วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.46.0-wmf.24 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/216 250 89403 289317 289295 2026-04-22T08:13:50Z Peatlnwza 10757 289317 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="49.237.66.116" />{{ก|๑๘๔}}</noinclude>เข้ามาพลอยซ้ำ ตีกวาดเอาอพยพชาวเมืองปราจีนบุรีไป จนสมเด็จพระบรมราชอัยกา ต้องเสด็จยกไปปราบ จึงถวายนักพระสุโท นักพระสุทันเข้ามา แล้วนักพระสัฏฐาไปเอาทัพ <ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาและฉบับพันจันทนุมาศว่า "เอาทัพญวนมาตี"</ref> มาตีฆ่าบิดานักพระสุโท นักพระสุทันเสีย นักพระสัฏฐาได้สมบัติกรุงกัมพูชาธิบดีเป็นพญาละแวก ครั้นแผ่นดินเป็นของพระราชบิดาเรา ก็ยกทัพจู่มาถึงวัดสามพิหารจนเสียพระจำปาธิราชลูกชาย ก็ยังหาเข็ดหลาบไม่ มีศึกหงสามาติดพระนครครั้งใด ก็มีแต่ยกทัพมาพลอยซ้ำตี กวาดเอาประชาราษฎรข้าขอบขัณฑเสมาไปทุกครั้ง แล้วกลับแต่งทูตานุทูตมาขอเป็นทางพระราชไมตรี สมเด็จพระบรมราชบิดาเรามิได้มีพระทัยอาฆาตเพื่อมิเสียราชประเพณี จนปันเขตแดนปักศิลาจารึก <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศิลา"</ref> ครั้นศึกพระเจ้าเชียงใหม่ยกมา พญาละแวกให้น้องชายเข้ามาช่วยงานพระราชสงครามน้องชายนั้นมิได้มีสติสัมปชัญญะดุจหนึ่งสิงคาลชาติโปฎก ฝ่ายพญาละแวกก็ปราศจากวิจารณปัญญา มีแต่พาลทุจริตในสันดานละสัตย์สุจริตธรรมเสีย กลับยกทัพมาตีประจันตชนบทอีกเล่า ความแค้นของเราดังว่าเสี้ยนยอกอยู่ในอุระไม่หายเลย แลครั้งนี้แผ่นดินเป็นของเราแล้ว เราจะยกไปแก้แค้น เอาโลหิตพญาละแวกล้างบาทาเสียให้จงได้ ตรัสแล้วสั่งให้เกณฑ์ทัพฉกรรจ์ลำเครื่องญิบแสน <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "หยิบแสน" ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "สิบหมื่น"</ref> ช้างเครื่องแปดร้อย ม้าพันห้าร้อย น้ำลงแห้งเท้าช้างเท้าม้าแล้วจะยกไป<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> pa27f6h5qlk340s98f4r072xe1m7lsm 289318 289317 2026-04-22T08:14:26Z Peatlnwza 10757 289318 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="49.237.66.116" />{{ก|๑๘๔}}</noinclude>เข้ามาพลอยซ้ำ ตีกวาดเอาอพยพชาวเมืองปราจีนบุรีไป จนสมเด็จพระบรมราชอัยกา ต้องเสด็จยกไปปราบ จึงถวายนักพระสุโท นักพระสุทันเข้ามา แล้วนักพระสัฏฐาไปเอาทัพ <ref>ฉบับพระราชหัตถเลขาและฉบับพันจันทนุมาศว่า "เอาทัพญวนมาตี"</ref> มาตีฆ่าบิดานักพระสุโท นักพระสุทันเสีย นักพระสัฏฐาได้สมบัติกรุงกัมพูชาธิบดีเป็นพญาละแวก ครั้นแผ่นดินเป็นของพระราชบิดาเรา ก็ยกทัพจู่มาถึงวัดสามพิหารจนเสียพระจำปาธิราชลูกชาย ก็ยังหาเข็ดหลาบไม่ มีศึกหงสามาติดพระนครครั้งใด ก็มีแต่ยกทัพมาพลอยซ้ำตี กวาดเอาประชาราษฎรข้าขอบขัณฑเสมาไปทุกครั้ง แล้วกลับแต่งทูตานุทูตมาขอเป็นทางพระราชไมตรี สมเด็จพระบรมราชบิดาเรามิได้มีพระทัยอาฆาตเพื่อมิเสียราชประเพณี จนปันเขตแดนปักศิลาจารึก <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "ศิลา"</ref> ครั้นศึกพระเจ้าเชียงใหม่ยกมา พญาละแวกให้น้องชายเข้ามาช่วยงานพระราชสงครามน้องชายนั้นมิได้มีสติสัมปชัญญะดุจหนึ่งสิงคาลชาติโปฎก ฝ่ายพญาละแวกก็ปราศจากวิจารณปัญญา มีแต่พาลทุจริตในสันดานละสัตย์สุจริตธรรมเสีย กลับยกทัพมาตีประจันตชนบทอีกเล่า ความแค้นของเราดังว่าเสี้ยนยอกอยู่ในอุระไม่หายเลย แลครั้งนี้แผ่นดินเป็นของเราแล้ว เราจะยกไปแก้แค้น เอาโลหิตพญาละแวกล้างบาทาเสียให้จงได้ ตรัสแล้วสั่งให้เกณฑ์ทัพฉกรรจ์ลำเครื่องญิบแสน <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "หยิบแสน" ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "สิบหมื่น"</ref> ช้างเครื่องแปดร้อย ม้าพันห้าร้อย น้ำลงแห้งเท้าช้างเท้าม้าแล้วจะยกไป {{มปก}}<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> tmbkoy2iex7caqjowhexolg0dv17pdk หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/158 250 89405 289313 289307 2026-04-22T02:18:00Z สีทราย 11827 289313 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๖}}</noinclude>ของผมเหมือนคุณหลวงคุณนาย ดูแกมีหน้าตาสงสัยเหตุการณ์ที่ไม่รู้ที่มาของมัน "ผมยังไม่ทราบอะไรเลยคุณทองคำ?" ลุงอ่อนตั้งปัญหาถามผม "อยู่ๆ คุณนายให้ผมเอาไฟฉายมาด้วย แล้วก็ค้นห้องคุณ สงสัยว่าของอะไรจะมาซุกซ่อนห้องคุณกระนั้นหรือ?" ผมโดนคำถามนี้เข้าถึงกับอึกอัก แกคงสงสัยว่าผมถูกหาว่ายักยอกของคุณหลวงเสียเป็นแน่ ความจริงก็น่าจะเป็นไปดังนั้น เพราะอยู่ๆ เกิดมาค้นห้องค้นเตียง "ไม่มีอะไรหรอกลุง ฉันคิดว่าฉันเห็นอะไรสักอย่างในห้องนี้ ฉันจึงไปเรียนคุณหลวง จึงเกิดสงสัยกันขึ้น จึงได้มาดูกัน" ผมแก้ออกไปทางนั้น จะได้ไม่ต้องพูดถึงกันอีก "คุณเห็นอะไร?" แกถามผมงงงัน แกเห็นผมอึกอักไม่ยอมตอบคำถาม แกกลับมีสีหน้าตื่นคล้ายเกิดมีความกลัว "ผมรู้แล้ว" แกว่า นัยน์ตาแกโพลงเหลือก "คนก่อนอยู่ในห้องนี้ก็เห็นอะไรๆ เลยลาออกไปแล้ว" "ใครอยู่ห้องนี้ลุง!" ผมถามเสียงหนักๆ ด้วยใจหวนคิดว่า ใครเล่ามาอยู่ก่อน แล้วรำเพยของผมได้ไปสนิทกับเขาหรือ ความหึงหวงเกิดวูบขึ้นในบัดนั้น "ผู้หญิงสองคน" แกว่า พอได้ยินคำว่าผู้อยู่ก่อนเป็นหญิง ผมโล่งอก "คุณหลวงให้ไปนอนห้องเจ้าโฉมก่อน ควรจัดที่หลับที่นอน ไปกันเถอะ ผมจะช่วย" ลุงอ่อนเตือนด้วยสีหน้าหนักใจ ผมรู้ว่าแกหมายถึงอะไร คงมีคนกลัวห้องนี้อยู่ทั้งบ้าน ห้องที่จะต้องเห็นรำเพยและตาแก่นั้น มิน่าเล่าลูกๆ คุณหลวงรวมทั้งคนอื่นๆ จึงไม่มาเยี่ยมกรายห้องผมทั้งยามค่ำคืนและกลางวัน อ้อ! เช่นนี้เอง ที่ห้องผมจึงไม่มีใครยุ่มย่าม การที่คุณหลวงจะให้ผมไปอยู่ห้องอื่น ผมใจหาย ผมไม่กล้าจากห้องที่ผมเคยกอดรัดรำเพยและนอนด้วยกัน กินด้วยกัน ผมจะทิ้งเธอไป ใจผมแห้งและวังเวง เธอคนเดียวที่อบอุ่นใจผม และเธอเป็นคน<noinclude></noinclude> q3fotkkyck2av2i25gws8mftjpnlm86 หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/108 250 89409 289311 2026-04-21T12:55:53Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ขุนชินราชแล้ว ขอให้เทียนเสี่ยงทายนั้นดับก่อนขุนชินราช ดังนี้ ครั้นอธิฐานแล้ว ก็จุดเทียน ๒ เล่มพร้อมกัน สักครู่หนึ่งก็เกิดอัศจรรย์ สำแดงเหตุที่พระเฑียรจะได้เ..." 289311 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๗๔}}</noinclude>ขุนชินราชแล้ว ขอให้เทียนเสี่ยงทายนั้นดับก่อนขุนชินราช ดังนี้ ครั้นอธิฐานแล้ว ก็จุดเทียน ๒ เล่มพร้อมกัน สักครู่หนึ่งก็เกิดอัศจรรย์ สำแดงเหตุที่พระเฑียรจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เทียนของขุนชินราชก็ดับเองเหมือนคนดับ ส่วนเทียนของพระเฑียรนั้นรุ่งเรืองเป็นปรกติอยู่ พระยากลาโหมกับพระพิเรนทรเทพเห็นดังนั้นก็มีความยินดี จึงพูดกันว่า การที่เราคิดกันนี้จะสำเร็จแน่ แต่นั้นมาพระยากระลาโหมกับพระพิเรนทรเทพ ก็เกลี้ยกล่อมข้าราชการให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้เป็นอันมาก คอยหาโอกาสที่จะกำจัดขุนชินราชอยู่ มาวันหนึ่ง พระยากลาโหมจึงเข้าไปเฝ้าขุนชินราช แล้วทูลว่า บัดนี้ ได้ทราบว่ามีช้างเผือกตัวหนึ่งงดงาม สมควรเป็นราชพาหนะเที่ยวอยู่ในป่าแขวงเมืองสวรรค์บุรีข้างทิศเหนือ ขอเชิญพระองค์เสด็จโดยทางชลมารคไปจับช้างเผือกนั้นเถิด ขุนชินราชไม่รู้กลอุบายก็รับคำพระยากลาโหม ๆ เห็นได้ช่องก็ตระเตรียมขบวนเรือ จัดให้มหาดเล็กและตำรวจที่เป็นคนสนิทของตนตามเสด็จ สั่งให้ตามไปห่าง ๆ แล้วจัดให้คนสนิทของตน เตรียมเครื่องศัสตราวุธลงเรือไปซุ่มคอยอยู่ที่ทางขุนชินราชจะไปสั่งว่า ถ้าเรือขุนชินราชไปถึงที่ซุ่มแล้ว ท่านทั้งหลายจงจับฆ่าเสียให้ได้ ครั้นเตรียมเสร็จแล้ว ก็เชิญเสด็จขุนชินราชลงสู่เรือพระที่นั่ง ส่วนพระยากลาโหมกับขุนพิเรนทรเทพก็ลงเรือตามไปข้างหลัง ครั้นเรือขุนชินราชไปถึงเรือที่พระยากลาโหมให้ซุ่มอยู่ พวกเรือที่ซุ่มอยู่เห็นได้ที ก็พายเรือตรงเข้าไปที่เรือขุนชินราช ๆ{{วว}}<noinclude></noinclude> 1eobemvjqc4uqhumnzd45sr03pbnh5l หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/348 250 89410 289312 2026-04-21T13:10:12Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ละลายแล้ว พระนเรศร์จึงยกทัพไปรบเมืองห่าง ฝ่ายลาวเมืองห่างก็ทานสู้รบมิได้ก็แตกหนี พระนเรศร์ก็มีชัยกับเมืองห่าง อันว่าเมืองห่างนี้เป็นเมืองบุรีบุราณเขามาช้..." 289312 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๑๔}}</noinclude>ละลายแล้ว พระนเรศร์จึงยกทัพไปรบเมืองห่าง ฝ่ายลาวเมืองห่างก็ทานสู้รบมิได้ก็แตกหนี พระนเรศร์ก็มีชัยกับเมืองห่าง อันว่าเมืองห่างนี้เป็นเมืองบุรีบุราณเขามาช้านานหนักหนา แต่นับกษัตริย์ได้ร้อยชั่ว แต่คราวเมืองปาตลีบุตรนั้นมา มีรอยพระพุทธบาทอยู่บนยอดเขา เรียกเขารังรุ้ง แก่ก่อนตั้งพระศาสนา พร้อมด้วยพระรัตนตรัย พระนเรศร์จึงทำพิธีเข้าเหยียบกรุงจักให้รุ่งเรืองเดชา อันที่พระพุทธบาทนั้นก็เสด็จไปนมัสการ พระองค์จึงเปลื้องเครื่องทรงทั้งสังวาลและภูษา และทรงไว้ในรอยพระพุทธบาท แล้วทำสักการบูชาธงธูปเทียน{{ตตฉ|ช้าว|ข้าว}}ตอกดอกไม้ มีเครื่องทั้งปวงเป็นอันมาก แล้วจึงทำการพิธีสมโภชอยู่เจ็ดราตรี จึงให้มหาอุปราชเป็นทัพหน้ายกไปเมืองหงสาก่อน อันองค์พระนเรศร์นั้นเสด็จอยู่เมืองห่าง เพราะเหตุฉะนี้ จึงถวายพระนามเรียกพระองค์พระนารายณ์เมืองห่าง เป็นกรุงหยุดพักอยู่กลางทางของพระองค์ ครั้นเสร็จการมงคลพิธีแล้วพระองค์ก็ยกไปเมืองหงสา จึงทรงช้างพระที่นั่งสุวรรณปฤษฎางค์ก็พ้มเมืองทางไกลได้เจ็ดวัน จึงพ้นไปหน้าเขาเขียวดงตะเคียนใหญ่ จึงมีศาลนางเทพารักษ์อยู่ที่ต้นตะเคียนใหญ่ มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เสนาจึงทูลเชิญเสด็จให้ลงจากพระที่นั่ง เมื่อจักมีเหตุมานั้น พระนเรศร์จึงถามเสนาว่าเทพารักษ์นี้เป็นเทพารักษ์ผู้ชายหรือผู้หญิง เสนาจึงทูลว่าอันเทพารักษ์เป็นนางศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก พระนเรศร์จึงตรัสว่า อันเทพารักษ์นี้เป็นแต่นาง<noinclude></noinclude> 03385x5ye45ttt9uv395j6p5jz3gehs หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/349 250 89411 289314 2026-04-22T07:39:47Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "เทพารักษ์ดอก ถ้าจักเป็นเมียเราก็จักได้ เราไม่ลงจากช้าง ครั้นพระนเรศร์ตรัสดังนี้แล้ว ก็ทรงช้างพระที่นั่งผ่านหน้าศาลนางเทพารักษ์นั้นไป จึงเห็นเป็นตัวแมลงภู่..." 289314 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๑๕}}</noinclude>เทพารักษ์ดอก ถ้าจักเป็นเมียเราก็จักได้ เราไม่ลงจากช้าง ครั้นพระนเรศร์ตรัสดังนี้แล้ว ก็ทรงช้างพระที่นั่งผ่านหน้าศาลนางเทพารักษ์นั้นไป จึงเห็นเป็นตัวแมลงภู่บินตรงมาหน้าช้าง แล้วก็เข้าต่อยเอาที่อุณาโลม องค์พระนเรศร์นั้นก็สลบอยู่กับหลังช้างพระที่นั่ง แล้วก็เสด็จสู่สวรรคตที่ตรงหน้าเขาเขียว เสนาทั้งปวงจึงเชิญพระศพ แล้วก็กลับมายังพลับพลาเมืองห่าง ส่วนพระเอกาทศรถนั้นก็ยกพลไปถึงแดนเมืองหงสา จึงตีบ้านกว้านกวาดได้มอญลาวหญิงชายเป็นอันมาก แล้วจักยกเข้าตีเมืองหงสา ก็พอเสนาอำมาตย์ให้ม้าใช้เร่งรีบไปทูลความพระนเรศร์สวรรคต พระองค์ครั้นทราบความดังนั้นก็เร่งรีบยกพลโยธาทัพกลับมายังเมืองห่าง ครั้นถึงแล้วก็เสด็จเข้าไปสู่ยังสถานพระเชษฐา จึงกอดพระบาทพระพี่ยาเข้า แล้วก็ทรงกันแสงโศกาอาดูรร่ำไรไปต่าง ๆ พระองค์ก็กอดพระเชษฐาเข้า แล้วก็สลบลงอยู่กับที่ แต่ทรงพระกันแสงแล้วสลบไปถึงสามครั้ง ครั้นพระองค์ก็ได้สมฤดีคืนมาแล้ว พระองค์จึงมีพระบัณฑูรตรัสสั่งให้หาพระโกศทองทั้งสองใบที่ใส่พระศพ แล้วจึงเชิญขึ้นสู่บนพระราชรถ แล้วก็แห่แหนเป็นกระบวนมหาพยุหบาตราอย่างใหญ่มาจนถึงกรุงอยุธยาธานี แล้วจึงสั่งให้ทำพระเมรุทองอันสูงใหญ่ยิ่งนัก อันการพระบรมศพครั้งนั้นเป็นการใหญ่หลวงหนักหนาเกินที่เกินทางแต่ก่อนมา ทั้งเครื่องไทยทานก็มากมายหนักหนา แล้วให้ชุมนุมกษัตริย์ทุกประเทศอันน้อยใหญ่ทั้งสิ้น จึงเชิญพระศพแห่แหนไปแล้ว จึงถวายพระเพลิงที่วัดสบสวรรค์๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> gk0u2kczhpgy6utwz41uxetnkbqkz86 289315 289314 2026-04-22T07:43:21Z Peatlnwza 10757 289315 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๑๕}}</noinclude>เทพารักษ์ดอก ถ้าจักเป็นเมียเราก็จักได้ เราไม่ลงจากช้าง ครั้นพระนเรศร์ตรัสดังนี้แล้ว ก็ทรงช้างพระที่นั่งผ่านหน้าศาลนางเทพารักษ์นั้นไป จึงเห็นเป็นตัวแมลงภู่บินตรงมาหน้าช้าง แล้วก็เข้าต่อยเอาที่อุณาโลม องค์พระนเรศร์นั้นก็สลบอยู่กับหลังช้างพระที่นั่ง แล้วก็เสด็จสู่สวรรคตที่ตรงหน้าเขาเขียว เสนาทั้งปวงจึงเชิญพระศพ แล้วก็กลับมายังพลับพลาเมืองห่าง ส่วนพระเอกาทศรถนั้นก็ยกพลไปถึงแดนเมืองหงสา จึงตีบ้านกว้านกวาดได้มอญลาวหญิงชายเป็นอันมาก แล้วจักยกเข้าตีเมืองหงสา ก็พอเสนาอำมาตย์ให้ม้าใช้เร่งรีบไปทูลความพระนเรศร์สวรรคต พระองค์ครั้นทราบความดังนั้นก็เร่งรีบยกพลโยธาทัพกลับมายังเมืองห่าง ครั้นถึงแล้วก็เสด็จเข้าไปสู่ยังสถานพระเชษฐา จึงกอดพระบาทพระพี่ยาเข้า แล้วก็ทรงกันแสงโศกาอาดูรร่ำไรไปต่าง ๆ พระองค์ก็กอดพระเชษฐาเข้า แล้วก็สลบลงอยู่กับที่ แต่ทรงพระกันแสงแล้วสลบไปถึงสามครั้ง ครั้นพระองค์ก็ได้สมฤดีคืนมาแล้ว พระองค์จึงมีพระบัณฑูรตรัสสั่งให้หาพระโกศทองทั้งสองใบที่ใส่พระศพ แล้วจึงเชิญขึ้นสู่บนพระราชรถ แล้วก็แห่แหนเป็นกระบวนมหาพยุหบาตราอย่างใหญ่มาจนถึงกรุงอยุธยาธานี แล้วจึงสั่งให้ทำพระเมรุทองอันสูงใหญ่ยิ่งนัก อันการพระบรมศพครั้งนั้นเป็นการใหญ่หลวงหนักหนาเกินที่เกินทางแต่ก่อนมา ทั้งเครื่องไทยทานก็มากมายหนักหนา แล้วให้ชุมนุมกษัตริย์ทุกประเทศอันน้อยใหญ่ทั้งสิ้น จึงเชิญพระศพแห่แหนไปแล้ว จึงถวายพระเพลิงที่วัดสบสวรรค์ ๚ {{มปก}}<noinclude></noinclude> j88o589fslthfa83skuu5ho0r2x958z หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/350 250 89412 289316 2026-04-22T07:55:14Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "<section begin="350-1" />{{ฟม}}อันพระนเรศร์นั้น วันพฤหัสบดีได้ครองกรุงมาเมื่อครั้งจุลศักราชได้ {{ตตฉ|๙๖๐}} ปี พระชนม์ได้ ๑๕ ปี อยู่ในสมบัติได้ ๒๐ เป็น ๓๕ ปี สวรรคต เมื่อสวรรคตนั้นจุล..." 289316 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๓๑๖}}</noinclude><section begin="350-1" />{{ฟม}}อันพระนเรศร์นั้น วันพฤหัสบดีได้ครองกรุงมาเมื่อครั้งจุลศักราชได้ {{ตตฉ|๙๖๐}} ปี พระชนม์ได้ ๑๕ ปี อยู่ในสมบัติได้ ๒๐ เป็น ๓๕ ปี สวรรคต เมื่อสวรรคตนั้นจุลศักราชได้ ๙๖๐ ปี สัมฤทธิศก ๚ <section end="350-1" /> <section begin="350-2" />{{ฟม}}ครั้นพระนเรศร์สวรรคตแล้ว พระเอกาทศรถจึงครอบครองกรุงฉลองพระเชษฐาสืบไป จึงทำการราชาภิเษกอันครบครัน จึงถวายพระมเหสี พระนามชื่อพระสวัสดี พระองค์จึงสร้างวัดไว้ที่ถวายพระเพลิงพระนเรศร์ แล้วจึงสมมตินามเรียกวัดสบสวรรค์ พระองค์จึงสร้างวัดไว้ที่สวนฉลององค์พระเชษฐาวัดหนึ่ง จึงสมมตินามที่เรียกว่าวัดวรเซษฐาราม แล้วพระองค์จึงถวายที่เขตอาราม จึงจารึกไว้ในแผ่นศิลา อันเหล่าบรรดาทหารทั้งนั้น พระองค์ปูนบำเหน็จหนักหนาให้เป็นชั้นหลั่นกันลงมา ทั้งบุตรและภรรยาได้ดี อันทหารห้าร้อยคนเดิมนั้นพระองค์เพิ่มบำเหน็จมีภาษี ให้ทั้งโคควายไร่นาและที่ถิ่นฐานบ้านเรือน ทั้งทาสีทาสา แล้วให้มีตราพระราชสีห์คุ้มห้ามด่านขนอนอากรทั้งปวงเบ็ดเสร็จ มิให้เบิกจ่ายทุกกระทรวงจนต้องคดีโรงศาลประทานให้ทั้งพินัยหลวง {{ตตฉ|'}}ที่พระองค์ประทานทั้งปวงนี้มิให้ล่วงพระโองการที่พระเชษฐาสั่งไว้ อันเมืองกรุงศรีอยุธยานี้มีมอญและลาวมากมาแต่ครั้งนั้น จึงเอาจ่ายในการเมือง แล้วให้เลี้ยงช้างทั้งกรุงทั้งหมู่โขลงแล่น มียศทั้งสิ้น ก็มีมาแต่ครั้งนั้น อันมอญและลาวเหล่า<section end="350-2" /><noinclude></noinclude> s5svvck8ot068drl8n84n00gzlk81gc หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/159 250 89413 289319 2026-04-22T08:31:04Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "แรกที่ให้ความรักและความสุขแก่ผม ผมถอนใจและตอบลุงอ่อนว่า "อย่าเลยลุง ผมขอขอบคุณคุณลุงนัก อย่ายุ่งยากเลย ผมจะอยู่จะนอนอย่างเก่า" ผมพูดเสียงอ่อยๆ "ฮะ! ก็คุณห..." 289319 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๗}}</noinclude>แรกที่ให้ความรักและความสุขแก่ผม ผมถอนใจและตอบลุงอ่อนว่า "อย่าเลยลุง ผมขอขอบคุณคุณลุงนัก อย่ายุ่งยากเลย ผมจะอยู่จะนอนอย่างเก่า" ผมพูดเสียงอ่อยๆ "ฮะ! ก็คุณหลวงท่านบงการ" แกตาเหลือกพูด "ไม่เป็นไรลุง พรุ่งนี้จะบอกกับท่านเอง" ผมพูดแล้วจูงมือแกเดินไปท้ายครัวทางโน้น ซึ่งเป็นห้องพักของแกกับป้าแม่ครัว และแกก็นั่งทำอะไรง่วนอยู่ "ไม่อยู่คุยกันก่อนหรือคะ?" ป้าแย้มแม่ครัวถามผม "วันหลังเถอะครับป้า ขออาบน้ำสักที" พูดแล้วรีบลาแกกลับ พอถึงห้องประตูยังคงปิดอยู่ ไฟสว่าง ผมเดินเข้าห้องอย่างระโหยโรงแรง ผมขาดรำเพยเสียแล้วหรือ เธอลืมผมหรือ เธอไม่กลับมาหาผมที่ยังรกเธอ คิดถึงเธอแทบจะสิ้นใจ ผมยืนเอามือเท้าโต๊ะอาหารและคอตก ก้มดูโต๊ะนิ่ง ไม่รู้จะคิดอย่างไร ทำอย่างไร ได้ยินเสียงประตูห้องที่ผมผ่านเข้ามา และยังเปิดทิ้งไว้ถูกงับปิดเข้ามา ผมคิดว่าลมพัดปิด ก็ยังคงยืนก้มหน้้าเฉย แต่บัดนั้นก็ได้ยินเสียงใส่กลอนดังแชะ ผมสะดุ้งหันไป ผมตกใจ คนที่ปิดประตูคือรำเพย ผมเซติดโต๊ะ "คุณกลัวฉันหรือ?" เธอถามและยืนนิ่งกับที่ ความจริงผมกลังเพียงวูบแรก แต่แล้วกลับดีใจที่รำเพยยังไม่ไปไหน "ฉันคิดถึงรำเพย! ฉันไม่มีรำเพยไม่ได้ในชีวิตนี้" ผมตอบละล่ำละลัก "รำเพยก็ขาดคุณไม่ได้ คิดถึงที่สุด ฉันไปไหนไม่ได้ ฉันเป็นของคุณ" เธอพูดอย่างระโหยโรยแรง แล้วโผเข้าหาผม ผมอ้าแขนรับเธอ แล้วกอดอย่างสะใจ "ยอดชีวิตของฉัน ฉันจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเธอ" ผมพูดอย่างสุขใจ "คุณไม่กลัวฉันหรือ เพราะรู้แล้วว่าฉันเป็นผี" รำเพยกระซิบที่อกผม "กลัว! แต่ฉันรักมากกว่ากลัว" ผมว่า รำเพยกอดผมแน่นแล้วร้องไห้อยู่ที่อกผม "ฉันไม่คิดว่าจะได้พบกับ<noinclude></noinclude> q1trse3onn927n2oibzf1ta1hhbe59p 289320 289319 2026-04-22T09:20:57Z สีทราย 11827 289320 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๗}}</noinclude>แรกที่ให้ความรักและความสุขแก่ผม ผมถอนใจและตอบลุงอ่อนว่า "อย่าเลยลุง ผมขอขอบคุณคุณลุงนัก อย่ายุ่งยากเลย ผมจะอยู่จะนอนอย่างเก่า" ผมพูดเสียงอ่อยๆ "ฮะ! ก็คุณหลวงท่านบงการ" แกตาเหลือกพูด "ไม่เป็นไรลุง พรุ่งนี้จะบอกกับท่านเอง" ผมพูดแล้วจูงมือแกเดินไปท้ายครัวทางโน้น ซึ่งเป็นห้องพักของแกกับป้าแม่ครัว และแกก็นั่งทำอะไรง่วนอยู่ "ไม่อยู่คุยกันก่อนหรือคะ?" ป้าแย้มแม่ครัวถามผม "วันหลังเถอะครับป้า ขออาบน้ำสักที" พูดแล้วรีบลาแกกลับ พอถึงห้องประตูยังคงปิดอยู่ ไฟสว่าง ผมเดินเข้าห้องอย่างระโหยโรยแรง ผมขาดรำเพยเสียแล้วหรือ เธอลืมผมหรือ เธอไม่กลับมาหาผมที่ยังรักเธอ คิดถึงเธอแทบจะสิ้นใจ ผมยืนเอามือเท้าโต๊ะอาหารและคอตก ก้มดูโต๊ะนิ่ง ไม่รู้จะคิดอย่างไร ทำอย่างไร ได้ยินเสียงประตูห้องที่ผมผ่านเข้ามา และยังเปิดทิ้งไว้ถูกงับปิดเข้ามา ผมคิดว่าลมพัดปิด ก็ยังคงยืนก้มหน้าเฉย แต่บัดนั้นก็ได้ยินเสียงใส่กลอนดังแชะ ผมสะดุ้งหันไป ผมตกใจ คนที่ปิดประตูคือรำเพย ผมเซติดโต๊ะ "คุณกลัวฉันหรือ?" เธอถามและยืนนิ่งกับที่ ความจริงผมกลังเพียงวูบแรก แต่แล้วกลับดีใจที่รำเพยยังไม่ไปไหน "ฉันคิดถึงรำเพย! ฉันไม่มีรำเพยไม่ได้ในชีวิตนี้" ผมตอบละล่ำละลัก "รำเพยก็ขาดคุณไม่ได้ คิดถึงที่สุด ฉันไปไหนไม่ได้ ฉันเป็นของคุณ" เธอพูดอย่างระโหยโรยแรง แล้วโผเข้าหาผม ผมอ้าแขนรับเธอ แล้วกอดอย่างสะใจ "ยอดชีวิตของฉัน ฉันจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเธอ" ผมพูดอย่างสุขใจ "คุณไม่กลัวฉันหรือ เพราะรู้แล้วว่าฉันเป็นผี" รำเพยกระซิบที่อกผม "กลัว! แต่ฉันรักมากกว่ากลัว" ผมว่า รำเพยกอดผมแน่นแล้วร้องไห้อยู่ที่อกผม "ฉันไม่คิดว่าจะได้พบกับ<noinclude></noinclude> m1k0pfhy9255848zq692em0sqlw1kof หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/160 250 89414 289321 2026-04-22T09:28:50Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "คุณในโลกนี้ แต่แล้วก็ได้พบ แต่ฉันก็สงสารคุณที่ต้องมารักและห่วงผีที่ไม่มีญาติดังฉัน" "อย่าห่วงถึงฉันเลยยอดรัก ขอให้ฉันกอดยอดรักอย่างนี้ไปจนตายเถิด" ผมปลอบเ..." 289321 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๘}}</noinclude>คุณในโลกนี้ แต่แล้วก็ได้พบ แต่ฉันก็สงสารคุณที่ต้องมารักและห่วงผีที่ไม่มีญาติดังฉัน" "อย่าห่วงถึงฉันเลยยอดรัก ขอให้ฉันกอดยอดรักอย่างนี้ไปจนตายเถิด" ผมปลอบเธอ รำเพยเงยหน้าขึ้นจูบผมอย่างไม่อยากเลิก "สุดที่รักของเมีย" เธอกระซิบ "เมียจะตามคุณไปทุกแห่ง" ื ผมสุขใจอะไรเช่นนั้น จูบตอบเธอ แล้วชวนกันไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำแล้ว ผมนึกได้ว่าเรายังไม่ได้กินข้าวเลย ผมบอกกับรำเพยว่าผมจะออกไปซื้ออาหารมากินกัน ขอให้รำเพยคอยก่อน รำเพยหัวเราะและจูบผม กระซิบว่า "เมื่อคุณรู้แล้วว่าฉันคือใคร ฉันจะซื้อให้เอง เร็วดี คุณรอไม่กี่อึดใจก็มาถึง" พอขาดคำ เธอหายวับไปกับตา ผมยืนมองนิ่ง นึกกลัวนิดหน่อยแม้จะรักเท่าใด อากัปกิริยาที่เห็นนั้นย่อมน่ากลัวแก่คนทั่วไป ความเงียบได้เป็นไปอยู่ครู่หนึ่ง บัดเดี๋ยวใจรำเพยก็ยืนอยู่ที่ประตูทั้งๆ ที่ปิดอยู่ ร่างกายเธอแทรกเข้ามาได้อย่างรางๆ แล้วชัดขึ่้นเป็นธรรมดา ในมือมีห่อหลายห่อ เราแก้ห่อออกดู มีข้าวเหนียวหมูแดงบ้าง เป็ดไก่บ้าง ผมไม่สงสัยและถามว่าเอามาได้อย่างไร เพราะรู้จักอำนาจของเธอดี คืนนั้นผมนอนอยู่กับรำเพยอย่างผาสุก เช้าขึ้นผมงับประตูห้องไว้ โดยเชื่ออย่างเด็ดขาดว่าไม่มีใครใกล้กรายไปห้องผม เราจะไม่หลบซ่อนกันอีก ใครจะเห็นรำเพยไม่ได้แน่ๆ ผมขึ้นไปรับใช้คุณหลวงด้วยความเบิกบาน คุณหลวงกับคุณนายมองดูผมอย่างประหลาดใจ "ทองคำยังนอนห้องเก่าหรือ?" คุณนายถามและจ้องดูผม "ครับผม ที่เก่าสบายมากมาแต่เดิม กระผมเลยทิ้งไม่ได้" ผมตอบ คุณหลวงผงกหัวหงึกๆ แล้วหยิบเนยทาขนมปัง "ฉันชมแกแฮะ แกกล้ามาก ใครมาอยู่ห้องนั้นโดนหมด" คุณหลวงพูดและมองดูผม<noinclude></noinclude> ov02hkcg0pca3v1ximdv0ojwrxc2zad 289322 289321 2026-04-22T09:32:18Z สีทราย 11827 289322 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๘}}</noinclude>คุณในโลกนี้ แต่แล้วก็ได้พบ แต่ฉันก็สงสารคุณที่ต้องมารักและห่วงผีที่ไม่มีญาติดังฉัน" "อย่าห่วงถึงฉันเลยยอดรัก ขอให้ฉันกอดยอดรักอย่างนี้ไปจนตายเถิด" ผมปลอบเธอ รำเพยเงยหน้าขึ้นจูบผมอย่างไม่อยากเลิก "สุดที่รักของเมีย" เธอกระซิบ "เมียจะตามคุณไปทุกแห่ง" ผมสุขใจอะไรเช่นนั้น จูบตอบเธอ แล้วชวนกันไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำแล้ว ผมนึกได้ว่าเรายังไม่ได้กินข้าวเลย ผมบอกกับรำเพยว่าผมจะออกไปซื้ออาหารมากินกัน ขอให้รำเพยคอยก่อน รำเพยหัวเราะและจูบผม กระซิบว่า "เมื่อคุณรู้แล้วว่าฉันคือใคร ฉันจะซื้อให้เอง เร็วดี คุณรอไม่กี่อึดใจก็มาถึง" พอขาดคำ เธอหายวับไปกับตา ผมยืนมองนิ่ง นึกกลัวนิดหน่อยแม้จะรักเท่าใด อากัปกิริยาที่เห็นนั้นย่อมน่ากลัวแก่คนทั่วไป ความเงียบได้เป็นไปอยู่ครู่หนึ่ง บัดเดี๋ยวใจรำเพยก็ยืนอยู่ที่ประตูทั้งๆ ที่ปิดอยู่ ร่างกายเธอแทรกเข้ามาได้อย่างรางๆ แล้วชัดขึ่้นเป็นธรรมดา ในมือมีห่อหลายห่อ เราแก้ห่อออกดู มีข้าวเหนียวหมูแดงบ้าง เป็ดไก่บ้าง ผมไม่สงสัยและถามว่าเอามาได้อย่างไร เพราะรู้จักอำนาจของเธอดี คืนนั้นผมนอนอยู่กับรำเพยอย่างผาสุก เช้าขึ้นผมงับประตูห้องไว้ โดยเชื่ออย่างเด็ดขาดว่าไม่มีใครใกล้กรายไปห้องผม เราจะไม่หลบซ่อนกันอีก ใครจะเห็นรำเพยไม่ได้แน่ๆ ผมขึ้นไปรับใช้คุณหลวงด้วยความเบิกบาน คุณหลวงกับคุณนายมองดูผมอย่างประหลาดใจ "ทองคำยังนอนห้องเก่าหรือ?" คุณนายถามและจ้องดูผม "ครับผม ที่เก่าสบายมากมาแต่เดิม กระผมเลยทิ้งไม่ได้" ผมตอบ คุณหลวงผงกหัวหงึกๆ แล้วหยิบเนยทาขนมปัง "ฉันชมแกแฮะ แกกล้ามาก ใครมาอยู่ห้องนั้นโดนหมด" คุณหลวงพูดและมองดูผม<noinclude></noinclude> aitggo70eafv1hrq6yhq3o5h0evlyy3 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/161 250 89415 289323 2026-04-22T09:50:22Z สีทราย 11827 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย " "ก็ไม่กล้าหรอกครับผม แต่อาศัยว่าเคยอยู่สบายก็ไม่อยากย้าย" ผมว่า "ตามใจเถอะ! ที่ให้ย้ายน่ะเพราะเห็นใจ เป็นฉันก็เผ่นแล้ว" คุณนายพูดแล้วทำตัวสั่น วันที่พู..." 289323 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๙}}</noinclude> "ก็ไม่กล้าหรอกครับผม แต่อาศัยว่าเคยอยู่สบายก็ไม่อยากย้าย" ผมว่า "ตามใจเถอะ! ที่ให้ย้ายน่ะเพราะเห็นใจ เป็นฉันก็เผ่นแล้ว" คุณนายพูดแล้วทำตัวสั่น วันที่พูดกันนั้นเป็นวันอาทิตย์ คุณหลวงจึงว่าวันนี้จะเข้าไปดูตึกโน้น เพราะว่าเป็นตึกของเราแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปดูแลและจัดแจงได้ พอรับประทานอาหารเสร็จแล้ว คุณหลวงคุณนายก็ชวนผมลงข้างล่าว เรียกลุงอ่อนด้วยอีกคนออกนอกบ้าน เราเดินอ้อมไปเข้าประตูบ้านโน้น โดยฝากจ้างเจ๊กแก่ๆ เผ้าประตูไว้ เราลองไขกุญแจประตู เมื่อไขได้ก็เข้าไปในบริเวณตึกที่ปิดเงียบ ผมมองดูแต่ห้องชั้นล่างที่ติดกับห้องผมมิได้ขาด คุณหลวงดูจะรู้ใจผม รีบเดินมาถึงห้องนั้น และบงการให้ลุงอ่อนไขกุญแจ พอเปิดประตูออก แสงสว่างผ่านเข้าไป ห้องนั้นก็สว่างทั่วห้อง ไม่มีศพอย่างที่ผมคาดไว้แต่เดิม มีพื้นว่างๆ และฝุ่นจับหนา ประตูช่องทางลงใต้ดินคงปิดอยู่และใส่กุญแจด้วย คุณหลวงชี้ให้ผมดูทั่วๆ ไปแล้วยิ้ม ซึ่งคุณหลวงกับผมรู้กันอยู่ในใจ ผมก็เชื่อสนิทแล้ว ที่ผมเห็นและผมฆ่าเขาตายนั้นไม่มีอะไรจริง ผมถูกหลอกหลอนอย่างหนัก ไม่มีใครจะถูกหลอกดังผมเลย "เราจะรื้อห้องนี้และห้องทองคำด้วย จะถมทางใต้ดินเสีย และเทปูนลาดให้เรียบ เอาไว้ก็ดูขวางๆ บริเวณอยู่ เพราะเราจะเปิดถึงกัน พังกำแพงนี้ให้หมด" คุณหลวงพูดไป ตาก็มองโน่นมองนี่กะการจะซ่อมสร้างที่ใหม่ เราไม่ได้ดูห้องอื่นๆ หรือบนตึกอีก พากันกลับออกประตูเดิมข้างถนนแล้วกลับเข้าบ้านเรา เมื่อคุณหลวงจะขึ้นตึก หันมาดูผมและพูดว่า "สบายละซีนะ" "ครับผม" ผมตอบ แล้วผมก็เข้าห้องผมตามเคย เห็นข้าวปลาที่แม่ครัวมาวางไว้แล้วที่โต๊ะ แม่ครัวแกไม่รู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับห้องนี้ แกจึงกล้าเข้าห้องได้ ผมเหลียวหารำเพยก้เห็นเธอออกมาจากห้องนอน เราจึงรับประทานข้าวพร้อมกัน เมื่อผมรู้แล้วว่าเธอคือใคร ก็ไม่อยากจะสังเกตการกินอาหาร เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเธอจะกินอะไรได้อย่างไร นอกจากดมๆ อย่างที่เขาเซ่นกันทั่วๆ ไป ไม่เห็นอาหารแหว่ง แม้ผมจะมอง<noinclude></noinclude> 2czfio29kq2y9dbecbgcftie5twfm28 289324 289323 2026-04-22T10:23:00Z สีทราย 11827 289324 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๕๙}}</noinclude> "ก็ไม่กล้าหรอกครับผม แต่อาศัยว่าเคยอยู่สบายก็ไม่อยากย้าย" ผมว่า "ตามใจเถอะ! ที่ให้ย้ายน่ะเพราะเห็นใจ เป็นฉันก็เผ่นแล้ว" คุณนายพูดแล้วทำตัวสั่น วันที่พูดกันนั้นเป็นวันอาทิตย์ คุณหลวงจึงว่าวันนี้จะเข้าไปดูตึกโน้น เพราะว่าเป็นตึกของเราแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปดูแลและจัดแจงได้ พอรับประทานอาหารเสร็จแล้ว คุณหลวงคุณนายก็ชวนผมลงข้างล่าง เรียกลุงอ่อนด้วยอีกคนออกนอกบ้าน เราเดินอ้อมไปเข้าประตูบ้านโน้น โดยฝากจ้างเจ๊กแก่ๆ เฝ้าประตูไว้ เราลองไขกุญแจประตู เมื่อไขได้ก็เข้าไปในบริเวณตึกที่ปิดเงียบ ผมมองดูแต่ห้องชั้นล่างที่ติดกับห้องผมมิได้ขาด คุณหลวงดูจะรู้ใจผม รีบเดินมาถึงห้องนั้น และบงการให้ลุงอ่อนไขกุญแจ พอเปิดประตูออก แสงสว่างผ่านเข้าไป ห้องนั้นก็สว่างทั่วห้อง ไม่มีศพอย่างที่ผมคาดไว้แต่เดิม มีพื้นว่างๆ และฝุ่นจับหนา ประตูช่องทางลงใต้ดินคงปิดอยู่และใส่กุญแจด้วย คุณหลวงชี้ให้ผมดูทั่วๆ ไปแล้วยิ้ม ซึ่งคุณหลวงกับผมรู้กันอยู่ในใจ ผมก็เชื่อสนิทแล้ว ที่ผมเห็นและผมฆ่าเขาตายนั้นไม่มีอะไรจริง ผมถูกหลอกหลอนอย่างหนัก ไม่มีใครจะถูกหลอกดังผมเลย "เราจะรื้อห้องนี้และห้องทองคำด้วย จะถมทางใต้ดินเสีย และเทปูนลาดให้เรียบ เอาไว้ก็ดูขวางๆ บริเวณอยู่ เพราะเราจะเปิดถึงกัน พังกำแพงนี้ให้หมด" คุณหลวงพูดไป ตาก็มองโน่นมองนี่กะการจะซ่อมสร้างที่ใหม่ เราไม่ได้ดูห้องอื่นๆ หรือบนตึกอีก พากันกลับออกประตูเดิมข้างถนนแล้วกลับเข้าบ้านเรา เมื่อคุณหลวงจะขึ้นตึก หันมาดูผมและพูดว่า "สบายละซีนะ" "ครับผม" ผมตอบ แล้วผมก็เข้าห้องผมตามเคย เห็นข้าวปลาที่แม่ครัวมาวางไว้แล้วที่โต๊ะ แม่ครัวแกไม่รู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับห้องนี้ แกจึงกล้าเข้าห้องได้ ผมเหลียวหารำเพยก้เห็นเธอออกมาจากห้องนอน เราจึงรับประทานข้าวพร้อมกัน เมื่อผมรู้แล้วว่าเธอคือใคร ก็ไม่อยากจะสังเกตการกินอาหาร เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเธอจะกินอะไรได้อย่างไร นอกจากดมๆ อย่างที่เขาเซ่นกันทั่วๆ ไป ไม่เห็นอาหารแหว่ง แม้ผมจะมอง<noinclude></noinclude> skcquas2vu53998flah5m8ijo40uo9p