วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.1 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/197 250 89681 290126 289899 2026-05-11T08:49:43Z สีทราย 11827 290126 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๕}}</noinclude>หงายๆ หลายตลบ ทำตั้งฝ่ามือตรง แล้วทำฝ่ามือล้มลงนอน ลงท้ายโบกไปโบกมาเป็นการห้ามผม ผมเข้าใจความหมายเพียงการโบกห้ามเท่านั้น แต่ตอนสัญญาณลับตอนต้นๆ ไม่เข้าใจเลย แต่การจะถามและพูดกันโดยออกเสียงนั้นย่อมไม่ได้ เพราะมารดาเธออยู่ หลุดตัวไปที่ว่ามารดาเธอไม่รู้จักผมเลย เราจึงมีโอกาสแอบตีธงกันอยู่ได้ ตอนท้ายเธอโบกมือให้ผมกลับบ้าน ผมสงสัยอยู่ในท่าบอกใบ้นั้น จึงทำใบ้ถามไป คือเอานิ้วมือชี้ที่ตัวเอง แล้วผายมือไปทางถนน แสดงว่าผมต้องกลับหรือ เธอก็พยักหน้าตอบ พอดีมารดาเธอซื้อขนมเสร็จ ห่อแล้ว จ่ายเงินแล้วก็ชวนกันลงเรือ ผมยังคงยืนดูเธออยู่ด้วยหัวใจระส่ำระสาย มืดแปดด้านไม่รู้ว่าเธอว่าอะไร? เธอหันมาดูผมด้วยสายตาละห้อยละเหี่ย แสดงว่าเธอห้ามผมไม่ให้ไปหาเธอนั้นด้วยความจนใจจำใจจริงๆ ผมใจหาย พอเรือจ้างพ้นท่าไปแล้วผมก็เดินกลับ หัวใจฟุ้งซ่านและกลัดกลุ้ม ใครบ้างล่ะครับจะไม่กลุ้ม มาพบเอาความมืดแปดด้านเข้าอย่างนี้ ถ้าเธอไม่มากับมารดาเราก็รู้เรื่องกันแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น พวกคุณๆ คงจะสงสัยหรือปลงอนิจจังผมว่าช่างกลัวมารดาของแตงอ่อนเสียจริงๆ มันมีเรื่องจะต้องกลัวนี่ครับ ถ้ามารดาเธอรู้เรื่องหรือระแวงใจ เราก็พบกันไม่ได้แน่ๆ และร้ายที่สุดนายไปร่และแม่ดวงจะต้องระเห็จพ้นสวนไปแน่ๆ เช่าเขาอยู่แล้วเป็นแม่สื่อแม่ชัก ต้องคืนสัญญาเช่ากันโดยเด็ดขาด ผมระวังข้อนี้เป็นการใหญ่ ถ้าเราปกปิดไว้ได้จนกว่าเราจะเก็บเงินเก็บทองในการทำงานของผมได้พอ ก็จะหาผู้ใหญ่ติดต่อสู่ขอแตงอ่อนเป็นทางการเลย เวลานี้ต้องคลุมๆ ไปอย่างมืดๆ พ่อไปร่ของเราเขาปลูกพลูขายไม้มากค้าง ฉะนั้นแตงอ่อนมักจะอ้างว่ามาเอาพลูที่กระท่อมพ่อไปร่เสมอๆ โอกาสของเราจึงมีอยู่ด้วยฉะนี้ ผมกลับมาบ้านอาบน้ำอาบท่าแล้วแต่งตัวไปที่บ้านผู้ใหญที่ผมชอบพอนับถือ และเคยมีบุญคุณกับผมอยู่บ้างบางประการ แต่แกยากจนข้นแค้น ตายลงก็แทบไม่มีเงินจะซื้อโลงใส่ เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยกันออกเงินซื้อและจะช่วยสวดให้สักสามคืน ผมเองเล่าจะมีปัญหาอะไร เคยนับถือกันและมีคุณกันอยู่บ้าง ก็จำเป็นจะต้องช่วยเหลือกันไปทั้งแรงและเงินทอง คนผู้เฒ่าผู้นี้เป็นโรคที่โบราณเรียกกันว่าฝีในท้อง ถ้าเรียกตามทางแพทย์รุ่นใหม่ก็คือโรคลำไส้ เป็นฝีเห็ดเล็กในลำไส้ เขาว่าถ้าฝีแตกก็คือ<noinclude></noinclude> dt1us0qz2q29nr9jr2tty95edav613z หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/198 250 89682 290127 289912 2026-05-11T08:55:44Z สีทราย 11827 290127 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๖}}</noinclude>ความตายมาถึงนั่นเอง ศพเอาผ้าคลุมไว้ ตอนจะใส่โลง สัปเหร่อทำการมัดนี่น่ะซีศพกระเทือน กลิ่นเหม็นจากการเน่าในท้องก็ฟุ้งตลบ ผมทนไม่ค่อยจะไหวจึงแอบเข้าพวกคอสุรา ดื่มเสียเต็มๆ แก้ว แต่การดื่มสุราก็ไม่ทำให้หายเหม็นได้เลย แต่รู้สึกว่าแก้การผะอืดผะอมไปได้บ้าง ดื่มสุราแล้วแกล้มด้วยของเปรี้ยวแก้ความคลื่นเหียนไปได้ กว่าศพจะเข้าโลงก็เกือบค่ำ ผมบอกกับใครๆ และภรรยาผู้ตายว่าขอไปธุระสักชั่วโมงประเดี๋ยวจะกลับมา ใจไม่สบายเลย ถ้าไม่ทราบว่าแตงอ่อนมีเรื่องอะไรจึงห้ามไม่ให้ผมไปหา เป็นตายอย่างไรจะต้องไปพบเจ้าไปร่และแม่ดวงให้ได้ เรือจ้างกว่าจะถึงวัดมอญก็ค่ำมากแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ซื้อเหล้ามาฝากเจ้าไปร่อย่างเคย จึงหันหน้าเดินตามตรอกย้อนมาออกสะพานเจริญพาศน์ ข้ามสะพานไปสู่ตลาด คว้าเหล้าโรงได้สองขวด เป็ดพะโล้หนึ่งซีกห่อดีแล้ว ตัวเองก็สั่งเจ๊กตวงเต็มๆ แก้ว ดวดเข้าไปเป็นทุนเสียก่อนแก้กลุ้มใจ และช่วยให้ใจแข็ง เพราะเพิ่งผ่านการอาบน้ำศพมาหยกๆ ยังติดตาไม่หาย ทั้งทางเดินต่อไปก็ไกลและไม่ค่อยจะมีคน ใจชักจะฝ่อๆ ความไกลของตรอกนี้ พอตึงๆ ขาเกือบเมื่อยจึงเข้าเขตวัดใหญ่ หนทางแม้จะมืดสักหน่อยแต่ผมคุ้นทางดีจึงเดินได้สบาย พอถึงทางซอยแยกเข้าสวนพ่อไปร่ ผมก็เลี้ยวขวับไม่ต้องมองกันละว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะมาเสียนับไม่ถ้วน เอากันว่าแรมปีทีเดียว มองเห็นกระท่อมเจ้าเงาะกับรจนาแล้ว จุดไฟไว้แดงๆ พอใกล้เข้าไปผมจึงร้องเรียกชื่อเจ้าของกระท่อมทั้งสองคน ก็พอดีเห็นแม่ดวงโผล่ประตูออกมา เขายืนอยู่ที่ธรณีประตู แสงสว่างข้างในพ่นออกมาทำให้มองรูปร่างแม่ดวงเป็นหนังตะลุง หน้าตาไม่เห็น เป็นภาพดำๆ พอเป็นร่างคน แต่จะมืดอย่างไรก็ตาม ร่างนั้นก็จำได้ว่าเป็นแม่ดวง "พี่นพรึ?" เขาร้องถามมา "ก็นพน่ะซี" ผมตอบไป "นึกว่าไม่มาเสียอีก หายไปหลายวัน" แม่ดวงต่อว่า "กว่าจะเสร็จธุระ อยากกลับจะตายไป คิดถึงแทบแย่" ผมว่า "ฮะ คิดถึงฉันหรือใครกันแน่?" แม่ดวงกระเซ้าแล้วหัวเราะอย่าง<noinclude></noinclude> rfn4rv59ipja9vf5zlj6z24k6eda152 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/199 250 89683 290128 289913 2026-05-11T09:01:06Z สีทราย 11827 290128 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๗}}</noinclude>สนุก ผมไม่หัวเราะด้วย ถ้าขืนหัวเราะก็จะสมจริงว่าผมคิดถึงแตงอ่อนหาได้คิดถึงแม่ดวงหรือเจ้าไปร่ เพราะคำคิดถึงของผมมันคลุมเครือ "โธ่ คิดถึงจริงๆ นะ คิดถึงทั้งสองคนเลย" ผมว่า "พี่เขาไปไหนล่ะ?" "พี่ไปร่รึ?" แม่ดวงผู้ดำขำถาม "ก็ไปร่น่ะซี" ผมตอบ แม่ดวงหยุดนิ่งสักสองสามอึดใจ แล้วถอนใจยาว "ฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่ไปร่เขาหายไปไหน" แม่คนดำขำว่า "ฮะ! อยู่ด้วยกันไม่รู้เรื่องว่าไปไหน" ผมตอบแล้วมองหน้า "จริงๆ ฉันไม่สบายอยู่ หลับไปจนค่ำ ตื่นมาก็ไม่เห็นเขาเลย" "อ้าว! นี่ฉันซื้อเหล้าซื้อเป็ดมาจะกินกะเขา เขาไปไหนล่ะ?" "เอาวางไว้ข้างในเถอะ" แม่ดวงว่า "เดี๋ยวฉันจะเที่ยวเดินหาให้แถวนี้ คงไปบ้านใครแถวนี้เอง" แม่ดวงพูดแล้วเดินหายไปในความมืด ผมหันหน้าเข้ากระท่อม วางขวดเหล้าและเป็ดลงที่ยกพื้นจากดินเป็นที่นั่งเล่นนอนเล่น ผมสังเกตข้างๆ ตาว่ามีอะไรผิดแปลกไปบ้าง แสงตะเกียงสว่างเห็นมุมกระท่อมด้านโน้นมีตู้อะไรผิดตา จึงเหลียวมองนิดหนึ่ง ท่าเจ้าไปร่จะเกิดได้เงินพิเศษอะไรมา จึงซื้อตู้อะไรปิดกระดาษเป็นดอกดวง ที่คนจนๆ ชอบใช้กันมาก ถ้าเขาลืมหน้าอ้าปากได้ผมก็ดีใจด้วย ผมไม่เอาใจใส่กับเจ้าตู้นั้นอีกเลย หันมาเปิดขวดเหล้า การกินเหล้าโรงเราเปิดกันเสียถนัดถนี่ คือเอาส้นขวดกระทุ้งกับพื้นดิน จุกขวดก็จะทะเล้นขึ้นมา หรือบางทีก็หลุดจากคอขวดจนเหล้าไหลหก ผมเปิดแล้วก็หยิบแก้วที่หิ้ง เคยหยิบเคยทำอะไรๆ อย่างบ้านของตัวเอง ดื่มแก้กระหายเสียเต็มที่ แล้วอย่างไรไม่ทราบเกิดสนใจเจ้าตู้ใบนั้นขึ้นมาอีก จึงหมุนตัวไปดูอีกที แต่คราวนี้ผมถึงกับชะงัก เพราะว่าสิ่งที่เห็นคราวแรกว่าตู้อะไรนั้นมันไม่ใช่เสียแล้ว มันคือโลงผี มันเป็นโลงชนิดเลวๆ โลงชั่วคราว ต้องทำด้วยไม้ยาง แล้วใช้กระดาษลายดอกไม้ที่พิมพ์มาจากนอกปิดไม่ให้เห็นเนื้อไม้ที่หยาบและช่องห่าง ผมถึงแก่ยืนตาแข็ง แปลอะไรไม่ออก ใครตาย? แม่ดวงน่ะพบตะกี้ เจ้าไปร่รึ? เอ๊ะ! จะเป็นไปได้อย่างไร แม่ดวงบอกหยกๆ ว่า เธอ<noinclude></noinclude> enru46ytyxudawpya6lbir6abfbi0k4 หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/200 250 89684 290129 289914 2026-05-11T09:06:50Z สีทราย 11827 290129 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๑๙๘}}</noinclude>นอนหลับไป ตื่นขึ้นก็ไม่รู้ว่านายไปร่ออกจากบ้านไปไหน อย่างนั้นใครอยู่ในโลงนั้นเล่า ผมชักยืนงัน ไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว คอยเงี่ยหูฟังว่าจะมีใครมาบ้าง มิฉะนั้นผมขาดใจตายแน่ คุณพระคุณเจ้าขอให้ใครมาในเวลานี้ด้วยเถิด ลูกจะขาดใจอยู่แล้ว พอดีกับนกกุ้กร้องอยู่ยอดไม้ ผมขนลุกซู่ หัวใจวูบ ความจริงแม้จะเป็นธรรมชาติของนกกลางคืนมันจะร้องของมัน แต่ในเวลาเงียบสงัดและตัวคนเดียวที่กำลังยืนอยู่กับศพซึ่งไม่รู้ว่าศพใคร ผมน้อยใจว่าแม่ดวงควรจะบอกผมว่ามีอะไรอยู่ในกระท่อม และยิ่งกว่านั้นยังทิ้งผมไปเสียอีก เวลานั้นแสงตะเกียงชักจะอ่อนแสงลง น้ำมันคงจะน้อยหรือจวนหมดเสียแล้วกระมัง? ถ้ามันดับลงจะทำอย่างไร ฤทธิ์สุราที่ดื่มไว้หายหมด ทันใดเสียงผู้หญิงร้องโอ๊ย! อย่างระโหยโรงแรงเหมือนครางมากกว่าร้อง เสียงนั้นอยู่นอกกระท่อมไกลออกไป ใครมา? และร้องเพราะเป็นอะไรขึ้น แม่ดวงเป็นอะไรกระมัง? เอ๊ะ! หรือแม่ดวงกลับมา แต่คงเจ็บท้อง เสียงที่ร้องเป็นเสียงเจ็บปวด แม่ดวงท้องแก่อยู่แล้ว ผมยืนนิ่งหันหลังให้ประตูกระท่อม หน้านั้นหันตรงโลงผีอย่างไม่ยอมหันไปอื่น ผมรอ รอคอยแม่ดวงจะเดินกลับมา แม่ดวงทำอย่างไรกับผม หลอกผมให้มาอยู่กับผีแล้วหลบเอาตัวรอดไปไหน ทั้งแค้นใจและทั้งกลัว ทำให้ผมคอแห้งผาก ในระหว่างที่ผมตัวแข็งทื่ออยู่นั่นเอง ได้ยินเสียงผู้ชายกระแอมและฝีเท้าดังอยู่ข้างหลัง ผมสะดุ้งทั้งตัว เพราะอยู่ๆ ก็มีเสียงเกิดขึ้น แต่แล้วใจมาสักกระบุง ผมมีคนมาอยู่ด้วยแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว "เอ๊ะ! นั่นนายนพรึ" เสียงห้าวๆ ถามทักอยู่ข้างหลัง "อ๊ะ ใจกล้าดีมาก" ผมรีบหันกลับก็พบกับนายปานสัปเหร่อวัดใหญ่ ผมดีใจแทบโลด นายปานผู้นี้ชอบพอกับเจ้าไปร่และแม่ดวงดี ทั้งเคยดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยๆ "หายไปไหนหลายวัน นายไปร่เขาบ่นอยู่ทุกวัน ขาดเพื่อนดื่มกันไป" นายปานพูดลิ้นคับปาก เคยจำกันได้ว่า ถ้านายปานดวดเหล้าไปมากๆ จะพูดเสียงนี้ "เฮ้อ! พวกเราคนหนึ่งหนีเราไปเสียแล้ว นอนอยู่ในนั้นแหละ" เขาพูดแล้วชี้มือไปที่โลง ผมยังไม่ถามว่าใคร พวกเรานั้นใครกันที่อยู่ในโลง<noinclude></noinclude> kr98zgi2383tm139nsczxy6467axr8l หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/202 250 89686 290130 289917 2026-05-11T09:16:42Z สีทราย 11827 290130 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๐}}</noinclude>ลงก็ไม่มีทาง พอตะเกียงสว่างขึ้น หัวใจค่อยดีขึ้นน้อยๆ แต่คงเต้นรัวไม่เป็นปรกติได้ "เอาเหล้าไปกินด้วย" ผมว่า แล้วรินเต็มแก้วดื่มอั้กๆ เข้าไปรินใหม่ส่งให้นายปาน เขาก็รับไปดื่มเช่นเดียวกัน แล้วเราก็หยิบเหล้าหยิบเป็ดออกจากกระท่อม "เอ้า! เดินหน้าสิ ถ้ากลัวก็" นายปานพูด เขาทายใจผมถูกเผง ผมเดินหน้าอย่างค่อยๆ กลัวจะห่างนายปาน ลงมันปอดลอยเสียแล้ว อยู่หน้าอยู่หลังไม่ไหวทั้งนั้น พอพ้นทางซอยของสวนเข้าสะพานไม้เป็นหมู่บ้านค่อยยังชั่ว แสงไฟตามบ้านพอสว่างถึง ครั้นพ้นบ้านเข้าเขตวัดก็เงียบและมืดอีก ผมค่อยดีขึ้นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มอย่างไม่ยั้งเข้าไปตะกี้นั้น ทำให้ใจกล้าขึ้นบ้าง พอขึ้นกุฏิพระ พบหน้าเจ้าไปร่ เจ้าไปร่ก็ร้องไห้โฮ ผมใจคอตีบตันแต่ก็พยายามปลอบใจเพื่อนไปตามเรื่อง พอเขาหยุดร้องไห้แล้ว ผมจึงเล่าให้ฟังว่าแม่ดวงออกมารับผมที่ประตูกระท่อม คุยกันสองสามคำแล้วจากไป ว่าจะมาตามตัวเจ้าไปร่ ทุกคนงันงก พระอีกสองรูปก็พลอยเงียบงันและตาโพลงไปตามๆ กัน "เอ๊ะ!" นายปานร้องขึ้น "ฉันท่าจะค้างที่วัดนี่ละแฮะ ใจไม่ดีเสียแล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ใครจะกล้าเข้าไปเอาอะไร" "ทำไมจึงไม่มีพระไปสวดกันล่ะ" ผมถามเจ้าไปร่และนายปาน "เจ้าของที่เขาขอร้องไม่ให้สวด เพราะคนในบ้านเขาเจ็บอยู่คนหนึ่ง" เจ้าไปร่บอก ผมนึกประหวัดไปถึงแตงอ่อนทันที มิน่าเล่าเธอจึงตีใบ้ห้ามผมไม่ให้มา อ้อ! มีการตายเกิดขึ้นนี่เอง พุทโธ่ ถ้าเราพูดกันได้อย่างธรรมดาก็รู้เรื่องกันแล้ว ไหนจะมาให้เกิดทุกข์เล่า "พรุ่งนี้ค่อยเอาศพมาวัด สวดให้หน้าไฟแล้วก็เผาเลยหมดเรื่อง" นายปานว่า คืนนั้นผมเลยค้างที่วัด ไม่สามารถจะกลับบ้านได้ ขาดฟังสวดทางบ้านโน้นไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปเล่าความจำเป็นให้ฟัง ผมกับนายปานขออนุญาตพระดื่มเหล้า เจ้าไปร่ก็ดื่มด้วย รู้สึกค่อยมีจิตใจดีขึ้น<noinclude></noinclude> lr4je2rj88fp56y2d148inh4gvyii5m หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/203 250 89687 290131 289918 2026-05-11T09:19:05Z สีทราย 11827 290131 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="สีทราย" />{{หสล|๒๐๑}}</noinclude>นั่งหวย เรื่องนี้บันทึกเหตุการณ์จากนายมิ่งคนเก่าที่เป็นนักเลงหวย ก.ข. สมัยโน้น ที่ผจญกับปิศาจที่ชอบหลอกหลอนนักเลงเล่นหวย เที่ยวหาตัวหวยตามที่สงัดต่างๆ ภาษาเก่าเรียกว่าพวกนั่งหวย ร้านสุราแห่งหนึ่งในตำบลยานนาวา มีผู้ดื่มอยู่หลายรุ่น ทั้งหนุ่ม ทั้งแก่กลางคน และเลยกลางคน มีอยู่โต๊ะหนึ่งที่ขะมักเขม้นในเลขท้ายลอตเตอรี่ ถกเถียงกันที่ได้เลขมาจากอาจารย์ แทงแล้วถูกกินบ้าง บางรายแทงแล้วก็ถูกบ้างตามแต่โชคชะตา ซึ่งความจริงนั้น อาจารย์ทุก ๆ อาจารย์ก็เพียงคาดหมายและมั่นเอาเองในการหมุนเวียนแห่งตัวเลขจะเดินวนเวียนมาบรรจบตามตำราที่วางไว้ แต่บาง<noinclude></noinclude> 1s04ubffen3qtiptm7867lxlnnjg6mw หน้า:พงศาวดาร (จาด) - ๒๕๐๒.pdf/200 250 89776 290123 2026-05-10T14:58:23Z Peatlnwza 10757 /* ยังไม่พิสูจน์อักษร */ สร้างหน้าด้วย "ฝ่ายพระเจ้าเชียงใหม่แตกขึ้นไปถึงค่ายเสียพระทัยมิได้คิดที่จะรบ ครั้นแจ้งว่ากองทัพพระนเรศวรยกตามขึ้นมาถึงปากน้ำชะไว เกรงจะรับมิอยู่หนีก็มิพ้น ครั้นเพลาค่ำก..." 290123 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Peatlnwza" />{{ก|๑๖๘}}</noinclude>ฝ่ายพระเจ้าเชียงใหม่แตกขึ้นไปถึงค่ายเสียพระทัยมิได้คิดที่จะรบ ครั้นแจ้งว่ากองทัพพระนเรศวรยกตามขึ้นมาถึงปากน้ำชะไว เกรงจะรับมิอยู่หนีก็มิพ้น ครั้นเพลาค่ำก็ขึ้นช้างเร็วเลิกทัพหนีรีบไป ครั้นรุ่งขึ้น ณ วันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ เพลาเช้าโมงเศษ สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้ากับสมเด็จพระอนุชาธิราชเสด็จยกพยุหโยธาทัพใกล้ถึงค่ายสระเกศก็แจ้งว่าพระเจ้าเชียงใหม่ ทหารกองหน้าจับได้พญาเชียงแสน ลูกพญาเชียงแสน แลแสนหลวงล่ามแขก มังจอจวยลูกแม่นมพระเจ้าเชียงใหม่ แต่ได้ช้างพังพลายใหญ่หกศอก นิ้วร้อยยี่สิบช้างได้ม้าห้าร้อยเศษ แต่ช้างใหญ่ ๖ ศอกคืบมีเศษ พลายจะนาจศัก ๑ พลายปองหุลรายภัก ๑ พลายหุลเกียนกะยอ ๑ พลายพิไชยโกลา ๑ พลายมะรดตองอู ๑ พลายมณีจักพรรดิ ๑ พลายสิงดำ ๑ พลายมงคลชาตรี ๑ พลายแขแม ๑ พลายแก้วไกรลาศ ๑ พลายอุโบสถา ๑ ช้างที่นั่งพระเจ้าเชียงใหม่ พลายมหาเมฆ ๑ พลายหัตถีราชา ๑ พลายเกิดสวัสดี ๑ พลายภาพยาว ๑ พลายยาตรา ๑ พลายแปด ๑ <ref>ฉบับพันจันทนุมาศว่า "พลายแปร ๑"</ref> พลายศรีบุญเรือง ๑ พลายรำชาย ๑ พลายมหากุณฑล ๑ แต่ได้ช้างสำคัญสูงใหญ่ ๒๐ ช้าง<ref>ฉบับพันจันทนุมาศไม่บอกจำนวน แต่ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "๒๒ ช้าง"</ref> แลได้พม่าลาวเชียงใหม่แลชาวไทยใหญ่ ชายหญิงหมื่นเศษ ได้เรือรบเรือเสบียงสี่ร้อยเศษ แล<noinclude>{{สต}} {{รกออ}}</noinclude> b7b6oz01ipoerwa7upae8hqiifwp6e0 คุยกับผู้ใช้:Sakchai2931 3 89777 290124 2026-05-10T17:24:05Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 290124 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=Sakchai2931}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 00:24, 11 พฤษภาคม 2569 (+07) 5e4emidg14w370oh9uzvbsxgs0zafev คุยกับผู้ใช้:สันกู่ 3 89778 290125 2026-05-11T02:49:28Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 290125 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=สันกู่}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 09:49, 11 พฤษภาคม 2569 (+07) crg8ppbbaigbwxa1vnp0rcdy1i3pjbn คุยกับผู้ใช้:Albert Buildings's 3 89779 290132 2026-05-11T11:53:09Z New user message 1899 เพิ่ม[[Template:Welcome|สารต้อนรับ]]ในหน้าคุยของผู้ใช้ใหม่ 290132 wikitext text/x-wiki {{Template:Welcome|realName=|name=Albert Buildings's}} -- [[ผู้ใช้:New user message|New user message]] ([[คุยกับผู้ใช้:New user message|คุย]]) 18:53, 11 พฤษภาคม 2569 (+07) i7e9ss7g98hdhgumpkdszqc6v2mx4s5