วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.46.0-wmf.24
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการฯ ซึ่งฯ ต่อต้านฯ ญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙
0
48899
289297
152096
2026-04-20T01:32:15Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจฯ]]
289297
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจฯ]]
h8v4qflaou5dxrywetwmb2bwa6842ha
พูดคุย:พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการฯ ซึ่งฯ ต่อต้านฯ ญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙
1
48900
289298
152098
2026-04-20T01:32:25Z
EmausBot
6006
แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[พูดคุย:พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจฯ]]
289298
wikitext
text/x-wiki
#เปลี่ยนทาง [[พูดคุย:พระราชบัญญัติคืนฐานะเดิมแก่ข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจฯ]]
rw0nwlehl1r9429smvdgwskvylhyil0
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/152
250
89219
289299
288752
2026-04-20T07:22:59Z
สีทราย
11827
289299
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๐}}</noinclude>ไปต่อยเสียด้วยสนับมือให้ฟุบลง
"เอ้า! เอาข้าวมาให้" เสียงชายแก่นั้นว่า "นึกว่าตายเสียแล้ว ห่วงว่าจะแย่ เลยเอาข้าวมาให้"
ฝ่ายรำเพยไม่พูดว่าอะไรเลย ผมคอยฟังต่อไปว่าเขาจะมาไม้ไหน
"จะพูดได้หรือยังว่าจะยอมตามใจฉัน?" เขาถามง่ายๆ
"จวนจะตอบละ ขอฉันตรองอีกสองสามวัน" รำเพยตอบขอไปที
"งั้นเรอะ! เอา ฉันตกลง แต่มาคราวหลังครบกำหนดนัด ถ้าไม่พูดอะไรให้เป็นที่แน่ละ ฉันเล่นงานอย่าว่าใจร้ายนะ ฉันเป็นคนไม่ชอบพูดกันมาก พูดกันไม่จบก็เลิกพูดกัน แกตายอยู่นี่ก็แล้วกัน ปิดฉากเสียที เอ้า! เอาข้าวไป" เขาพูดเฉียบขาด แล้วเสียงรำเพยเดินไปเอาข้าวและน้ำ ในชั่วสองอึดใจรำเพยก็กลับลงบันไดมา ประตูช่องบันไดก็ถูกปิดและมีเสียงลั่นกุญแจ เราคอยจนเสียงประตูข้างบนปิด เราก็เดินกลับ ผมบอกให้เธอวางชามข้าวและถังน้ำของมันไว้ที่นั่น อย่าเอาของมันมากินให้ซวยปาก
ครั้นแล้วเราก็กลับมาข้างบน จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเราก็นอนคุยกันบนเตียง ความห่วงเธอของผมกลายเป็นหวงไปเสียแล้ว นึกอยู่แต่ในใจว่าอ้ายแก่คนนี้กับผมจะต้องเป็นศัตรูกัน ถ้ามันมาทุบตีรำเพย ผมจะต้องฆ่ามันแน่ๆ
"นี่รำเพย ผมเกิดหวงคุณเสียแล้ว" ผมนอนพูดออกมาเฉยๆ เธอพลิกตัวมาชิดผมหน้าแทบติดกัน
"จริงหรือคะ?" เธอถามอย่างไม่แน่ใจ ผมพยักหน้าแทนคำตอบ
"แต่รำเพยหมดราคาแล้ว เป็นคนเศษคน คุณหวงรำเพยจะมีค่าอะไร" เธอพูดเบาๆ และจ้องดูตาผม
"จริง! รำเพย แรกๆ ฉันสงสารเธอ และแล้วก็หวงเธอเสียแล้ว เธอจะเป็นของใครไม่ได้ ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่" ผมพูดตรงไปเผงไม่อ้อมค้อม
"รำเพยก็เป็นคนของคุณ เป็นสัตว์เลี้ยงของคุณ เป็นสิทธิ์ของคุณ" เธอพูดแล้วคว่ำหน้าลงกดกับที่นอน
"ไม่ใช่พูดอย่างผมมีสิทธิ์ด้วยอำนาจใดๆ นะ ผมต้องการความจริงที่เกิดจากใจจริงด้วยปากคุณ ไม่ใช่จำยอมเพราะจำใจในฐานะผมช่วยคุณ"
"รำเพยมีใจเป็นของคุณโดยจริงใจค่ะ" เธอตอบและพลิกหน้าขึ้นดู<noinclude></noinclude>
cui7t2k3daou85e72gkbd4vrsjwtaxn
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/153
250
89263
289300
288941
2026-04-20T07:30:14Z
สีทราย
11827
289300
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๑}}</noinclude>ผม
ไม่รู้ว่าอะไรครับท่านทั้งหลาย อะไรบังคับใจผมหรือเกิดจากผมไม่เคยใกล้ผู้หญิงก็ไม่แน่ใจ ผมได้กอดเธอและกระหน่ำจูบเธอ แต่แล้วเธอก็ได้กอดผมและจูบตอบผม ผมเกิดหัวใจพองโต ทั้งกอดทั้งจูบอย่างละลานใจ ต่อจากนี้ผมไม่กล้าจะพูดอะไรอีกได้ ในคืนนั้นเองรำเพยคือภรรยาผม และผมก็คือสามีรำเพย
เราแอบมีสุขกันอย่างเร้นลับ ไม่มีผู้ใดรู้เห็น พอดีกับคุณหลวงไม่อยู่ ผมจึงมีเวลาหาสุขกันได้เต็มที่ แต่พอมาอีกสองวันความทุกข์ก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน คืนนั้นเป็นเวลาสามทุ่ม พอมีเสียงตาแก่บ้ากามเรียกรำเพย ผมรีบให้รำเพยแต่งตัวชุดเก่าไปรับหน้า แต่ผมไม่ลืมตามไปด้วยอย่างแน่ ซ้ำถือไม้ท่อนหนักๆ มือไปด้วย เมื่อรำเพยขึ้นไปพบตานั่นข้างบน ผมก็ซุ่มอยู่ข้างล่างคอยฟังเหตุ
รำเพยคงให้คำผัดเพี้ยนไปอีกตามเคย โดยไม่มีคำว่าจะยอมตาคนนั้น จึงเป็นเหตุให้ตาคนนั้นโกรธแค้นถึงขีดสุด
"มึงจะหลอกคนอย่างกูรึ อีเพย?" ชายนั้นพูดแทบเป็นตะโกน "ตายเสียเถอะอีเปรต มึงทรมานใจกูมานานแล้ว" พอขาดคำเสียงแส้หนังดังเควี้ยว ผมอยู่ไม่ได้แล้วคราวนี้ รำเพยคือเมียผม ผมจะปล่อยให้เมียผมเจ็บตัวหรือตายไปหรือ เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งหนี เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ใส่รองเท้าก้าวไล่ ผมก็เผ่นออกจากห้องใต้ดินขึ้นประจันหน้า อีตานั่นตกใจ ชะงักหยุดมองดูผมซึ่งมันไม่รู้จัก
"อ้อ! มีชู้เรอะ" มันตะคอกแล้วยกแส้จะหวดผม ผมสาวเท้าเข้าตีเอาแขนตกไป แล้วผมตีซ้ำจนล้มลง พลางกระโดดข้ามไปปิดประตูที่เข้ามาใส่กลอนเสีย ในระหว่างนั้นตาแก่ลุกขึ้นได้ ตีผมด้วยแส้เสียวปล๊าบ ผมเลยลืมโทษลืมทุกสิ่ง โดดเข้าตีจนล้มลง แล้วตีซ้ำตีซากนับไม่ถ้วนจนกระโหลกแตกหน้าตาเละ เลือดพุ่งกระฉูดท่วมห้อง นอนแผ่ไม่ไหวตัวเลย
"มันตายแล้ว" ผมพูดอย่างตกใจ "หนีเร็ว" ผมเข้าฉุดแขนรำเพยหนีกลับด้วยกัน ปิดประตูช่องบันไดไว้อย่างเก่า พอวิ่งมาถึงทางกั้น ผมยกเอาไม้ขึ้นปิดไว้อย่างเก่า เอาเท้าถีบกรอบไม้ที่กั้นนั้นให้ปิดแน่นดังเดิม มีให้ใครสงสัยได้ แม้แต่จะลงมาดูใต้ดิน พอเราทั้งสองกลับขึ้นมาบนห้องเก็บ<noinclude></noinclude>
javpp1nxq6ff6cccuyf1w7j2bj0hjxk
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/154
250
89264
289301
288942
2026-04-20T09:10:50Z
สีทราย
11827
289301
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๒}}</noinclude>ของแล้ว ผมปิดช่องขึ้นลงเสียเรียบร้อย แล้วเลื่อนลังใบใหญ่ทับไว้ดังเดิม ผมนั่งลงหอบด้วยตกใจ รำเพยตัวสั่นรัว ผมรีบกอดเธอไว้ให้หายประหวั่นพรั่นพรึง ตัวผมเองงงงันไปหมด เพราะไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นไปดังนั้น เราทั้งสองพูดอะไรกันไม่ออก ผมคิดอยู่แต่ว่า ผมคือผู้ร้ายฆ่าคนตายแต่แล้วกลับคิดว่า ถ้ามันไม่ตาย มันเปิดประตูไปได้ ผมต้องเป็นนักโทษฐานทำร้ายร่างกาย มันต้องเอาตำรวจมาจับผมเมื่อพบช่องใต้ดิน แล้วก็จะเดินมาสู่ทางขึ้นที่ห้องเรา ผมจะทำอย่างไรเล่า คุณหลวงก็ไม่อยู่ ถ้าผมจะพากันหนีไปเวลานี้ก็หนีได้ แต่ก็พิรุธ จะหนีไปได้สักกี่เดือน ถ้าผมอยู่สู้หน้าคงจะดีกว่า มันตายอยู่ทางโน้น ใครจะมาเอาอะไรกับผม ทำไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะอยู่กันคนละบ้าน แต่เอ๊ะ! รำเพยล่ะ จะซ่อนอยู่ดังนี้หรือ ถ้าผมเกิดจะบอกความจริงกับคุณหลวงคุณนายล่ะ การฆ่ากันตายก็คือผมน่ะซี ผมหายใจสะท้อนและร้อนผ่าว
ผมกระซิบถามรำเพยว่า เธอมีญาติที่ไหนและรู้จักใครบ้าง จะหนีไปก่อนจะดีไหม? ผมจะอยู่สู้หน้าเอง แต่เธอก็ตอบว่าไม่มีคนรู้จักจึงหนีไปไม่ได้ ถ้ามีคนรู้จักก็หนีไปนานแล้ว โดยทำดีกับอีตานั่น พอเผลอก็หนีไป แต่จนใจไม่รู้จะหนีไปไหน เธอตอบดังนี้ ผมก็หมดประตูจะพูดอะไรอีก ลงท้ายตัดสินใจว่าจะซ่อนอยู่ไปพลางๆ ก่อน ต่อเหมาะช่องทางค่อยคิดหลบหลีกไปคราวหลัง ผมจะนัดให้รำเพยไปคอยที่ใดๆ สักแห่ง แล้วผมจะลาคุณหลวงว่าญาติป่วยหนัก ขอไปเยี่ยมแล้วก็เลยเชิดไปให้ไกล แม้เรื่องจะแดงขึ้นก็คงจะไม่คิดกันว่าผมเป็นคนฆ่า เพราะเหตุว่าอยู่กันคนละบ้าน ทางใต้ดินจะว่าผมไปทางโน้นได้ก็ยากจะพูด เพราะว่าผมไม่รู้เรื่อง ผมมาอยู่ใหม่ๆ ทั้งห้องเก็บของที่มีทางลงใต้ดินก็มีกุญแจใส่อยู่ ที่ไหนผมจะมีลูกกุญแจไขได้ ทั้งก็ไม่มีธุระใดจะเข้าไป
คืนนั้นทั้งคืนผมไม่ได้นอน รำเพยนอนหลับๆ ตื่นๆ หน้าตาเศร้าสร้อยกลัวความจะเกิด ตื่นเช้าผมให้รำเพยซ่อนใต้เตียงนอนก่อน ผมเอาผ้าคลุมเตียงดึงลงมาจนจดพื้น ป้าแม่ครัวเอาข้าวมาให้ เห็นผมหน้าโรยก็ทัก แต่ผมก็แก้ไปรูปเก่า คือดูหนังสือดึก แล้วนอนไม่หลับ พอเขาไปแล้วรำเพยก็กลับออกมาจากใต้เตียง เรากินข้าวกันอย่างติดคอคนละสองคำก็ทั้งยาก ผมจึงไปหาแม่ครัวขอกาแฟมาแก้วใหญ่ๆ ดื่ม<noinclude></noinclude>
2jb3ttfmxuzvgxvf5m9jq40oa1zbxat
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/155
250
89290
289302
288982
2026-04-20T09:17:29Z
สีทราย
11827
289302
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๓}}</noinclude>กาแฟเข้าไปดูพอทุ่นแรง แล้วใส่กุญแจไว้ ขึ้นไปบนตึกฟังดูว่าคุณนายจะใช้อะไรบ้าง เมื่อไม่มีอะไร ผมก็กลับลงมา คอยฟังเสียงว่าตาคนนั้นจะตายแน่หรือไม่ ถ้าแกฟื้นได้ แกคงร้องครวญครางขึ้นบ้าง ผมรีบปีนดูทางช่องลม ก็เห็นตานั่นนอนนิ่งเลือดยังแดงฉานอยู่ ผมปีนขึ้นลงอยู่ทั้งวัน แต่พอค่ำลงก็คงมองทางโน้นไม่เห็น ผมลืมสนิทว่าผมมือไวแอบปิดไฟเมื่อจะลงกลับห้องใต้ดิน ก็นับย่าผมรอบคอบมากอยู่
รุ่งขึ้นผมก็แอบดูอยู่อีกทั้งวัน ไม่เห็นร่างนั้นเขยื้อนเลยจนถึงเวลาค่ำ ท่าจะตายแน่ ผมอยู่อย่างไม่มีสุขใจ ความคิดต่างๆ ผันแปรไปร้อยแปดทั้งวันทั้งคืน พอวันที่สามแอบดูอีก ร่างนั้นยังคงนอนอยู่ ชักมีร่างกายอืดๆ ขึ้น แน่แล้ว ตายแน่ ผมหากระดาษแข็งมาปิดปากช่องลมเสียมิดชิดและแน่นหนา กันกลิ่นจะมีมาทางห้องเรา
คุณหลวงไปราชการถึงเจ็ดวันจึงได้กลับมา ผมก็รับใช้อย่างเคยแต่ปิดความลับไว้ไม่แพร่งพราย แต่ใจผมไม่สบายหน้าตามันก็บอกเหตุ ทั้งคุณหลวงและคุณนายถามผม ผมตอบอึกอักเลอะเลือน ใจมันไม่วายจะคิดเรื่องฆ่าเขาตาย ซ้ำห่วงยังมาผูกคออีกคือรำเพย ผมต้องปิดหลายด้าน ใจมันสับสน มีกังวลหมดความสุข หน้าตาคงหมองคล้ำมาก แต่ผมคงไม่รู้ตัว ผมถูกถามแทบทุกวัน คล้ายๆ กับจะรู้อะไรในห้องผมอย่างนั้นแหละ ผมชักสะดุ้งใจ เพราะทีหนึ่งคุณหลวงพยักหน้ากับคุณนายหงึกๆ และคุณนายก็พยักตอบ มีสีหน้าตื่นๆ กลัว หัวใจผมแทบระเบิดเพราะกลุ้มใจ
วันหนึ่งคุณนายกับคุณหลวงได้คุยกันอยู่ ผมทำงานไปก็ฟังไป เสียงคุณนายพูดว่า
"เราชนะความแล้ว ไปศาลเมื่อวานนี้ตัดสินเด็ดขาดว่าตึกเป็นของเรา"
"สิ้นเรื่องกันเสียที" คุณหลวงพูดแล้วหัวเราะ "จะเปิดถึงกัน แล้วเลี้ยงพระเสียที"
ผมใจวูบเหมือนกับมันจะวิ่งออกมาที่ปาก ความชนะแล้ว จะเปิดตึกถึงกัน จะเลี้ยงพระ และห้องนั้นจะถูกเปิดแล้วก็พบศพ โอ๊ย! เรื่องจะไปอย่างไร คุณหลวงหันดูหน้าผม ผมคงมีกิริยาอะไรสักอย่างที่ท่าน<noinclude></noinclude>
trltcyguey8q9fji80c1wsl5mj1pjze
289303
289302
2026-04-20T09:18:35Z
สีทราย
11827
289303
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๓}}</noinclude>กาแฟเข้าไปดูพอทุ่นแรง แล้วใส่กุญแจไว้ ขึ้นไปบนตึกฟังดูว่าคุณนายจะใช้อะไรบ้าง เมื่อไม่มีอะไร ผมก็กลับลงมา คอยฟังเสียงว่าตาคนนั้นจะตายแน่หรือไม่ ถ้าแกฟื้นได้ แกคงร้องครวญครางขึ้นบ้าง ผมรีบปีนดูทางช่องลม ก็เห็นตานั่นนอนนิ่งเลือดยังแดงฉานอยู่ ผมปีนขึ้นลงอยู่ทั้งวัน แต่พอค่ำลงก็คงมองทางโน้นไม่เห็น ผมลืมสนิทว่าผมมือไวแอบปิดไฟเมื่อจะลงกลับห้องใต้ดิน ก็นับว่าผมรอบคอบมากอยู่
รุ่งขึ้นผมก็แอบดูอยู่อีกทั้งวัน ไม่เห็นร่างนั้นเขยื้อนเลยจนถึงเวลาค่ำ ท่าจะตายแน่ ผมอยู่อย่างไม่มีสุขใจ ความคิดต่างๆ ผันแปรไปร้อยแปดทั้งวันทั้งคืน พอวันที่สามแอบดูอีก ร่างนั้นยังคงนอนอยู่ ชักมีร่างกายอืดๆ ขึ้น แน่แล้ว ตายแน่ ผมหากระดาษแข็งมาปิดปากช่องลมเสียมิดชิดและแน่นหนา กันกลิ่นจะมีมาทางห้องเรา
คุณหลวงไปราชการถึงเจ็ดวันจึงได้กลับมา ผมก็รับใช้อย่างเคยแต่ปิดความลับไว้ไม่แพร่งพราย แต่ใจผมไม่สบายหน้าตามันก็บอกเหตุ ทั้งคุณหลวงและคุณนายถามผม ผมตอบอึกอักเลอะเลือน ใจมันไม่วายจะคิดเรื่องฆ่าเขาตาย ซ้ำห่วงยังมาผูกคออีกคือรำเพย ผมต้องปิดหลายด้าน ใจมันสับสน มีกังวลหมดความสุข หน้าตาคงหมองคล้ำมาก แต่ผมคงไม่รู้ตัว ผมถูกถามแทบทุกวัน คล้ายๆ กับจะรู้อะไรในห้องผมอย่างนั้นแหละ ผมชักสะดุ้งใจ เพราะทีหนึ่งคุณหลวงพยักหน้ากับคุณนายหงึกๆ และคุณนายก็พยักตอบ มีสีหน้าตื่นๆ กลัว หัวใจผมแทบระเบิดเพราะกลุ้มใจ
วันหนึ่งคุณนายกับคุณหลวงได้คุยกันอยู่ ผมทำงานไปก็ฟังไป เสียงคุณนายพูดว่า
"เราชนะความแล้ว ไปศาลเมื่อวานนี้ตัดสินเด็ดขาดว่าตึกเป็นของเรา"
"สิ้นเรื่องกันเสียที" คุณหลวงพูดแล้วหัวเราะ "จะเปิดถึงกัน แล้วเลี้ยงพระเสียที"
ผมใจวูบเหมือนกับมันจะวิ่งออกมาที่ปาก ความชนะแล้ว จะเปิดตึกถึงกัน จะเลี้ยงพระ และห้องนั้นจะถูกเปิดแล้วก็พบศพ โอ๊ย! เรื่องจะไปอย่างไร คุณหลวงหันดูหน้าผม ผมคงมีกิริยาอะไรสักอย่างที่ท่าน<noinclude></noinclude>
r9o8dau27ig1z81dy5aqeidbiqilbys
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/156
250
89292
289304
288985
2026-04-20T09:21:23Z
สีทราย
11827
289304
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๔}}</noinclude>ผิดสังเกตุ ผมสะดุ้งทั้งตัว พอคุณนายไปพ้นห้องนั้นแล้ว คุณหลวงเรียกผมไปใกล้ๆ และพูดเบาๆ ว่า
"ฉันรู้ว่าแกมีอะไรๆ ในใจ" พูดแล้วจ้องดูตาผมเขม็ง "บอกได้ว่าต้องการอย่างใด จะไม่อยากอยู่ในห้องนั้นใช่ไหม?"
ผมสะอึกใจ ตกใจตันใจพูดไม่ออก และแล้วเลยร้องไห้ออกมา คุณหลวงจ้องดูตาผมเขม็ง
"ถ้าคุณหลวงเมตตาผม ก็ปล่อยให้ผมหนีไป" ผมพูดออกไป แต่คุณหลวงไม่พูดอะไร คงจ้องตาผมอย่างจะเอาความจริง
"ถ้าคุณหลวงไม่เมตตาก็จับผมส่งตำรวจ" ผมโพล่งออกไป ตัดสินใจเปิดความลับ เพราะทนปิดไปไม่ไหวแล้ว "ผมฆ่าคนตาย"
"ทองคำ! แกพูดอะไร" คุณหลวงพูดเร็วปรื๋อ
"ผมฆ่าเขาตาย"
"ฆ่าใคร?"
เมื่อถูกถามดังนั้น ไหนๆ ก็สารภาพแล้ว ก็เลยเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ พอจบเรื่องคุณนายก็โผล่มา หัวเราะเบาๆ
"ฉันนึกแล้วไม่ผิด" คุณนายว่า ผมเลยรู้ว่าคุณนายแอบฟังความอยู่ ผมเลยก้มหน้า
"ทองคำ!" คุณหลวงเรียก ผมสะดุ้งทั้งตัว ท่านพูดต่อไป "แกเพ้อไปแล้ว"
ผมเงยหน้ามองท่านและคุณนาย โดยไม่รู้ว่าท่านหมายความว่าอย่างไร
"แกถูกผีหลอก!" คุณนายว่า "ชายคนที่แกบอกลักษณะนั้นคืออาฉัน และตายไปแล้วสองปี และหญิงนั้นก็ตายไปก่อนคุณอาตาย ชื่อรำเพย"
"พุทโธ่ เธอยังอยู่กับผมเดี๋ยวนี้ อยู่ในห้อง ผมใส่กุญแจไว้
คุณนายหัวเราะก๊าก คุณหลวงพลอยยิ้มไปด้วย
"รำเพยตายในห้องใต้ดินจริงๆ คุณอาขังไว้ และได้เอาศพขึ้นเผาไปแล้วสักสองปีกว่า"
"เธออยู่ครับ"
"อย่าบ้าไปเลย" คุณนายว่า "รำเพยของแกน่ะมีไฝที่แสกหน้าผาก<noinclude></noinclude>
tja7gu3f7dl2p74axkce7f9bs8p854v
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/157
250
89293
289305
288986
2026-04-20T09:27:48Z
สีทราย
11827
289305
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๕}}</noinclude>ใช่ไหม?"
"โอ! ใช่ครับ" ผมตอบอย่างตกใจ
"เอ้า! เราไปดูกัน" คุณนายพูดแล้วจูงมือคุณหลวง ผมก็ลุกตามลงมาด้วย ลงมาจากตึก พบลุงผัวของป้าแม่ครัวยืนอยู่แถวนั้น คุณนายบอกให้เอาไฟฉายไปด้วย ผมมาไขกุญแจห้องของผมอย่างงงๆ พอเปิดแล้วก็ไม่พบรำเพย ไปดูที่ใต้เตียงก็ไม่มี ห้องน้ำก็ไม่มี ผมจึงผลุนผลันไปที่ห้องเก็บของ กุญแจก็ใส่อยู่ ผมงงงัน เสียงคุณหลวงหัวเราะ ผมยังสังสัยและใจหายอย่างไรพิกล รำเพยไปไหน หัวใจผมหวาม เธอคือเมียผม แต่คุณหลวงคุณนายว่าเป็นผี รำเพยเป็นผี! ผมใจหายสะท้อน เมียผมแท้ๆ ทั้งกอดทั้งจูบ เนื้อหนังธรรมดามนุษย์แท้จริง
"ไขกุญแจดูให้ทั่ว" คุณนายบงการ
ผมจึงล้วงพวงกุญแจในกระเป๋าไขประตู พอเ้าไปไฟสว่างอยู่ ไม่มีรำเพยอยู่ในนั้น ผมใจหาย ทุกๆ อย่างในห้องอยู่ตามปรกติ ช่องทางลงไปใต้ดินก็มีลังใบใหญ่ทับอยู่ดังเดิม ผมแทบจะร้องไห้ เธอไม่อยู่แน่แล้ว ถ้าเธอหนีลงไปใต้ดิน ใครเล่าจะปิดช่องและเลื่อนลังใหญ่ทับไว้ดังเดิม ผมส่ายหน้าอย่างเลื่อนลอย เมื่อผมจะออกจากห้องไปหาคุณหลวง เธอยังยืนแอบมุมห้องโบกมือให้ผมอยู่ชัดๆ เธอจะแซงหรือเล็ดลอดออกไปข้างนอกก็ไม่ได้แน่
"ฉันบอกแกไม่เชื่อ" คุณหลวงพูด แต่คุณนายนั้นักเหลียวหน้าไปมาคล้ายจะเกิดกวั่นๆ ขึ้นมา "ไปกันเถอะ" คุณนายฉุดเมือคุณหลวง
"นี่! ทองคำ ฉันอยากให้แกไปนอนห้องอื่นก่อน ไปนอนกับเจ้าโฉมคืนหนึ่ง พรุ่งนี้จัดแจงย้ายห้องไปอยู่ด้านโน้น เอ้า! ลุงอ่อนอยูกับทองคำก่อน" ท่านว่าแล้วจูงคุณนายกลับขึ้นตึกข้างบน
"ฉันใจไม่ดีเสียแล้ว" คุณนายว่า
"ไม่เป็นไร ฉันอยู่นี่ อย่ากลัวเลย เขาไม่มายุ่งกับเรา เขายุ่งกับทองคำ" คุณหลวงปลอบคุณนาย ผมฟังแล้วใจหาย แต่ไม่ใช่กลัว ใจหายว่ารำเพยของผมละลายเป็นอากาศไปแล้ว ผมปราศจากเธอแล้วหรือ จะเป็นผีไม่เป็นผี ผมห่วงเธอ รักเธออย่างจับใจ สงสารเธอ คิดถึงเธอใจแห้ง คุณหลวงคุณนายขึ้นตึกไปแล้ว ลุงอ่อนยังอยู่กับผมที่ห้อง แกไม่รู้เรื่องอะไร<noinclude></noinclude>
9jk4zlwmxizfw2j1ex3dwfsalnlps09
289306
289305
2026-04-20T09:32:33Z
สีทราย
11827
289306
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๕}}</noinclude>ใช่ไหม?"
"โอ! ใช่ครับ" ผมตอบอย่างตกใจ
"เอ้า! เราไปดูกัน" คุณนายพูดแล้วจูงมือคุณหลวง ผมก็ลุกตามลงมาด้วย ลงมาจากตึก พบลุงผัวของป้าแม่ครัวยืนอยู่แถวนั้น คุณนายบอกให้เอาไฟฉายไปด้วย ผมมาไขกุญแจห้องของผมอย่างงงๆ พอเปิดแล้วก็ไม่พบรำเพย ไปดูที่ใต้เตียงก็ไม่มี ห้องน้ำก็ไม่มี ผมจึงผลุนผลันไปที่ห้องเก็บของ กุญแจก็ใส่อยู่ ผมงงงัน เสียงคุณหลวงหัวเราะ ผมยังสงสัยและใจหายอย่างไรพิกล รำเพยไปไหน หัวใจผมหวาม เธอคือเมียผม แต่คุณหลวงคุณนายว่าเป็นผี รำเพยเป็นผี! ผมใจหายสะท้อน เมียผมแท้ๆ ทั้งกอดทั้งจูบ เนื้อหนังธรรมดามนุษย์แท้จริง
"ไขกุญแจดูให้ทั่ว" คุณนายบงการ
ผมจึงล้วงพวงกุญแจในกระเป๋าไขประตู พอเข้าไปไฟสว่างอยู่ ไม่มีรำเพยอยู่ในนั้น ผมใจหาย ทุกๆ อย่างในห้องอยู่ตามปรกติ ช่องทางลงไปใต้ดินก็มีลังใบใหญ่ทับอยู่ดังเดิม ผมแทบจะร้องไห้ เธอไม่อยู่แน่แล้ว ถ้าเธอหนีลงไปใต้ดิน ใครเล่าจะปิดช่องและเลื่อนลังใหญ่ทับไว้ดังเดิม ผมส่ายหน้าอย่างเลื่อนลอย เมื่อผมจะออกจากห้องไปหาคุณหลวง เธอยังยืนแอบมุมห้องโบกมือให้ผมอยู่ชัดๆ เธอจะแซงหรือเล็ดลอดออกไปข้างนอกก็ไม่ได้แน่
"ฉันบอกแกไม่เชื่อ" คุณหลวงพูด แต่คุณนายนั้นชักเหลียวหน้าไปมาคล้ายจะเกิดหวั่นๆ ขึ้นมา "ไปกันเถอะ" คุณนายฉุดเมือคุณหลวง
"นี่! ทองคำ ฉันอยากให้แกไปนอนห้องอื่นก่อน ไปนอนกับเจ้าโฉมคืนหนึ่ง พรุ่งนี้จัดแจงย้ายห้องไปอยู่ด้านโน้น เอ้า! ลุงอ่อนอยูกับทองคำก่อน" ท่านว่าแล้วจูงคุณนายกลับขึ้นตึกข้างบน
"ฉันใจไม่ดีเสียแล้ว" คุณนายว่า
"ไม่เป็นไร ฉันอยู่นี่ อย่ากลัวเลย เขาไม่มายุ่งกับเรา เขายุ่งกับทองคำ" คุณหลวงปลอบคุณนาย ผมฟังแล้วใจหาย แต่ไม่ใช่กลัว ใจหายว่ารำเพยของผมละลายเป็นอากาศไปแล้ว ผมปราศจากเธอแล้วหรือ จะเป็นผีไม่เป็นผี ผมห่วงเธอ รักเธออย่างจับใจ สงสารเธอ คิดถึงเธอใจแห้ง คุณหลวงคุณนายขึ้นตึกไปแล้ว ลุงอ่อนยังอยู่กับผมที่ห้อง แกไม่รู้เรื่องอะไร<noinclude></noinclude>
9hm7f1xfsd7bpfpmpyv27w0mg2j9t20
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/132
250
89404
289296
2026-04-19T19:09:16Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "<section begin="132-1" />รักษาเขาเขียวนั้น บันดาลให้พระองค์เสด็จสวรรคตบนคอช้างพระที่นั่งพิษณุราชา ณ ตำบลเขาเขียวนั้น เมื่อพระนเรศวรเสวยราชย์ พระชนม์ได้ ๑๕ พรรษา อยู่ในราชสมบ..."
289296
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๙๘}}</noinclude><section begin="132-1" />รักษาเขาเขียวนั้น บันดาลให้พระองค์เสด็จสวรรคตบนคอช้างพระที่นั่งพิษณุราชา ณ ตำบลเขาเขียวนั้น เมื่อพระนเรศวรเสวยราชย์ พระชนม์ได้ ๑๕ พรรษา อยู่ในราชสมบัติ ๒๐ ปี เมื่อเสด็จสวรรคต พระชนม์ได้ ๓๕ พรรษา พระนเรศวรสมภพวันพฤหัสบดี เสด็จสวรรคตเมื่อ จุลศักราช ๙๖๐ ปี
<section end="132-1" />
<section begin="132-2" />{{ก|เรื่องสมเด็จพระเอกาทศรถ|120}}
ฝ่ายพระเอกาทศรถซึ่งตั้งล้อมเมืองตองอูนั้น ครั้นทรงทราบว่าพระนเรศวรเสด็จสวรรคตแล้ว ก็ให้เลิกทัพกลับจากเมืองตองอู มาเชิญพระศพพระนเรศวรกลับยังพระนครศรีอยุธยา บรรดาข้าราชการทั้งปวงจึงเชิญเสด็จพระเอกาทศรถขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อพระเอกาทศรถได้ครองราชสมบัติแล้ว จึงให้ทำพระเมรุถวายพระเพลิงพระเชษฐาธิราช แล้วทรงสร้างวัดอุทิศพระราชราชกุศลถวายพระเชษฐาธิราชวัดหนึ่ง พระราชทานนามว่า วัดวรเชษฐ์ แล้วให้หล่อพระพุทธรูปใหญ่สูง ๑๘ ศอก พระองค์หนึ่ง หุ้มด้วยทองคำหนัก ๑๗๙ ชั่ง ถวายพระนามว่า พระศรีสรรเพ็ชญ์ ครั้นสำเร็จแล้ว ให้สร้างวัดในเมืองอีก ๒ วัด คือ วัดราชวงศ์วัดหนึ่ง วัดโพธารามวัดหนึ่ง
เมื่อพระเอกาทศรถเสด็จไปตีเมืองหางนั้น ได้เอาพระทนต์คาบพระแสงองค์หนึ่งปีนค่าย ยังมีรอยพระทนต์ปรากฏอยู่ พระแสงองค์นั้นยังปรากฏจนทุกวันนี้
{{มปก}}<section end="132-2" /><noinclude></noinclude>
97s3g0nefw93r6osnepkbhjso4r28b6
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/158
250
89405
289307
2026-04-20T10:20:53Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ของผมเหมือนคุณหลวงคุณนาย ดูแกมีหน้าตาสงสัยเหตุการณ์ที่ไม่รู้ที่มาของมัน "ผมยังไม่ทราบอะไรเลยคุณทองคำ?" ลุงอ่อนตั้งปัญหาถามผม "อยู่ๆ คุณนายให้ผมเอาไฟฉายมาด..."
289307
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๖}}</noinclude>ของผมเหมือนคุณหลวงคุณนาย ดูแกมีหน้าตาสงสัยเหตุการณ์ที่ไม่รู้ที่มาของมัน
"ผมยังไม่ทราบอะไรเลยคุณทองคำ?" ลุงอ่อนตั้งปัญหาถามผม "อยู่ๆ คุณนายให้ผมเอาไฟฉายมาด้วย แล้วก็ค้นห้องคุณ สงสัยว่าของอะไรจะมาซุกซ่อนห้องคุณกระนั้นหรือ?"
ผมโดนคำถามนี้เข้าถึงกับอึกอัก แกคงสงสัยว่าผมถูกหาว่ายักยอกของคุณหลวงเสียเ<noinclude></noinclude>
dtni7jvsoyly9p39yias7k162fs2rf2
คุยกับผู้ใช้:Kong2545
3
89406
289308
2026-04-20T10:52:44Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289308
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Kong2545}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 17:52, 20 เมษายน 2569 (+07)
8manm5t9drzqat57yrw8eu5z233f7k0