งขึ้นวันจันทเดือนหกขึ้นแปดค่ำเพลาชายแล้วสองบาท, สมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงสเด็ดสวรรคต. สมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงพระชันสาปีมะโรงสก. เมื่อได้ราชสมบัตินั้น, สักราช 904 ปีขานจัตวาสก. ไนปีขานนั้นพระชนม์ได้ 35 พรรสา, สเด็ดหยู่ไนราชสมบัติ 15 พรรสา. เมื่อเสด็ดสวรรคตไนเมืองห้างหลวง, พระชนม์ได้ห้าสิบพรรสา. {{สกอ|sp|100}}<noinclude></noinclude> f9m2epchsm2pa0lbrjn7zr78ua67u58 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/329 250 88966 287848 2026-04-01T16:14:57Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ช้างแปดร้อย แลพลม้าพันห้าร้อย พลโยธาหาญแสนหนึ่ง พระบามสมเด็จพระบรมพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เสด็จพยุหบาตราโดยสถลมารคไปโดยทางกำแพงเพชรขึ้นไป..." 287848 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๒๙๗}}</noinclude>ช้างแปดร้อย แลพลม้าพันห้าร้อย พลโยธาหาญแสนหนึ่ง พระบามสมเด็จพระบรมพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เสด็จพยุหบาตราโดยสถลมารคไปโดยทางกำแพงเพชรขึ้นไปยังเชียงใหม่ แลพระเจ้าเชียงใหม่ไปรบพระรามเดโชในเมืองเชียงแสน จึงตั้งทัพหลวงหลวงแทบเมืองเชียงใหม่ อยู่ท่าพระเจ้าเชียงใหม่ แลแต่งข้าหลวงให้ไปหาพระรามเดโชแลเชิญพระเจ้าเชียงใหม่คืนมา ครั้นพระเจ้าเชียงใหม่มาถึงทัพหลวง แลพระเจ้าเชียงใหม่ก็เสด็จเคารพแก่พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ แล้วก็ถวายช้างม้าแลเครื่องบรรณาการเสร็จ ก็ตั้งตำหนักอยู่แทบทัพหลวง ในวันอัฐมีนั้น พระเจ้าเชียงใหม่ก็อัญเชิญพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ เสด็จเข้าไปนมัสการพระพุทธสิหิงค์ในเมืองเชียงใหม่นั้น แลทัพหลวงตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่นั้นเดือนหนึ่ง จึงยกทั้งหลวงเสด็จไปจากเมืองเเชียงใหม่โดยเสด็จทัพหลวงสมเด็จพระพุทธิเจ้าหลวงก็ยกพยุหะโยธาทัพ เสด็จทางเมืองห้างหลวงพระบาทสมเด็จเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ก็ยกทัพหลวงเสด็จไปโดยทางเมืองฝางแลเสด็จถึงเมืองฝางในวันพฤหัสบดี แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ ฝ่ายสมเด็จพระพุทธิเจ้าหลวงเสด็จถึงเมืองห้างหลวงแลตั้งทัพหลวงอยู่ตำบลทุ่งแก้ว แรมทัพในตำบลนั้น<noinclude>{{ข|๓๘{{ชว}}{{ชว}}}}</noinclude> 9jbil0ealrvp4ooyheje1tt1sb0v066 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/159 250 88967 287849 2026-04-02T02:59:46Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "แจ้งข่าวว่าขบถญาณพิเชียรยกมาเมืองลพบุรี ก็ตบแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกันเมืองไว้ ฝ่ายญาณพิเชียรก็ยกไปถึงเมืองลพบุรีขี่ช้างเข้าไปยืนอยู่ตำบลหัวตรี แล้วให้พรร..." 287849 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๗}}</noinclude>แจ้งข่าวว่าขบถญาณพิเชียรยกมาเมืองลพบุรี ก็ตบแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกันเมืองไว้ ฝ่ายญาณพิเชียรก็ยกไปถึงเมืองลพบุรีขี่ช้างเข้าไปยืนอยู่ตำบลหัวตรี แล้วให้พรรคพวกเข้าปล้นในที่นั้น พญาศรีราชเดโชก็มายืนช้างให้รบพุ่งป้องกัน จึงชาวบรเทศชื่ออมรวดีแฝงต้นโพธิยิงปืนนกสับไปต้องญาณพิเชียรซบลงตายกับคอช้าง พวกขบถทั้งปวงแตกฉานพ่ายออกไป แลต่างคนต่างหนีกระจัดพลัดพรายไปทุกตำบล พญาศรีราชเดโชก็เอาอมรวดีซึ่งยิงขบถนั้นเข้ามาถวาย จึงสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวหัว ตรัสให้พระราชทานแก่อมรวดีนั้นมากนัก แล้วตรัสให้ข้าหลวงออกไปจับพวกขบถทั้งปวงได้มาก บรรดาจะลงพระราชอาญาไซร้ ด้วยเหตุพระองค์ทรงทศพิธราชธรรมก็มิได้ลงพระราชอาญา แลให้แต่สักหมายหมู่เข้าประสมหมู่โดยโทษ ครั้นถึงเดือนสามพญาละแวกก็ยกทัพเรือมาพลประมาณเจ็ดหมื่นมาเอาเมืองเพชรบุรี ในขณะนั้นสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ตรัสให้เมืองยศโสธรราชธานี เมืองเทพราชธานีออกไปรั้ง<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "รักษา"</ref> เมืองเพชรบุรี จึงพระศรีสุรินทรฦๅชัยเจ้าเมืองเพชรบุรีแลเมืองยศโสธรราชธานี เมืองเทพราชธานีก็ช่วยกันตกแต่งการที่รบพุ่งป้องกันเมือง ครั้นพญาละแวกยกมาถึงก็ให้ยกพลขึ้นล้อมเมืองเพชรบุรีอยู่สามวัน แล้วให้ยกเข้าปล้นเมืองเพชรบุรี ให้พลทหารเอาบันไดพาดปีนกำแพงเมือง แลชาวเมืองเพชรบุรีรบพุ่งป้องกันเป็นสามารถ<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> je9yisba3u5xlq4nif3w9anozt404jk หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/160 250 88968 287850 2026-04-02T03:38:16Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ข้าศึกชาวเมืองละแวกต้องศัสตราวุธตายเป็นอันมากมาก จะปีนป่ายปล้นมิได้ ก็พ่ายออกไป แต่พญาละแวกยกเข้าปล้นดังนั้นถึง ๓ ครั้งก็{{ตตฉ|มิเมือง|มิได้เมือง}} แล้วดำริว่า..." 287850 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๘}}</noinclude>ข้าศึกชาวเมืองละแวกต้องศัสตราวุธตายเป็นอันมากมาก จะปีนป่ายปล้นมิได้ ก็พ่ายออกไป แต่พญาละแวกยกเข้าปล้นดังนั้นถึง ๓ ครั้งก็{{ตตฉ|มิเมือง|มิได้เมือง}} แล้วดำริว่าปล้นอีกครั้งหนึ่ง<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "แต่พระเจ้าละแวกยกเข้าปล้นดังนั้นถึง ๓ ครั้ง จะปล้นเอาเมืองเพชรบุรีมิได้ แต่พระเจ้าละแวกก็คิดว่าจะปล้นแต่ครั้งหนึ่ง"</ref> ถ้ามิได้ไซร้จะเลิกทัพคืนไป ขณะนั้นเจ้าเมืองเพชรบุรี แลเมืองยศโยธรราชธานี เมืองเทพราชธานีมิได้สมัครสมานด้วยกัน ต่างคนต่างบังคับบัญชาแล้วอยู่ป้องกันแต่แต่หน้าที่ซึ่งจะป้องกันข้าศึก ครั้นถึงวันแปด พญาละแวกยกเข้าปล้นตำบลคลองกระแชงแลประตูบางจาน ชาวเมืองต้านทานเป็นสามารถ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ข้าศึกตามตลอดเข้าเผาหอรบ"</ref> ข้าศึกเผาหอรบทลายลงแล้วปีนกำแพงเข้าได้ในที่นั้นก็เสียเพชรบุรีแลเสียเจ้าเมืองเพชรบุรี เมืองยศโสธรราชธานี เมืองเทพราชธานีตายในที่นั้น พญาละแวกก็กวาดครัวอพยพเลิกทัพคืนไปเมือง ลุศักราช ๙๒๕ ปีกุมเบญจศก เดือน ๑๑<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ลุศักราช ๙๓๔ ปีวอก จัตวาศก" (พ.ศ. ๒๑๑๕) ฉบับหลวงประเสริฐว่า "{{ตตฉ|ศักราช ๙๔๔ ศักราช ๙๔๔|ศักราช ๙๔๔}} มะเมียศก"</ref> สมเด็จพระนเรศวรเป้นเจ้าเสด็จลงมาแต่เมืองพระพิษณุโลก สถิตอยู่ในวังใหม่ ขณะนั้นพญาละแวกแต่งทัพพระทศราชา<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "พระทัศราชา"</ref> พรุสุรินราชาให้ยกช้างม้าแลพลประมาณห้าพันมาลาดถึงหัวเมืองฝ่ายตะวันออก สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าตรัสรู้ข่าวดังนั้น ก็เอาช้างเร็วม้าเร็วแลพลทหาร<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> k1yxgi38o4pnrc5z29aboyevw14f6im หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/131 250 88969 287851 2026-04-02T03:45:20Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ผู้มาตัดโดยมีส่วนแบ่ง และก็ตัวแกเองเป็นเจ้าของด้วย และทำการตัดผมด้วย ในครอบครัวแกก็มีลูกสาวคนหนึ่ง ไม่สวยและไม่ขี้ริ้ว นายฉ่ำรักดังดวงใจ เพราะกำพร้ามารดามา..." 287851 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๙}}</noinclude>ผู้มาตัดโดยมีส่วนแบ่ง และก็ตัวแกเองเป็นเจ้าของด้วย และทำการตัดผมด้วย ในครอบครัวแกก็มีลูกสาวคนหนึ่ง ไม่สวยและไม่ขี้ริ้ว นายฉ่ำรักดังดวงใจ เพราะกำพร้ามารดามาแต่รุ่นๆ แกก็อยู่กับลูกมาสองคนโดยไม่ยอมมีภรรยาอีก เพราะรักลูก แต่บัดดนี้นายฉ่ำได้มีลูกเขยคนหนึ่ง เป็นข้าราชการกลาโหม ตำแหน่งเสมียน เป็นขาประจำตัดผมแล้วก็เลยได้เสียกับลูกสาวแก วันหนึ่งผมนั่งตัดผมโดยนายฉ่ำผู้สูงอายุเป็นผู้ตัดประจำ ผมเห็นตัวอักษรบรรทัดหนึ่ง เขียนด้วยชอล์กขาวทีกระจกตอนล่างว่า "อย่าเมารัก จะลืมแก่" ผมนึกขำในภาษิตของแกจึงถามว่า "ลุงไปได้ภาษิตนี้มาจากไหน" ผมถามไปอย่างสนุก๐ เพราะคำเตือนสตินั้นก็เป็นคำง่ายๆ และมีทั่วๆ ไปในหมู่คนมีอายุ คล้ายๆ จะเตือนแกมล้อกันเล่น ลุงฉ่ำได้ยินผมถาม แกก็หันมองดูตัวอักษรที่บานกระจกแล้วหัวเราะ "ของผมเองเลยละ เขียนเตือนใจตัว เพราะโดนดีมาแล้ว ก็เตือนใจไว้ไม่ให้เผลออีก" แกพูดแล้วหัวเราะหึๆ ผมเองก็ไม่อยากจะรู้เรื่องอะไรของแกนักคงนิ่งเฉย แต่แกยังติดใจในคำพังเพยของแกเองอยู่ แกจึงพูดต่อไปอย่างสบายอารมณ์ หรือเป็นคนช่างพูดช่างคุยตามประสาของช่างตัดผม จะต้องมีเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาเสนอลูกค้าของตน เพื่อความเพลินเพลินในระหว่างให้แกตัดและแต่งผม "ผมจารึกลงหัวใจไว้เทียวคุณเอ๋ย" แกว่าต่อ "อ้ายเรื่องเมารักจนลืมแก่นี่แหละ" แกหยุดตัดหน่อยหนึ่ง หันไปเปลี่ยนกรรไกรใหม่ที่เล็กลงหน่อยแล้วพูดต่อ "ผมก็แก่อย่างนี้ละครับ แต่บังเอิญไปได้ภรรยาใหม่มา อายุอานามก็เท่าลูกสาวผมนี่แหละ ไม่รู้ว่ามันถูกอุ้มสมกันท่าไหน แล้วเราก็มาอยู่ด้วยกันที่ร้านนี่แหละครับ" แกว่า "นั่นแน่ เอ ตอนนั้นผมยังไม่มารู่จัก เลยไม่เห็นหน้าเมียสาวของลุง" ผมขัดจังหวะ "แล้วเดี๋ยวนี้ยังอยู่รึครับลุง" "โอ๊ย! เชิดฉิ่งไปแล้ว" แกพูดแล้วหัวเราดัง "โฮย มีเรื่องใหญ่โต<noinclude></noinclude> 9kxb2oq0z63newv60hx9gw7xhkj9ucj 287858 287851 2026-04-02T07:47:40Z สีทราย 11827 287858 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๒๙}}</noinclude>ผู้มาตัดโดยมีส่วนแบ่ง และก็ตัวแกเองเป็นเจ้าของด้วย และทำการตัดผมด้วย ในครอบครัวแกก็มีลูกสาวคนหนึ่ง ไม่สวยและไม่ขี้ริ้ว นายฉ่ำรักดังดวงใจ เพราะกำพร้ามารดามาแต่รุ่นๆ แกก็อยู่กับลูกมาสองคนโดยไม่ยอมมีภรรยาอีก เพราะรักลูก แต่บัดนี้นายฉ่ำได้มีลูกเขยคนหนึ่ง เป็นข้าราชการกลาโหม ตำแหน่งเสมียน เป็นขาประจำตัดผมแล้วก็เลยได้เสียกับลูกสาวแก วันหนึ่งผมนั่งตัดผมโดยนายฉ่ำผู้สูงอายุเป็นผู้ตัดประจำ ผมเห็นตัวอักษรบรรทัดหนึ่ง เขียนด้วยชอล์กขาวทีกระจกตอนล่างว่า "อย่าเมารัก จะลืมแก่" ผมนึกขำในภาษิตของแกจึงถามว่า "ลุงไปได้ภาษิตนี้มาจากไหน" ผมถามไปอย่างสนุกๆ เพราะคำเตือนสตินั้นก็เป็นคำง่ายๆ และมีทั่วๆ ไปในหมู่คนมีอายุ คล้ายๆ จะเตือนแกมล้อกันเล่น ลุงฉ่ำได้ยินผมถาม แกก็หันมองดูตัวอักษรที่บานกระจกแล้วหัวเราะ "ของผมเองเลยละ เขียนเตือนใจตัว เพราะโดนดีมาแล้ว ก็เตือนใจไว้ไม่ให้เผลออีก" แกพูดแล้วหัวเราะหึๆ ผมเองก็ไม่อยากจะรู้เรื่องอะไรของแกนักคงนิ่งเฉย แต่แกยังติดใจในคำพังเพยของแกเองอยู่ แกจึงพูดต่อไปอย่างสบายอารมณ์ หรือเป็นคนช่างพูดช่างคุยตามประสาของช่างตัดผม จะต้องมีเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาเสนอลูกค้าของตน เพื่อความเพลิดเพลินในระหว่างให้แกตัดและแต่งผม "ผมจารึกลงหัวใจไว้เทียวคุณเอ๋ย" แกว่าต่อ "อ้ายเรื่องเมารักจนลืมแก่นี่แหละ" แกหยุดตัดหน่อยหนึ่ง หันไปเปลี่ยนกรรไกรใหม่ที่เล็กลงหน่อยแล้วพูดต่อ "ผมก็แก่อย่างนี้ละครับ แต่บังเอิญไปได้ภรรยาใหม่มา อายุอานามก็เท่าลูกสาวผมนี่แหละ ไม่รู้ว่ามันถูกอุ้มสมกันท่าไหน แล้วเราก็มาอยู่ด้วยกันที่ร้านนี่แหละครับ" แกว่า "นั่นแน่ เอ ตอนนั้นผมยังไม่มารู่จัก เลยไม่เห็นหน้าเมียสาวของลุง" ผมขัดจังหวะ "แล้วเดี๋ยวนี้ยังอยู่รึครับลุง" "โอ๊ย! เชิดฉิ่งไปแล้ว" แกพูดแล้วหัวเราะดัง "โฮย มีเรื่องใหญ่โต<noinclude></noinclude> s077hnj3p1hwlxwmptlzsbwk3gvsppi หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/161 250 88970 287852 2026-04-02T04:02:36Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ล้อมวังสามพันเสด็จออกไป ตรัสให้เมืองเพชรบุรีแลขุนหมื่นชาวป่าเอาพลทหารห้าร้อยไปเป็นทัพหน้า แลให้รุดออกไปควบด้วยทัพเมืองศรีถมอรัตน์<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ให..." 287852 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๙}}</noinclude>ล้อมวังสามพันเสด็จออกไป ตรัสให้เมืองเพชรบุรีแลขุนหมื่นชาวป่าเอาพลทหารห้าร้อยไปเป็นทัพหน้า แลให้รุดออกไปควบด้วยทัพเมืองศรีถมอรัตน์<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ให้ป้องกันครัวอพยพอยู่ในด่าน"</ref> เอาพลเข้าซุ่มอยู่สองข้างที่ข้าศึกจะมานั้น พลหัวหน้าศึกจะมานั้น พลหัวหน้าศึกก็ยกประมาณพันหนึ่งถึงที่เมืองไชยบุรี เมืองศรีถมอรัตน<ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาและฉบับพันจันทนุมาศว่า "ถึงเมืองชัยบุรี เมืองศรีถมอรัตน์ ซุ่มอยู่นั้น ครั้นข้าศึกเกือบเข้ามา เมืองศรีถมอรัตน์ เมืองชัยบุรี ก็ยกพลออกยอข้าศึก ๆ ก็แตกฉานพ่ายหนีไป จึงเมืองชัยบุรี เมืองศรีถมอรัตน์ ตามตี"</ref> ตามตีข้าศึกไปจนศึกทัพใหญ่ แลได้ฟันแทงข้าศึกตายเป็นอันมาก พระทศราชาพระสุรินทราชาก็เลิกทัพคืนไปเมืองละแวก สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จถึงเมืองไชยบาดาล แจ้งว่าข้าศึกพ่ายไปแล้วก็เสด็จคืนมายังพระนคร <ref>ความตั้งแต่นี้จนจบย่อหน้า ในฉบับพันจันทนุมาศไม่มี</ref>เฝ้าสมเด็จพระราชบิดาทูลแจ้งเหตุซึ่งเขมรพ่ายไปนั้นเสร็จสิ้นทุกประการ แล้วก็ถวายบังคมลาคืนขึ้นไปเมืองพิษณุโลก ลุศักราช ๙๒๖ ปีชวดฉอศก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช ๙๒๙ ปีเถาะ นพศก (พ.ศ. ๒๑๑๐)" ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๔๓ มะเส็งศก"</ref> สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีทรงพระประชวร ถึง ณ วันเสาร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนยี่ เสด็จสวรรคตพระชนม์ได้ ๖๕ พระวษา แต่เสด็จอยู่ในราชสมบัติสามสิบห้าพระพรรษา มังเอิงผู้เป็น<ref>ฉบับพันจันทนุมาศและฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "มังเอิงราชบุตรผู้เป็นพระมหาอุปราชา"</ref>ราชบุตรผู้เป็นพระมหาอุปราชา ได้ผ่านสมบัติกรุง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๑๗}}</noinclude> q0j8usc572v3wx3963h0cdr0cqk12y9 287853 287852 2026-04-02T04:03:00Z Peatlnwza 10757 287853 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๒๙}}</noinclude>ล้อมวังสามพันเสด็จออกไป ตรัสให้เมืองเพชรบุรีแลขุนหมื่นชาวป่าเอาพลทหารห้าร้อยไปเป็นทัพหน้า แลให้รุดออกไปควบด้วยทัพเมืองศรีถมอรัตน์<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ให้ป้องกันครัวอพยพอยู่ในด่าน"</ref> เอาพลเข้าซุ่มอยู่สองข้างที่ข้าศึกจะมานั้น พลหัวหน้าศึกจะมานั้น พลหัวหน้าศึกก็ยกประมาณพันหนึ่งถึงที่เมืองไชยบุรี เมืองศรีถมอรัตน<ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาและฉบับพันจันทนุมาศว่า "ถึงเมืองชัยบุรี เมืองศรีถมอรัตน์ ซุ่มอยู่นั้น ครั้นข้าศึกเกือบเข้ามา เมืองศรีถมอรัตน์ เมืองชัยบุรี ก็ยกพลออกยอข้าศึก ๆ ก็แตกฉานพ่ายหนีไป จึงเมืองชัยบุรี เมืองศรีถมอรัตน์ ตามตี"</ref> ตามตีข้าศึกไปจนศึกทัพใหญ่ แลได้ฟันแทงข้าศึกตายเป็นอันมาก พระทศราชาพระสุรินทราชาก็เลิกทัพคืนไปเมืองละแวก สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จถึงเมืองไชยบาดาล แจ้งว่าข้าศึกพ่ายไปแล้วก็เสด็จคืนมายังพระนคร <ref>ความตั้งแต่นี้จนจบย่อหน้า ในฉบับพันจันทนุมาศไม่มี</ref>เฝ้าสมเด็จพระราชบิดาทูลแจ้งเหตุซึ่งเขมรพ่ายไปนั้นเสร็จสิ้นทุกประการ แล้วก็ถวายบังคมลาคืนขึ้นไปเมืองพิษณุโลก ลุศักราช ๙๒๖ ปีชวดฉอศก<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศักราช ๙๒๙ ปีเถาะ นพศก (พ.ศ. ๒๑๑๐)" ฉบับหลวงประเสริฐว่า "ศักราช ๙๔๓ มะเส็งศก"</ref> สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีทรงพระประชวร ถึง ณ วันเสาร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนยี่ เสด็จสวรรคตพระชนม์ได้ ๖๕ พระวษา แต่เสด็จอยู่ในราชสมบัติสามสิบห้าพระพรรษา มังเอิงผู้เป็น<ref>ฉบับพันจันทนุมาศและฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "มังเอิงราชบุตรผู้เป็นพระมหาอุปราชา"</ref>ราชบุตรผู้เป็นพระมหาอุปราชา ได้ผ่านสมบัติกรุง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}} {{ข|๑๗{{ชว}}{{ชว}}}}</noinclude> 5hgqo5xm773gwfhxba7kgohifrckl52 หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/162 250 88971 287854 2026-04-02T04:52:10Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "หงสาวดี ตรัสให้มังสามเกลียดราชบุตรเป็นพระมหาอุปราชา สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีเสวยราชย์ใหม่บ้านเมืองยังมิปกติ ฝ่ายเมืองรุมเมืองคังก็แข็งเมือง ข่าวนั้นแจ้งลง<ref>ฉบ..." 287854 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๓๐}}</noinclude>หงสาวดี ตรัสให้มังสามเกลียดราชบุตรเป็นพระมหาอุปราชา สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีเสวยราชย์ใหม่บ้านเมืองยังมิปกติ ฝ่ายเมืองรุมเมืองคังก็แข็งเมือง ข่าวนั้นแจ้งลง<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "จึงแจ้งข่าวลงมาถึงสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า"</ref>มาถึงสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ๆ ก็เสด็จลงมา ณ กรุง กราบทูลสมเด็จพระราชบิดาตามข้อความซึ่งแจ้งมานั้นทุกประการ จะขอถวายบังคมลาขึ้นไปช่วยการสงครามเมืองหงสาวดี จะได้ฟังอึงกิดาการ<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "จะได้ฟังซึ่งกิจการ"</ref>ในเมืองหงสาวดีด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็บัญชาตาม สมเด้จพระนเรศวรเป้นเจ้าก็ถวายบังคมลา กลับขึ้นมาเมืองพระพิษณุโลก ให้ตรวจเตรียมรี้พลช้างม้าโดยกระบวนพยุหบาตราทัพ พลฉกรรจ์ลำเครื่องแสนหนึ่ง ช้างเครื่องแปดร้อยม้าพันห้าร้อย ครั้นได้ศุภฤกษ์ก็เสด็จทรงช้างพระที่นั่งยกทัพหลวงขึ้นไปถึงตำบลพระตำหนักไม่ไผ่ใกล้<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "ไกล"</ref>เมืองหงสาวดีสามเวนก็พักพลอยู่ที่นั้นจึงบอกหนังสือเข้าไป พระเจ้าหงสาวดีแจ้งก็ดีพระทัยจึงให้แต่งเสบียงอาหารแลเครื่องเสวยลงมาถวาย แล้วก็นำเสด็จขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าหงสาวดี ๆ จึงตรัสว่า ซึ่ง<ref>ความตั้งแต่ตอนนี้จนถึง "ให้ฟังทุกประการ" ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ซึ่งสมเด้จพระนเรศวรได้ยกรี้พลขึ้นมาเถิงเราครั้งนี้ เราก็มีความยินดีหาที่สุดมิได้ ด้วยเมืองหงสาวดีครั้งนี้ ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวงเห็นพระราชบิดาหาบุญไม่แล้ว ก็ไม่เป็นปกติเหมือนแต่ก่อน เราจึงแต่งกองทัพจะให้พระอุปราชากับสังขทัต และพระเจ้าเชียงใหม่ออกไปตีเอาเมืองรุม เมืองคัง และเมืองล้านช้างให้จงได้ สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าได้ทรงฟังทุกประการ"</ref>พระเจ้าหลานเรายกขึ้นมาครั้งนี้เรามี<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 3klg93fewdmt78a5642rxk0wqbdhv1g หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/163 250 88972 287855 2026-04-02T05:16:57Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ความยินดีนัก แล้วจึงแจ้งการซึ่งดมืองรุมเมืองคังแข็งเมืองนั้นให้ฟังทุกประการ สมเด้จพระนเรสวรเป้นเจ้าทูลว่า ข่าวแจ้งลงไปข้าพระองค์จึงยกขึ้นมาช่วยการพระราชส..." 287855 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๓๑}}</noinclude>ความยินดีนัก แล้วจึงแจ้งการซึ่งดมืองรุมเมืองคังแข็งเมืองนั้นให้ฟังทุกประการ สมเด้จพระนเรสวรเป้นเจ้าทูลว่า ข่าวแจ้งลงไปข้าพระองค์จึงยกขึ้นมาช่วยการพระราชสงครามพระเจ้าหงสาวดีตรัสให้สมเด็จพระนเรสวรกับพระมหาอุปราชาแลพระสังขทัตยกไปเอาเมืองคังให้จงได้<ref>ฉบับพันจันทนุมาศกล่าวความตอนนี้ต่างออกไปเป็นไจความว่า "พระเจ้าหงสาวให้พระนเรศวร พระมหาอุปราชา พระเจ้าเชียงใหม่ และพระสังขทัตรวม ๔ คน ยกไปตีเมืองรุม เมืองคังและเมืองล้านช้าง และเมื่อยกไปแล้วพระนเรศวรเสด็จไปเมืองล้านช้าง ถึงเมืองอัตปือแดนเมืองจาม ปล่อยให้พระมหาอุปราชา พระเจ้าเชียงใหม่ และพระสังขทัตตีเมืองรุมเมืองคังก่อน ก็ตีไม่ได้ครั้นสมเด็จพระนเรสวรเสด็จกลับจากเมืองล้านช้างแล้วพระองค์ก็คิดการตีเมืองรุมเมืองคังได้"</ref>ทั้งสามพระองค์ก็ถวายบังคมลายกทัพไปเมืองรุมเมืองคัง ให้ตั้งค่ายแล้วปลูกราชสัณฐาคารไว้ท่ามกลาง เสด็จปรึกษาราชการพร้อมกันทั้งสามพระองค์ พระมหาอุปราชาจึงตรัสว่า จะผลัดกันเข้ารบกันคนละวันครั้นปรึกษาพร้อมกันแล้ว พระมหาอุปราชายกขึ้นไปรบ ณ วันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ เพลาสี่ทุ่มเดือนตก ฝ่ายข้าศึกก็คัดก้อนศิลาลงมาทับรี้พลล้มตายเป็นอันมาก ขึ้นมิได้ พอจวนรุ่งก็ถอยลงมา ครั้น ณ วันอังคาร ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ทัพพระสังขทัตยกขึ้นไปรบ ข้าศึกก็คัดก้อนศิลาลงมาทัพรี้พลล้มตายเป็นอันมากจะหักเอามิได้ถอยลงมาครั้น ณ วันพุธ {{ตตฉ|แรม}} ๗ ค่ำ เดือน ๕ เพลาตีสิบทุ่ม สมเด็จพระพระนเรศวรก็ยกทหารปืนครบมือขึ้นไป ให้พลปืนปีนเขาแซงขึ้นสองข้าง แลทางกลางนั้นให้พลอยู่แต่เชิงเขาให้ห่างแลโห่ร้องกระทำอาการดุจปีนขึ้นทาง<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 1uhkx1i9gsqojmt9xjyna6wflr5ei6q หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/164 250 88973 287856 2026-04-02T06:10:57Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "นั้น ชาวเมืองสำคัญว่าข้าศึกขึ้นมาทางนั้น ก็กลิ้งก้อนศิลาลงมาก็มิได้ถูกผู้ใด ฝ่ายพลซึ่งแซงขึ้นไปก็ยิงปืนระดมไปต้องข้าศึกล้มตายเจ็บป่วยมากแตกระส่ำระสาย เพล..." 287856 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๓๒}}</noinclude>นั้น ชาวเมืองสำคัญว่าข้าศึกขึ้นมาทางนั้น ก็กลิ้งก้อนศิลาลงมาก็มิได้ถูกผู้ใด ฝ่ายพลซึ่งแซงขึ้นไปก็ยิงปืนระดมไปต้องข้าศึกล้มตายเจ็บป่วยมากแตกระส่ำระสาย เพลาเช้าสามโมงก็ได้เมือง จับได้ตัวเจ้าเมืองรุมเมืองคังลงมายังค่าย ทั้งสามพระองค์ก็เลิกทัพคุมเอาตัวเจ้าเมืองรุมเมืองคังมายังเมืองหงสาวดี แล้วทูลตามซึ่งได้ชัยชำนะ สมเด็จพระเจ้าหงสาวดียินดีตรัสชมฝีมือแลความคิดสมเด็จพระนเรศวร แล้วพระราชทานพานทองคำใส่พระภูษาองค์หนึ่งทองหนักห้าชั่งจำหลักเป็นผู้เทวดา พระมหาอุปราชาน้อยพระทัยแก่พระนเรศวรนั้น ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าก็ทูลลาพระเจ้าหงสาวดี ๆ ก็ตรัสให้มังทุ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "มังทู"</ref>มังอนัน มังอชารจอถ่าง<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "มังอสาระจะอุกาง"</ref> สมิงพัตเบิด ลงไปอยู่หัวเมืองรายทางให้จ่ายเสบียงเลี้ยงดูไพร่พลไปกว่าจะถึงแดนพระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จกลับมาถึงเมืองพิษณุโลก<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "เสด็จยกพยุหยาตราไปถึงพระพนมตรัด ให้ปิดทองพระมหาธาตุนั้นแล้ว ก็ถวายพระภูษาเป็นฉัตรธงบูชาพระมหาธาตุแล้วจึงยกทัพหลวงคืนมายังเมืองพระพิษณุโลก"</ref> แล้วก็เปลื้องเครื่องทรงออกบูชาถวายพระชินราช พระชินสีห์เจ้าให้กระทำศัทพ์สมโภชการมหรสพ ๓ วัน แล้วเสด็จลงมาเฝ้าสมเด็จพระราชบิดา ณ กรุงเทพมหานคร จึงเอาการซึ่งได้รบพุ่งมีชัยชำนะข้าศึกนั้นกราบทูลให้ทราบ สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวมีพระทัยยินดีนักให้แต่งการสมโภชสมเด็จพระอัครโอรสาธิราชเจ้า เจ็ดวันแล้วพระราช<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> 8kesui1zrja1gwk805k3d1b7pnt39xn หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/165 250 88974 287857 2026-04-02T06:59:34Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ทานปูนบำเหน็จแก่เหล่าทหารทั้งปวงโดยสมควร ครั้นเสร็จการสมโภชแล้ว สมเด็จพระนเรศวรก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปสถิตอยู่ยังเมืองพระพิษณุโลก <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว..." 287857 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๓๓}}</noinclude>ทานปูนบำเหน็จแก่เหล่าทหารทั้งปวงโดยสมควร ครั้นเสร็จการสมโภชแล้ว สมเด็จพระนเรศวรก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปสถิตอยู่ยังเมืองพระพิษณุโลก <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ลุศักราช ๙๓๕ ปีระกา เบญจศก เดือน ๕"</ref>ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีนั้นมิได้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมดำริว่า พระนเรศวรประกอบไปด้วย<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> kwxm68ha4w6dwab7i2fzomogwevghyp 287860 287857 2026-04-02T08:30:43Z Peatlnwza 10757 287860 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๓๓}}</noinclude>ทานปูนบำเหน็จแก่เหล่าทหารทั้งปวงโดยสมควร ครั้นเสร็จการสมโภชแล้ว สมเด็จพระนเรศวรก็กราบถวายบังคมลากลับขึ้นไปสถิตอยู่ยังเมืองพระพิษณุโลก <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ลุศักราช ๙๓๕ ปีระกา เบญจศก เดือน ๕"</ref>ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีนั้นมิได้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมดำริว่า พระนเรศวรประกอบไปด้วยปัญญาหลักแหลม ลึกซึ้งทั้งการสงครามก็องอาจกล้าหาญ นานไปเห็นจะเป็นเสี้ยนศัตรูต่อเมืองหงสาวดีเป็นมั่นคง<ref>ต่อจากนี้ ในฉบับพันจันทนุมาศว่า "จำจะคิดอุบายให้ไปเอาตัวพระนเรศวรขึ้นมา จะกระทำพระนเรศวรเสียให้จงได้ สำเร็จแล้วเมืองหงสาวดีจะกว้าง เผื่อแผ่ขอบขันธเสมาออกไป อนึ่งทั้งพระเจ้าอาผู้เป็นเจ้าอังวะก็คิดแข็งเมืองอังวะด้วยเล่า พระเจ้าหงสาวดีปรึกษาว่า จะให้ยกกองทัพลงมาเทครอบครัวอพยพหัวเมืองฝ่ายเหนือ"</ref> จำจะคิดเทครัวอพยพหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงมาไว้เป็นกำลังในเมืองหงสาวดี การศึกพระนเรศวรก็จะถอยกำลังลง ครั้นดำริแล้วจึงตรัสให้นันทสูกับราชสังครำ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ราชสงคราม"</ref> ถือพลหมื่นหนึ่งไปตั้งยุ้งฉางอยู่ ณ เมืองกำแพงเพชรตามรับสั่ง ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีคิดเป็น<ref>{{ชว}}″{{ชว}}″{{ชว}} "พระเจ้าหงสาวดีก็ยกช้างม้ารี้พลเสด็จไปเมืองอังวะ ไว้พระมหาอุปราชาและอภัยคามณีรัตน ณ เมืองหงสาวดี พระเจ้าหงสาวดีเป็นอุบายทั้งนี้ ก็เพราะพระมหาอุปราชากราบทูลยุยงกระทำร้ายแก่พระนเรศวรเป็นเจ้า จึงพระมหาอุปราชาให้มีศุภอักษร"</ref>อุบายให้มีศุภอักษรบอกไปถึงพระนเรศวรว่า บัดนี้กรุงรัตนะบุรอังวะ<ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "กรุงรัตนบุรีรมย์อังวะ"</ref>เป็นกบฏแข็งเมืองต่อพระนครหงสาวดี ให้เชิญพระนเรศวรยกมาช่วยการสงครามตีกรุงรัตนะบุร<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> j7zwnzez6zv9xtaot88g65bw3eilqm5 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/132 250 88975 287859 2026-04-02T07:57:24Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เชียวคนเรา ผมละมันซวยนัก พับผ่าซี เพราะอีนางมารนี่เข้ามาร่วมหมอนน่ะซี ลูกเต้าผมแย่ คุณเอ๋ย เกิดมาเป็นลูก ผมรักดังดวงใจ มันกำพร้าแม่ ผมไม่เคยตึจนแปะเดียว แต่เ..." 287859 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๓๐}}</noinclude>เชียวคนเรา ผมละมันซวยนัก พับผ่าซี เพราะอีนางมารนี่เข้ามาร่วมหมอนน่ะซี ลูกเต้าผมแย่ คุณเอ๋ย เกิดมาเป็นลูก ผมรักดังดวงใจ มันกำพร้าแม่ ผมไม่เคยตึจนแปะเดียว แต่เอ มาเกิดตึลูกเข้าได้ ใจหายจนเดี๋ยวนี้เชียวคุณ" แกหยุดพูด แล้วเปลี่ยนหวีเปลี่ยนกรรไกรอะไรของแกวุ่นอยู่ กว่าจะตัดเสร็จเปลี่ยนเรื่อย แกตัดช้า แต่ว่าประณีตเรียบร้อยดี "มันทะเลาะกับลูกสาวผมเรื่อย ชั้นแรกผมก็ห้ามท้้งสองฝ่าย หนแล้วก็หนเล่า ขอก็แล้ว ดุก็แล้ว ไม่หายทะเลาะกันสักที นังเมียผมก็ฟ้องผมท่านั้นท่านี้ ลูกสาวผมก็ฟ้องผมว่าเมียผมทำไม่ดียังงั้นยังงี้ ผมกลุ้มแทบคลั่ง อีวันหนึ่งผมกำลังมีเรื่องกลุ้มเกี่ยวกบมีหนี้สินอะไรอยู่บ้าง<noinclude></noinclude> 9h5lz1o3gupm8yt4ngcjpzq0wovrwqj 287861 287859 2026-04-02T09:53:18Z สีทราย 11827 287861 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๓๐}}</noinclude>เชียวคนเรา ผมละมันซวยนัก พับผ่าซี เพราะอีนางมารนี่เข้ามาร่วมหมอนน่ะซี ลูกเต้าผมแย่ คุณเอ๋ย เกิดมาเป็นลูก ผมรักดังดวงใจ มันกำพร้าแม่ ผมไม่เคยตึจนแปะเดียว แต่เอ มาเกิดตึลูกเข้าได้ ใจหายจนเดี๋ยวนี้เชียวคุณ" แกหยุดพูด แล้วเปลี่ยนหวีเปลี่ยนกรรไกรอะไรของแกวุ่นอยู่ กว่าจะตัดเสร็จเปลี่ยนเรื่อย แกตัดช้า แต่ว่าประณีตเรียบร้อยดี "มันทะเลาะกับลูกสาวผมเรื่อย ชั้นแรกผมก็ห้ามท้้งสองฝ่าย หนแล้วก็หนเล่า ขอก็แล้ว ดุก็แล้ว ไม่หายทะเลาะกันสักที นังเมียผมก็ฟ้องผมท่านั้นท่านี้ ลูกสาวผมก็ฟ้องผมว่าเมียผมทำไม่ดียังงั้นยังงี้ ผมกลุ้มแทบคลั่ง อีวันหนึ่งผมกำลังมีเรื่องกลุ้มเกี่ยวกับมีหนี้สินอะไรอยู่บ้าง เอาอีกแล้ว เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากข้างบน แล้วลูกสาวผมก็ลงมาฟ้องผมข้างล่าง ผมกำลังเดือดดาลอยู่ทางหนึ่ง ยังไงผลุนผลันตบหน้าลูกเข้าหลายฉาด ลูกผมหลบเข้าหลังห้อง ไม่พูดและไม่เถียงจนคำเดียว ผมได้สติยืนงงเป็นครู่ ในขณะนั้นมีลูกค้าผมคนหนึ่ง ชื่อนายจริน เขามีกิริยาฮึดฮัด ไม่พอใจการกระทำของผม นัยนต์ตาเขาขุ่น หน้าเหี้ยมเกรียม ในขณะนั้นผมกำลังดีเดือดอยู่ ออกปากขอโทษเขาที่ผมทำกิริยาไม่ดีต่อหน้าลูกค้า "ลุงเชื่อเมียใหม่ ตีลูกตัวเอง" นายจรินพูดกระโชกใส่หน้าผม ผมกำลังคลั่ง รู้สึกสะอึกใจ "เอ๊ะ! ผมขอโทษคุณแล้ว แต่จะเชื่อเมียหรือตีลูกมันเรื่องของผม" ผมพูดอย่างเดือดนิดหน่อย เขาทำตาถลนและหัวเราะใส่หน้าผมอย่างกระชากๆ และพูดว่า "ดีแล้ว เรื่องของลุง น้ำตาจะเช็ดหัวเข่าจะบอกให้" เขาพูดแล้วลงส้นปังๆ ออกจากร้านผมไป ผมสะบัดหน้าอย่างโกรธ นึกในใจ...จะไปก็ไปสิ ขาดลูกค้าไปคนจะเป็นไร เรื่องในบ้านเรา ใครเข้ามาเกี่ยวทำไมกัน เด็กเมื่อวานซืน ผมหงุดหงิดใจ เลยตัดผมไม่ได้ ปล่อยให้คนตัดแบ่งเขาทำคนเดียว ผมผลุนผลันไปกินเหล้าดับอารมณ์ กินเสียแประกลับมา ผมไม่พูดกับใครทั้งนั้น ทั้งลูกทั้งเมีย ไม่อยากพูด พอจวนค่ำผมออกจากบ้านไปกินข้าที่ร้านเจ๊ก จะกินทำไมที่บ้าน มันไม่สามัคคีกันจะกินมันทำไม กินร้านเจ๊กรู้แล้วรู้รอด "แล้วทางร้านนี่ เขาไม่ทักท้วงรึลุง" ผมถาม<noinclude></noinclude> oc20wnek82tza9mqw1c1830rrhp59uj 287862 287861 2026-04-02T09:57:07Z สีทราย 11827 287862 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๓๐}}</noinclude>เชียวคนเรา ผมละมันซวยนัก พับผ่าซี เพราะอีนางมารนี่เข้ามาร่วมหมอนน่ะซี ลูกเต้าผมแย่ คุณเอ๋ย เกิดมาเป็นลูก ผมรักดังดวงใจ มันกำพร้าแม่ ผมไม่เคยตึจนแปะเดียว แต่เอ มาเกิดตึลูกเข้าได้ ใจหายจนเดี๋ยวนี้เชียวคุณ" แกหยุดพูด แล้วเปลี่ยนหวีเปลี่ยนกรรไกรอะไรของแกวุ่นอยู่ กว่าจะตัดเสร็จเปลี่ยนเรื่อย แกตัดช้า แต่ว่าประณีตเรียบร้อยดี "มันทะเลาะกับลูกสาวผมเรื่อย ชั้นแรกผมก็ห้ามท้้งสองฝ่าย หนแล้วก็หนเล่า ขอก็แล้ว ดุก็แล้ว ไม่หายทะเลาะกันสักที นังเมียผมก็ฟ้องผมท่านั้นท่านี้ ลูกสาวผมก็ฟ้องผมว่าเมียผมทำไม่ดียังงั้นยังงี้ ผมกลุ้มแทบคลั่ง อีวันหนึ่งผมกำลังมีเรื่องกลุ้มเกี่ยวกับมีหนี้สินอะไรอยู่บ้าง เอาอีกแล้ว เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากข้างบน แล้วลูกสาวผมก็ลงมาฟ้องผมข้างล่าง ผมกำลังเดือดดาลอยู่ทางหนึ่ง ยังไงผลุนผลันตบหน้าลูกเข้าหลายฉาด ลูกผมหลบเข้าหลังห้อง ไม่พูดและไม่เถียงจนคำเดียว ผมได้สติยืนงงเป็นครู่ ในขณะนั้นมีลูกค้าผมคนหนึ่ง ชื่อนายจริน เขามีกิริยาฮึดฮัด ไม่พอใจการกระทำของผม นัยน์ตาเขาขุ่น หน้าเหี้ยมเกรียม ในขณะนั้นผมกำลังดีเดือดอยู่ ออกปากขอโทษเขาที่ผมทำกิริยาไม่ดีต่อหน้าลูกค้า "ลุงเชื่อเมียใหม่ ตีลูกตัวเอง" นายจรินพูดกระโชกใส่หน้าผม ผมกำลังคลั่ง รู้สึกสะอึกใจ "เอ๊ะ! ผมขอโทษคุณแล้ว แต่จะเชื่อเมียหรือตีลูกมันเรื่องของผม" ผมพูดอย่างเดือดนิดหน่อย เขาทำตาถลนและหัวเราะใส่หน้าผมอย่างกระชากๆ และพูดว่า "ดีแล้ว เรื่องของลุง น้ำตาจะเช็ดหัวเข่าจะบอกให้" เขาพูดแล้วลงส้นปังๆ ออกจากร้านผมไป ผมสะบัดหน้าอย่างโกรธ นึกในใจ...จะไปก็ไปสิ ขาดลูกค้าไปคนจะเป็นไร เรื่องในบ้านเรา ใครเข้ามาเกี่ยวทำไมกัน เด็กเมื่อวานซืน ผมหงุดหงิดใจ เลยตัดผมไม่ได้ ปล่อยให้คนตัดแบ่งเขาทำคนเดียว ผมผลุนผลันไปกินเหล้าดับอารมณ์ กินเสียแประกลับมา ผมไม่พูดกับใครทั้งนั้น ทั้งลูกทั้งเมีย ไม่อยากพูด พอจวนค่ำผมออกจากบ้านไปกินข้าที่ร้านเจ๊ก จะกินทำไมที่บ้าน มันไม่สามัคคีกันจะกินมันทำไม กินร้านเจ๊กรู้แล้วรู้รอด "แล้วทางร้านนี่ เขาไม่ทักท้วงรึลุง" ผมถาม<noinclude></noinclude> f7s5ipw1qza5wct6u0xx5hdshbkkefw หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/133 250 88976 287863 2026-04-02T10:09:13Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "เปล่า! ผมไม่ฟังใคร ผมไม่กินข้าวบ้านเสียสามวัน กลับมาเพียงทำงานและนอนเท่านั้น ข้าวปลาอาหารไม่ยุ่งด้วย การพูดกันนั้น นังเมียผมมันง้อ หนักๆ เข้าเลยพูดกันบ้าง..." 287863 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๓๑}}</noinclude> "เปล่า! ผมไม่ฟังใคร ผมไม่กินข้าวบ้านเสียสามวัน กลับมาเพียงทำงานและนอนเท่านั้น ข้าวปลาอาหารไม่ยุ่งด้วย การพูดกันนั้น นังเมียผมมันง้อ หนักๆ เข้าเลยพูดกันบ้าง แต่ลูกไม่ได้พูดกันเลย เขาหลบหน้าผมเรื่อยๆ ผมตบแรงไป หน้าบวมไปนิดหน่อย เพื่อนๆ รุ่นเดียวกับเขามาช่วยกันประคบให้ ผมชักใจหายและสงสารจริง แต่คนแก่น่ะคุณ จะขอโทษเด็กก็กระไรอยู่ ผมถือเหลี่ยมอยู่บ้าง สงสารก็สงสาร เห็นหน้าเขาบวมแล้วผมถอนใจ แต่มานะของคนแก่วางท่าอยู่ก่อน การจะขอโทษลูกเมื่อเราทำผิดไปจะเป็นไรไป เพราะลูกเราแท้ๆ รักดังดวงใจ แต่ยังไงไม่รู้วางท่าจนเกิดเรื่อง เกิดอะไรรู้ไหมคุณ?" แกถามผม ซึ่งผมก็นั่งฟังแกเล่าเรื่อง ไม่รู้จะตอบแกได้อย่างไรว่าแกเกิดเรื่องอะไรอีก "ลูกสาวผมหนีไป" แกพูดอย่างเน้นเสียง "อ้าว! วุ่นละ" ผมโพล่งออกไป "วุ่นสิ" แกว่า "ผมตามแทบพลิกแผ่นดินก้ไม่พบ ญาติพี่น้องที่ไหนก็ไม่มี เขาไปไหนกันหนอ ผมกลุ้มจนนอนไม่หลับ หวนคิดไปว่าที่นายจรินพูดใส่หน้าผมว่า น้ำตาจะเช็ดหัวเข่า เอ๊ะ! หรือหมอนี่จะทำพิษละซี แต่เอ...มันจะพบกันได้ที่ไหน นายนั่นไม่ได้โผล่มาอีกเลย มันจะพากันหนีไปได้รึ ผมลงความเห็นลงไปไม่ได้ ความกลุ้มของผมก็หันเข้าเล่นงานนังเมีย เพราะมันทำให้ลูกผมหายไป" แกหยุดพูด ยกแก้วน้ำดื่ม "พอรุ่งเช้าอีกวัน ยุ่งเลย เมียผมหนีไปอีกคน เอาเงินไปหมด ผ้าผ่อนขนเตียน ปิดประตูทิ้งไว้เฉยๆ ผมตื่นเข้ารู้เรื่องตกใจนิดหน่อย งงเหมือนถูกต่อย ผมโกรธครับ โกรธเมีย แต่ไม่ได้เสียดายนะครับ ขอให้เข้าใจ ความห่วงลูกรักลูกเป็นกำลังมากกว่า ไม่รู้ไปไหน ห่วงที่สุด และชีวิตผมนี่จะขาดลูกไม่ได้แน่" "ลุงไม่ตามเมียหรือครับ?" ผมถาม "โฮะ ! ตามทำไม มาได้ก็ไปได้ ผมออกสืบออกตามลูกอยู่เกือบสิบวัน อ่อนใจไม่รู้เรื่อง เงินทองไม่มี ผมยืมเพื่อนเขา ต่างเห็นใจก็ให้มา เงินที่ผมเก็บไว้ก็มี แต่ลูกรู้ที่เก็บ เลยเอาไปเสียด้วย ผมเลยเหลือแต่ตัว มีคนทักผมว่าหน้าดำ โฮ่ ทำไมไม่ดำ คิดถึงลูกน้ำตาตกครับ พอวันหนึ่งมีคนกระซิบพูดกับผมว่า ขอพูดอะไรส่วนตัวสักหน่อย คนที่ว่านี่<noinclude></noinclude> s5the6tyz71cbt01p5dye4ifqbdlooa