วิกิซอร์ซ
thwikisource
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81
MediaWiki 1.46.0-wmf.26
first-letter
สื่อ
พิเศษ
พูดคุย
ผู้ใช้
คุยกับผู้ใช้
วิกิซอร์ซ
คุยเรื่องวิกิซอร์ซ
ไฟล์
คุยเรื่องไฟล์
มีเดียวิกิ
คุยเรื่องมีเดียวิกิ
แม่แบบ
คุยเรื่องแม่แบบ
วิธีใช้
คุยเรื่องวิธีใช้
หมวดหมู่
คุยเรื่องหมวดหมู่
สถานีย่อย
คุยเรื่องสถานีย่อย
ผู้สร้างสรรค์
คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์
งานแปล
คุยเรื่องงานแปล
หน้า
คุยเรื่องหน้า
ดัชนี
คุยเรื่องดัชนี
TimedText
TimedText talk
มอดูล
คุยเรื่องมอดูล
Event
Event talk
ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๒) ๒๕๕๐.djvu
252
49006
289669
282695
2026-05-03T13:05:17Z
Flamevine
11908
289669
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=วารสาร
|ชื่อ=[[พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 (2)|พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2550]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549)}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2550
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 124, ตอน 39 ก, หน้า 1–3, 3 สิงหาคม 2550
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to4 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๑).djvu|2542]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu|2543]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๒) ๒๕๕๐.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๖๐ (๑).djvu|2560]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2562-07-22.djvu|2562]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๒๔|ต=๓๙ ก|ว=๓ สิงหาคม ๒๕๕๐}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีพระราชบัญญัติ]]
33meusz5fpfqu0mkukwejv9hxvs732h
ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๑).djvu
252
49011
289667
282683
2026-05-03T13:04:52Z
Flamevine
11908
289667
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=วารสาร
|ชื่อ=[[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ พ.ศ. 2542|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|รัฐสภาไทย}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2542
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 116, ตอน 81 ก, หน้า 18–29, 14 กันยายน 2542
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1 = 18
1to12 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๑).djvu|2542]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu|2543]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๒) ๒๕๕๐.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๖๐ (๑).djvu|2560]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2562-07-22.djvu|2562]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๑๖|ต=๘๑ ก|ว=๑๔ กันยายน ๒๕๔๒}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีพระราชบัญญัติ]]
52cgj3m16vk7xgr1t52i29wseqpeqep
ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๖๐ (๑).djvu
252
87130
289668
282697
2026-05-03T13:05:04Z
Flamevine
11908
289668
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ พ.ศ. 2560|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2557)}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2560
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 134, ตอน 99 ก, หน้า 1, 28 กันยายน 2560
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1to21 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๑).djvu|2542]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu|2543]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๒) ๒๕๕๐.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๖๐ (๑).djvu|2560]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2562-07-22.djvu|2562]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|1=4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๓๔|ต=๙๙ ก|ว=๒๘ กันยายน ๒๕๖๐}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีพระราชบัญญัติ]]
r4neams65em3n3zrvrkjf0u0mtsfprj
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/179
250
89498
289691
289606
2026-05-04T02:00:37Z
สีทราย
11827
289691
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๗}}</noinclude>พิมพ์กับบ้านเสมอ เมื่อพิมพ์เข้าเป็นเล่มแล้ว หน้าที่ขนหนังสือมาเก็บที่บ้านก็คือผม เวลาออกจำหน่าย คุณหลวงไปติดต่อร้านค้าต่างๆ ไว้ ผมก็นำไปส่งตามจำนวนที่สั่งจอง ส่วนการแผนกปรนนิบัติสำหรับคุณหลวงนั้นคงเป็นหน้าที่ผมตามเคย เพราะใครทำไม่ถูกใจ ทั้งจัดการอาหารเช้าพิเศษและการจัดเสื้อจัดผ้าที่จะไปทำราชการ พอพ้นงานประเภทนี้แล้ว ผมจึงจับงานเกี่ยวกับหนังสือโดยทั่วไป ส่งหนังสือ ควบคุมการพิมพ์หนังสือและเก็บเงินค่าหนังสือ ถ้าท่านแต่งตำราขึ้นอีกก็ต้องตรวจปรู๊ฟอีกเฉพาะง่ายๆ ผมก็สู้งานได้เป็นอย่างดี ก็เพราะผมมีกำลังใจจากดวงวิญญาณดวงหนึ่งคือรำเพยของผม เธอพ้นเข้าเวรรับโทษ เธอก็มาอยู่กับผมเยี่ยงสามีภรรยาทั่วไป ผิดกันแต่เพียงไม่มีใครจะเห็นตัวเธอได้ นอกจากผมผู้เดียวจะเห็นเธอได้ สัมผัสตัวได้อย่างคนธรรมดา เรื่องอาหารนั้นไม่ยากอย่างแต่ก่อน เธอได้บอกกับผมให้เข้าใจถี่ถ้วนดี คืออาหารของเธอนั้นไม่ต้องเพิ่มให้มากดังแต่ก่อน เมื่อยอมให้ผมเพิ่มอาหารครั้งก่อนนั้น ก็เนื่องจากทำให้เป็นไปอย่างธรรมดามนุษย์ที่มีวิญญาณจริงๆ มนุษย์แท้ๆ ก็ต้องกินอาหารเป็นธรรมดามีกำหนดอัตรา ในตอนแรกผมคิดว่าเธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เธอก็ต้องทำไปตามนั้น ครั้นพอผมรู้ว่าเธอเป็นผีแล้ว ก็ไม่ยุ่งเรื่องอาหารเลย เพียงมีอาหารเท่าที่มีสำหรับผม และความตั้งใจอันแรงกล้าของผมเชิญเธอกินด้วย เธอก็อิ่มเอมเหลือเฟือ มีจานข้าวให้เธอเท่านั้นเธอก็กินร่วมกับผมได้
เรื่องนี้คนธรรมดาทั่วๆ ไปทำไม่ได้ เพราะว่าเขาทุกคนไม่ได้ติดต่อกับผีหรือดวงวิญญาณของคนที่ไม่มีร่างอาศัยและถูกตั้งชื่อว่าผีนั้นโดยใกล้ชิดสนิทสนมอย่างผม ถ้าดวงวิญญาณทั่วๆ ไปจะได้กินอาหารหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยากได้ ก็ต้องอาศัยการใส่บาตรพระ แล้วขอจิตอุทิศอันแรงกล้าจากพระท่านส่งให้อีกทอดหนึ่ง แต่ก็ต้องถูกกล่าวชื่อในคราวกรวดน้ำว่า ชื่อใดๆ จงมาได้รับกุศลทานครั้งนี้ โดยใครเล่าเป็นผู้บริจาคให้อุทิศให้ ถูกต้องดังนี้ วิญญาณที่ลอยร่อนอยู่ก็จะได้รับได้กินอย่างอิ่ม ถ้าผู้บริจาคกุศลทานนั้นไม่ได้กล่าวชื่อของผู้มีแต่วิญญาณก็ต้องแย่งกันกิน ตัวเธอนั้นไม่มีญาติใดอีกเลยนอกจากแม่ และแม่ก็เป็นผู้อยู่ในจำนวนที่จะต้องรับทาน ครั้นไม่มีผู้ใดอุทิศให้โดยออกนาม ของนั้นๆ ก็หมายถึง<noinclude></noinclude>
oysg4p4be5m2e937h47v6afuh1t4j9d
คุยกับผู้ใช้:CEO18479
3
89541
289666
2026-05-03T12:20:02Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289666
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=CEO18479}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 19:20, 3 พฤษภาคม 2569 (+07)
llmxwlu4bfywl8585l5p9v6zcgt6bf3
ดัชนี:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu
252
89542
289670
2026-05-03T13:07:17Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย ""
289670
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|1=4
|น={{{pagenum}}}
|ล=๑๑๗
|ต=๖๓ ก
|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีข้อกำหนด]]
pxdt9p3c9e5ulgjy51pjtqc9cd45r65
289671
289670
2026-05-03T13:07:27Z
Flamevine
11908
289671
proofread-index
text/x-wiki
{{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template
|ประเภท=หนังสือ
|ชื่อ=[[ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2543]]
|ภาษา=th
|เล่ม=
|ผู้สร้างสรรค์={{ลสย|ศาลฎีกา}}
|ผู้แปล=
|บรรณาธิการ=
|ผู้วาดภาพประกอบ=
|สถานศึกษา=
|ผู้เผยแพร่={{ลสย|สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี}}
|สถานที่=กรุงเทพฯ
|ปี=2543
|รหัส=
|ISBN=
|OCLC=
|LCCN=
|BNF_ARK=
|ARC=
|จากวารสาร=
|ที่มา=djvu
|ภาพ=1
|ความคืบหน้า=V
|การผสานหน้า=yes
|วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์=
|หน้า=<pagelist
1 = 23
1to9 = thai
/>
|ชุดเล่ม={{รายการแนวนอน|
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๑).djvu|2542]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu|2543]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๔๒ (๒) ๒๕๕๐.djvu|2550]]
* [[ดัชนี:พปร วิอาญาการเมือง ๒๕๖๐ (๑).djvu|2560]]
* [[ดัชนี:Kho Kamnot 2562-07-22.djvu|2562]]
}}
|จำนวน=
|หมายเหตุ=
|Width=
|Css=
|Header={{หรก|1=4|น={{{pagenum}}}|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}
|Footer=
}}
[[หมวดหมู่:ดัชนีข้อกำหนด]]
gcaf6pzulfgsg4pf4nhiure6rzhoypo
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/1
250
89543
289672
2026-05-03T13:30:52Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289672
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๒๓|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}
{{พรบ
|ข้อกำหนด
|เกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา <br> ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
|พ.ศ. ๒๕๔๓
|มร=
}}
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ แห่ง{{ลลท|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ พ.ศ. 2542|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542}} ประธานศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อใช้บังคับในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้
{{กม|ข|๑}}ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๓”
{{กม|ข|๒}}ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|หม1|๑|บททั่วไป}}
{{กม|ส1|๑|๑|บทเบ็ดเสร็จทั่วไป}}
{{กม|ข|๓}}เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอาจมีคำสั่งให้คู่ความที่ดาเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้องดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เว้นแต่ข้อที่ไม่ถูกต้องนั้นจะเกิดจากความจงใจหรือละเลยเพิกเฉยของคู่ความฝ่ายนั้น และทำให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ
{{กม|ส1|๑|๒|การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาและผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน}}
{{กม|ข|๔}}เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกองค์คณะผู้พิพากษาตามมาตราแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว{{วว}}<noinclude></noinclude>
3ayle7j2mmzp6o741uxjlujmkedbbh1
289681
289672
2026-05-03T13:41:17Z
Flamevine
11908
289681
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" /></noinclude>{{หรก|1=4|น=๒๓|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}
{{พรบ
|{{กม|ห4|๒๓|ข้อกำหนด}}
|เกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา <br> ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
|พ.ศ. ๒๕๔๓
|มร=
}}
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ แห่ง{{ลลท|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ พ.ศ. 2542|พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542}} ประธานศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อใช้บังคับในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังต่อไปนี้
{{กม|ข|๑}}ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๓”
{{กม|ข|๒}}ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
{{กม|หม1|๑|บททั่วไป}}
{{กม|ส1|๑|๑|บทเบ็ดเสร็จทั่วไป}}
{{กม|ข|๓}}เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอาจมีคำสั่งให้คู่ความที่ดาเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้องดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เว้นแต่ข้อที่ไม่ถูกต้องนั้นจะเกิดจากความจงใจหรือละเลยเพิกเฉยของคู่ความฝ่ายนั้น และทำให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ
{{กม|ส1|๑|๒|การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาและผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน}}
{{กม|ข|๔}}เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกองค์คณะผู้พิพากษาตามมาตราแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว{{วว}}<noinclude></noinclude>
lzoxegwzvpsekxt1nmn479rd8amubgu
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/2
250
89544
289673
2026-05-03T13:31:18Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289673
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๔|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>ให้ประธานศาลฎีกาประกาศรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาไว้ที่ศาลฎีกาภายในกำหนด ๕ วัน นับแต่วันประชุมใหญ่ เพื่อให้คู่ความทราบและมีโอกาสคัดค้านผู้พิพากษาคนใดที่ได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาคดีนั้น
{{กม|ข|๕}}การเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนขององค์คณะผู้พิพากษาตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ทำโดยวิธีลงคะแนนลับ หากคะแนนเท่ากัน ก็ให้ลงคะแนนลับเลือกเฉพาะผู้ที่มีคะแนนเท่ากันจนกว่าจะได้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว
{{กม|ข|๖}}ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งตามมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ อย่างน้อยสามคน มีอำนาจออกคำสั่งใด ๆ ให้เป็นไปตามมาตรา ๘ วรรคสอง ดังกล่าว
{{กม|ข|๗}}กรณีที่มีเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน หรือองค์คณะผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่ง รายงานให้ประธานศาลฎีกาทราบโดยเร็ว
{{กม|หม1|๒|การดำเนินคดีอาญา}}
{{กม|ส1|๒|๑|การรับฟ้อง การนั่งพิจารณา}}
{{กม|ข|๘}}ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือมีข้อความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ และต้องมีข้อความเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องการร่ำรวยผิดปกติ การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น และต้องระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้
หากโจทก์นำตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้อง ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาในการขังหรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว หากไม่ได้นำตัวจำเลยมาศาล ให้โจทก์ระบุที่อยู่จริงของจำเลยมาในฟ้อง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
dbwh7fozcf1p59n0bd144svq9vxfbgg
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/3
250
89545
289674
2026-05-03T13:31:51Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289674
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๕|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|ข|๙}}ในชั้นพิจารณาถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาทำการไต่สวนต่อไปได้จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง
{{กม|ข|๑๐}}ศาลมีอำนาจพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้
{{กม|ข|๑๑}}
เมื่อมีการพิจารณาเป็นการลับ บุคคลเหล่านี้เท่านั้นมีสิทธิอยู่ในห้องพิจารณาได้ คือ
{{กม|วล|๑}}โจทก์
{{กม|วล|๒}}จำเลยและผู้ควบคุมตัวจำเลย
{{กม|วล|๓}}ทนายความ
{{กม|วล|๔}}พยานและบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากศาล
{{กม|ส1|๒|๒|การตรวจและไต่สวนพยานหลักฐาน}}
{{กม|ข|๑๒}}เพื่อประโยชน์ในการตรวจพยานหลักฐาน หากพยานเอกสารหรือพยานวัตถุใดอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก ให้คู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานดังกล่าวมาจากผู้ที่ครอบครอง โดยยื่นคำขอต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยาน เพื่อให้ได้พยานหลักฐานนั้นมาก่อนวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันที่ศาลกำหนด
{{กม|ข|๑๓}}ศาลอาจรับฟังข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ หาก
{{กม|วล|๑}}การบันทึกข้อมูลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นการกระทำตามปกติในการประกอบกิจการของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และ
{{กม|วล|๒}}การบันทึกและการประมวลผลข้อมูลเกิดจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงานตามขั้นตอนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง และแม้หากมีกรณีการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้องก็ไม่กระทบถึงความถูกต้องของข้อมูลนั้น
การกระทำตามปกติของผู้ใช้ตาม (๑) และความถูกต้องของการบันทึกและประมวลผลข้อมูลตาม (๒) ต้องมีคำรับรองของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือดำเนินการนั้น
{{กม|ข|๑๔}}คู่ความที่ประสงค์จะเสนอข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผล โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต้องระบุข้อมูลที่ประสงค์จะอ้างอิงในบัญชีระบุพยานที่ยื่นต่อศาลพร้อมกับ ยื่นคำแถลงแสดงความจำนงเช่นว่านั้น และคำรับรองของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือดำเนินการตามข้อ ๑๓ วรรคสอง กับสำเนาสื่อบีบันทึกข้อมูลนั้นไว้จำนวนที่เพียงพอ เว้นแต่
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
44koq1acnvge5221pj65x1gcxdow1i5
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/4
250
89546
289675
2026-05-03T13:36:56Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289675
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๖|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|วล|๑}}สื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นอยู่ในความครอบครองของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือของบุคคลภายนอก ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างอิงข้อมูลยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลขออนุญาตงดส่งคำรับรองตามข้อ ๑๓
วรรคสอง และสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูล และขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาจากผู้ครอบครอง โดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างนั้นมีหน้าที่ติดตามเพื่อให้ได้สื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลในวันตรวจพยานหลักฐานหรือในวันอื่นตามที่ศาลกำหนด
{{กม|วล|๒}}ถ้าการทำสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นจะทำให้กระบวนพิจารณาล่าช้า ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างอิงข้อมูลยื่นคำขอโดยทำเป็นค่าร้องต่อศาลขออนุญาตงดส่งสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลและขอนำสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลในวันไต่สวนหรือวันที่ศาลกำหนด
ถ้าคู่ความฝ่ายที่อ้างอิงไม่สามารถนำสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นมาแสดงต่อศาลได้ภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง ศาลจะกำหนดให้ทำการตรวจข้อมูลดังกล่าว ณ สถานที่ เวลา และภายในเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นสมควรแล้วแต่สภาพข้อมูลนั้นก็ได้
ถ้าคู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามความในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ห้ามมิให้ศาลรับฟังข้อมูลนั้นเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จะรับฟังข้อมูลเช่นว่านั้นเป็นพยานหลักฐานประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วยก็ได้
{{กม|ข|๑๕}}คู่ความฝ่ายที่ถูกอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงข้อมูลที่บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือประมวลผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นพยานหลักฐานยันตน อาจยื่นคำแถลงต่อศาลก่อนการไต่สวนเกี่ยวกับข้อมูลนั้นเสร็จ คัดค้านการอ้างข้อมูลนั้น โดยเหตุที่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขของการรับฟังตามข้อ ๑๓ หรือสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นปลอม หรือสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือแต่บางส่วน เว้นแต่จะแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจทราบเหตุแห่งการคัดค้านได้ก่อนเวลาดังกล่าว คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำร้องขออนุญาตคัดค้านการอ้างข้อมูลหรือสื่อหรือสำเนาสื่อที่บันทึกข้อมูลเช่นว่านั้นต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาคดี และถ้าศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อาจยกข้อคัดค้านได้ก่อนหน้านั้นและคำร้องนั้นมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง ในกรณีที่มีการคัดค้านดังว่ามานี้ ให้นำมาตรา ๑๒๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าคู่ความซึ่งประสงค์จะคัดค้านไม่คัดค้านการอ้างข้อมูลดังกล่าวเสียก่อนการไต่สวนเกี่ยวกับข้อมูลนั้นเสร็จ หรือศาลไม่อนุญาตให้คัดค้านในภายหลัง ห้ามมิให้คู่ความคัดค้านการอ้างอิงข้อมูลนั้นเป็นพยานหลักฐาน แต่ไม่ตัดอำนาจของศาลในการไต่สวนและชี้ขาดในเรื่องเงื่อนไขของการรับฟัง<noinclude></noinclude>
7jhetx3hz344a8m8wtv790hmh5ehas0
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/5
250
89547
289676
2026-05-03T13:37:14Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289676
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๗|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>ข้อมูลนั้นตามข้อ ๑๓ หรือในเรื่องความแท้จริงหรือถูกต้องของสื่อหรือสำเนาสื่อบันทึกข้อมูลเช่นว่านั้น ในเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
{{กม|ข|๑๖}}ให้นำข้อกำหนดข้อ ๑๒ ถึงข้อ ๑๕ มาใช้บังคับแก่การรับฟังข้อมูลที่บันทึกไว้ใน หรือได้มาจากไมโครฟิล์ม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นโดยอนุโลม
{{กม|ข|๑๗}}ในวันตรวจพยานหลักฐาน หากคู่ความโต้แย้งพยานหลักฐานใด ให้ศาลหมายพยาน หลักฐานนั้นไว้แล้วจดบันทึกไว้เพื่อดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นต่อไป หากคู่ความประสงค์จะโต้แย้งพยานหลักฐานใดในภายหลัง คู่ความฝ่ายนั้นจะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องก่อนศาลมีคำพิพากษาแสดงถึงเหตุอันสมควรที่ไม่อาจโต้แย้งพยานหลักฐานนั้นได้ในวันตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอาจอนุญาตให้มีการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นเพิ่มเติมได้
{{กม|ข|๑๘}}ในการไต่สวนพยานบุคคล ให้ศาลแจ้งให้พยานทราบประเด็นและข้อเท็จจริงที่จะทำการไต่สวน แล้วให้พยานเบิกความในข้อนั้นด้วยตนเองหรือตอบคำถามศาล แล้วจึงให้โจทก์จำเลยถามพยานเพิ่มเติม โดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานดังกล่าวเป็นผู้ถามก่อน
การถามพยานของคู่ความตามวรรคหนึ่ง จะใช้คำถามนำก็ได้
หลังจากคู่ความถามพยานตามวรรคหนึ่งแล้ว ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดถามพยานอีกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
{{กม|ข|๑๕}}ระหว่างการนั่งพิจารณาของศาล ให้บันทึกการพิจารณาโดยใช้เครื่องมือบันทึกเสียง และเครื่องมือบันทึกภาพและเสียงทุกคดี นอกจากนี้ให้ศาลจดบันทึกรายงานกระบวนพิจารณารวมไว้ในสำนวนด้วย
เมื่อคู่ความร้องขอและมีเหตุอันสมควร องค์คณะผู้พิพากษาอาจอนุญาตให้คัดคำเบิกความพยานและรายงานกระบวนพิจารณาของศาลได้โดยกำหนดวิธีการและเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร
{{กม|ข|๒๐}}เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอ และองค์คณะผู้พิพากษาเห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม องค์คณะผู้พิพากษาอาจอนุญาตให้ทำการไต่สวนพยานบุคคลที่อยู่ นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ ({{พญ|video conference}}) ได้ โดยให้ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการไต่สวนโดยระบบดังกล่าวและเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งหมด
การไต่สวนพยานตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล
{{กม|ข|๒๑}}ให้คู่ความฝ่ายที่ยื่นคำคู่ความหรือบัญชีระบุพยานจัดทำสำเนายื่นต่อศาลในจำนวนที่เพียงพอสำหรับองค์คณะผู้พิพากษาและคู่ความทุกฝ่าย
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
fwi1c40tpryz5lpgiitfhc91rb54s6e
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/6
250
89548
289677
2026-05-03T13:37:34Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289677
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๘|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|ข|๒๒}}ถ้าอัยการสูงสุด หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งบุคคลใดที่จะเกี่ยวข้องในคดี เกรงว่าพยานหลักฐานซึ่งอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสูญหายหรือยากแก่การนำมาไต่สวนในภายหลัง บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานหลักฐานนั้นไว้ทันที
เมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านี้ ให้ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอก ที่เกี่ยวข้องมายังศาล และให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคำขอตามที่เห็นสมควร หากมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอดังกล่าว ให้มีอำนาจไต่สวนพยานโดยให้นำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ และข้อกำหนดนี้มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
{{กม|หม1|๓|การดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน}}
{{กม|ข|๒๓}}คำร้องขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินนั้น นอกจากจะต้องระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติแล้ว จะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ขอให้ตกเป็นของแผ่นดิน สถานที่ตั้ง ชื่อ และที่อยู่ของผู้ครอบครองหรือมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในขณะยื่นคำร้องด้วย
{{กม|ข|๒๔}}เมื่อศาลได้รับคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ให้ประกาศคำร้องดังกล่าว ณ ที่ทำการศาลฎีกา ศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ และประกาศในหนังสือพิมพ์ที่มีจำหน่าย แพร่หลายทั่วไปอย่างน้อยสามวันติดต่อกัน นอกจากนี้หากผู้ครอบครองหรือมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินดังกล่าวมิใช่ผู้ถูกกล่าวหา ให้ส่งสำเนาประกาศดังกล่าวแก่บุคคลดังกล่าวด้วย
{{กม|ข|๒๕}}คำคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลโดยระบุเหตุแห่งการคัดค้านมาโดยละเอียด และให้ศาลส่งสำเนาคำคัดค้านให้แก่คู่ความทุกฝ่าย
{{กม|ข|๒๖}}ให้องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาและคำคัดค้านของ บุคคลภายนอกถ้าหากมีก่อน แล้วจึงไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ร้อง เว้นแต่จะเห็นสมควรเป็นประการอื่น
{{กม|ข|๒๗}}ถ้าผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินที่ร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินมิได้เกิดจากการ ร่ำรวยผิดปกติ หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้ศาลสั่งยกคำร้องโดยไม่ต้องวินิจฉัยคำคัดค้านของบุคคลภายนอก
{{กม|ข|๒๘}}ให้นำความในหมวด ๒ ส่วนที่ ๒ มาใช้บังคับในหมวดนี้ด้วยโดยอนุโลม
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
cu50vwudtx3rbea2flbn3ff1tzin6s8
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/7
250
89549
289678
2026-05-03T13:37:56Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289678
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๒๙|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|หม1|๔|การดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.}}
{{กม|ข|๒๕}}เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาแต่งตั้งกรรมการไต่สวนตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว ให้แจ้งรายชื่อกรรมการไต่สวนไปยังประธานวุฒิสภาภายใน ๗ วันนับแต่วันแต่งตั้ง และให้ประกาศรายชื่อคณะกรรมการไต่สวนไว้ที่ศาลฎีกาด้วย
{{กม|ข|๓๐}}ให้แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาแจ้งรายชื่อคณะกรรมการไต่สวนไปยังคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทุกคน และดำเนินการให้มีการประชุมคณะกรรมการไต่สวน เพื่อพิจารณาคำร้องขอของประธานวุฒิสภาโดยเร็ว
{{กม|ข|๓๑}}การประชุมกรรมการไต่สวนครั้งแรก ให้กรรมการไต่สวนลงมติเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการไต่สวนในคดีนั้น ๆ หากลงมติแล้วมีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ลงมติเฉพาะผู้ที่มีคะแนนเท่ากันจนกว่าจะได้ผู้มีคะแนนสูงสุด
{{กม|ข|๓๒}}กรรมการไต่สวน อาจถูกคัดค้านได้ในเหตุดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}รู้เห็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหามาก่อน
{{กม|วล|๒}}มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กล่าวหา
{{กม|วล|๓}}มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา
{{กม|วล|๔}}เป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดา กับผู้ถูกกล่าวหา
{{กม|วล|๕}}มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในฐานะญาติ หรือเป็นหุ้นส่วน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือ ขัดแย้งในทางธุรกิจกับผู้ถูกกล่าวหา
การคัดค้านให้ยื่นคำร้องคัดค้านเป็นหนังสือระบุเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่อองค์คณะผู้พิพากษาภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อคณะกรรมการไต่สวนตามข้อ ๒๕
ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นกรรมการไต่สวน ให้กรรมการผู้นั้นแจ้งต่อองค์คณะผู้พิพากษาโดยเร็ว ระหว่างนั้นห้ามมิให้กรรมการผู้นั้นยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการไต่สวน
หากองค์คณะผู้พิพากษาเห็นว่ากรรมการไต่สวนผู้ใดอาจถูกคัดค้านได้ในเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือคำร้องคัดค้านมีเหตุอันสมควร ให้แต่งตั้งกรรมการไต่สวนใหม่แทนกรรมการไต่สวนผู้นั้น แต่ไม่มีผลกระทบถึงการดำเนินการใด ๆ ที่กรรมการไต่สวนผู้นั้นได้กระทำไปแล้ว เว้นแต่จะเป็นการกระทำโดยทุจริต
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
fj868lkre8vbdwkta8t4onq1i39t9i9
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/8
250
89550
289679
2026-05-03T13:38:15Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289679
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓๐|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|ข|๓๓}}ให้คณะกรรมการไต่สวนแจ้งเป็นหนังสือให้กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาทราบข้อกล่าวหา และสั่งให้กรรมการ ป.ป.ช. ผู้นั้นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามรายการ วิธีการ วันและเวลาที่คณะกรรมการไต่สวนกำหนด
การส่งคำสั่งให้กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา ให้ส่งโดยเจ้าพนักงานศาลหรือส่งโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการไต่สวนกำหนด เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับคำสั่งหรือถือว่าได้รับคำสั่งตามวิธีการที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
{{กม|ข|๓๔}}กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นหนังสือ และอาจชี้แจงด้วยวาจาโดยการตอบคำถามของคณะกรรมการไต่สวน หรือโดยแถลงการณ์ด้วยวาจาก็ได้
กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิขอให้คณะกรรมการไต่สวนทำการไต่สวนพยานหลักฐานที่ตนเสนอได้ และคณะกรรมการไต่สวนมีอำนาจไต่สวนพยานหลักฐานดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร
{{กม|ข|๓๕}}กรณีกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับคำสั่งหรือถือว่าได้รับคำสั่งตามข้อ แล้ว ไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หรือไม่มาให้คณะกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวน โดยไม่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการไต่สวนอาจดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานอื่นต่อไป หรือยุติการไต่สวนแล้วลงมติก็ได้
{{กม|ข|๓๖}}กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธินำทนายความเข้าฟังในการชี้แจงข้อกล่าวหา หรือการให้ปากคำของตนต่อคณะกรรมการไต่สวนได้
การรับฟังคำชี้แจงของกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา หรือการสอบปากคำกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา หรือพยาน ต้องมีกรรมการไต่สวนอย่างน้อยห้าคนร่วมในการดำเนินการ
ห้ามมิให้กรรมการไต่สวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการล่อลวงหรือขู่เข็ญหรือให้สัญญาแก่กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา หรือพยานเพื่อจูงใจให้เขาให้ถ้อยคำใด ๆ ในเรื่องที่กล่าวหานั้น
{{กม|ข|๓๗}}รายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการไต่สวนต้องประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
{{กม|วล|๑}}ชื่อและตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหา
{{กม|วล|๒}}เรื่องที่ถูกกล่าวหา
{{กม|วล|๓}}ข้อกล่าวหาและสรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน
{{กม|วล|๔}}เหตุผลในการวินิจฉัยทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
{{กม|วล|๕}}บทบัญญัติของกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง
{{กม|วล|๖}}สรุปความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
jk7y7vox6bxko5xjlbvx0j074cnyiop
หน้า:Kho Kamnot 2543-06-20.djvu/9
250
89551
289680
2026-05-03T13:38:31Z
Flamevine
11908
/* Proofread */
289680
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="3" user="Flamevine" />{{หรก|1=4|น=๓๑|ล=๑๑๗|ต=๖๓ ก|ว=๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓}}</noinclude>{{กม|หม1|๕|การบังคับคดี}}
{{กม|ข|๓๘}}การบังคับคดีอาญาให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การบังคับคดีแพ่งให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกามีอำนาจออกหมายหรือคำสั่งใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
{{กม|หม1|๖|แบบพิมพ์}}
{{กม|ข|๓๕}}ให้ใช้แบบพิมพ์ตามที่ประธานศาลฎีกากำหนด
{{กม|หม1|๗|ค่าฤชาธรรมเนียม}}
{{กม|ข|๔๐}}การดำเนินการทางศาลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ ของอัยการสูงสุดและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา ๑ ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง
{{กม|ปก|๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓|จเร อำนวยวัฒนา|ประธานศาลฎีกา}}<noinclude></noinclude>
p1tt31mrbfcjrorkb0wzz1eroqpba4i
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2543
0
89552
289682
2026-05-03T13:46:08Z
Flamevine
11908
สร้างหน้าด้วย "{{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = | author = ศาลฎีกา | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562|2562\\..."
289682
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = ศาลฎีกา
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next = [[ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562|2562\\
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2543|ขกน|รก=117}}
| portal = ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไทย
}}
{{สบช|
: {{กม|ห4a|๒๓|ข้อกำหนด}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: หมวด
:# {{กม|สหม1|๑|บททั่วไป}}
:## {{กม|สส1|๑|๑|บทเบ็ดเสร็จทั่วไป}}
:## {{กม|สส1|๑|๒|การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาและผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน}}
:# {{กม|สหม1|๒|การดำเนินคดีอาญา}}
:## {{กม|สส1|๒|๑|การรับฟ้อง การนั่งพิจารณา}}
:## {{กม|สส1|๒|๒|การตรวจและไต่สวนพยานหลักฐาน}}
:# {{กม|สหม1|๓|การดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน}}
:# {{กม|สหม1|๔|การดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.}}
:# {{กม|สหม1|๕|การบังคับคดี}}
:# {{กม|สหม1|๖|แบบพิมพ์}}
:# {{กม|สหม1|๗|ค่าฤชาธรรมเนียม}}
}}
{{pb}}
<pages index="Kho Kamnot 2543-06-20.djvu" from="1" to="9"/>
{{สทย|3}}
g79u7hafof17ws6ydlfajhgj31nislf
289683
289682
2026-05-03T13:46:20Z
Flamevine
11908
289683
wikitext
text/x-wiki
{{header
<!-- ข้อมูลหลัก -->
| title = {{PAGENAME}}
| year =
| author = ศาลฎีกา
| editor =
| translator =
| section =
| contributor =
| previous =
| next = [[ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562|2562]]
| notes =
<!-- ข้อมูลย่อย -->
| categories = {{กม|มม|2543|ขกน|รก=117}}
| portal = ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไทย
}}
{{สบช|
: {{กม|ห4a|๒๓|ข้อกำหนด}}
: {{ลนน|คำปรารภ}}
: หมวด
:# {{กม|สหม1|๑|บททั่วไป}}
:## {{กม|สส1|๑|๑|บทเบ็ดเสร็จทั่วไป}}
:## {{กม|สส1|๑|๒|การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาและผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน}}
:# {{กม|สหม1|๒|การดำเนินคดีอาญา}}
:## {{กม|สส1|๒|๑|การรับฟ้อง การนั่งพิจารณา}}
:## {{กม|สส1|๒|๒|การตรวจและไต่สวนพยานหลักฐาน}}
:# {{กม|สหม1|๓|การดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน}}
:# {{กม|สหม1|๔|การดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.}}
:# {{กม|สหม1|๕|การบังคับคดี}}
:# {{กม|สหม1|๖|แบบพิมพ์}}
:# {{กม|สหม1|๗|ค่าฤชาธรรมเนียม}}
}}
{{pb}}
<pages index="Kho Kamnot 2543-06-20.djvu" from="1" to="9"/>
{{สทย|3}}
m61rvatbz7m8k9bzpnlppct30lb0ppj
คุยกับผู้ใช้:Bughenovertime
3
89553
289684
2026-05-03T14:35:52Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289684
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Bughenovertime}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 21:35, 3 พฤษภาคม 2569 (+07)
878jahx6fq3pasxbzq1zdraytr2e2mj
คุยกับผู้ใช้:PelloP1
3
89554
289685
2026-05-03T16:16:12Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289685
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=PelloP1}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 23:16, 3 พฤษภาคม 2569 (+07)
j1zu90y7lwsac99h7cnx2d7jgih0n3x
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/490
250
89555
289686
2026-05-03T17:37:38Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ศักราช ๙๐๘ มะเมียศก (พ.ศ. ๒๐๘๙) เดือน ๖ นั้น สมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้านฤพาน จึงสมเด็จพระเจ้ายอดฟ้า พระราชกุมารท่านเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา ในปีนั้นแผ่นดินไหว..."
289686
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๕๖}}</noinclude>ศักราช ๙๐๘ มะเมียศก (พ.ศ. ๒๐๘๙) เดือน ๖ นั้น สมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้านฤพาน จึงสมเด็จพระเจ้ายอดฟ้า พระราชกุมารท่านเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา ในปีนั้นแผ่นดินไหว
ศักราช ๙๑๐ วอกศก (พ.ศ. ๒๐๙๑) วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ เสด็จออกสนามให้ชนช้าง และงาช้างพระยาไฟนั้นหักเป็น ๓ ท่อน อนึ่งอยู่สองวัน ช้างต้นพระฉันทันต์ไล่ร้องเป็นเสียงสังข์ อนึ่งประตูไพชยนต์ร้องเป็นอุบาทว์ เถิงวันอาทิตย์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๘ สมเด็จพระเจ้ายอดฟ้าเป็นเหตุ จึงขุนขินราชได้ราชสมบัติ ๔๒ วัน และขุนชินราชและแม่ยั่วศรีสุดาจันทร์เป็นเหตุ จึงเชิญสมเด็จพระเธียรราชาธิราชเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และครั้นเสวยราชสมบัติได้ ๗ เดือนพระยาหงสาปังเสวกี ยกพลมายังพระนครศรีอยุธยาในเดือน ๔ นั้น เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า เสด็จออกไปรบศึกหงสานั้นสมเด็จพระองค์มเหสี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรี เสด็จทรงช้างออกไปโดยเสด็จด้วย และเมื่อได้รบศึกหงสานั้น ทัพหน้าแตกมาประทัพหลวงเป็นโกลาหลใหญ่ และสมเด็จพระองค์มเหสี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรีนั้น ได้รบด้วย{{ตตฉ|ข้าเศึก}}เถิงสิ้นชนม์กับคอช้างนั้นและเศิกหงสาครั้งนั้นเสียสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรไปแก่พระยาหงสา และจึงเอาพระยาปราบและช้างต้นพระยานุภาพ ตามไปส่งให้พระยาหงสาเถิงเมืองกำแพงเพชรและ<noinclude></noinclude>
muyb55k2qhwmwauldp38m8cnnbdilkf
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/491
250
89556
289687
2026-05-03T17:48:39Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "พระยาหงสาจึงส่งพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า สมเด็จพระราเมศวรเจ้ามายังพระนครศรีอยุธยา. ศักราช ๙๑๑ ระกาศก (พ.ศ. ๒๐๙๒) ณ วันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ได้ช้างเผือกพลายตำบลป..."
289687
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๕๗}}</noinclude>พระยาหงสาจึงส่งพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า สมเด็จพระราเมศวรเจ้ามายังพระนครศรีอยุธยา.
ศักราช ๙๑๑ ระกาศก (พ.ศ. ๒๐๙๒) ณ วันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ได้ช้างเผือกพลายตำบลป่าตะนาวศรีสูง ๔ ศอก มีเศษชื่อปัจจัยนาเคนทร์ ครั้งนั้นแรกให้ก่อกำแพงพระนครศรีอยุธยา.
ศักราช ๙๑๒ จอศก (พ.ศ. ๒๐๙๓) เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ ทำการพระราชพิธีปฐมกรรมสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า ตำบลท่าแดง พระกรรมวาจาเป็นพฤฒิบาศ พระพิเชฏฐ์เป็นอัษฎาจารย์ พระอินโทรเป็นกรมการ.
ศักราช ๙๑๔ ชวดศก (พ.ศ. ๒๐๙๕) ครั้งนั้นให้แปลงเรือแซเป็นเรือชัยและหัวสัตว์
ศักราช ๙๑๕ ฉลูศก (พ.ศ. ๒๐๙๖) เดือน ๗ นั้น แรกทำการพระราชพิธีมัธยมกรรม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ตำบลชัยนาทบุรี
ศักราช ๙๑๖ ขาลศก (พ.ศ. ๒๐๙๗) เสด็จไปวังช้าง ตำบลบางละมุง ได้ช้างพลายพัง ๖๐ ช้าง อนึ่งในเดือน ๑๒ นั้น ได้ช้างพลายเผือกตำบลป่ากาญจนบุรีสูง ๔ ศอกมีเศษ ชื่อพระคเชนโทรดม
ศักราช ๙๑๗ เถาะศก (พ.ศ. ๒๐๙๘) วันจันทร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๗ ได้ช้างเผือกพลาย ตำบลป่าเพชรบุรี สูง (สี่ศอกคืบหนึ่ง ช้างชื่อพระ) แก้วทรงบาศ.
ศักราช ๙๑๘ มะโรงศก (พ.ศ. ๒๐๙๙) เดือน ๑๒<noinclude></noinclude>
s1q14ell4ml97oopuha60hrjlrmxdli
289688
289687
2026-05-03T17:49:01Z
Peatlnwza
10757
289688
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๕๗}}</noinclude>พระยาหงสาจึงส่งพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า สมเด็จพระราเมศวรเจ้ามายังพระนครศรีอยุธยา.
ศักราช ๙๑๑ ระกาศก (พ.ศ. ๒๐๙๒) ณ วันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ได้ช้างเผือกพลายตำบลป่าตะนาวศรีสูง ๔ ศอก มีเศษชื่อปัจจัยนาเคนทร์ ครั้งนั้นแรกให้ก่อกำแพงพระนครศรีอยุธยา.
ศักราช ๙๑๒ จอศก (พ.ศ. ๒๐๙๓) เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ ทำการพระราชพิธีปฐมกรรมสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า ตำบลท่าแดง พระกรรมวาจาเป็นพฤฒิบาศ พระพิเชฏฐ์เป็นอัษฎาจารย์ พระอินโทรเป็นกรมการ.
ศักราช ๙๑๔ ชวดศก (พ.ศ. ๒๐๙๕) ครั้งนั้นให้แปลงเรือแซเป็นเรือชัยและหัวสัตว์
ศักราช ๙๑๕ ฉลูศก (พ.ศ. ๒๐๙๖) เดือน ๗ นั้น แรกทำการพระราชพิธีมัธยมกรรม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ตำบลชัยนาทบุรี
ศักราช ๙๑๖ ขาลศก (พ.ศ. ๒๐๙๗) เสด็จไปวังช้าง ตำบลบางละมุง ได้ช้างพลายพัง ๖๐ ช้าง อนึ่งในเดือน ๑๒ นั้น ได้ช้างพลายเผือกตำบลป่ากาญจนบุรีสูง ๔ ศอกมีเศษ ชื่อพระคเชนโทรดม
ศักราช ๙๑๗ เถาะศก (พ.ศ. ๒๐๙๘) วันจันทร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๗ ได้ช้างเผือกพลาย ตำบลป่าเพชรบุรี สูง (สี่ศอกคืบหนึ่ง ช้างชื่อพระ) แก้วทรงบาศ.
ศักราช ๙๑๘ มะโรงศก (พ.ศ. ๒๐๙๙) เดือน ๑๒{{วว}}<noinclude></noinclude>
p9a6pw8zj7z5mzlu9hg83bn4i3joem6
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/492
250
89557
289689
2026-05-03T18:26:31Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "(แต่งทัพไปละแวก) พระยาองค์สวรรคโลกเป็นทัพหลวง ถือพล ๓ (๐๐๐๐ ให้พระ) มหามนตรีถืออาชญาสิทธิ์ พระมหา (เทพถือเกวียน ๑๑...) ฝ่ายทัพเรือไซร้ พระยาเยาวเป็นนายกอง ครั้งนั้นล..."
289689
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๕๘}}</noinclude>(แต่งทัพไปละแวก) พระยาองค์สวรรคโลกเป็นทัพหลวง ถือพล ๓ (๐๐๐๐ ให้พระ) มหามนตรีถืออาชญาสิทธิ์ พระมหา (เทพถือเกวียน ๑๑...) ฝ่ายทัพเรือไซร้ พระยาเยาวเป็นนายกอง ครั้งนั้นลมพัดขัด ทัพเรือมิทันทัพบก และพระยารามลักษณ์ (ซึ่ง) เกณฑ์เข้าทัพบกนั้น เข้าบุกทัพในกลางคืน และทัพพระยารามลักษณ์นั้นแตกมาประทัพใหญ่ ครั้งนั้นเสียพระยาองค์สวรรคโลกนายกองและช้าง้มารี้พลมาก.
ศักราช ๙๑๙ มะเส็งศก (พ.ศ. ๒๑๐๐) วันอาทิตย์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๔ เกิดเพลิงไหม้ในพระราชวังมาก อนึ่งในเดือน ๓ นั้น ทำการพระราชพิธีอาจาริยาภิเษก และทำการพระราชพิธีอินทราภิเษกในวังใหม่ อนึ่งเดือน ๔ นั้น พระราชทานสัตดกมหาทาน และให้ช้างเผือกพระราชทานมีกองเชิงเงิน ๔ เท้าช้างนั้น เป็นเงิน ๑๖๐๐ บาท และพระราชทานรถ ๗ รถ เทียมด้วยม้า และมีนางสำหรับรถนั้นเสมอรถ ๗ นาง อนึ่งในเดือน ๗ นั้น เสด็จไปวังช้าง ตำบลโตรกพระ ได้ช้างพลายพัง ๖๐ ช้าง.
ศักราช ๙๒๑ มะแมศก (พ.ศ. ๒๑๐๒) เสด็จไปวังช้าง ตำบลแสนตอ ได้ช้างพลายพัง ๔๐ ช้าง.
ศักราช ๙๒๒ วอกศก (พ.ศ. ๒๑๐๓) เสด็จไปวังช้าง ตำบลวังไก่ ได้ช้างพลายพัง ๕๐ ช้าง อนึ่งอยู่ในวันเสาร์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ ได้ช้างเผือกและตาช้างนั้นมิได้เป็นเผือก และลูกติดมาด้วยตัวหนึ่ง
{{มปก}}<noinclude></noinclude>
6gxl2v7a974c4lzub05g16pddbegim8
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/180
250
89558
289690
2026-05-04T01:46:34Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "วิญญาณทั่วๆ ไปจะมีสิทธิแย่งกันกินได้ ฉะนั้นตลอดเวลาสองปีที่เธอได้สละร่างกายไปแล้ว เธออดๆ อยากๆ ต้องแย่งเขากิน ต่อเมื่อได้พบกับผมจึงได้กินอิ่ม ผมได้ถามเธอ..."
289690
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๘}}</noinclude>วิญญาณทั่วๆ ไปจะมีสิทธิแย่งกันกินได้ ฉะนั้นตลอดเวลาสองปีที่เธอได้สละร่างกายไปแล้ว เธออดๆ อยากๆ ต้องแย่งเขากิน ต่อเมื่อได้พบกับผมจึงได้กินอิ่ม
ผมได้ถามเธอว่า ถ้าอย่างนั้นใครๆ จะนึกเชิญผีทุกๆ ท่านมาบริโภคอาหารที่เขากำลังกินอยู่จะใช้ได้ไหม? เธอบอกว่าไม่ได้ เพราะไม่มีวิญญาณเชื่อมโยงกันอยู่ ทุกๆ ท่านเหล่านั้นไม่กล้าจะมากินได้ ถ้าใครเรียกมากินโดยไม่เคยสนิทสนมกันมาแต่ก่อนเลยย่อมไม่ได้ คนที่จะเข้ามากินได้ก็มีอยู่แต่ผีบ้านที่ประจำอยู่เท่านั้นจะมีสิทธิ์กินได้<noinclude></noinclude>
dz78tqudgg0hgxbvvzorava8q1apy2n
289692
289690
2026-05-04T02:34:25Z
สีทราย
11827
289692
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๘}}</noinclude>วิญญาณทั่วๆ ไปจะมีสิทธิแย่งกันกินได้ ฉะนั้นตลอดเวลาสองปีที่เธอได้สละร่างกายไปแล้ว เธออดๆ อยากๆ ต้องแย่งเขากิน ต่อเมื่อได้พบกับผมจึงได้กินอิ่ม
ผมได้ถามเธอว่า ถ้าอย่างนั้นใครๆ จะนึกเชิญผีทุกๆ ท่านมาบริโภคอาหารที่เขากำลังกินอยู่จะใช้ได้ไหม? เธอบอกว่าไม่ได้ เพราะไม่มีวิญญาณเชื่อมโยงกันอยู่ ทุกๆ ท่านเหล่านั้นไม่กล้าจะมากินได้ ถ้าใครเรียกมากินโดยไม่เคยสนิทสนมกันมาแต่ก่อนเลยย่อมไม่ได้ คนที่จะเข้ามากินได้ก็มีอยู่แต่ผีบ้านที่ประจำอยู่เท่านั้นจะมีสิทธิ์กินได้
เมื่อรู้การบริจาคแจ่มแจ้งดังนี้ ผมเลยทำบุญใส่บาตรบ่อยขึ้นและอุทิศเรียกชื่อของผู้สิ้นไปแล้วอย่างชัดเจนในเวลากรวดน้ำ เรียกแม่ของรำเพยด้วยทุกครั้งไป รำเพยได้เป็นภรรยาลี้ลับของผมอยู่ถึงหนึ่งปี ผมปกปิดเป็นความลับ คุณหลวง คุณนาย และป้าแม่ครัว ผัวป้าแม่ครัวไม่มีใครทราบทั้งนั้น ต่างคิดว่าผมลืมรำเพยแล้ว และรำเพยก็ไม่ได้มาอีกแล้ว ผมจึงมีชีวิตอย่างลึกลับและสุขใจอย่างยิ่ง ทั้งกลับได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มที่ไม่ข้องแวะกับหญิงใดเลย เพราะผมไม่กล้ามองหน้าหญิงใด ไม่กล้าจะสบตากับหญิงใด กลัวจะเกิดเรื่องเนื่องต่อ ผมซื่อสัตย์กับรำเพยของผมจริงๆ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ในเช้ามืดวันหนึ่งรำเพยกอดผมในเตียงนอนและกระซิบที่หูว่า
"ฉันถูกเรียกตัวไปฟังคำสั่งอีก"
ผมสะดุ้งใจหาย หายงัวเงีย พลิกตัวหาเธอ
"เข้าเวรอีกหรือ?" ผมถามอย่างกระวนกระวายใจ ชักใจเสีย มีสุขอยู่ได้ปีเดียวจะมีทุกข์ขึ้นอีกแล้ว กรรมเวรอะไรอย่างนี้
"ไม่ได้เข้าเวรอย่างเก่าหรอก รำเพยหมดกรรมแล้ว แต่เขาจะเรียกไปสั่งอะไรยังไม่รู้"
รำเพยบอกกับผม ผมค่อยใจชื้น รำเพยหมดกรรมแต่จะไปฟังบัญชาอย่างอื่นเท่านั้น ผมกอดรัดเธออย่างสุดสวาท รำเพยก็กอดรัดผมอย่างอาลัยอาวรณ์ในการจะจากไป เธอจูบผมอีกหลายครั้ง แล้วอย่างไรก็บอกไม่ถูก ผมได้หลับไปอีก พอตื่นก็รู้ว่ารำเพยหายไปแล้ว มาครั้งหลังๆ นี้ผมทนได้เสียแล้วในการจากของรำเพย เพราะมันบ่อยครั้งที่จากกัน<noinclude></noinclude>
5wtvu4o958qvjbtiqr43gcp7txcciws
289697
289692
2026-05-04T09:38:10Z
สีทราย
11827
289697
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๘}}</noinclude>วิญญาณทั่วๆ ไปจะมีสิทธิแย่งกันกินได้ ฉะนั้นตลอดเวลาสองปีที่เธอได้สละร่างกายไปแล้ว เธออดๆ อยากๆ ต้องแย่งเขากิน ต่อเมื่อได้พบกับผมจึงได้กินอิ่ม
ผมได้ถามเธอว่า ถ้าอย่างนั้นใครๆ จะนึกเชิญผีทุกๆ ท่านมาบริโภคอาหารที่เขากำลังกินอยู่จะใช้ได้ไหม? เธอบอกว่าไม่ได้ เพราะไม่มีวิญญาณเชื่อมโยงกันอยู่ ทุกๆ ท่านเหล่านั้นไม่กล้าจะมากินได้ ถ้าใครเรียกมากินโดยไม่เคยสนิทสนมกันมาแต่ก่อนเลยย่อมไม่ได้ คนที่จะเข้ามากินได้ก็มีอยู่แต่ผีบ้านที่ประจำอยู่เท่านั้นจะมีสิทธิ์กินได้
เมื่อรู้การบริจาคแจ่มแจ้งดังนี้ ผมเลยทำบุญใส่บาตรบ่อยขึ้นและอุทิศเรียกชื่อของผู้สิ้นไปแล้วอย่างชัดเจนในเวลากรวดน้ำ เรียกแม่ของรำเพยด้วยทุกครั้งไป รำเพยได้เป็นภรรยาลี้ลับของผมอยู่ถึงหนึ่งปี ผมปกปิดเป็นความลับ คุณหลวง คุณนาย และป้าแม่ครัว ผัวป้าแม่ครัวไม่มีใครทราบทั้งนั้น ต่างคิดว่าผมลืมรำเพยแล้ว และรำเพยก็ไม่ได้มาอีกแล้ว ผมจึงมีชีวิตอย่างลึกลับและสุขใจอย่างยิ่ง ทั้งกลับได้ชื่อว่าเป็นคนหนุ่มที่ไม่ข้องแวะกับหญิงใดเลย เพราะผมไม่กล้ามองหน้าหญิงใด ไม่กล้าจะสบตากับหญิงใด กลัวจะเกิดเรื่องเนื่องต่อ ผมซื่อสัตย์กับรำเพยของผมจริงๆ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ในเช้ามืดวันหนึ่งรำเพยกอดผมในเตียงนอนและกระซิบที่หูว่า
"ฉันถูกเรียกตัวไปฟังคำสั่งอีก"
ผมสะดุ้งใจหาย หายงัวเงีย พลิกตัวหาเธอ
"เข้าเวรอีกหรือ?" ผมถามอย่างกระวนกระวายใจ ชักใจเสีย มีสุขอยู่ได้ปีเดียวจะมีทุกข์ขึ้นอีกแล้ว กรรมเวรอะไรอย่างนี้
"ไม่ได้เข้าเวรอย่างเก่าหรอก รำเพยหมดกรรมแล้ว แต่เขาจะเรียกไปสั่งอะไรยังไม่รู้"
รำเพยบอกกับผม ผมค่อยใจชื้น รำเพยหมดกรรมแต่จะไปฟังบัญชาอย่างอื่นเท่านั้น ผมกอดรัดเธออย่างสุดสวาท รำเพยก็กอดรัดผมอย่างอาลัยอาวรณ์ในการจะจากไป เธอจูบผมอีกหลายครั้ง แล้วอย่างไรก็บอกไม่ถูก ผมได้หลับไปอีก พอตื่นก็รู้ว่ารำเพยหายไปแล้ว มาครั้งหลังๆ นี้ผมทนได้เสียแล้วในการจากของรำเพย เพราะมันบ่อยครั้งที่จากกัน<noinclude></noinclude>
dwczl0ce0aedp1txu7xklnpyeitr6tq
คุยกับผู้ใช้:Udom boonsriton
3
89559
289693
2026-05-04T04:39:37Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289693
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Udom boonsriton}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 11:39, 4 พฤษภาคม 2569 (+07)
hg1tdx06y2uw50kbhqb9lvw28hafgtu
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/181
250
89560
289694
2026-05-04T05:01:40Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "อดทนลูบคลำต้นรำเพยหน้าห้องสักหน่อยเธอก็มาหา ถ้าไม่มาเป็นตัวก็มีสิ่งสิงใจในต้นรำเพยพูดอะไรๆ ให้ผมรู้ได้ในจิตสำนึก นั่นก็เรียกว่าเธอสิงอยู่ที่ต้นรำเพยนั่นเ..."
289694
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๙}}</noinclude>อดทนลูบคลำต้นรำเพยหน้าห้องสักหน่อยเธอก็มาหา ถ้าไม่มาเป็นตัวก็มีสิ่งสิงใจในต้นรำเพยพูดอะไรๆ ให้ผมรู้ได้ในจิตสำนึก นั่นก็เรียกว่าเธอสิงอยู่ที่ต้นรำเพยนั่นเอง
คราวนี้รำเพยจากไปหลายวัน แต่ผมทำกิจอย่างเคยคือรดน้ำต้นรำเพยอยู่เสมอ รำลึกถึงเธอสักพักหนึ่งก็ไปทำงานตามหน้าที่ ก้มหน้ารอคอยวันกลับของรำเพยต่อไป ทำงานอย่างไม่เหลียวแลสิ่งอื่นเลย อุทิศตัวให้งานตลอดเวลา การค้าหนังสือของคุณหลวงก็ดีขึ้น งานผมก็หนักขึ้นตามตัว เวลาผมกลับเข้าห้องของผม ใจจะตั้งอยู่เสมอว่าพอผมเปิดประตูห้องก็จะพบรำเพยอยู่ที่นั่น แต่ก็เปล่าเลย วันแล้ววันเล่า ใจหายอยู่บ้างเป็นธรรมดาของผมแล้วก็อดทนต่อไป ยามเย็นโพล้เพล้ผมจะรดน้ำต้นรำเพยทุกเย็น และก็อาศัยลูบคลำรำเพยตลอดทั้งกิ่งก้านและใบใจก็ขอให้เธอรีบกลับ
ในคืนหนึ่งผมจวนจะเข้านอนแล้ว เดินไปที่หน้าเตียง ได้ยินใครพูดอยู่ข้างหลัง แม้เสียงนั้นไม่ใช่รำเพยผมก็ดีใจ<noinclude></noinclude>
ofzuc199zvvofybq59tk0bjyj02feuq
289696
289694
2026-05-04T06:43:23Z
สีทราย
11827
289696
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๙}}</noinclude>อดทนลูบคลำต้นรำเพยหน้าห้องสักหน่อยเธอก็มาหา ถ้าไม่มาเป็นตัวก็มีสิ่งสิงใจในต้นรำเพยพูดอะไรๆ ให้ผมรู้ได้ในจิตสำนึก นั่นก็เรียกว่าเธอสิงอยู่ที่ต้นรำเพยนั่นเอง
คราวนี้รำเพยจากไปหลายวัน แต่ผมทำกิจอย่างเคยคือรดน้ำต้นรำเพยอยู่เสมอ รำลึกถึงเธอสักพักหนึ่งก็ไปทำงานตามหน้าที่ ก้มหน้ารอคอยวันกลับของรำเพยต่อไป ทำงานอย่างไม่เหลียวแลสิ่งอื่นเลย อุทิศตัวให้งานตลอดเวลา การค้าหนังสือของคุณหลวงก็ดีขึ้น งานผมก็หนักขึ้นตามตัว เวลาผมกลับเข้าห้องของผม ใจจะตั้งอยู่เสมอว่าพอผมเปิดประตูห้องก็จะพบรำเพยอยู่ที่นั่น แต่ก็เปล่าเลย วันแล้ววันเล่า ใจหายอยู่บ้างเป็นธรรมดาของผมแล้วก็อดทนต่อไป ยามเย็นโพล้เพล้ผมจะรดน้ำต้นรำเพยทุกเย็น และก็อาศัยลูบคลำรำเพยตลอดทั้งกิ่งก้านและใบใจก็ขอให้เธอรีบกลับ
ในคืนหนึ่งผมจวนจะเข้านอนแล้ว เดินไปที่หน้าเตียง ได้ยินใครพูดอยู่ข้างหลัง แม้เสียงนั้นไม่ใช่รำเพยผมก็ดีใจ คิดว่ารำเพยแกล้งดัดเสียงล้อผมเล่น เสียงนั้นเป็นเสียงทักทายผม ครั้นผมหันกลับมา แทนที่จะพบรำเพยกลับเป็นอากาศว่างเปล่า ผมชักสะท้อนใจ
"พวกเราสงสารท่าน จึงมาส่งข่าวท่าน" เสียงนี้ดังอยู่ในความว่างเปล่า "รำเพยพ้นกรรมและถูกประกาศิตให้ไปเกิดเสียแล้ว"
ผมใจหายวูบ แทบจะหน้ามืดล้มลง
"เป็นความจริงหรือเจ้าข้า?" ผมถามแทบจะไม่เป็นเสียง
"ถูกแล้ว ไม่มีอะไรที่พวกเราพูดไม่จริง" เสียงนั้นตอบมา และก็เป็นเสียงที่จำได้ที่พูดกับผมในแดนประหลาดโน้น
"ท่านจงสะกดใจให้ดี จงใช้ความสงสารเวทนาต่อรำเพย ผู้ต้องทนกรรมอยู่สองปีกว่า เมื่อเขาไปเกิด ท่านจงดีใจและโมทนากับเขาด้วย รำเพยไม่ตั้งใจเกิด แต่ตามกฏของเรา ถ้าหมดกรรมก็ต้องประกาศิตให้ไปเกิดตามกฏ รำเพยลาจากพวกเรามาแล้ว บังเอิญไปผ่านหญิงหนึ่งกำลังเริ่มตั้งครรภ์ และกระแสความดึงดูดของการก่อเกิดแห่งครรภ์ของหญิงนั้นได้ดึงดูดเอาวิญญาณรำเพยเข้าสู่ครรภ์โดยรำเพยไม่รู้ตัว เขาได้กำเนิดในครรภ์นั้นแล้วเป็นเวลาหกวันมานี่เอง รำเพยจึงหมดโอกาสจะมาบอกกับ<noinclude></noinclude>
gb674b4fyv0trdz16aoluiqdqkat3n5
289698
289696
2026-05-04T09:44:12Z
สีทราย
11827
289698
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๗๙}}</noinclude>อดทนลูบคลำต้นรำเพยหน้าห้องสักหน่อยเธอก็มาหา ถ้าไม่มาเป็นตัวก็มีสิ่งสิงใจในต้นรำเพยพูดอะไรๆ ให้ผมรู้ได้ในจิตสำนึก นั่นก็เรียกว่าเธอสิงอยู่ที่ต้นรำเพยนั่นเอง
คราวนี้รำเพยจากไปหลายวัน แต่ผมทำกิจอย่างเคยคือรดน้ำต้นรำเพยอยู่เสมอ รำลึกถึงเธอสักพักหนึ่งก็ไปทำงานตามหน้าที่ ก้มหน้ารอคอยวันกลับของรำเพยต่อไป ทำงานอย่างไม่เหลียวแลสิ่งอื่นเลย อุทิศตัวให้งานตลอดเวลา การค้าหนังสือของคุณหลวงก็ดีขึ้น งานผมก็หนักขึ้นตามตัว เวลาผมกลับเข้าห้องของผม ใจจะตั้งอยู่เสมอว่าพอผมเปิดประตูห้องก็จะพบรำเพยอยู่ที่นั่น แต่ก็เปล่าเลย วันแล้ววันเล่า ใจหายอยู่บ้างเป็นธรรมดาของผมแล้วก็อดทนต่อไป ยามเย็นโพล้เพล้ผมจะรดน้ำต้นรำเพยทุกเย็น และก็อาศัยลูบคลำรำเพยตลอดทั้งกิ่งก้านและใบ ใจก็ขอให้เธอรีบกลับ
ในคืนหนึ่งผมจวนจะเข้านอนแล้ว เดินไปที่หน้าเตียง ได้ยินใครพูดอยู่ข้างหลัง แม้เสียงนั้นไม่ใช่รำเพยผมก็ดีใจ คิดว่ารำเพยแกล้งดัดเสียงล้อผมเล่น เสียงนั้นเป็นเสียงทักทายผม ครั้นผมหันกลับมา แทนที่จะพบรำเพยกลับเป็นอากาศว่างเปล่า ผมชักสะท้อนใจ
"พวกเราสงสารท่าน จึงมาส่งข่าวท่าน" เสียงนี้ดังอยู่ในความว่างเปล่า "รำเพยพ้นกรรมและถูกประกาศิตให้ไปเกิดเสียแล้ว"
ผมใจหายวูบ แทบจะหน้ามืดล้มลง
"เป็นความจริงหรือเจ้าข้า?" ผมถามแทบจะไม่เป็นเสียง
"ถูกแล้ว ไม่มีอะไรที่พวกเราพูดไม่จริง" เสียงนั้นตอบมา และก็เป็นเสียงที่จำได้ที่พูดกับผมในแดนประหลาดโน้น
"ท่านจงสะกดใจให้ดี จงใช้ความสงสารเวทนาต่อรำเพย ผู้ต้องทนกรรมอยู่สองปีกว่า เมื่อเขาไปเกิด ท่านจงดีใจและโมทนากับเขาด้วย รำเพยไม่ตั้งใจเกิด แต่ตามกฏของเรา ถ้าหมดกรรมก็ต้องประกาศิตให้ไปเกิดตามกฏ รำเพยลาจากพวกเรามาแล้ว บังเอิญไปผ่านหญิงหนึ่งกำลังเริ่มตั้งครรภ์ และกระแสความดึงดูดของการก่อเกิดแห่งครรภ์ของหญิงนั้นได้ดึงดูดเอาวิญญาณรำเพยเข้าสู่ครรภ์โดยรำเพยไม่รู้ตัว เขาได้กำเนิดในครรภ์นั้นแล้วเป็นเวลาหกวันมานี่เอง รำเพยจึงหมดโอกาสจะมาบอกกับ<noinclude></noinclude>
s30e4r64mzvnra8dpoyne6anvzdlr8p
คุยกับผู้ใช้:Nongkanny
3
89561
289695
2026-05-04T06:17:00Z
New user message
1899
เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่
289695
wikitext
text/x-wiki
{{Template:Welcome|realName=|name=Nongkanny}}
-- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 13:17, 4 พฤษภาคม 2569 (+07)
gbnim7uaqh0gm3hy8tz2s3sgjaz4cs6
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/182
250
89562
289699
2026-05-04T09:56:23Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ท่านได้ พวกเราสงสารท่านจึงมาบอกท่าน และให้ท่านรอคอยจนกว่าจะพบรำเพย ต่อจากนี้ ๑๘ ปี ท่านจะต้องพบอย่างแน่นอน เพราะจิตตั้งอันแรงกล้าของรำเพยจดจ่ออยู่ที่ท่าน"..."
289699
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๘๐}}</noinclude>ท่านได้ พวกเราสงสารท่านจึงมาบอกท่าน และให้ท่านรอคอยจนกว่าจะพบรำเพย ต่อจากนี้ ๑๘ ปี ท่านจะต้องพบอย่างแน่นอน เพราะจิตตั้งอันแรงกล้าของรำเพยจดจ่ออยู่ที่ท่าน"
ผมร้องไห้งอไป ณ บัดนั้น ผมยืนไม่อยู่ขาอ่อนทรุดเข่าลงกับพื้น เอามือยันพื้นกันล้ม ร้องไห้เสียให้สาสมกับความอาลัยอาวรณ์ รำเพยเอ๋ย อีก ๑๘ ปีเราจะพบกัน อนิจจา เธอจะมาตามกำหนดหรือ
"จงหยุดการร้องไห้เสีย จงทำใจเป็นกุศล ปล่อยคนพ้นเวรกรรมนั้นเป็นกุศลที่สุด ถ้าท่านยังเรียกร้องเขาด้วยความเศร้าโศก เขาจะต้องเกิดตายในครรภ์มารดาของเขาและจะมาสู่กรรมอีก การอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนของท่านเป็นการไม่ถูกต้อง คนโลกเราจะอยู่กับท่านซึ่งเป็นคนอีกโลกหนึ่งได้อย่างไร ถ้าเป็นไปได้ นั่นก็คือกรรม และท่านเองเป็นคนถ่วงกรรมของเขา จงปล่อยใจเขาไปด้วยจิตกุศลของท่าน" เสียงนั้นดังแค่นี้แล้วหายไปเฉยๆ ผมพอครองสติได้บ้าง คลานขึ้นเตียงอย่างอ่อนแรงแล้วร้องไห้เสียอีกอย่างพอแรง ผมหมดแล้วทุกสิ่งในคราวนี้ จะก้มหน้ารอคอยไปอีก ๑๘ ปี อนิจจา รำเพยของฉัน ฉันจะพบเธอได้อย่างไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือรำเพยของฉัน
กิจการของคุณหลวงเจริญขึ้นเป็นลำดับ ท่านคิดจะลาออกจากราชการมาทำงานส่วนตัวให้เต็มเหนี่ยว แต่ทางราชการขอร้องให้อยู่ทำความเจริญทางการศึกษาต่อไปอีก คุณหลวงจำต้องทำงานสองฝ่าย จึงจัดการตั้งร้านค้าหนังสือขึ้นเองที่ตึกหน้าบ้าน โดยมีผมเป็นผู้จัดการร้านค้า ความเจริญได้เป็นไปอย่างไม่ถอยหลัง และผมก็งานหนักมากขึ้น ต่อมาคุณหลวงได้ศึกษาการตั้งโรงพิมพ์ตำราเอง เพราะตำราที่แต่งไว้แล้วจะต้องพิมพ์ซ้ำอยู่มากหน และทั้งที่แต่งใหม่ขึ้นอีกประดังกันมาก ผมต้องศึกษาต่อจากท่านอีกทอดหนึ่ง แล้วถูกให้ไปศึกษาตามโรงพิมพ์ที่ท่านชอบกันอยู่ ผมก็เลยเพิ่มเวลาในงานมากขึ้นอีก ส่วนงานปรนนิบัติท่านนั้นลูกสาวท่านรับแทนผมไป ตัวผมวิ่งอยู่กับร้านค้าของเราเองบ้าง และร้านค้าเก่าๆ ที่เคยติดต่อไว้ก่อนบ้าง งานจึงท่วมตัว ซ้ำยังต้องไปศึกษาที่โรงพิมพ์อื่นๆ กว่าจะเข้าใจในการทำงานโรงพิมพ์
เมื่อลงมือตั้งแท่นพิมพ์และอุปกรณ์อื่นๆ ครบครันแล้ว ผมก็ยัง<noinclude></noinclude>
kuh6pmsmc65rpvxcdem2qd2hijgli5v
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/183
250
89563
289700
2026-05-04T10:07:43Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ทำงานไม่ได้ดี เพราะการเรียนเพียงเดือนสองเดือนนั้นจะเอาดีขึ้นทันใจนั้นไม่ได้เลย แต่ผมก็ก้มหน้าทนอุทิศเวลาให้แก่งานเพื่อลืมรำเพยเสีย ต่อเมื่อครบกำหนดตามที่..."
289700
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๘๑}}</noinclude>ทำงานไม่ได้ดี เพราะการเรียนเพียงเดือนสองเดือนนั้นจะเอาดีขึ้นทันใจนั้นไม่ได้เลย แต่ผมก็ก้มหน้าทนอุทิศเวลาให้แก่งานเพื่อลืมรำเพยเสีย ต่อเมื่อครบกำหนดตามที่ผมจดไว้จะถึง ๑๘ ปีค่อยคิดกันใหม่ ผมเองเป็นชายประหลาดในสายตาคนงานและคุณหลวงคุณนาย ที่ไม่ยอมดูผู้หญิงเลย ทั้งมีคนงานผู้หญิงมากคน แต่ผมวางตัวเป็นผู้ใหญ่ตลอดมา และทำงานอย่างไม่ท้อถอย แม้จะหนักแสนหนัก ชั้นแรกคิดหวังจะพึ่งลูกสาวคุณหลวง แต่ก็หมดหวัง เพราะลูกสาวคุณหลวงจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยจบแล้วจะไปเรียนต่อเมืองนอก ผมเลยหาผู้ช่วยผู้จัดการมาหนึ่งคน สอนเขาบ้าง แนะเขาบ้าง และเขาก็รู้งานมาบ้างแล้ว ผมจึงเบางานลง
คุณหลวงได้ให้ตึกผมหลังหนึ่งไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็พอสบายและสมตำแหน่งผู้จัดการ ผมไม่เคยลืมรำเพย ได้ย้ายจากหน้าห้องเก่าผมไปปลูกในที่ใหม่ อยู่ใกล้ๆ ตึกใหม่ และเที่ยวหาซื้อมาอีกหลายต้น และผมก็มีหน้าที่รดน้ำเองตามเคย
การหมกมุ่นในการงานของผมมากไป จนเป็นที่ห่วงของคุณหลวงท่านแนะนำแกมบังคับผมให้เที่ยวเตรีพักผ่อนเสียบ้างในยามค่ำคืน เพราะผมก็มีฐานะดีขึ้นแล้ว เงินเดือนดีมาก และยังได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งรายได้ในผลงานอีก โดยท่านเมตตาดังบุตรท่านแท้ๆ ผมทำตามคำแนะนำท่านแค่ไปดูหนัง และชวนคนในบังคับบัญชาที่ชอบใจไปเลี้ยงไปดูเปิดสมองบ้างเป็นบางครั้งบางคราว วันอาทิตย์หาโอกาสไปเที่ยวตามหัวเมืองใกล้ โดยมีบริวารบ้างตามสมควร ในเวลานี้ผมผิดกับนายทองคำเก่าเสียแล้ว มีรถเก๋งขี่กับเขาเหมือนกัน เพื่อสะดวกในการติดต่อและเพื่อจะพักผ่อน
ผมลืมความเศร้าโศกลงได้บ้าง สนุกอยู่กับงาน ปีแล้วก็ปีเล่า จนลูกสาวคุณหลวงไปเรียนนอกสำเร็จกลับมา จึงมีฉลองต้อนรับกันอย่างมโหฬาร แล้วเธอก็ต้องเข้าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย งานทางด้านการค้ามันก็คงเป็นผมกับคุณหลวง และท่านก็แก่เฒ่าลงมาก การสร้างตำราก็เพียงพอกับท่านแล้ว เดี๋ยวนี้ตัวผมเองเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว คืออายุเข้า ๔๓ ปี วอบแวบๆ เป็นไปได้ ผมจึงกลับนึกถึงรำเพยของผมอีก คนที่จะเป็นรำเพยของผมนั้นจะเป็นใครเล่า มองเท่าไหร่ก็ไม่พบตาว่าจะเป็นรำเพย<noinclude></noinclude>
4o6ys2bkugir6t7s7klg9wf4pyljfnw
หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/184
250
89564
289701
2026-05-04T10:14:51Z
สีทราย
11827
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ไปได้ ในที่สุดก็คงเหลว อารมณ์รุ่มร้อนของผมแต่ครั้งโน้นคงหลอนผมเองว่าได้ยินใครพูดว่า รำเพยที่แท้จะกลับมาพบผมเมื่อครบ ๑๘ ปีแล้ว ผมนับและจดจำไว้ ที่ได้ฟังคำพู..."
289701
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๘๒}}</noinclude>ไปได้ ในที่สุดก็คงเหลว อารมณ์รุ่มร้อนของผมแต่ครั้งโน้นคงหลอนผมเองว่าได้ยินใครพูดว่า รำเพยที่แท้จะกลับมาพบผมเมื่อครบ ๑๘ ปีแล้ว ผมนับและจดจำไว้ ที่ได้ฟังคำพูดในความว่างเปล่านั้นอายุกำลังวัย ๒๕ ปีและนี่ก็ถึง ๔๓ ปีแล้ว นับได้ว่าผ่านมาครบ ๑๘ ปี จนผมกลายเป็นคนแก่เสียแล้ว ถ้ามีลูกตั้งแต่อายุ ๒๕ ปี ป่านนี้ลูกก็อายุเข้า ๑๘ ปีพอดี โฮย! ความฝันลมๆ แล้งๆ แต่ก็ช่างเถอะ ไหนๆ ก็บ้าพอมาแล้วตั้ง ๑๘ ปี ก็จะบ้าต่อไป ยังจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น
บ่ายวันหนึ่งผมกำลังนั่งก้มหน้าทำงานอยู่ในห้องส่วนตัว มีเสียงเคาะบังตา ผมเงยหน้าดูก็เห็นขากางเกง จึงร้องบอกให้เข้ามา และผู้เข้ามาก็คือผู้ช่วยผมเอง เขาบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาสมัครทำงาน ผมอึ้งอยู่สักครู่จึงถามว่า
"เขาทำอะไรเป็นบ้างในโรงพิมพ์ของเรา?"
"ผมสอบถามดูแล้ว ก็ปรากฏว่าทำอะไรไม่เป็น" เขาตอบ
"อ้าว! แล้วจะรับทำงานอย่างไรล่ะ" ผมว่า
"นั่นน่ะซีครับ แต่แกพูดอย่างน่าสงสารว่า นึกว่าเลี้ยงสัตว์ไว้สักตัวเถิด ผมเลยเพลียใจ จึงขึ้นมาเรียนหารือก่อน" ผู้ช่วยผมพูดแล้วถอนใจ
ผมผู้ฟังก็ถอนใจยาว โดนเข้าอย่างนี้ก็ต้องคิดเป็นพิเศษ
"แก่หรือสาว?" ผมถาม
"สาวครับ แกชื่อรำเพย" เขาว่า
ผมแทบหงายหลังด้วยความตกใจ นึกเอะใจ นี่เหตุการณ์อะไรจะมาเล่นกับผมอีก นิ่งคิดอย่างหัวหมุน ๑๘ ปีรำเพยจะมาพบอีก หัวใจผมวูบวาบเหมือนฝัน
"ให้แก่มาหาผม" ผมสั่งสั้นๆ แล้วก้มหน้าครุ่นคิดถึงความหลัง ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเบาๆ และเสียงบังตาเปิด ผมจึงเงยหน้าขึ้น ผมใจหายวูบ ผมถูกผีหลอก? หญิงสาวนั้นมีใบหน้าแบบเดียวกับรำเพย และเม็ดไฝที่ตรงแสกหน้าระหว่างคิ้วเด่นชัด ผมรู้สึกตัวเย็นชืด
"รำเพย!" ผมเรียกออกไปโดยไม่รู้ตัว
"เจ้าค่ะ" เธอตอบและย่อตัวลงไหว้อย<noinclude></noinclude>
a62zdsazcyro6umzuwbmjnsbfzbvxz3
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/493
250
89565
289702
2026-05-04T10:46:22Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ศักราช ๙๒๓ ระกาศก (พ.ศ. ๒๑๐๔) พระศรีศิล์ปบวชอยู่วัดมหาธาตุ แล้วหนีไปอยู่ตำบลม่วงมดแดง และพระสังฆราชวัดป่าแก้วให้ฤกษ์แก่พระศรีศิล์ป ให้เข้ามาเข้าพระราชวัง ณ วันเ..."
289702
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๕๙}}</noinclude>ศักราช ๙๒๓ ระกาศก (พ.ศ. ๒๑๐๔) พระศรีศิล์ปบวชอยู่วัดมหาธาตุ แล้วหนีไปอยู่ตำบลม่วงมดแดง และพระสังฆราชวัดป่าแก้วให้ฤกษ์แก่พระศรีศิล์ป ให้เข้ามาเข้าพระราชวัง ณ วันเสาร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๙ ครั้งนั้นพระยาสีหราชเดโชเป็นโทษ รับพระราชอาชญาอยู่ และพระยาสีหราชเดโชจึงให้ไปว่าแก่พระศรีศิล์ปว่าครั้นพ้นวันพระแล้วจะให้ลงพระราชอาชญา ฆ่าพระยาสีหราชเดโชเสีย และขอให้เร่งยกเข้ามาให้ทันแต่ในวันพระนี้ และพระศรีศิล์ปจึงยกเข้ามาแต่ในวันพฤหัสบดี แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ เพลาเย็นนั้นมาแต่กรุง ครั้นรุ่งขึ้นในวันพระนั้น พระศรีศิล์ปเข้าพระราชวังได้ครั้งนั้นได้ พระศรีศิล์ปมรภาพในพระราชวังนั้น ครั้นแลรู้ว่าพระสังฆราชป่าแก้วให้ฤกษ์แก่พระศรีศิล์ปเป็นแม่นแล้วไซร้ ก็ให้เอาพระสังฆราชป่าแก้วไปฆ่าเสีย.
ศักราช ๙๒๔ จอศก (พ.ศ. ๒๑๐๕) เสด็จไปวังช้าง ตำบลไทรน้อย ได้ช้างพลายพัง ๗๐ ช้าง.
ศักราช ๙๒๕ กุนศก (พ.ศ. ๒๑๐๖) พระเจ้าหงสานิพัตรยกพลลงมาในเดือน ๑๒ นั้น ครั้นเถิงวันอาทิตย์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๒ พระเจ้าหงสาได้เมืองพิษณุโลก ครั้งนั้นเมืองพิษณุโลกข้าวแพง ๓ สัดต่อบาท อนึ่งคนทั้งปวงเกิดทรพิษตายมาก แล้วพระเจ้าหงสาจึงได้เมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง แล้วจึงยกพลลงมายังกรุงพระนครศรีอยุธยา ครั้งนั้นฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุธยาออกเป็นพระราชไมตรี และสมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้าทั้งสองฝ่าย เสด็จมาทำสัตยาธิษฐานหลั่ง<noinclude></noinclude>
5ia0loj8xzm6pns09g8fha1o4ihghj4
หน้า:คหก กรุงเก่า ขุนหลวงฯ หลวงประเสริฐ - ๒๕๑๕.pdf/494
250
89566
289703
2026-05-04T11:36:10Z
Peatlnwza
10757
/* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "น้ำษิโณฑก ตำบลวัดพระเมรุ แล้วจึงพระเจ้าหงสาขอเอาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระราเมศวรเจ้าและช้างเผือก ๔ ช้างไปเมืองหงสา ครั้งนั้นพระยาศรีสุลต่าน พระยาตานีมาช่วยกา..."
289703
proofread-page
text/x-wiki
<noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๔๖๐}}</noinclude>น้ำษิโณฑก ตำบลวัดพระเมรุ แล้วจึงพระเจ้าหงสาขอเอาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระราเมศวรเจ้าและช้างเผือก ๔ ช้างไปเมืองหงสา ครั้งนั้นพระยาศรีสุลต่าน พระยาตานีมาช่วยการเศิก พระยาตานีนั้นเป็นขบถและคุมชาวตานีทั้งปวงเข้าในพระราชวัง ครั้นแลเข้าในพระราชวังได้ เอาช้างเผือกมาขี่ยืนอยู่ ณ ท้องสนาม แล้วจึงช้างออกไป ณ ทางตะแลงแกง และชาวพระนครเอาพวนขึงไว้ต่อรบด้วยชาวตานี ๆ นั้นตายมาก และพระยาตานีนั้นลงสำเภาหนีไปรอด ในปีเดียวนั้น พระเจ้าล้านช้างให้พระราชสารมาถวายว่า จะขอสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเทพกระษัตรเจ้า และทรงพระกรุณาพระราชทานแก่พระเจ้าล้านช้าง และครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเทพกระษัตรเจ้าทรงพระประชวร จึงพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระแก้วฟ้าพระราชบุตรี ให้แก่พระเจ้าล้านช้าง.
ศักราช {{ตตฉ|๘๒๖|๙๒๖}} ชวดศก (พ.ศ. ๒๑๐๗) พระเจ้าล้านช้างจึงให้เชิญสมเด้จพระแก้วฟ้าพระราชบุตรี ลงมาส่งยังพระนครศรีอยุธยา และว่าจะขอสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเทพกระษัตรเจ้านั้น และจึงพระราชทานสมเด็จพระเทพกระษัตรเจ้าไปแก่พระเจ้าล้านช้าง ครั้งนั้นพระเจ้าหงสารู้เนื้อความทั้งปวงนั้น จึงแต่งทัพมาซุ่มอยู่กลางทาง และออกชิงเอาสมเด็จพระเทพกระษัตรเจ้าได้ ไปถวายแก่พระเจ้าหงสา อนึ่งในปีนั้น น้ำ ณ กรุงพระนครศรีอยุธยานั้นน้อยนัก.
ศักราช ๙๓๐ มะโรงศก (พ.ศ. ๒๑๑๑) ในเดือน ๑๒ นั้น{{ชว}}<noinclude></noinclude>
2ppa783iuwp9dnxxtc58vsiwdci73du