วิกิซอร์ซ thwikisource https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81 MediaWiki 1.47.0-wmf.6 first-letter สื่อ พิเศษ พูดคุย ผู้ใช้ คุยกับผู้ใช้ วิกิซอร์ซ คุยเรื่องวิกิซอร์ซ ไฟล์ คุยเรื่องไฟล์ มีเดียวิกิ คุยเรื่องมีเดียวิกิ แม่แบบ คุยเรื่องแม่แบบ วิธีใช้ คุยเรื่องวิธีใช้ หมวดหมู่ คุยเรื่องหมวดหมู่ สถานีย่อย คุยเรื่องสถานีย่อย ผู้สร้างสรรค์ คุยเรื่องผู้สร้างสรรค์ งานแปล คุยเรื่องงานแปล หน้า คุยเรื่องหน้า ดัชนี คุยเรื่องดัชนี TimedText TimedText talk มอดูล คุยเรื่องมอดูล Event Event talk ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง 0 16224 290669 180995 2026-06-14T06:58:40Z Kapsikino 12160 290669 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2470 | author = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = ความเรียง/งานรวม | portal = ประวัติศาสตร์ไทย/ประเพณีไทย }} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" include="1"/> {{คหน}} {{สบช| # {{ตลล|ส-a1|การอำนวยพร|a1}} # {{ตลล|ส-a2|เทศกาลพระบาท|a2}} # {{ตลล|ส-a3|คำอธิบายเรื่องเจ้าคุณประตู ดิน|a3}} ({{ตลล|ส-a4|ลายตู้แสดงภาพรัชกาลที่ 2|a4}}) }} {{คหน}} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="2" to="11"/> {{คหน}} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="12" to="36"/> {{ตรึง|a4}} {{คหน}} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" include="37"/> {{คหน}} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="38" to="45"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} cgouikt2xsz2ox5c39u1s1nlungapnk ตำนานเงินตรา 0 17871 290603 213578 2026-06-14T05:55:41Z Kapsikino 12160 290603 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2474 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ประวัติศาสตร์ไทย/กษาปณ์วิทยา }} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="5"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" from="6" to="24"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} gm5ggw78ritpgu3ocd9hlvuciyg29x8 นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 19 0 20891 290486 227594 2026-06-13T18:08:28Z Kapsikino 12160 290486 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 19 เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 18/]] | next = [[../นิทานที่ 20/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="366" to="388"/> ihzmk81aphrnus1qli294c188udwhyo 290572 290486 2026-06-13T21:25:39Z Kapsikino 12160 290572 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 19 เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 18/]] | next = [[../นิทานที่ 20/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="366" to="388"/> ---- {{รกออ}} 3psimru5ohyjmycf8sal8k7qjxgbhl3 นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 11 0 20893 290500 227578 2026-06-13T18:23:09Z Kapsikino 12160 290500 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 11 เรื่องโจรแปลกประหลาด | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 10/]] | next = [[../นิทานที่ 12/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-110|โจรแปลกประหลาด|110}} :# {{ตลล|ส-111|เรื่องโจรทิม|111}} :# {{ตลล|ส-112|เรื่องโจรจันท์|112}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="173" to="188"/> lwgp3fm6uhuofddzsgkqd2a1miqy37k 290570 290500 2026-06-13T21:14:32Z Kapsikino 12160 290570 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 11 เรื่องโจรแปลกประหลาด | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 10/]] | next = [[../นิทานที่ 12/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-110|โจรแปลกประหลาด|110}} :# {{ตลล|ส-111|เรื่องโจรทิม|111}} :# {{ตลล|ส-112|เรื่องโจรจันท์|112}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="173" to="188"/> ---- {{รกออ}} bcu72pn425bwnln71wpvgunpds7x3oc นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 9 0 20897 290502 227620 2026-06-13T18:38:50Z Kapsikino 12160 290502 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 9 เรื่องหนังสือหอหลวง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 8/]] | next = [[../นิทานที่ 10/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="117" to="145"/> iiw6cxz9rq9w2jv84pk1y484lmqe5wt 290569 290502 2026-06-13T21:13:23Z Kapsikino 12160 290569 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 9 เรื่องหนังสือหอหลวง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 8/]] | next = [[../นิทานที่ 10/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="117" to="145"/> ---- {{รกออ}} gq6j8ltjqjuugn0o10v1en4j7m4gsk2 นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 4 0 20899 290507 227604 2026-06-13T18:42:12Z Kapsikino 12160 290507 wikitext text/x-wiki {{ฉบับอื่น|ห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณ}} {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 4 เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 3/]] | next = [[../นิทานที่ 5/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="44" to="56"/> gyerc4eot5j5pssvfikls329d0tzhzw 290567 290507 2026-06-13T21:11:46Z Kapsikino 12160 290567 wikitext text/x-wiki {{ฉบับอื่น|ห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณ}} {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 4 เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 3/]] | next = [[../นิทานที่ 5/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="44" to="56"/> ---- {{รกออ}} reh7bu8z86in3aokuzi4k6n92c7ls39 นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 8 0 20901 290503 227616 2026-06-13T18:39:29Z Kapsikino 12160 290503 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 8 เรื่องเจ้าพระยาอภัยราชา (โรลังยัคมินส) | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 7/]] | next = [[../นิทานที่ 9/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="111" to="116"/> p6uxhm7ot65aqvx3y2u30ea73d8v02w นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 5 0 21145 290506 227608 2026-06-13T18:41:35Z Kapsikino 12160 290506 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 5 เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 4/]] | next = [[../นิทานที่ 6/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร0|เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย|ร0}} :# {{ตลล|ส-ร1|ชนช้าง|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|รือสีดัดตน|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|ถูกสาบ|ร3}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="57" to="68"/> 4zbujxppydqznqe391avqunm7kpe2jp 290568 290506 2026-06-13T21:12:25Z Kapsikino 12160 290568 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 5 เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 4/]] | next = [[../นิทานที่ 6/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร0|เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย|ร0}} :# {{ตลล|ส-ร1|ชนช้าง|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|รือสีดัดตน|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|ถูกสาบ|ร3}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="57" to="68"/> ---- {{รกออ}} t6jdmruoqwitni71vxxuy6jwcl6rvjv นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 15 0 21197 290491 227588 2026-06-13T18:18:01Z Kapsikino 12160 290491 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 15 เรื่องอั้งยี่ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 14/]] | next = [[../นิทานที่ 16/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-15-0|อั้งยี่|15-0}} :# {{ตลล|ส-15-1|(บทนำ)|15-1}} :# {{ตลล|ส-15-2|เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน|15-2}} :# {{ตลล|ส-15-3|อั้งยี่ไนแหลมมลายู|15-3}} :# {{ตลล|ส-15-4|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย|15-4}} :# {{ตลล|ส-15-5|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4|15-5}} :# {{ตลล|ส-15-6|อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5|15-6}} <br> {{ตลล|ส-15-6-1|อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต|15-6-1}} <br> {{ตลล|ส-15-6-2|เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย|15-6-2}} <br> {{ตลล|ส-15-6-3|อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน|15-6-3}} :# {{ตลล|ส-15-7|ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5|15-7}} :# {{ตลล|ส-15-8|เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่|15-8}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="243" to="284"/> ---- {{รกออ}} 7ustg80sczjslo8q7511h8qhm41inc5 290492 290491 2026-06-13T18:18:16Z Kapsikino 12160 290492 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 15 เรื่องอั้งยี่ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 14/]] | next = [[../นิทานที่ 16/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = อั้งยี่ }} {{สบช| : {{ตลล|ส-15-0|อั้งยี่|15-0}} :# {{ตลล|ส-15-1|(บทนำ)|15-1}} :# {{ตลล|ส-15-2|เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน|15-2}} :# {{ตลล|ส-15-3|อั้งยี่ไนแหลมมลายู|15-3}} :# {{ตลล|ส-15-4|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย|15-4}} :# {{ตลล|ส-15-5|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4|15-5}} :# {{ตลล|ส-15-6|อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5|15-6}} <br> {{ตลล|ส-15-6-1|อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต|15-6-1}} <br> {{ตลล|ส-15-6-2|เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย|15-6-2}} <br> {{ตลล|ส-15-6-3|อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน|15-6-3}} :# {{ตลล|ส-15-7|ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5|15-7}} :# {{ตลล|ส-15-8|เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่|15-8}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="243" to="284"/> ---- {{รกออ}} gaiv5mv9ari6v11doimzc25ne2duss9 290493 290492 2026-06-13T18:19:15Z Kapsikino 12160 290493 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 15 เรื่องอั้งยี่ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 14/]] | next = [[../นิทานที่ 16/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-15-0|อั้งยี่|15-0}} :# {{ตลล|ส-15-1|(บทนำ)|15-1}} :# {{ตลล|ส-15-2|เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน|15-2}} :# {{ตลล|ส-15-3|อั้งยี่ไนแหลมมลายู|15-3}} :# {{ตลล|ส-15-4|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย|15-4}} :# {{ตลล|ส-15-5|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4|15-5}} :# {{ตลล|ส-15-6|อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5|15-6}} <br> {{ตลล|ส-15-6-1|อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต|15-6-1}} <br> {{ตลล|ส-15-6-2|เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย|15-6-2}} <br> {{ตลล|ส-15-6-3|อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน|15-6-3}} :# {{ตลล|ส-15-7|ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5|15-7}} :# {{ตลล|ส-15-8|เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่|15-8}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="243" to="284"/> ---- {{รกออ}} mxayq652s0js5mzjby2801nxal5qv0g 290496 290493 2026-06-13T18:20:19Z Kapsikino 12160 290496 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 15 เรื่องอั้งยี่ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 14/]] | next = [[../นิทานที่ 16/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-15-0|เรื่องอั้งยี่|15-0}} :# {{ตลล|ส-15-1|(บทนำ)|15-1}} :# {{ตลล|ส-15-2|เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน|15-2}} :# {{ตลล|ส-15-3|อั้งยี่ไนแหลมมลายู|15-3}} :# {{ตลล|ส-15-4|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย|15-4}} :# {{ตลล|ส-15-5|อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4|15-5}} :# {{ตลล|ส-15-6|อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5|15-6}} <br> {{ตลล|ส-15-6-1|อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต|15-6-1}} <br> {{ตลล|ส-15-6-2|เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย|15-6-2}} <br> {{ตลล|ส-15-6-3|อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน|15-6-3}} :# {{ตลล|ส-15-7|ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5|15-7}} :# {{ตลล|ส-15-8|เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่|15-8}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="243" to="284"/> ---- {{รกออ}} qbi1lp84zox8bb22wmd173a1e94uglv นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 2 0 21202 290509 227598 2026-06-13T18:43:15Z Kapsikino 12160 290509 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 2 เรื่องพระครูวัดฉลอง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 1/]] | next = [[../นิทานที่ 3/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="23" to="31"/> g4re91jlu3ay0r9fyflgraij0bsbqfh วิกิซอร์ซ:แจ้งผู้ดูแลระบบ 4 21384 290601 289497 2026-06-14T02:24:32Z ~2026-34902-05 12349 /* temporary account */ 290601 wikitext text/x-wiki __NEWSECTIONLINK__ {{หัวเรื่องสารบบ | title = แจ้งผู้ดูแลระบบ <!-- <br> Administrators' Noticeboard --> | section = | previous = [[วิกิซอร์ซ:ดัชนี/ชุมชน|หน้าชุมชน]] | next = [[/กรุ/]] | shortcut = WS:AN | notes = หน้านี้สำหรับรายงานการก่อกวน ขอความร่วมมือจากผู้ดูแลระบบ ขอความช่วยเหลือประการอื่นจากผู้ดูแลระบบ และอภิปรายเกี่ยวงานธุรการของวิกิซอร์ซ แม้ผู้อ่านที่เป็นเป้าหมาย คือ ผู้ดูแลระบบ แต่ผู้ใช้คนใดจะมีข้อความไว้ในหน้านี้หรือร่วมสนทนาในหน้านี้ก็ได้ <!-- {{gap}} {{fs|85%|This page is for reporting vandalism, seeking cooperation from administrators, seeking other helps from administrators and discussing administrative tasks on Wikisource. Although its target audience is administrators, any user is welcome to leave a message or join the discussion here.}} --> }} [[หมวดหมู่:วิกิซอร์ซ]] = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2565 = == [[มีเดียวิกิ:Proofreadpage index template]] == แม่แบบข้างต้น มีบางช่องที่ไม่ทำงาน คือ # ช่องตัวเลข ISBN, OCLC ฯลฯ (ดังตัวอย่างใน [[ดัชนี:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]], ถ้าทำงาน จะขึ้นลิงก์เหมือนใน [[:en:Index:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]]) # ช่อง "ภาษา" ที่ให้ใส่รหัสภาษาต่าง ๆ (เช่น th, en ฯลฯ), ถ้าทำงาน จะขึ้นหมวดหมู่เหมือนใน [[:en:Category:Index pages by language]] เมื่อสะดวก รบกวนตรวจสอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ -- [[ผู้ใช้:YURi|YURi]] ([[คุยกับผู้ใช้:YURi|คุย]]) 12:47, 1 ธันวาคม 2565 (+07) :{{กำลังทำ}} ตอนนี้แก้ไขช่อง OCLC เรียบร้อยแล้ว เหลือช่องภาษาครับ --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 15:21, 3 ธันวาคม 2565 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2566 = == มอดูลเลขไทย == หลังจากอัปเดต [[แม่แบบ:หัวสลับ]] แล้ว พบว่า เลขหน้าที่เป็นเลขไทยจะกลายเป็นเลขอารบิก (ดังตัวอย่างใน [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/2]] และ [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/3]]) จึงขอรบกวนผู้สันทัดปรับปรุง [[มอดูล:Roman]] และ [[มอดูล:ThaiToArabicNum]] ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ -- [[ผู้ใช้:Asembleo|Asembleo]] ([[คุยกับผู้ใช้:Asembleo|คุย]]) 16:57, 26 กรกฎาคม 2566 (+07) ::{{ping|Bebiezaza}} ทำได้มั้ยครับ ? --[[ผู้ใช้:B20180|B20180]] ([[คุยกับผู้ใช้:B20180|คุย]]) 07:19, 23 กันยายน 2567 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2568 = == WikiLove extension == ที่วิกิพีเดียภาษาไทยเริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 หากท่านสนใจโปรดดำเนินการตามวิกิพีเดียภาษาไทยที่เป็นตัวอย่างให้แล้วได้เลย --[[ผู้ใช้:Taweetham|taweethaも]] ([[คุยกับผู้ใช้:Taweetham|คุย]]) 00:57, 8 สิงหาคม 2568 (+07) ::คงต้องส่งต่อให้ผู้ดูแลระบบรุ่นถัดไปทำแทนผมแล้วครับ แต่ผมได้ไปสืบการอภิปรายดั้งเดิมมาเรียบร้อยแล้วครับ ที่ [[w:วิกิพีเดีย:แจ้งผู้ดูแลระบบ/กรุ_33#WikiLove_Extension]] --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 03:58, 29 เมษายน 2569 (+07) == temporary account == {{ย้ายการอภิปรายไปยัง|วิกิซอร์ซ:เซ็นเตอร์พ้อยท์#temporary account}} mp:" ข้อสอบ จำนวนข้อ ระดับชั้น ผู้เข้าชม MB614481 แนวข้อสอบ TPAT5 ความถนัดครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ (2022) 150 ม.6 3.5K MB614480 แนวข้อสอบ A-LEVEL คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (2022) 30 ม.6 11.1K MB614479 แนวข้อสอบ TPAT1 Part : เชาว์ปัญญา (2022) 50 ม.6 21.7K MB614472 แนวข้อสอบ TPAT1 Part : จริยธรรมทางการแพทย์ (2022) 50 ม.6 14.1K SOMB614463 แนวข้อสอบ A-LEVEL สังคมศึกษา (2022) 50 ม.6 8.3K THMB614440 แนวข้อสอบ A-LEVEL ภาษาไทย (2022) 50 ม.6 5.3K LAMB614439 แนวข้อสอบ A-LEVEL ภาษาอังกฤษ (2022) 80 ม.6 9.4K SOMB614428 แนวข้อสอบ A-level สังคมศึกษา 50 ม.6 8.8K SCMB614427 แนวข้อสอบ A-level ฟิสิกส์ ชุดที่ 2 30 ม.6 21.2K SCMB614426 แนวข้อสอบ A-level ฟิสิกส์ ชุดที่ 1 30 ม.6 14.1K MB614425 แนวข้อสอบ A-level 87 chi ภาษาจีน 50 ม.6 16.7K MB614424 แนวข้อสอบ TPAT30 ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ 70 ม.6 2.9K MB614423 แนวข้อสอบ TPAT21 ทัศนศิลป์ 50 ม.6 10.2K MB614422 แนวข้อสอบ TGAT3 93 สมรรถนะการทำงาน 60 ม.6 8.7K SCMB614421 แนวข้อสอบ A-LEVEL ฟิสิกส์ ม. 6 10 ม.6 7.6K SCMB614420 แนวข้อสอบ A-LEVEL เคมี ม. 6 ชุดที่ 5 15 ม.6 3.9K MB614418 แนวข้อสอบ TGAT2 92 การคิดอย่างมีเหตุผล 80 ม.6 36.6K SCMB614416 แนวข้อสอบ A-LEVEL เคมี ม. 6 ชุดที่ 4 35 ม.6 3.2K THMB614415 แนวข้อสอบ A-LEVEL ภาษาไทย ม. 6 50 ม.6 13.6K MAMB614414 แนวข้อสอบ กสพท. คณิตศาสตร์ (PAT 1) ชุดที่ 2 45 ม.6 44.7K SCMB614413 แนวข้อสอบ A-level เคมี ชุดที่ 2 35 ม.6 12.9K SCMB614412 แนวข้อสอบ A-level ฟิสิกส์ 10 ม.6 29.2K SCMB614411 แนวข้อสอบ A-level เคมี ชุดที่ 1 15 ม.6 23.3K SCMB614404 แนวข้อสอบ A-LEVEL เคมี ม. 6 ชุดที่ 3 50 ม.6 11.6K MAMB614403 แนวข้อสอบ A-LEVEL คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ม. 6 ชุดที่ 1 30 ม.6 63.4K "ms:https://www.trueplookpanya.com/examination2/all#:~:text=%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA-,%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A,%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A,-%3C ltlzegfieyo0t6g9o4eg2ayidu2do3f 290602 290601 2026-06-14T04:43:10Z Kapsikino 12160 ย้อน[[w:th:WP:VAND|การก่อกวน]] 1 ครั้งของ [[Special:Contributions/~2026-34902-05|~2026-34902-05]] ([[User talk:~2026-34902-05|พูดคุย]]) ไปยังรุ่นโดย Bebiezaza ด้วย[[WS:iScript|สจห.]] 290602 wikitext text/x-wiki __NEWSECTIONLINK__ {{หัวเรื่องสารบบ | title = แจ้งผู้ดูแลระบบ <!-- <br> Administrators' Noticeboard --> | section = | previous = [[วิกิซอร์ซ:ดัชนี/ชุมชน|หน้าชุมชน]] | next = [[/กรุ/]] | shortcut = WS:AN | notes = หน้านี้สำหรับรายงานการก่อกวน ขอความร่วมมือจากผู้ดูแลระบบ ขอความช่วยเหลือประการอื่นจากผู้ดูแลระบบ และอภิปรายเกี่ยวงานธุรการของวิกิซอร์ซ แม้ผู้อ่านที่เป็นเป้าหมาย คือ ผู้ดูแลระบบ แต่ผู้ใช้คนใดจะมีข้อความไว้ในหน้านี้หรือร่วมสนทนาในหน้านี้ก็ได้ <!-- {{gap}} {{fs|85%|This page is for reporting vandalism, seeking cooperation from administrators, seeking other helps from administrators and discussing administrative tasks on Wikisource. Although its target audience is administrators, any user is welcome to leave a message or join the discussion here.}} --> }} [[หมวดหมู่:วิกิซอร์ซ]] = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2565 = == [[มีเดียวิกิ:Proofreadpage index template]] == แม่แบบข้างต้น มีบางช่องที่ไม่ทำงาน คือ # ช่องตัวเลข ISBN, OCLC ฯลฯ (ดังตัวอย่างใน [[ดัชนี:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]], ถ้าทำงาน จะขึ้นลิงก์เหมือนใน [[:en:Index:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]]) # ช่อง "ภาษา" ที่ให้ใส่รหัสภาษาต่าง ๆ (เช่น th, en ฯลฯ), ถ้าทำงาน จะขึ้นหมวดหมู่เหมือนใน [[:en:Category:Index pages by language]] เมื่อสะดวก รบกวนตรวจสอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ -- [[ผู้ใช้:YURi|YURi]] ([[คุยกับผู้ใช้:YURi|คุย]]) 12:47, 1 ธันวาคม 2565 (+07) :{{กำลังทำ}} ตอนนี้แก้ไขช่อง OCLC เรียบร้อยแล้ว เหลือช่องภาษาครับ --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 15:21, 3 ธันวาคม 2565 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2566 = == มอดูลเลขไทย == หลังจากอัปเดต [[แม่แบบ:หัวสลับ]] แล้ว พบว่า เลขหน้าที่เป็นเลขไทยจะกลายเป็นเลขอารบิก (ดังตัวอย่างใน [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/2]] และ [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/3]]) จึงขอรบกวนผู้สันทัดปรับปรุง [[มอดูล:Roman]] และ [[มอดูล:ThaiToArabicNum]] ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ -- [[ผู้ใช้:Asembleo|Asembleo]] ([[คุยกับผู้ใช้:Asembleo|คุย]]) 16:57, 26 กรกฎาคม 2566 (+07) ::{{ping|Bebiezaza}} ทำได้มั้ยครับ ? --[[ผู้ใช้:B20180|B20180]] ([[คุยกับผู้ใช้:B20180|คุย]]) 07:19, 23 กันยายน 2567 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2568 = == WikiLove extension == ที่วิกิพีเดียภาษาไทยเริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 หากท่านสนใจโปรดดำเนินการตามวิกิพีเดียภาษาไทยที่เป็นตัวอย่างให้แล้วได้เลย --[[ผู้ใช้:Taweetham|taweethaも]] ([[คุยกับผู้ใช้:Taweetham|คุย]]) 00:57, 8 สิงหาคม 2568 (+07) ::คงต้องส่งต่อให้ผู้ดูแลระบบรุ่นถัดไปทำแทนผมแล้วครับ แต่ผมได้ไปสืบการอภิปรายดั้งเดิมมาเรียบร้อยแล้วครับ ที่ [[w:วิกิพีเดีย:แจ้งผู้ดูแลระบบ/กรุ_33#WikiLove_Extension]] --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 03:58, 29 เมษายน 2569 (+07) == temporary account == {{ย้ายการอภิปรายไปยัง|วิกิซอร์ซ:เซ็นเตอร์พ้อยท์#temporary account}} 3hp053wua3pna0lco659w2b17qyj0oe 290670 290602 2026-06-14T07:11:14Z Kapsikino 12160 /* ตัวกรอง */ ส่วนใหม่ 290670 wikitext text/x-wiki __NEWSECTIONLINK__ {{หัวเรื่องสารบบ | title = แจ้งผู้ดูแลระบบ <!-- <br> Administrators' Noticeboard --> | section = | previous = [[วิกิซอร์ซ:ดัชนี/ชุมชน|หน้าชุมชน]] | next = [[/กรุ/]] | shortcut = WS:AN | notes = หน้านี้สำหรับรายงานการก่อกวน ขอความร่วมมือจากผู้ดูแลระบบ ขอความช่วยเหลือประการอื่นจากผู้ดูแลระบบ และอภิปรายเกี่ยวงานธุรการของวิกิซอร์ซ แม้ผู้อ่านที่เป็นเป้าหมาย คือ ผู้ดูแลระบบ แต่ผู้ใช้คนใดจะมีข้อความไว้ในหน้านี้หรือร่วมสนทนาในหน้านี้ก็ได้ <!-- {{gap}} {{fs|85%|This page is for reporting vandalism, seeking cooperation from administrators, seeking other helps from administrators and discussing administrative tasks on Wikisource. Although its target audience is administrators, any user is welcome to leave a message or join the discussion here.}} --> }} [[หมวดหมู่:วิกิซอร์ซ]] = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2565 = == [[มีเดียวิกิ:Proofreadpage index template]] == แม่แบบข้างต้น มีบางช่องที่ไม่ทำงาน คือ # ช่องตัวเลข ISBN, OCLC ฯลฯ (ดังตัวอย่างใน [[ดัชนี:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]], ถ้าทำงาน จะขึ้นลิงก์เหมือนใน [[:en:Index:Great & wonderful revolution in Siam (1690).pdf]]) # ช่อง "ภาษา" ที่ให้ใส่รหัสภาษาต่าง ๆ (เช่น th, en ฯลฯ), ถ้าทำงาน จะขึ้นหมวดหมู่เหมือนใน [[:en:Category:Index pages by language]] เมื่อสะดวก รบกวนตรวจสอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ -- [[ผู้ใช้:YURi|YURi]] ([[คุยกับผู้ใช้:YURi|คุย]]) 12:47, 1 ธันวาคม 2565 (+07) :{{กำลังทำ}} ตอนนี้แก้ไขช่อง OCLC เรียบร้อยแล้ว เหลือช่องภาษาครับ --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 15:21, 3 ธันวาคม 2565 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2566 = == มอดูลเลขไทย == หลังจากอัปเดต [[แม่แบบ:หัวสลับ]] แล้ว พบว่า เลขหน้าที่เป็นเลขไทยจะกลายเป็นเลขอารบิก (ดังตัวอย่างใน [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/2]] และ [[หน้า:สามก๊ก - ๒๔๔๙.pdf/3]]) จึงขอรบกวนผู้สันทัดปรับปรุง [[มอดูล:Roman]] และ [[มอดูล:ThaiToArabicNum]] ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ -- [[ผู้ใช้:Asembleo|Asembleo]] ([[คุยกับผู้ใช้:Asembleo|คุย]]) 16:57, 26 กรกฎาคม 2566 (+07) ::{{ping|Bebiezaza}} ทำได้มั้ยครับ ? --[[ผู้ใช้:B20180|B20180]] ([[คุยกับผู้ใช้:B20180|คุย]]) 07:19, 23 กันยายน 2567 (+07) = การแจ้งผู้ดูแลระบบ ปี 2568 = == WikiLove extension == ที่วิกิพีเดียภาษาไทยเริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 หากท่านสนใจโปรดดำเนินการตามวิกิพีเดียภาษาไทยที่เป็นตัวอย่างให้แล้วได้เลย --[[ผู้ใช้:Taweetham|taweethaも]] ([[คุยกับผู้ใช้:Taweetham|คุย]]) 00:57, 8 สิงหาคม 2568 (+07) ::คงต้องส่งต่อให้ผู้ดูแลระบบรุ่นถัดไปทำแทนผมแล้วครับ แต่ผมได้ไปสืบการอภิปรายดั้งเดิมมาเรียบร้อยแล้วครับ ที่ [[w:วิกิพีเดีย:แจ้งผู้ดูแลระบบ/กรุ_33#WikiLove_Extension]] --[[ผู้ใช้:Bebiezaza|Bebiezaza]] ([[คุยกับผู้ใช้:Bebiezaza|คุย]]) 03:58, 29 เมษายน 2569 (+07) == temporary account == {{ย้ายการอภิปรายไปยัง|วิกิซอร์ซ:เซ็นเตอร์พ้อยท์#temporary account}} == ตัวกรอง == {{ping|B20180|Bebiezaza}} ขอรบกวนยกเลิกตัวกรองคำว่า "ตู ด" (หรือคำที่เกี่ยวข้อง) ด้วย เพราะทำให้ไม่สามารถแก้ไขหน้าที่เกี่ยวข้องได้ เช่น หน้าที่มีคำว่า "ประตู ดิ น" (แม้กระทั่งจะตั้งกระทู้นี้ก็ยังต้องเลี่ยงไปเว้นวรรคเป็น "ตู ด") และยังมีงานหลายอย่างที่ต้องใช้คำนี้โดยตรง เช่น [[วิกิซอร์ซ:ความร่วมมือของประชาคม#พจนานุกรม|พจนานุกรม อักขรานุกรม ฯลฯ]] ประกอบกับที่ผ่านมามีการก่อกวนระดับน้อยมากซึ่งสามารถจัดการได้ง่าย ๆ จึงไม่น่าจำเป็นต้องถึงขนาดทำตัวกรองไว้ ขอได้โปรดพิจารณาด้วยครับ -- [[ผู้ใช้:Kapsikino|Kapsikino]] ([[คุยกับผู้ใช้:Kapsikino|คุย]]) 14:11, 14 มิถุนายน 2569 (+07) 6k9hrw7o65r4l4b2icil020c4kuunlk ตำนานพระโกศและหีบศพบรรดาศักดิ์ 0 37888 290606 193702 2026-06-14T06:01:12Z Kapsikino 12160 290606 wikitext text/x-wiki {{versions | author = | override_author = โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}}, {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์}}, และ {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์}} | portal = ประวัติศาสตร์ไทย/ประเพณีไทย | categories = ความเรียง }} * {{ลปงย|งาน=ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 8/เรื่องที่ 5|ปี=2460|งานหลัก=ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 8|แสดงงาน=ตำนานพระโกษฐ|แสดงงานหลัก=ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 8}} * {{ลปง|งาน=เรื่องตำนานพระโกษฐ์แลหีบศพบันดาศักดิ์|ปี=2468}} nltapa8u8p0r38x09gkcuugwsfp5cuo ดัชนี:เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf 252 37904 290607 200636 2026-06-14T06:02:26Z Kapsikino 12160 290607 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[เรื่องตำนานพระโกษฐ์แลหีบศพบันดาศักดิ์]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} <br> {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์}} <br> {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|หอพระสมุดวชิรญาณ}} เผยแพร่; {{ลสย|โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร}} พิมพ์; พิมพ์ในงารพระศพพระเจ้าบรมวงศเธอ พระองค์เจ้านารีรัตนา ครบปัญญาสมวาร ณวันที่ 3 สิงหาคม ปีฉลู พ.ศ. 2468 |สถานที่=พระนคร |ปี=2468 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=V |การผสานหน้า=yes |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1to2 = - 3 = ก 4 = ข 5 = 1 1to31 = thai /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ= |Width= |Css= |Header= |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] d6ioq5hi0iseuekwrzoozol07keytl4 เรื่องตำนานพระโกษฐ์แลหีบศพบันดาศักดิ์ 0 37937 290608 147493 2026-06-14T06:04:29Z Kapsikino 12160 290608 wikitext text/x-wiki {{ฉบับอื่น|ตำนานพระโกศและหีบศพบรรดาศักดิ์}} {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2468 | author = | override_author = โดย {{al|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}}, {{al|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์}}, และ {{al|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์}} | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ | portal = }} <pages index="เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf" include="1"/> {{pb}} <pages index="เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf" include="2"/> {{pb}} <pages index="เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf" from="3" to="4"/> {{pb}} <pages index="เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf" from="5" to="22"/> {{pb}} <pages index="เรื่องตำนานพระโกษฐ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ ฯลฯ - ๒๔๖๘.pdf" from="23" to="31"/> ---- {{reflist}} {{ลมท}} bs2ouat91dz9snwzor6f7vahriv1igt ตำนานกฎหมายเมืองไทย 0 39271 290605 288793 2026-06-14T05:58:47Z Kapsikino 12160 290605 wikitext text/x-wiki {{versions|author=สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|portal=กฎหมายตราสามดวง|categories=ความเรียง}} * {{ลปงย|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม/เรื่อง 6|ปี=2469|งานหลัก=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|แสดงงาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย}} * {{ลปง|งาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย (2473)|ปี=2473|แสดง=ตำนานกฎหมายเมืองไทย}} * {{ลปงย|งาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์/เรื่อง 1|ปี=2493|งานหลัก=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์|แสดงงาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย}} ngsbp6jbsz2drdop8lz1isylih4gaki ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ 0 39272 290677 213576 2026-06-14T07:15:47Z Kapsikino 12160 290677 wikitext text/x-wiki {{ฉบับ | ผู้สร้างสรรค์ = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | สถานีย่อย = กฎหมายตราสามดวง | หมวดหมู่ = ความเรียง }} * {{ลปง|งาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)|ปี=2477|แสดง=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร}} * {{ลปงย|งาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์/เรื่อง 2|ปี=2493|งานหลัก=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์|แสดงงาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์}} sfix4hstrwuzc25kuk7zh6yhx7uttyw อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี 0 40587 290573 236504 2026-06-13T21:42:31Z Kapsikino 12160 290573 wikitext text/x-wiki {{ฉบับ | ผู้สร้างสรรค์ = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | สถานีย่อย = ประวัติศาสตร์ไทย | หมวดหมู่ = งานที่ไม่ทราบปีสร้างสรรค์/ความเรียง }} * {{ลปง|งาน=อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี (2468)|ปี=2468|แสดง=อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี}} * {{ลปงย|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม/เรื่อง 2|ปี=2469|งานหลัก=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|แสดงงาน=อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยา}} 1df85lck1dn6npqys1irozoua7l512c สถานีย่อย:โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร 100 40616 290574 287611 2026-06-13T21:47:27Z Kapsikino 12160 290574 wikitext text/x-wiki {{portal header | title = โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร | parent = สำนักพิมพ์ | class = Z | subclass1 = E | reviewed = | shortcut = | notes = โรงพิมพ์ในจังหวัดพระนคร ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ชื่อเดิมไม่ปรากฏ อยู่ถนนตรีเพชร เจ้าของ คือ นางหยิน จุลวิธูร (10 มกราคม พ.ศ. 2422 – 22 สิงหาคม พ.ศ. 2501) ซึ่งต่อมาสมรสกับพระโสภณอักษรกิจ (นายเล็ก สมิตะสิริ; 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2417 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2491) ภายหลังย้ายไปตำบลวัดเกาะ ครั้น พ.ศ. 2443 ย้ายไปถนนเจริญกรุง ใกล้วังบูรพาภิรมย์ และเปลี่ยนชื่อโรงพิมพ์เป็น "โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร" ตามราชทินนามของนายเล็ก ต่อมาใน พ.ศ. 2449 ย้ายอีกครั้งไปถนนราชบพิตร เลิกกิจการไปเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่ต้นรัชกาลที่ 9 ยังมีงานพิมพ์อยู่<ref>เอนก นาวิกมูล. (2549). ''หมายเหตุประเทศสยาม 4''. กรุงเทพฯ: 959 พับลิชชิ่ง. {{isbn|9749434382}}. น. 139–154, 202–208.</ref> | commonscat = }} {{สารบัญขวา}} ==งาน== ===2449=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 1|ไซอิ๋ว เล่ม 1]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๑)_-_๒๔๔๙.pdf|ไซอิ๋ว_(๑.๑)_-_๒๔๔๙.pdf}} ===2450=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 2|ไซอิ๋ว เล่ม 2]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๒)_-_๒๔๕๐.pdf}} ===2451=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 3|ไซอิ๋ว เล่ม 3]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๓)_-_๒๔๕๑.pdf}} ===2452=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 4|ไซอิ๋ว เล่ม 4]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๔)_-_๒๔๕๒.pdf}} ===2458=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 4|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 4]]'' ===2459=== * ''[[คำให้การขุนหลวงหาวัด]]'' — {{ลฟใน|คหก_ขุนหลวงฯ_-_๒๔๕๙.pdf}} ===2460=== * ''[[ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460)|ประชุมกาพย์เห่เรือ]]'' — {{ลฟใน|ประชุมกาพย์เห่เรือ_-_๒๔๖๐.pdf}} * ''[[ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา]]'', โดย {{ลผส|พระองค์นพรัตน์}}, แปลโดย {{ลผส|หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์)}} — {{ลฟใน|ราชพงศฯ_กพช_-_๒๔๖๐.pdf}} ===2461=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 10|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 10]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๐)_-_๒๔๖๑.pdf}} ===2462=== * ''[[กฎมณเฑียรบาลกรุงกัมพูชา]]'' — {{ลฟใน|กฎมนเทียรบาล_กพช_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ตำนานพระปริต]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|ตำนานพระปริตร_-_ดำรง_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 11|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 11]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๑)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 12|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๒)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 13|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๓)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 18|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 18]]'' * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 2|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๒) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 3|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๓) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 4|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๔) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 5|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 5]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๕) - ๒๔๖๒.pdf}} ===2463=== * ''[[จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2 (2463)|จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน}}, แปลโดย {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|จุลยุทธการวงศ์_ผูก_๒_(๒๔๖๓).pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 17 (2463)|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๗)_-_๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ราชนิติสาสตร]]'', โดย พราหมณ์อนันตญาณ และ พราหมณ์คณามิสสกะ, แปลโดย {{ลผส|พระมหาแก้ว วัดราชบุรณะ}}, {{ลผส|พระธรรมอุดม (มี)}}, และ {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|ราชนิติ_-_๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 6|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 6]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๖) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 7|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 7]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๗) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 8|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 8]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๘) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 9|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 9]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๙) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 9|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 10]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๐) - ๒๔๖๓.pdf}} ===2464=== * ''[[จดหมายเหตุพระสุบินนิมิตร]]'' — {{ลฟใน|จมห_พระสุบิน_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[นิราศท่าดินแดง]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก}} * ''[[ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464)|ประชุมกาพย์เห่เรือ]]'' — {{ลฟใน|ประชุมกาพย์เห่เรือ_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 21|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 21]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๒๑)_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 22|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 22]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๒๒)_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 11|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 11]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๑) - ๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 12|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๒) - ๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 13|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๓) - ๒๔๖๔.pdf}} ===2465=== * ''[[ทำเนียบนาม/ภาคที่ 3|ทำเนียบนาม ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ทำเนียบนาม_(๓)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 1|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 1]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๑)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 17 (2465)|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๗)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[พระบรมราชาธิบายและคาถาตำนานพระแก้วมรกฎ]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} — {{ลฟใน|ตำนานพระแก้วฯ_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ราชนิติของจาณักยพราหมณ์]]'', โดย {{ลผส|จาณักยะ|จาณักยพราหมณ์}}, แปลโดย {{ลผส|หลวงพินิจวรรณการ (แสง สาลิตุล)}} — {{ลฟใน|ราชนิติ_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 14|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 14]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๔) - ๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ลิลิตยวนพ่าย]]'' ― {{ลฟใน|ยวนพ่าย_-_๒๔๖๕.pdf}} ===2466=== * ''[[จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกกองทัพไปปราบฮ่อ]]'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} * ''[[นิราศเดือน (2466)|นิราศเดือน]]'', โดย {{ลผส|หมื่นพรหมสมพัตสร (มี)}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 2|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๒)_-_๒๔๖๖.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 28|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 28]]'' * ''[[ระยะทางไปมณฑลภาคพายัพ พระพุทธศักราช 2464]]'', โดย {{ลผส|พระสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ)}} — {{ลฟใน|ระยะทางไปพายัพ_-_ทอง_จันทรางศุ_-_๒๔๖๖.pdf}} * ''[[เรื่องความรู้เบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 15|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 15]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๕) - ๒๔๖๖.pdf}} ===2467=== * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 3|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๓)_-_๒๔๖๗.pdf}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 4|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๔)_-_๒๔๖๗.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 2|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๒) - ๒๔๖๗.pdf}} ===2468=== * ''[[คำสวดกุศลวิธี]]'' — {{ลฟใน|คำสวดกุศลวิธี_-_๒๔๖๘.pdf}} * ''[[เรื่องตำนานพระโกษฐ์แลหีบศพบันดาศักดิ์]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} และคนอื่น ๆ * ''[[ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ (กรมพระดำรงราชานุภาพ)|ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|ตำนานพระพุทธรูปฯ_-_ดำรง_-_๒๔๖๘.pdf}} * ''[[นิราสนครวัด (2468)|นิราสนครวัด]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|นิราศนครวัด_-_ดำรงราชานุภาพ_-_2468.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 4|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๔) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 16|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 16]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๖) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 17|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๗) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[สนทนากับผู้ร้ายปล้น]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อนุโมทนาพิธีแลคาถาพิธี]]'' — {{ลฟใน|อนุโมทนาวิธี_-_๒๔๖๘.pdf}} ===2469=== * {{ลปง|งาน=จดหมายเหตุเรื่องปราบขบถเวียงจันท์}} {{ลฟใน|จมห_ปราบขบถเวียงจันทน์_-_๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 5|แสดง=ประชุมปกรณัม ภาคที่ 5}} {{ลฟใน|ปกรณัม_(๕)_-_๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 34 (2469)|แสดง=ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 34}} * {{ลปง|งาน=ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 18|แสดง=ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 18}} {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๘.๑) - ๒๔๖๙.pdf|ลัทธิฯ (๑๘.๒) - ๒๔๖๙.pdf|ลัทธิฯ (๑๘.๓) - ๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} ===2470=== * {{ลปง|จดหมายเหตุเก่าเรื่องพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาแต่งทูตไทยไปนมัสการพระมาลัยเจดีย์ฯ||2470||จดหมายเหตุเก่าเรื่องพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาแต่งทูตไทยไปนมัสการพระมาลัยเจดีย์เมืองหงสา}} * {{ลปง|จดหมายเหตุ เรื่อง รับพระยาเศวตกุญชรช้างเผือกแรกได้ในรัชกาลที่ 2 เมื่อปีวอก พ.ศ. 2355|ราชบัณฑิตยสภา|2470}} {{ลฟใน|จมห_รับพระยาเศวตกุญชร_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[จดหมายเหตุเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือแลนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2469]]'' — {{ลฟใน|จมห_เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[เตลงพ่าย]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส}} — {{ลฟใน|เตลงพ่าย_-_ปรมานุชิต_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 13|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๓) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 14|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 14]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๔) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[พระราชดำรัสฯ แก้ไขการปกครองแผ่นดิน (2470)|พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 19|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 19]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๙) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[อธิบายว่าด้วยหอพระสมุดวชิญาณแลพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร]]'' — {{ลฟใน|อธิบายหอฯ_วชิรญาณฯ_-_ดำรง_-_๒๔๗๐.pdf}} ===2471=== * ''[[ตำนานหนังสือสามก๊ก (2471)|ตำนานหนังสือสามก๊ก]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|ตำนานฯ_สามก๊ก_-_ดำรง_-_๒๔๗๑.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 15|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 15]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๕) - ๒๔๗๑.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 16|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 16]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๖) - ๒๔๗๑.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 18|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 18]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๘) - ๒๔๗๑.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 19|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 19]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๙) - ๒๔๗๑.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 20|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 20]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๐) - ๒๔๗๑.pdf}} * ''[[อธิบายเครื่องบูชา (2471)|อธิบายเครื่องบูชา]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อธิบาย เรื่อง เครื่องมะโหรีปี่พาทย์]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อธิบาย เรื่อง สำเภาวัดยานนาวา]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} ===2472=== * ''[[การตรวจชำระและร่างประมวลกฎหมายในกรุงสยาม]]'', โดย {{ลสย|กระทรวงยุติธรรม}} — {{ลฟใน|การตรวจชำระและร่าง_ปกม_ในกรุงสยาม_-_ยธ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[จดหมายเหตุ เรื่อง ไต่สวนนายกุหลาบฯ|จดหมายเหตุ เรื่อง ไต่สวนนายกุหลาบซึ่งแต่งประวัติสมเด็จพระสังฆราชขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย]]'' — {{ลฟใน|จมห_ไต่สวนนายกุหลาบฯ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ]]'' — {{ลฟใน|ตำนานพระธาตุสุเทพ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ประชุมศิลาจารึกสยาม]]'' — {{ลฟใน|ประชุมจารึก_(ภาค_๒)_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 14|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 14]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 51 (2472)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 52 (2472)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 52]]'' * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 21|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 21]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๑) - ๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 22|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 22]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๒) - ๒๔๗๒.pdf}} ===2473=== * ''จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกไปปราบฮ่อ'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} — {{ลฟค|จมห เจ้าพระยาภูธราภัยฯ ปราบฮ่อ - ๒๔๗๓.pdf}} * ''[[ตำนานกฎหมายเมืองไทย (2473)|ตำนานกฎหมายเมืองไทย]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช]]'' — {{ลฟใน|ตำนานพราหมณ์เมืองนคร_-_๒๔๗๓.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 34 (2473)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 34]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 53 (2473)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 53]]'' * ''[[ประวัติสุนทรภู่ (2473)|ประวัติสุนทรภู่]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 24|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 24]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๒๔) - ๒๔๗๓.pdf}} * ''[[อธิบายเครื่องบูชา (2473)|อธิบายเครื่องบูชา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|อธิบายเครื่องบูชา_-_ดำรง_-_๒๔๗๓.pdf}} * ''[[อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|อธิบายล่องลำน้ำพิง_-_ดำรง_-_๒๔๗๓.pdf}} ===2474=== * ''จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกทัพไปปราบฮ่อ'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} — {{ลฟค|จมห_เจ้าพระยาภูธราภัยฯ_ปราบฮ่อ_-_๒๔๗๔.pdf}} * ''[[ตำนานเงินตรา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 12|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๒) - ๒๔๗๔.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 20|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 20]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๒๐) - ๒๔๗๔.pdf}} * ''[[พงศาวดารเหนือ (2474)|พงศาวดารเหนือ]]'', โดย {{ลผส|พระวิเชียรปรีชา (น้อย)}} * ''[[พจนานุกรมกฎหมาย]]'', โดย {{ลผส|ขุนสมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์)}} ― {{ลฟใน|พจนานุกรมกฎหมาย_-_สมาหารหิตะคดี_-_๒๔๗๔.pdf}} * ''[[เรื่องพระเจ้าปทุมสุริวงศ สร้างพระนครวัด นครธม]]'' ===2475=== * ''[[ข่าวตอนต้นรัชชกาลที่ 3 ตามรายงานราชการอังกฤษ]]'', โดย {{ลผส|พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์}} * ''[[จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2 (2475)|จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน}}, แปลโดย {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|จุลยุทธการวงศ์_ผูก_๒_(๒๔๗๕).pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 51 (2475)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51]]'' ===2476=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 53 (2476)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 53]]'' * ''[[ลลิตวิสฺตร]]'' — {{ลฟใน|ปฐมสมโพธิ์มหายาน_-_๒๔๗๖.pdf}} ===2478=== * ''[[ปฐมสมโพธิกถา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส|พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส}} — {{ลฟใน|ปฐมสมโพธิ์_-_ปรมานุชิต_-_๒๔๗๘.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 5|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 5]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๕) - ๒๔๗๘.pdf}} * ''[[พงศาวดารโยนก (2478)|พงศาวดารโยนก]], โดย {{ลผส|พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค)}} — {{ลฟใน|พงศาวดารโยนก_-_แช่ม_บุนนาค_-_๒๔๗๙.pdf}} ===2479=== * ''[[นิราสนครวัด (2476)|นิราสนครวัด]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|นิราศนครวัด_-_ดำรงราชานุภาพ_-_2479.pdf}} ===2481=== * ''[[ทศชาติ ฉะบับชินวร]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า}} — {{ลฟใน|ทศชาติ_-_ชินวร_(๑)_-_๒๔๘๑.pdf|ทศชาติ_-_ชินวร_(๒)_-_๒๔๘๑.pdf}} * ''[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชชกาลที่ 3]]'', โดย {{ลผส|เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)}} — {{ลฟใน|พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์_รัชกาลที่_๓_-_๒๔๘๑.pdf}} ===2482=== * ''[[นิทานเวตาล]]'', โดย {{ลผส|น.ม.ส.}} — {{ลฟใน|เวตาล - นมส - ๒๔๘๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 52 (2482)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 52]]'' ==อ้างอิง== {{reflist}} {{การควบคุมรายการหลักฐาน}} [[หมวดหมู่:สถานีย่อย]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยบรรณารักษศาสตร์]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยเกี่ยวกับประเทศไทย]] 6dc0jb5eublqjalaecol2a313zwbuuh 290600 290574 2026-06-13T22:17:20Z Kapsikino 12160 290600 wikitext text/x-wiki {{portal header | title = โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร | parent = สำนักพิมพ์ | class = Z | subclass1 = E | reviewed = | shortcut = | notes = โรงพิมพ์ในจังหวัดพระนคร ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ชื่อเดิมไม่ปรากฏ อยู่ถนนตรีเพชร เจ้าของ คือ นางหยิน จุลวิธูร (10 มกราคม พ.ศ. 2422 – 22 สิงหาคม พ.ศ. 2501) ซึ่งต่อมาสมรสกับพระโสภณอักษรกิจ (นายเล็ก สมิตะสิริ; 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2417 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2491) ภายหลังย้ายไปตำบลวัดเกาะ ครั้น พ.ศ. 2443 ย้ายไปถนนเจริญกรุง ใกล้วังบูรพาภิรมย์ และเปลี่ยนชื่อโรงพิมพ์เป็น "โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร" ตามราชทินนามของนายเล็ก ต่อมาใน พ.ศ. 2449 ย้ายอีกครั้งไปถนนราชบพิตร เลิกกิจการไปเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่ต้นรัชกาลที่ 9 ยังมีงานพิมพ์อยู่<ref>เอนก นาวิกมูล. (2549). ''หมายเหตุประเทศสยาม 4''. กรุงเทพฯ: 959 พับลิชชิ่ง. {{isbn|9749434382}}. น. 139–154, 202–208.</ref> | commonscat = }} {{สารบัญขวา}} ==งาน== ===2449=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 1|ไซอิ๋ว เล่ม 1]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๑)_-_๒๔๔๙.pdf|ไซอิ๋ว_(๑.๑)_-_๒๔๔๙.pdf}} ===2450=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 2|ไซอิ๋ว เล่ม 2]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๒)_-_๒๔๕๐.pdf}} ===2451=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 3|ไซอิ๋ว เล่ม 3]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๓)_-_๒๔๕๑.pdf}} ===2452=== * ''[[ไซอิ๋ว/เล่ม 4|ไซอิ๋ว เล่ม 4]]'', โดย {{ลผส|อู๋ เฉิงเอิน}}, แปลโดย นาย{{ลผส|ติ่น}} — {{ลฟใน|ไซอิ๋ว_(๔)_-_๒๔๕๒.pdf}} ===2458=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 4|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 4]]'' ===2459=== * ''[[คำให้การขุนหลวงหาวัด]]'' — {{ลฟใน|คหก_ขุนหลวงฯ_-_๒๔๕๙.pdf}} ===2460=== * ''[[ประชุมกาพย์เห่เรือ (2460)|ประชุมกาพย์เห่เรือ]]'' — {{ลฟใน|ประชุมกาพย์เห่เรือ_-_๒๔๖๐.pdf}} * ''[[ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา]]'', โดย {{ลผส|พระองค์นพรัตน์}}, แปลโดย {{ลผส|หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์)}} — {{ลฟใน|ราชพงศฯ_กพช_-_๒๔๖๐.pdf}} ===2461=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 10|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 10]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๐)_-_๒๔๖๑.pdf}} ===2462=== * ''[[กฎมณเฑียรบาลกรุงกัมพูชา]]'' — {{ลฟใน|กฎมนเทียรบาล_กพช_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ตำนานพระปริต]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|ตำนานพระปริตร_-_ดำรง_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 11|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 11]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๑)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 12|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๒)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 13|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๓)_-_๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 18|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 18]]'' * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 2|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๒) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 3|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๓) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 4|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๔) - ๒๔๖๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 5|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 5]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๕) - ๒๔๖๒.pdf}} ===2463=== * ''[[จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2 (2463)|จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน}}, แปลโดย {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|จุลยุทธการวงศ์_ผูก_๒_(๒๔๖๓).pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 17 (2463)|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๗)_-_๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ราชนิติสาสตร]]'', โดย พราหมณ์อนันตญาณ และ พราหมณ์คณามิสสกะ, แปลโดย {{ลผส|พระมหาแก้ว วัดราชบุรณะ}}, {{ลผส|พระธรรมอุดม (มี)}}, และ {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|ราชนิติ_-_๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 6|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 6]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๖) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 7|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 7]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๗) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 8|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 8]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๘) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 9|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 9]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๐๙) - ๒๔๖๓.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 9|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 10]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๐) - ๒๔๖๓.pdf}} ===2464=== * ''[[จดหมายเหตุพระสุบินนิมิตร]]'' — {{ลฟใน|จมห_พระสุบิน_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[นิราศท่าดินแดง]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก}} * ''[[ประชุมกาพย์เห่เรือ (2464)|ประชุมกาพย์เห่เรือ]]'' — {{ลฟใน|ประชุมกาพย์เห่เรือ_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 21|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 21]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๒๑)_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 22|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 22]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๒๒)_-_๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 11|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 11]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๑) - ๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 12|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๒) - ๒๔๖๔.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 13|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๓) - ๒๔๖๔.pdf}} ===2465=== * ''[[ทำเนียบนาม/ภาคที่ 3|ทำเนียบนาม ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ทำเนียบนาม_(๓)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 1|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 1]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๑)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 17 (2465)|ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ประชุมพงศาวดาร_(ภาค_๑๗)_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[พระบรมราชาธิบายและคาถาตำนานพระแก้วมรกฎ]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} — {{ลฟใน|ตำนานพระแก้วฯ_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ราชนิติของจาณักยพราหมณ์]]'', โดย {{ลผส|จาณักยะ|จาณักยพราหมณ์}}, แปลโดย {{ลผส|หลวงพินิจวรรณการ (แสง สาลิตุล)}} — {{ลฟใน|ราชนิติ_-_๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 14|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 14]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๔) - ๒๔๖๕.pdf}} * ''[[ลิลิตยวนพ่าย]]'' ― {{ลฟใน|ยวนพ่าย_-_๒๔๖๕.pdf}} ===2466=== * ''[[จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกกองทัพไปปราบฮ่อ]]'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} * ''[[นิราศเดือน (2466)|นิราศเดือน]]'', โดย {{ลผส|หมื่นพรหมสมพัตสร (มี)}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 2|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๒)_-_๒๔๖๖.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 28|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 28]]'' * ''[[ระยะทางไปมณฑลภาคพายัพ พระพุทธศักราช 2464]]'', โดย {{ลผส|พระสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ)}} — {{ลฟใน|ระยะทางไปพายัพ_-_ทอง_จันทรางศุ_-_๒๔๖๖.pdf}} * ''[[เรื่องความรู้เบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 15|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 15]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๕) - ๒๔๖๖.pdf}} ===2467=== * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 3|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 3]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๓)_-_๒๔๖๗.pdf}} * ''[[ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 4|ประชุมปกรณัม ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ปกรณัม_(๔)_-_๒๔๖๗.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 2|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 2]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๒) - ๒๔๖๗.pdf}} ===2468=== * ''[[คำสวดกุศลวิธี]]'' — {{ลฟใน|คำสวดกุศลวิธี_-_๒๔๖๘.pdf}} * ''[[เรื่องตำนานพระโกษฐ์แลหีบศพบันดาศักดิ์]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} และคนอื่น ๆ * ''[[ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ (กรมพระดำรงราชานุภาพ)|ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|ตำนานพระพุทธรูปฯ_-_ดำรง_-_๒๔๖๘.pdf}} * ''[[นิราสนครวัด (2468)|นิราสนครวัด]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|นิราศนครวัด_-_ดำรงราชานุภาพ_-_2468.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 4|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 4]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๔) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 16|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 16]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๖) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 17|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 17]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๗) - ๒๔๖๘.pdf}} * ''[[สนทนากับผู้ร้ายปล้น]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * ''[[อนุโมทนาพิธีแลคาถาพิธี]]'' — {{ลฟใน|อนุโมทนาวิธี_-_๒๔๖๘.pdf}} ===2469=== * {{ลปง|งาน=จดหมายเหตุเรื่องปราบขบถเวียงจันท์}} {{ลฟใน|จมห_ปราบขบถเวียงจันทน์_-_๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=ประชุมปกรณัม/ภาคที่ 5|แสดง=ประชุมปกรณัม ภาคที่ 5}} {{ลฟใน|ปกรณัม_(๕)_-_๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 34 (2469)|แสดง=ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 34}} * {{ลปง|งาน=ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 18|แสดง=ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 18}} {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๘.๑) - ๒๔๖๙.pdf|ลัทธิฯ (๑๘.๒) - ๒๔๖๙.pdf|ลัทธิฯ (๑๘.๓) - ๒๔๖๙.pdf}} * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} ===2470=== * {{ลปง|จดหมายเหตุเก่าเรื่องพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาแต่งทูตไทยไปนมัสการพระมาลัยเจดีย์ฯ||2470||จดหมายเหตุเก่าเรื่องพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาแต่งทูตไทยไปนมัสการพระมาลัยเจดีย์เมืองหงสา}} * {{ลปง|จดหมายเหตุ เรื่อง รับพระยาเศวตกุญชรช้างเผือกแรกได้ในรัชกาลที่ 2 เมื่อปีวอก พ.ศ. 2355|ราชบัณฑิตยสภา|2470}} {{ลฟใน|จมห_รับพระยาเศวตกุญชร_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[จดหมายเหตุเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือแลนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2469]]'' — {{ลฟใน|จมห_เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[เตลงพ่าย]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส}} — {{ลฟใน|เตลงพ่าย_-_ปรมานุชิต_-_๒๔๗๐.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 13|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 13]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๓) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 14|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 14]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๔) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[พระราชดำรัสฯ แก้ไขการปกครองแผ่นดิน (2470)|พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน]]'', โดย {{ลผส|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 19|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 19]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๑๙) - ๒๔๗๐.pdf}} * ''[[อธิบายว่าด้วยหอพระสมุดวชิญาณแลพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร]]'' — {{ลฟใน|อธิบายหอฯ_วชิรญาณฯ_-_ดำรง_-_๒๔๗๐.pdf}} ===2471=== * {{ลปง|งาน=ตำนานหนังสือสามก๊ก|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * {{ลปง|งาน=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 15|แสดง=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 15}} {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๕) - ๒๔๗๑.pdf}} * {{ลปง|งาน=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 16|แสดง=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 16}} {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๖) - ๒๔๗๑.pdf}} * {{ลปง|งาน=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 18|แสดง=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 18}} {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๘) - ๒๔๗๑.pdf}} * {{ลปง|งาน=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 19|แสดง=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 19}} {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๙) - ๒๔๗๑.pdf}} * {{ลปง|งาน=ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 20|แสดง=ปัญญาสชาดก ภาคที่ 20}} {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๐) - ๒๔๗๑.pdf}} * {{ลปง|งาน=อธิบายเครื่องบูชา|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * {{ลปง|งาน=อธิบาย เรื่อง เครื่องมะโหรีปี่พาทย์|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} * {{ลปง|งาน=อธิบาย เรื่อง สำเภาวัดยานนาวา|ผู้สร้างสรรค์=พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} ===2472=== * ''[[การตรวจชำระและร่างประมวลกฎหมายในกรุงสยาม]]'', โดย {{ลสย|กระทรวงยุติธรรม}} — {{ลฟใน|การตรวจชำระและร่าง_ปกม_ในกรุงสยาม_-_ยธ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[จดหมายเหตุ เรื่อง ไต่สวนนายกุหลาบฯ|จดหมายเหตุ เรื่อง ไต่สวนนายกุหลาบซึ่งแต่งประวัติสมเด็จพระสังฆราชขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย]]'' — {{ลฟใน|จมห_ไต่สวนนายกุหลาบฯ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ]]'' — {{ลฟใน|ตำนานพระธาตุสุเทพ_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ประชุมศิลาจารึกสยาม]]'' — {{ลฟใน|ประชุมจารึก_(ภาค_๒)_-_๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 14|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 14]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 51 (2472)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 52 (2472)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 52]]'' * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 21|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 21]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๑) - ๒๔๗๒.pdf}} * ''[[ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ/ภาคที่ 22|ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 22]]'' — {{ลฟใน|ลัทธิฯ (๒๒) - ๒๔๗๒.pdf}} ===2473=== * ''จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกไปปราบฮ่อ'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} — {{ลฟค|จมห เจ้าพระยาภูธราภัยฯ ปราบฮ่อ - ๒๔๗๓.pdf}} * ''[[ตำนานกฎหมายเมืองไทย (2473)|ตำนานกฎหมายเมืองไทย]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช]]'' — {{ลฟใน|ตำนานพราหมณ์เมืองนคร_-_๒๔๗๓.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 34 (2473)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 34]]'' * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 53 (2473)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 53]]'' * ''[[ประวัติสุนทรภู่ (2473)|ประวัติสุนทรภู่]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 24|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 24]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๒๔) - ๒๔๗๓.pdf}} * ''[[อธิบายเครื่องบูชา (2473)|อธิบายเครื่องบูชา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|อธิบายเครื่องบูชา_-_ดำรง_-_๒๔๗๓.pdf}} * ''[[อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|อธิบายล่องลำน้ำพิง_-_ดำรง_-_๒๔๗๓.pdf}} ===2474=== * ''จดหมายเหตุ เรื่อง เจ้าพระยาภูธราภัยยกทัพไปปราบฮ่อ'', โดย {{ลผส|พระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธุ์)}} — {{ลฟค|จมห_เจ้าพระยาภูธราภัยฯ_ปราบฮ่อ_-_๒๔๗๔.pdf}} * ''[[ตำนานเงินตรา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 12|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 12]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๑๒) - ๒๔๗๔.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 20|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 20]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๒๐) - ๒๔๗๔.pdf}} * ''[[พงศาวดารเหนือ (2474)|พงศาวดารเหนือ]]'', โดย {{ลผส|พระวิเชียรปรีชา (น้อย)}} * ''[[พจนานุกรมกฎหมาย]]'', โดย {{ลผส|ขุนสมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์)}} ― {{ลฟใน|พจนานุกรมกฎหมาย_-_สมาหารหิตะคดี_-_๒๔๗๔.pdf}} * ''[[เรื่องพระเจ้าปทุมสุริวงศ สร้างพระนครวัด นครธม]]'' ===2475=== * ''[[ข่าวตอนต้นรัชชกาลที่ 3 ตามรายงานราชการอังกฤษ]]'', โดย {{ลผส|พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์}} * ''[[จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2 (2475)|จุลยุทธการวงศ์ ผูก 2]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน}}, แปลโดย {{ลผส|พระญาณวิจิตร (สิทธิ์ โลจนานนท์)}} — {{ลฟใน|จุลยุทธการวงศ์_ผูก_๒_(๒๔๗๕).pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 51 (2475)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51]]'' ===2476=== * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 53 (2476)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 53]]'' * ''[[ลลิตวิสฺตร]]'' — {{ลฟใน|ปฐมสมโพธิ์มหายาน_-_๒๔๗๖.pdf}} ===2478=== * ''[[ปฐมสมโพธิกถา]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส|พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส}} — {{ลฟใน|ปฐมสมโพธิ์_-_ปรมานุชิต_-_๒๔๗๘.pdf}} * ''[[ปัญญาสชาดก/ภาคที่ 5|ปัญญาสชาดก ภาคที่ 5]]'' — {{ลฟใน|ปัญญาส (๐๕) - ๒๔๗๘.pdf}} * ''[[พงศาวดารโยนก (2478)|พงศาวดารโยนก]], โดย {{ลผส|พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค)}} — {{ลฟใน|พงศาวดารโยนก_-_แช่ม_บุนนาค_-_๒๔๗๙.pdf}} ===2479=== * ''[[นิราสนครวัด (2476)|นิราสนครวัด]]'', โดย {{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} — {{ลฟใน|นิราศนครวัด_-_ดำรงราชานุภาพ_-_2479.pdf}} ===2481=== * ''[[ทศชาติ ฉะบับชินวร]]'', โดย {{ลผส|พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า}} — {{ลฟใน|ทศชาติ_-_ชินวร_(๑)_-_๒๔๘๑.pdf|ทศชาติ_-_ชินวร_(๒)_-_๒๔๘๑.pdf}} * ''[[พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชชกาลที่ 3]]'', โดย {{ลผส|เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)}} — {{ลฟใน|พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์_รัชกาลที่_๓_-_๒๔๘๑.pdf}} ===2482=== * ''[[นิทานเวตาล]]'', โดย {{ลผส|น.ม.ส.}} — {{ลฟใน|เวตาล - นมส - ๒๔๘๒.pdf}} * ''[[ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 52 (2482)|ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 52]]'' ==อ้างอิง== {{reflist}} {{การควบคุมรายการหลักฐาน}} [[หมวดหมู่:สถานีย่อย]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยบรรณารักษศาสตร์]] [[หมวดหมู่:สถานีย่อยเกี่ยวกับประเทศไทย]] s4rlttcj6560aa3f5xlwi9zkskk0y7o พระกวีนิพนธ์ฯ 0 42376 290681 171926 2026-06-14T07:24:11Z Kapsikino 12160 290681 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = พระกวีนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | year = 2487 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = ประมวลกวีนิพนธ์ | portal = กวีนิพนธ์ไทย }} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="5" to="6"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="7"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="143" onlysection="143-2"/> {{ลมท}} i72nj3hs4oyikkqwch9ba35kks78dzr 290682 290681 2026-06-14T07:24:23Z Kapsikino 12160 290682 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = พระกวีนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | year = 2487 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = ประมวลกวีนิพนธ์/หน้าที่ย่อชื่อหน้า | portal = กวีนิพนธ์ไทย }} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="5" to="6"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="7"/> {{คหน}} <pages index="พระกวีนิพนธ์ฯ - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="143" onlysection="143-2"/> {{ลมท}} eh8lzss7e0jpl0ii2b0ymkbz1qhyt17 ดัชนี:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf 252 45664 290541 245253 2026-06-13T19:29:12Z Kapsikino 12160 290541 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[นิทานโบรานคดี]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|กรมสิลปากร}} |สถานที่=พระนคร |ปี=2487 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=C |การผสานหน้า=no |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1 = - 2 = ก 3 = ข 4 = ก 5 = ข 6 = ค 7 = - 8 = ง 9 = จ 10 = 1 16 = 1 /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ=; สารบัญ # ปก {{ลล|(น. -)}} # แก้คำผิด {{ลล|(น. ก–ข)}} # [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (1)|คำนำของกรมสิลปากร]] {{ลล|(น. ก–ค)}} # [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (2)|คำนำนิทานโบรานคดี]] {{ลล|(น. ง–จ)}} # สารบาน {{ลล|(น. 1–6)}} # เรื่อง ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 1|พระพุทธรูปประหลาด]] {{ลล|(น. 1–7)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 2|พระครูวัดฉลอง]] {{ลล|(น. 8–16)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 3|เสือไหย่เมืองชุมพร]] {{ลล|(น. 17–28)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 4|ห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน]] {{ลล|(น. 29–41)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 5|ของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย]] {{ลล|(น. 42–53)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 6|ของแปลกที่เมืองพารานสี]] {{ลล|(น. 54–67)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 7|สืบพระสาสนาไนอินเดีย]] {{ลล|(น. 68–95)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 8|เจ้าพระยาอภัยราชา (โรลังยัคมินส)]] {{ลล|(น. 96–101)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 9|หนังสือหอหลวง]] {{ลล|(น. 102–130)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 10|ความไข้ที่เมืองเพชรบูรน์]] {{ลล|(น. 131–157)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 11|โจรแปลกประหลาด]] {{ลล|(น. 158–173)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 12|ตั้งโรงพยาบาล]] {{ลล|(น. 174–194)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 13|อนามัย]] {{ลล|(น. 195–214)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 14|โรงเรียนมหาดเล็กหลวง]] {{ลล|(น. 215–227)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 15|อั้งยี่]] {{ลล|(น. 228–269)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 16|ลานช้าง]] {{ลล|(น. 270–290)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17|แม่น้ำโขง]] {{ลล|(น. 291–321)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 18|ค้นเมืองโบราน]] {{ลล|(น. 322–350)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 19|เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์]] {{ลล|(น. 351–373)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20|จับช้าง (ภาคต้น)]] {{ลล|(น. 374–406)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20|จับช้าง (ภาคปลาย)]] {{ลล|(น. 407–479)}} |Width= |Css= |Header={{ก|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] cxbpatw4bbfoew9kicznjusbwb3fada 290542 290541 2026-06-13T19:29:36Z Kapsikino 12160 290542 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[นิทานโบรานคดี]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|กรมสิลปากร}} |สถานที่=พระนคร |ปี=2487 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=C |การผสานหน้า=no |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1 = - 2 = ก 3 = ข 4 = ก 5 = ข 6 = ค 7 = - 8 = ง 9 = จ 10 = 1 16 = 1 /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ=; สารบัญ # ปก {{ลล|(น. -)}} # แก้คำผิด {{ลล|(น. ก–ข)}} # คำนำของกรมสิลปากร {{ลล|(น. ก–ค)}} # คำนำนิทานโบรานคดี {{ลล|(น. ง–จ)}} # สารบาน {{ลล|(น. 1–6)}} # เรื่อง ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 1|พระพุทธรูปประหลาด]] {{ลล|(น. 1–7)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 2|พระครูวัดฉลอง]] {{ลล|(น. 8–16)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 3|เสือไหย่เมืองชุมพร]] {{ลล|(น. 17–28)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 4|ห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน]] {{ลล|(น. 29–41)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 5|ของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย]] {{ลล|(น. 42–53)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 6|ของแปลกที่เมืองพารานสี]] {{ลล|(น. 54–67)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 7|สืบพระสาสนาไนอินเดีย]] {{ลล|(น. 68–95)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 8|เจ้าพระยาอภัยราชา (โรลังยัคมินส)]] {{ลล|(น. 96–101)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 9|หนังสือหอหลวง]] {{ลล|(น. 102–130)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 10|ความไข้ที่เมืองเพชรบูรน์]] {{ลล|(น. 131–157)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 11|โจรแปลกประหลาด]] {{ลล|(น. 158–173)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 12|ตั้งโรงพยาบาล]] {{ลล|(น. 174–194)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 13|อนามัย]] {{ลล|(น. 195–214)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 14|โรงเรียนมหาดเล็กหลวง]] {{ลล|(น. 215–227)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 15|อั้งยี่]] {{ลล|(น. 228–269)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 16|ลานช้าง]] {{ลล|(น. 270–290)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17|แม่น้ำโขง]] {{ลล|(น. 291–321)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 18|ค้นเมืองโบราน]] {{ลล|(น. 322–350)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 19|เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์]] {{ลล|(น. 351–373)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20|จับช้าง (ภาคต้น)]] {{ลล|(น. 374–406)}} ## [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20|จับช้าง (ภาคปลาย)]] {{ลล|(น. 407–479)}} |Width= |Css= |Header={{ก|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] ndi6uc4j1ztsi61fs5lca1ho0ue47en หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/243 250 45682 290518 227644 2026-06-13T18:51:54Z Kapsikino 12160 290518 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" /></noinclude>{{ลห|15-0|นิทานที่ 15 <br> เรื่องอั้งยี่|140}} {{สต|7em}} {{ลห|15-1|(1)|120}} เมื่อฉันเปนนายพลผู้ช่วยบันชาการทหานบกหยู่ไนกรมยุธนาธิการระหว่าง พ.ส. 2430 จนถึง พ.ส. 2432 ได้เคยมีหน้าที่ทำการปราบพวกจีนอั้งยี่ไนกรุงเทพฯ ครั้งหนึ่ง ต่อมาถึงสมัยเมื่อฉันเปนตำแหน่งเสนาบดีกะซวงมหาดไทยตั้งแต่ พ.ส. 2435 จน พ.ส. 2458 มีหน้าที่ต้องคอยระวังพวกอั้งยี่ตามหัวเมืองหยู่เสมอ บางทีก็ต้องปราบปรามบ้าง แต่ไม่มีเหตุไหย่โตเหมือนเมื่อครั้งฉันหยู่ไนกรมยุธนาธิการ ถึงกะนั้น ก็ได้ความรู้ไนเรื่องอั้งยี่มากขึ้น ครั้นเมื่อฉันออกจากกะซวงมหาดไทยมาจัดการหอพระสมุดสำหรับพระนคร มีกิจตรวดค้นโบรานคดี พบเรื่องอั้งยี่ที่มีมาไนเมืองไทยแต่ก่อน ๆ ไนหนังสือพงสาวดารและจดหมายเหตุเก่าหลายแห่ง เลยหยากรู้เรื่องตำนานของพวกอั้งยี่ จึงได้ไถ่ถามผู้ที่เคยเปนหัวหน้าอั้งยี่ที่คุ้นเคยกัน คือ พระอนุวัติราชนิยม ซึ่งมักเรียกกันว่า "ยี่กอฮง" นั้นเปนต้น เขาเล่าไห้ฟัง ได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นอีก จึงได้ลองเขียนบันทึกเรื่องอั้งยี่ไว้บ้างหลายปีมาแล้ว ครั้นออกมาหยู่เมืองปีนัง ฉันได้เห็นตำนานต้นเรื่องอั้งยี่ทีแรกเกิดขึ้นไนเมืองจีน มิสเตอร์ปิคเกอริง Mr W.A. Pickering แปลจากภาสาจีนไนตำราของพวกอั้งยี่ พิมพ์เปนภาสาอังกริดไว้ไนหนังสือวารสารของ<noinclude></noinclude> s65rgq0h5zzb4x57bhbst2c2r261x9s หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/4 250 45688 290535 215776 2026-06-13T19:22:24Z Kapsikino 12160 290535 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}} พนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี ปรารภงานพระราชทานเพลิงพระสพสมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งกำหนดไนวันที่ 11 มีนาคม พ.ส. นี้ ว่า สมควนจะจัดหนังสือตีพิมพ์ขึ้น เพื่อแจกชำร่วยเปนที่ระลึกอนุสรแด่สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอพระองค์นั้น ไนถานะที่พระองค์ท่านซงเปนสมาชิกกิตติมสักดิของวรรนคดีสมาคมแห่งประเทสไทย และเปนที่ปรึกสาราชการของกรมสิลปากร จึงสั่งให้กรมสิลปากรจัดหาเรื่องหนังสือที่กล่าวนี้ กรมสิลปากรเห็นว่า หนังสือสำหรับแจกควนจะเปนเรื่องที่ซงนิพนธ์ และเปนเรื่องที่ยังไม่เคยตีพิมพ์แพร่หลาย ก็จะเหมาะด้วยประการทั้งปวง มาระลึกขึ้นได้ว่า สมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพซงหนังสือขึ้นไหม่ไว้เรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง "นิทานโบรานคดี" และเพิ่งจะซงพระนิพนธ์เส็ดเมื่อก่อนหน้าสิ้นพระชนม์ไม่กี่วัน ถ้ามีโอกาสจัดพิมพ์ขึ้นไห้แพร่หลาย ก็จะได้ประโยชน์เกี่ยวกับความรู้เรื่องเก่าไม่น้อย กรมสิลปากรจึงจัดการติดต่อขอต้นฉบับจากทายาท ก็มีแก่ไจมอบไห้ตามประสงค์ กรมสิลปากรนำเสนอเรื่องแด่พนะท่านนายกรัถมนตรี พนะท่านนายกรัถมนตรีมีความยินดีอนุโมทนา เปนอันว่า ได้มีโอกาสจัดตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นิทานโบรานคดี เปนสาธารนะกุสลขึ้นเปนครั้งแรกด้วยเหตุดั่งกล่าวมานี้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 03rzaaa2cp36p0az6jfsye6omzgklsa 290536 290535 2026-06-13T19:23:31Z Kapsikino 12160 290536 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|คำนำ|140}} พนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี ปรารภงานพระราชทานเพลิงพระสพสมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งกำหนดไนวันที่ 11 มีนาคม พ.ส. นี้ ว่าสมควนจะจัดหนังสือตีพิมพ์ขึ้นเพื่อแจกชำร่วยเปนที่ระลึกอนุสรแด่สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอพระองค์นั้น ไนถานะที่พระองค์ท่านซงเปนสมาชิกกิตติมสักดิของวรรนคดีสมาคมแห่งประเทสไทย และเปนที่ปรึกสาราชการของกรมสิลปากร จึงสั่งให้กรมสิลปากรจัดหาเรื่องหนังสือที่กล่าวนี้ กรมสิลปากรเห็นว่าหนังสือสำหรับแจกควนจะเปนเรื่องที่ซงนิพนธ์ และเปนเรื่องที่ยังไม่เคยตีพิมพ์แพร่หลาย ก็จะเหมาะด้วยประการทั้งปวง มาระลึกขึ้นได้ว่าสมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพซงหนังสือขึ้นไหม่ไว้เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง “นิทานโบรานคดี” และเพิ่งจะซงพระนิพนธ์เส็ดเมื่อก่อนหน้าสิ้นพระชนม์ไม่กี่วัน ถ้ามีโอกาสจัดพิมพ์ขึ้นไห้แพร่หลาย ก็จะได้ประโยชน์เกี่ยวกับความรู้เรื่องเก่าไม่น้อย กรมสิลปากรจึงจัดการติดต่อขอต้นฉบับจากทายาท ก็มีแก่ไจมอบไห้ตามประสงค์ กรมสิลปากรนำเสนอเรื่องแด่พนะท่านนายกรัถมนตรี พนะท่านนายกรัถมนตรีมีความยินดีอนุโมทนา เปนอันว่าได้มีโอกาสจัดตีพิมพ์หนังสือเรื่องนิทานโบรานคดีเปนสาธารนะกุสลขึ้นเปนครั้งแรกด้วยเหตุดั่งกล่าวมานี้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> mz9x806lef1bt6551l9s0pcs0ekomf7 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/5 250 45689 290537 215778 2026-06-13T19:24:33Z Kapsikino 12160 290537 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|(ข)}}</noinclude>หนังสือ นิทานโบรานคดี กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความรู้ไนทางพูมิสาตร ประวัติสาตร โบรานคดี และขนบทำเนียมประเพนีต่าง ๆ ตามความซงจำของสมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แบ่งออกเปนตอน ๆ ตามลักสนะเรื่อง เปนต้นนิทานเรื่อง “ค้นเมืองโบราน” ซงเล่าเรื่องการค้นหาพระเจดีย์ซึ่งสมเด็ดพระนเรสวรมหาราชโปรดไห้ส้างขึ้นเปนที่ระลึกไนคราวชนช้างกับสัตรู และซงได้ชัยชนะหย่างเด็ดขาดงดงาม เปนสงครามกู้ชาติ ไห้ชาติไทยคงความเปนไทยมาได้จนทุกวันนี้ ไนพระราชพงสาวดารกล่าวว่าสมเด็ดพระนเรสวรมหาราชซงทำยุทธหัตถีหรือชนช้างกับราชสัตรูที่ตำบนหนองสาหร่าย แต่ไม่กล่าวว่าตำบนนี้หยู่ที่ไหน จึงเปนเหตุไห้มีการสำหรวดตรวดค้นกัน จนพบพระเจดีย์อันเปนอนุสาวรีย์เทิดเกียรติไทยซึ่งปรักหักพังซ่อนหยู่ไนป่ารก สมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพซงเล่าเรื่องตอนนี้ กล่าวถึงต้นเหตุที่ไปตรวดค้น และซงวินิฉัยเรื่องตามที่กล่าวไว้ไนพระราชพงสาวดารด้วยหลักโบรานคดี กะทำไห้ผู้ที่อ่านแล้วได้รับความรู้และความภาคพูมิไจไนชาติของตน อีกเรื่องหนึ่งซงเล่าถึงเรื่องจังหวัดเพชรบูรน์เมื่อครั้งสเด็ดไปราชการยังจังหวัดนั้น ซงเล่าถึงพูมิประเทส ระยะทาง และประวัติของจังหวัดเพชรบูรน์ไว้ละเอียดละออ เปนความรู้ของผู้ที่ไฝ่ไจไนเรื่องซึ่งเปนส่วนหนึ่งของประเทสบ้านเกิดเมืองนอนที่รักของตน ไช่แต่เท่านั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้สมเด็ดกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังประทานบันทึกเรื่องจังหวัดเพชรบูรน์ไนลางประการมาไห้กรมสิลปากรเปนแนวสำหรับ<noinclude></noinclude> ltikqp0laak2myjlws7ajs7sryvizkx หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/6 250 45690 290538 215780 2026-06-13T19:25:09Z Kapsikino 12160 290538 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|(ค)}}</noinclude>สำหรวดตรวดค้นต่อไป และกรมสิลปากรก็ได้ส่งบันทึกนั้นไปยังจังหวัดเพชรบูรน์เพื่อสำหรวดตรวดค้นต่อไปไนเวลาอันควน แต่งานสำหรวดตรวดค้นเรื่องโบรานคดีย่อมกินเวลานาน ทั้งผู้สำหรวดตรวดค้นต้องเปนคนมีความอดทน เพียร รัก และสนไจด้วย จึงจะทำงานชนิดนี้ลุล่วงไปได้ รวมความหนังสือ นิทานโบรานคดี มีเรื่องที่ไห้ความรู้เปนต่าง ๆ กัน เปนประโยชน์แก่นักสึกสาผู้ไคร่ไนความรู้เกี่ยวกับเรื่องของชาติหย่างเกินคุนค่า กรมสิลปากรขออนุโมทนาไนกุสลสาธารนะประโยชน์ซึ่งพนะท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี โปรดไห้ตีพิมพ์หนังสือนี้เปนของชำร่วยอนุสรแด่สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หากพระองค์ท่านซงซาบด้วยญานวิถีได ๆ คงจะซงอนุโมทนาด้วยพระหรึทัยอันประกอบด้วยปีติโสมนัสหาที่สุดมิได้ และหวังว่าผู้ที่ได้รับแจกไปคงชอบไจอ่านและยินดีอนุโมทนาโดยทั่วกัน. {{กข|ย.ส. อนุมานราชธน <br> กรมสิลปากร <br> 15 กุมภาพันธ์ 2487|center}}<noinclude></noinclude> 4saczkqz3mpimn3xqwkaxpzht4ckzhi หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/8 250 45691 290539 215783 2026-06-13T19:26:25Z Kapsikino 12160 290539 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>[[File:Damrong Rajanubhab seal (posthumous - Thai numerals).svg|center|100px]] {{ก|คำนำ|140}} {{ก|นิทานโบรานคดี|120}} {{สต|7em}} เรื่องต่าง ๆ ที่จะเล่าต่อไปนี้ล้วนเปนเรื่องจิงซึ่งตัวฉันได้รู้เห็นเอง มิไช่คิดประดิถขึ้นไหม่ แต่เปนเรื่องเกร็ดนอกพงสาวดาร จึงเรียกว่า “นิทานโบรานคดี” เหตุที่จะเขียนนิทานเหล่านี้เกิดแต่ลูกที่หยู่ด้วยหยากรู้เรื่องเก่าแก่ก่อนเทอเกิด ถึงเวลานั่งกินอาหารพร้อมกัน มักชวนไห้เล่าไห้ฟังเนือง ๆ ส่วนตัวฉันเองเมื่อตกมาถึงเวลาแก่ชรา ดูก็ชอบเล่าอะไร ๆ ไห้เด็กฟังเหมือนหย่างคนแก่ที่เคยเห็นมาแต่ก่อน แม้ตัวฉันเองเมื่อยังเปนหนุ่มก็เคยชอบไต่ถามท่านผู้ไหย่หย่างเดียวกัน ยังจำได้ถึงสมัยเมื่อฉันเปนนายทหานมหาดเล็กประจำหยู่ไนพระบรมมหาราชวัง เวลาค่ำมักชอบไปเฝ้าสมเด็ดเจ้าฟ้ากรมสมเด็ดพระบำราบปรปักส์ที่วังตรงหน้าประตูวิเสสชัยสรี ทูนถามถึงเรื่องโบรานต่าง ๆ ท่านก็โปรดตรัดเล่าไห้ฟังโดยไม่ซงรังเกียด ดูเหมือนจะพอพระหรึทัยไห้ทูนถามด้วยเสียอีก การที่คนแก่ชอบเล่าอะไรไห้เด็กฟังน่าจะเปนธัมดามนุส<noinclude></noinclude> k3iexkji6msiedzft3ej0je7k7h8oc8 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/9 250 45692 290540 215785 2026-06-13T19:28:46Z Kapsikino 12160 290540 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|(จ)}}</noinclude>มาแต่ดึกดำบรรพ แต่โดยมากเล่าแล้วก็แล้วไป ต่อบางทีจึงมีคนเขียนเรื่องที่เล่าลงไว้เปนลายลักสน์อักสร ตัวฉันเองเดิมก็ไม่ได้คิดว่าจะเขียน แต่ลูกหยิงพูนพิสมัยเทอว่าเรื่องต่าง ๆ ที่ฉันเล่าไห้ฟังล้วนมีแก่นสารเปนคติน่ารู้ ถ้าปล่อยไห้สูญเสีย น่าเสียดาย เทออ้อนวอนขอไห้ฉันเขียนรักสาไว้ไห้เปนประโยชน์แก่ลูกหลานและผู้อื่นต่อไป ฉันจึงได้เริ่มเขียนนิทานโบรานคดีมาตั้งแต่ พ.ส. 2483 แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะเขียนเรื่องชนิดได สุดแต่นึกเรื่องอะไรขึ้นได้ เห็นว่าน่าจะเขียน ก็เขียนลงเปนนิทาน นึกเรื่องไดได้ก่อนก็เขียนก่อน เรื่องไดนึกขึ้นได้พายหลังก็เขียนทีหลัง นิทานที่เขียนจึงเปนเรื่องหลายหย่างต่างชนิดระคนปนกัน แต่หวังไจว่าผู้อ่านจะไม่เสียเวลาเปล่าด้วยอ่านนิทานเหล่านี้. {{กข|[[File:Signature of Prince Damrong (5).svg|180px|ลายมือชื่อของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ]] <br> ปีนัง วันที่ 9 ตุลาคม 2485|center}}<noinclude></noinclude> 8gznowf152bs8flisiiv2nsw7f80h0x หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/16 250 45693 290534 215907 2026-06-13T19:21:55Z Kapsikino 12160 290534 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 1 <br> เรื่องพระพุทธรูปประหลาด|140}} {{สต|7em}} เมื่อฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย ขึ้นไปตรวดราชการมนทลพายัพครั้งแรกเมื่อ พ.ส. 2441 เวลานั้นยังไม่ได้ทำรถไฟสายเหนือ ต้องไปทางเรือแต่กรุงเทพฯ จนถึงเมืองอุตรดิถ แล้วฉันขึ้นเดินทางบกไปเมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองนครลำปาง เมืองลำพูน เดินทางเกือบเดือนหนึ่งจึงถึงเมืองเชียงไหม่ ขากลับลงเรือล่องลำแม่น้ำพิงแต่เมืองเชียงไหม่ลงมาทางเมืองตาก เมืองกำแพงเพชร มาร่วมทางขาไปที่ปากน้ำโพเมืองนครสวรรค แต่นั้นก็กลับตามทางเดิมจนถึงกรุงเทพฯ ฉันเคยได้ยินว่าทางเมืองเหนือ ทั้งไนมนทลพิสนุโลกอันเคยเปนเมืองพระร่วง และมนทลพายัพอันเปนแหล่งช่างเชียงแสน มีพระพุทธรูปโบรานหย่างงาม ๆ มากกว่าทางอื่น คนหาพระพุทธรูปมักเที่ยวเสาะหาทางนั้นนับถือกันว่าต่อเปนพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ์เพชรจึงจะดี ถ้าหาได้พระขัดสมาธิ์เพชรหย่างย่อม ขนาดหน้าตักไนระหว่าง 6 นิ้วจน 10 นิ้วด้วย ยิ่งดีขึ้น แต่ฉันขึ้นไปครั้งนั้นตั้งไจจะไปเสาะหาพระพุทธรูปที่ลักสนะงามเปนสำคัน ไม่เลือกว่าจะต้องเปนพระนั่งขัดสมาธิ์เพชรหรือขัดสมาธิ์ราบ ปราถนาจะไคร่ได้พระขนาดเขื่อง หน้าตักราวสอกเสส เพราะเห็นว่าขนาดนั้นฝีมือช่างทำได้งามกว่าพระขนาดเล็กเช่นเขาหากัน เมื่อขึ้นไปถึงเมืองอุตรดิถ วันหนึ่งฉันไปเที่ยวที่เมืองทุ่งยั้ง แวะ<noinclude></noinclude> 5ccgj4116peku6y9io44xq95ql7g3sr หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/3 250 45701 290563 215775 2026-06-13T21:07:42Z Kapsikino 12160 290563 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|(ข)}} {| align=center style="text-align:center;" |- |หน้า |width=20em| |บันทัด |width=20em| |คำผิด |width=20em| |คำถูก |-</noinclude>{{มปกต}} |- |326 | |สุดท้าย | |นก | |นึก |- |337 | |7 | |ขน | |ขึ้น |- |361 | |2 | |เมอ | |เมื่อ |- |369 | |9 | |บุต | |บุตร |- |374 | |5 | |Clacial piriod | |Glacial period |- |377 | |14 | |Civilisation | |Civilization |- |394 | |4 | |ไห้ | |ได้ |- |403 | |16 | |Lassoxing | |Lassoitig |- |416 | |7 | |ผู | |ผู้ |- |460 | |15 | |Lassoo | |Lasso |- |478 | |20 | |ของ | |สอง |- |}<noinclude></noinclude> pc9rxhmok2nfdzlmntxwgoy69w636h2 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/10 250 45702 290473 227653 2026-06-13T17:33:52Z Kapsikino 12160 290473 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|สารบาน|บ=font-size:140%}} {{ก|ไน}} {{ก|เรื่องนิทานโบรานคดี}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| |{{ลนน|คน1|คำนำของกรมสิลปากร}} |width=50px| |style="text-align:center;"|หน้า |width=10px| |style="text-align:center;"|ก |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|ค |-style="vertical-align:top;" | | |{{ลนน|คน2|คำนำนิทานโบรานคดี}} | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|ง |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|จ |-style="vertical-align:top;" |1. | |[[/นิทานที่ 1|นิทานที่ 1 <br> เรื่องพระพุทธรูปประหลาด]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|1 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|7 |-style="vertical-align:top;" |2. | |[[/นิทานที่ 2|นิทานที่ 2 <br> เรื่องพระครูวัดฉลอง]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|8 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|16 |-style="vertical-align:top;" |3. | |[[/นิทานที่ 3|นิทานที่ 3 <br> เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|17 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|28 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|19 | | |-style="vertical-align:top;" |4. | |[[/นิทานที่ 4|นิทานที่ 4 <br> เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|29 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|41 |-style="vertical-align:top;" |5. | |[[/นิทานที่ 5|นิทานที่ 5 <br> เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|42 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|53 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ชนช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|47 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}รือสีดัดตน | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|49 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ถูกสาบ | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|52 | |<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> h5f5gg00byxx27x0ph4lso3wem65xf2 290474 290473 2026-06-13T17:35:02Z Kapsikino 12160 290474 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|สารบาน|140}} {{ก|ไน}} {{ก|เรื่องนิทานโบรานคดี}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| |{{ลนน|คน1|คำนำของกรมสิลปากร}} |width=50px| |style="text-align:center;"|หน้า |width=10px| |style="text-align:center;"|ก |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|ค |-style="vertical-align:top;" | | |{{ลนน|คน2|คำนำนิทานโบรานคดี}} | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|ง |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|จ |-style="vertical-align:top;" |1. | |[[/นิทานที่ 1|นิทานที่ 1 <br> เรื่องพระพุทธรูปประหลาด]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|1 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|7 |-style="vertical-align:top;" |2. | |[[/นิทานที่ 2|นิทานที่ 2 <br> เรื่องพระครูวัดฉลอง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|8 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|16 |-style="vertical-align:top;" |3. | |[[/นิทานที่ 3|นิทานที่ 3 <br> เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|17 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|28 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|19 | | |-style="vertical-align:top;" |4. | |[[/นิทานที่ 4|นิทานที่ 4 <br> เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|29 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|41 |-style="vertical-align:top;" |5. | |[[/นิทานที่ 5|นิทานที่ 5 <br> เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|42 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|53 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ชนช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|47 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}รือสีดัดตน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|49 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ถูกสาบ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|52 | |<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> mkeu2jt7pdc8zv0z76zilhcwkzzkz6t หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/11 250 45703 290475 227654 2026-06-13T17:38:07Z Kapsikino 12160 290475 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 2 –}} {| align=center |- | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" |6. | |[[/นิทานที่ 6|นิทานที่ 6 <br> เรื่องของแปลกที่เมืองพารานสี]] | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|54 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|67 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ย่ำยาม | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|60 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทุ่มโมง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|61 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ขานยาว | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|62 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะรับแขกเมือง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|63 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลอยบาป | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|64 | | |-style="vertical-align:top;" |7. | |[[/นิทานที่ 7|นิทานที่ 7 <br> เรื่องสืบพระสาสนาไนอินเดีย]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|68 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|95 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}มรึคทายวัน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|70 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พุทธคยา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|74 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องมหาโพธิสมาคม | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|82 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เสาะหาพุทธเจดีย์ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|85 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พระบรมธาตุ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|85 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พระสรีมหาโพธิ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|88 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}รอยพระพุทธบาท | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|90 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พระพุทธรูป | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|91 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อธิบายท่อนท้าย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|93 | | |-style="vertical-align:top;" |8. | |[[/นิทานที่ 8|นิทานที่ 8 <br> เรื่องเจ้าพระยาอภัยราชา (โรลังยัคมินส)]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|96 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|101<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> lprb6wmjbq5j1v3lb6rmny7ji25sdt7 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/12 250 45704 290476 227655 2026-06-13T17:38:47Z Kapsikino 12160 290476 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 3 –}} {| align=center |- | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" |9. | |[[/นิทานที่ 9|นิทานที่ 9 <br> เรื่องหนังสือหอหลวง]] | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|102 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|130 |-style="vertical-align:top;" |10. | |[[/นิทานที่ 10|นิทานที่ 10 <br> เรื่องความไข้เมืองเพชรบูรน์]] | |“style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|131 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|157 |-style="vertical-align:top;" |11. | |[[/นิทานที่ 11|นิทานที่ 11 <br> เรื่องโจรแปลกประหลาด]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|158 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|173 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องโจรทิม | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|158 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องโจรจันท์ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|163 | | |-style="vertical-align:top;" |12. | |[[/นิทานที่ 12|นิทานที่ 12 <br> เรื่องตั้งโรงพยาบาล]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|174 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|194 |-style="vertical-align:top;" |13. | |[[/นิทานที่ 13|นิทานที่ 13 <br> เรื่องอนามัย]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|195 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|214 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตั้งหมอตำบน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|197 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำยาโอสถสาลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|198 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}แพทย์ประจำเมือง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|202 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำหนองปลูกฝีดาด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|205 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำสิรัมแก้พิสหมาบ้า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|209 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}โอสถสาลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|213 | | |-style="vertical-align:top;" |14. | |[[/นิทานที่ 14|นิทานที่ 14 <br> เรื่องโรงเรียนมหาดเล็กหลวง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|215 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|227<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> g0f6kwd54iq84brthxp3gx4znh52w1s 290546 290476 2026-06-13T20:18:28Z Kapsikino 12160 290546 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 3 –}} {| align=center |- | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" |9. | |[[/นิทานที่ 9|นิทานที่ 9 <br> เรื่องหนังสือหอหลวง]] | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|102 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|130 |-style="vertical-align:top;" |10. | |[[/นิทานที่ 10|นิทานที่ 10 <br> เรื่องความไข้เมืองเพชรบูรน์]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|131 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|157 |-style="vertical-align:top;" |11. | |[[/นิทานที่ 11|นิทานที่ 11 <br> เรื่องโจรแปลกประหลาด]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|158 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|173 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องโจรทิม | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|158 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องโจรจันท์ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|163 | | |-style="vertical-align:top;" |12. | |[[/นิทานที่ 12|นิทานที่ 12 <br> เรื่องตั้งโรงพยาบาล]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|174 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|194 |-style="vertical-align:top;" |13. | |[[/นิทานที่ 13|นิทานที่ 13 <br> เรื่องอนามัย]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|195 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|214 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตั้งหมอตำบน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|197 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำยาโอสถสาลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|198 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}แพทย์ประจำเมือง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|202 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำหนองปลูกฝีดาด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|205 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทำสิรัมแก้พิสหมาบ้า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|209 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}โอสถสาลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|213 | | |-style="vertical-align:top;" |14. | |[[/นิทานที่ 14|นิทานที่ 14 <br> เรื่องโรงเรียนมหาดเล็กหลวง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|215 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|227<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> 5uec80r6n5nu5e0a498ohboy6vioe01 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/13 250 45705 290477 227656 2026-06-13T17:44:34Z Kapsikino 12160 290477 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 4 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |- {{มปกต}}</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" |15. | |[[/นิทานที่ 15|นิทานที่ 15 <br> เรื่องอั้งยี่]] | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|228 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|269 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน | |“style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|229 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนแหลมมลายู | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|235 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|238 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|241 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|244 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|248 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|254 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|256 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|257 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|265 | | |-style="vertical-align:top;" |16. | |[[/นิทานที่ 16|นิทานที่ 16 <br> เรื่องลานช้าง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|270 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|290 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทางที่ไป | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|270 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วินิฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|272 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลานนกะเรียน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|274 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ไทยลานช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|276 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พิธีบายสรี | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|278 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}สมาคมไทยหย่างโบราน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|280 | |<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> rj4ziyz297sux3qkgm4hpec0vb15rrs 290547 290477 2026-06-13T20:18:42Z Kapsikino 12160 290547 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 4 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |- {{มปกต}}</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" |15. | |[[/นิทานที่ 15|นิทานที่ 15 <br> เรื่องอั้งยี่]] | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|228 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|269 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เหตุที่เกิดพวกอั้งยี่ไนเมืองจีน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|229 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนแหลมมลายู | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|235 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่แรกมีไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|238 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อรัชกาลที่ 4 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|241 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนเมืองไทยเมื่อต้นรัชกาลที่ 5 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|244 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่กำเริบที่เมืองระนองและพูเก็ต | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|248 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องอั้งยี่งี่หินหัวควาย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|254 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อั้งยี่ไนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขบวน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|256 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ปราบอั้งยี่เมื่อรัชกาลที่ 5 | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|257 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เปลี่ยนวิธีควบคุมอั้งยี่ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|265 | | |-style="vertical-align:top;" |16. | |[[/นิทานที่ 16|นิทานที่ 16 <br> เรื่องลานช้าง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|270 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|290 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ทางที่ไป | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|270 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วินิฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|272 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลานนกะเรียน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|274 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ไทยลานช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|276 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พิธีบายสรี | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|278 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}สมาคมไทยหย่างโบราน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|280 | |<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> o9rjerydhyfnjzpztcbaav8511el0h0 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/14 250 45706 290478 227657 2026-06-13T17:45:03Z Kapsikino 12160 290478 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 5 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |- {{มปกต}}</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}บ้านขี้ทูด | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|282 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}คนคิดผิด | |“style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|283 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พระยาโพธิ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|285 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ชาวลานช้างไหว้เจ้า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|288 | | |-style="vertical-align:top;" |17. | |[[/นิทานที่ 17|นิทานที่ 17 <br> เรื่องแม่น้ำโขง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|291 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|321 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะแม่น้ำโขง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|291 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เดินดง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|303 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องผีบุญ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|306 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}คนต่างจำพวก | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|311 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ของโบราณ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|316 | | |-style="vertical-align:top;" |18. | |[[/นิทานที่ 18|นิทานที่ 18 <br> เรื่องค้นเมืองโบราน]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|322 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|350 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเมืองชเลียง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|322 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเมืองอู่ทอง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|330 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|341 | | |-style="vertical-align:top;" |19. | |[[/นิทานที่ 19|นิทานที่ 19 <br> เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|351 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|373 |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|374 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|406<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> 7kz8txxupxh42ytp57n9znxwscxl2oq 290548 290478 2026-06-13T20:18:53Z Kapsikino 12160 290548 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 5 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |- {{มปกต}}</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}บ้านขี้ทูด | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|282 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}คนคิดผิด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|283 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พระยาโพธิ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|285 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ชาวลานช้างไหว้เจ้า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|288 | | |-style="vertical-align:top;" |17. | |[[/นิทานที่ 17|นิทานที่ 17 <br> เรื่องแม่น้ำโขง]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|291 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|321 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะแม่น้ำโขง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|291 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เดินดง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|303 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องผีบุญ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|306 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}คนต่างจำพวก | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|311 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ของโบราณ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|316 | | |-style="vertical-align:top;" |18. | |[[/นิทานที่ 18|นิทานที่ 18 <br> เรื่องค้นเมืองโบราน]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|322 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|350 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเมืองชเลียง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|322 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องเมืองอู่ทอง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|330 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|341 | | |-style="vertical-align:top;" |19. | |[[/นิทานที่ 19|นิทานที่ 19 <br> เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|351 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|373 |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|374 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|406<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> kf3f1ot5blrlow7al0h1muwzqdkapd3 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/15 250 45707 290470 227658 2026-06-13T17:26:21Z Kapsikino 12160 290470 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 6 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตำนานการจับช้าง | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|374 | | |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่อง จับช้าง (ภาคปลาย)]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|374 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|479 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อธิบายเบื้องต้น | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ช้างเถื่อนไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|408 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะจับช้างเถื่อน | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|413 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีวังช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|415 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีโพนช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|424 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเตรียมการ | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|426 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเข้าป่า | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|428 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนตามช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|430 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนคล้องช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|432 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้างหย่างราชกิลา | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|434 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะปกโขลง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|435 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พเนียด | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|438 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีคล้องช้างที่พเนียด | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|441 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}หัดช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|461 | | |- |}<noinclude></noinclude> gzm78odza9hdz95u06tj5tutug92mal 290471 290470 2026-06-13T17:26:45Z Kapsikino 12160 290471 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 6 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตำนานการจับช้าง | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|374 | | |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่อง จับช้าง (ภาคปลาย)]] | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|407 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|479 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อธิบายเบื้องต้น | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ช้างเถื่อนไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|408 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะจับช้างเถื่อน | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|413 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีวังช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|415 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีโพนช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|424 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเตรียมการ | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|426 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเข้าป่า | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|428 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนตามช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|430 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนคล้องช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|432 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้างหย่างราชกิลา | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|434 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะปกโขลง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|435 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พเนียด | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|438 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีคล้องช้างที่พเนียด | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|441 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}หัดช้าง | |style="text-align:center;"|" | |style="text-align:center;"|461 | | |- |}<noinclude></noinclude> nugrfh1n2hstxr5jhgo615tdao5mys7 290479 290471 2026-06-13T17:45:37Z Kapsikino 12160 290479 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 6 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตำนานการจับช้าง | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|374 | | |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|479 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้าง | |“style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อธิบายเบื้องต้น | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ช้างเถื่อนไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|408 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะจับช้างเถื่อน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|413 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีวังช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|415 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีโพนช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|424 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเตรียมการ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|426 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเข้าป่า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|428 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนตามช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|430 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนคล้องช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|432 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้างหย่างราชกิลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|434 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะปกโขลง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|435 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พเนียด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|438 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีคล้องช้างที่พเนียด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|441 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}หัดช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|461 | | |- |}<noinclude></noinclude> 2cpf8r591d92ya1dyok7xoa2pc3o1ir 290549 290479 2026-06-13T20:19:17Z Kapsikino 12160 290549 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Convoquer" />{{ก|– 6 –}} {| align=center |-style="vertical-align:top;" | |width=10px| | |width=50px| | |width=10px| | | | |-</noinclude>{{มปกต}} |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตำนานการจับช้าง | |style="text-align:center;"|หน้า | |style="text-align:center;"|374 | | |-style="vertical-align:top;" |20. | |[[/นิทานที่ 20|นิทานที่ 20 <br> เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)]] | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 |style="text-align:center;"|– |style="text-align:center;"|479 |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}อธิบายเบื้องต้น | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|407 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ช้างเถื่อนไนเมืองไทย | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|408 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะจับช้างเถื่อน | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|413 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีวังช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|415 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีโพนช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|424 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเตรียมการ | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|426 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนเข้าป่า | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|428 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนตามช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|430 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ตอนคล้องช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|432 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีจับช้างหย่างราชกิลา | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|434 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}ลักสนะปกโขลง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|435 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}พเนียด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|438 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}วิธีคล้องช้างที่พเนียด | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|441 | | |-style="vertical-align:top;" | | |{{ชว}}หัดช้าง | |style="text-align:center;"|” | |style="text-align:center;"|461 | | |- |}<noinclude></noinclude> foz4quyp43txdid4ucr8uchzk8570e4 นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20 0 45712 290483 227570 2026-06-13T18:07:01Z Kapsikino 12160 290483 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 20 เรื่องจับช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 19/]] | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : '''{{ตลล|ส-a1|เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)|a1}}''' : {{ตลล|ส-a2|ตำนานการจับช้าง|a2}} :: {{ตลล|ส-a3|(1)|a3}} :: {{ตลล|ส-a4|(2)|a4}} :: {{ตลล|ส-a5|(3)|a5}} :: {{ตลล|ส-a6|(4)|a6}} :: {{ตลล|ส-a7|(5)|a7}} :: {{ตลล|ส-a8|(6)|a8}} : '''{{ตลล|ส-b1|เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)|b1}}''' : {{ตลล|ส-b2|วิธีจับช้าง|b2}} :: {{ตลล|ส-b3|(1) <br> อธิบายเบื้องต้น|b3}} :: {{ตลล|ส-b4|(2) <br> ช้างเถื่อนไนเมืองไทย|b4}} :: {{ตลล|ส-b5|ลักสนะจับช้างเถื่อน|b5}} :: {{ตลล|ส-b6|วิธีวังช้าง|b6}} :: {{ตลล|ส-b7|วิธีโพนช้าง|b7}} :: {{ตลล|ส-b8|ตอนเตรียมการ|b8}} :: {{ตลล|ส-b9|ตอนเข้าป่า|b9}} :: {{ตลล|ส-b10|ตอนตามช้าง|b10}} :: {{ตลล|ส-b11|ตอนคล้องช้าง|b11}} :: {{ตลล|ส-b12|วิธีจับช้างหย่างราชกิลา|b12}} :: {{ตลล|ส-b13|ลักสนะปกโขลง|b13}} :: {{ตลล|ส-b14|พเนียด|b14}} :: {{ตลล|ส-b15|วิธีคล้องช้างที่พเนียด|b15}} :: {{ตลล|ส-b16|หัดช้าง|b16}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="389" to="421"/> {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="422" to="494"/> ---- {{รกออ}} q05grq3vrworf0ttlbbmsyfqeddnyxf 290484 290483 2026-06-13T18:07:17Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (2)]] ไปยัง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]]: เปลี่ยนชื่อ 290483 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 20 เรื่องจับช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 19/]] | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : '''{{ตลล|ส-a1|เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)|a1}}''' : {{ตลล|ส-a2|ตำนานการจับช้าง|a2}} :: {{ตลล|ส-a3|(1)|a3}} :: {{ตลล|ส-a4|(2)|a4}} :: {{ตลล|ส-a5|(3)|a5}} :: {{ตลล|ส-a6|(4)|a6}} :: {{ตลล|ส-a7|(5)|a7}} :: {{ตลล|ส-a8|(6)|a8}} : '''{{ตลล|ส-b1|เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)|b1}}''' : {{ตลล|ส-b2|วิธีจับช้าง|b2}} :: {{ตลล|ส-b3|(1) <br> อธิบายเบื้องต้น|b3}} :: {{ตลล|ส-b4|(2) <br> ช้างเถื่อนไนเมืองไทย|b4}} :: {{ตลล|ส-b5|ลักสนะจับช้างเถื่อน|b5}} :: {{ตลล|ส-b6|วิธีวังช้าง|b6}} :: {{ตลล|ส-b7|วิธีโพนช้าง|b7}} :: {{ตลล|ส-b8|ตอนเตรียมการ|b8}} :: {{ตลล|ส-b9|ตอนเข้าป่า|b9}} :: {{ตลล|ส-b10|ตอนตามช้าง|b10}} :: {{ตลล|ส-b11|ตอนคล้องช้าง|b11}} :: {{ตลล|ส-b12|วิธีจับช้างหย่างราชกิลา|b12}} :: {{ตลล|ส-b13|ลักสนะปกโขลง|b13}} :: {{ตลล|ส-b14|พเนียด|b14}} :: {{ตลล|ส-b15|วิธีคล้องช้างที่พเนียด|b15}} :: {{ตลล|ส-b16|หัดช้าง|b16}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="389" to="421"/> {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="422" to="494"/> ---- {{รกออ}} q05grq3vrworf0ttlbbmsyfqeddnyxf 290511 290484 2026-06-13T18:47:09Z Kapsikino 12160 290511 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 20 เรื่องจับช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 19/]] | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : '''{{ตลล|ส-a1|เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)|a1}}''' : {{ตลล|ส-a2|ตำนานการจับช้าง|a2}} : '''{{ตลล|ส-b1|เรื่องจับช้าง (ภาคปลาย)|b1}}''' : {{ตลล|ส-b2|วิธีจับช้าง|b2}} :# {{ตลล|ส-b3|อธิบายเบื้องต้น|b3}} :# {{ตลล|ส-b4|ช้างเถื่อนไนเมืองไทย|b4}} :# {{ตลล|ส-b5|ลักสนะจับช้างเถื่อน|b5}} :# {{ตลล|ส-b6|วิธีวังช้าง|b6}} :# {{ตลล|ส-b7|วิธีโพนช้าง|b7}} :# {{ตลล|ส-b8|ตอนเตรียมการ|b8}} :# {{ตลล|ส-b9|ตอนเข้าป่า|b9}} :# {{ตลล|ส-b10|ตอนตามช้าง|b10}} :# {{ตลล|ส-b11|ตอนคล้องช้าง|b11}} :# {{ตลล|ส-b12|วิธีจับช้างหย่างราชกิลา|b12}} :# {{ตลล|ส-b13|ลักสนะปกโขลง|b13}} :# {{ตลล|ส-b14|พเนียด|b14}} :# {{ตลล|ส-b15|วิธีคล้องช้างที่พเนียด|b15}} :# {{ตลล|ส-b16|หัดช้าง|b16}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="389" to="421"/> {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="422" to="494"/> ---- {{รกออ}} 90xcsp8lqf0vi3uiuxp0k9ovehzp1qh นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17 0 45713 290480 227568 2026-06-13T17:50:57Z Kapsikino 12160 290480 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 17 เรื่องแม่น้ำโขง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 16/]] | next = [[../นิทานที่ 18/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-a0|เรื่องแม่น้ำโขง|a0}} :# {{ตลล|ส-a1|ลักสนะแม่น้ำโขง|a1}} :# {{ตลล|ส-a2|เดินดง|a2}} :# {{ตลล|ส-a3|เรื่องผีบุญ|a3}} :# {{ตลล|ส-a4|คนต่างจำพวก|a4}} :# {{ตลล|ส-a5|ของโบราน|a5}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="306" to="336"/> ---- {{รกออ}} 2u6m1k3ua2yyzv9tkvjygywvqpgmgax 290481 290480 2026-06-13T17:51:16Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (1)]] ไปยัง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]]: เปลี่ยนชื่อ 290480 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 17 เรื่องแม่น้ำโขง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 16/]] | next = [[../นิทานที่ 18/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-a0|เรื่องแม่น้ำโขง|a0}} :# {{ตลล|ส-a1|ลักสนะแม่น้ำโขง|a1}} :# {{ตลล|ส-a2|เดินดง|a2}} :# {{ตลล|ส-a3|เรื่องผีบุญ|a3}} :# {{ตลล|ส-a4|คนต่างจำพวก|a4}} :# {{ตลล|ส-a5|ของโบราน|a5}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="306" to="336"/> ---- {{รกออ}} 2u6m1k3ua2yyzv9tkvjygywvqpgmgax นิทานโบรานคดี 0 45715 290472 227910 2026-06-13T17:32:46Z Kapsikino 12160 290472 wikitext text/x-wiki {{หัวเรื่อง | ชื่อ = {{PAGENAME}} | ปี = 2487 | ผู้สร้างสรรค์ = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประวัติศาสตร์ไทย/เรื่องปกิณกะ | หมวดหมู่ = หนังสืองานศพ/สารคดี }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="1"/> {{ตรึง|กคผ}} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="2" to="3"/> {{ตรึง|คน1}} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="4" to="6"/> {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" include="7"/> {{ตรึง|คน2}} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="8" to="9"/> {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="10" to="15"/> {{ลมท}} cne5dw0jd34drujhx18h84limwn4nkv หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/248 250 45718 290558 215442 2026-06-13T20:46:45Z Kapsikino 12160 290558 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|233}}</noinclude>เดียวกัน นางจึงไห้พวกหลวงจีนอาสัยหยู่ที่บ้าน จนเห็นการสืบจับสงบเงียบแล้ว จึงไห้หลวงจีนทั้ง 5 กลับไปหยู่วัดตามเดิม หลวงจีนทั้ง 5 นี้ได้นามว่า โหงว โจ๊ว แปลว่า บุรุสทั้งห้า ของอั้งยี่ต่อมา ถึงตอนนี้ หลวงจีนทั้ง 5 แน่ไจว่า เทวดาฟ้าดินไห้คิดอ่านกู้บ้านเมืองด้วยกำจัดราชวงส์ไต้เชง ก็ตั้งหน้าเกลี้ยกล่อมผู้คนไห้ร่วมคิด ได้พัคพวกมากขึ้น แต่กิตติสัพท์รู้ไปถึงเจ้าเมืองกรมการก็ไห้ออกไปจับ หลวงจีนทั้ง 5 จึงต้องหนีจากเมืองโอ๊วก๊วงต่อไป ไปพบนายโจรพวกทหานเสือ {{ตตฉ|5 น}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “5 น” เป็น “5 คน” {{ชอวซ}}</ref> เมื่อพูดสนทนากัน พวกนายโจรเลื่อมไส รับจะพาโจรบริวารของตนมาเข้าพวกด้วย แล้วพาหลวงจีนไปหยู่สำนักพูเขาเหล็งโฮ้ว แปลว่า มังกรเสือ ไนเวลานั้น มีหลวงจีนองค์หนึ่งชื่อ ตั้งกิ๋มน้ำ เคยเรียนรู้หนังสือมากจนได้เปนขุนนางรับราชการจนได้เปนขุนนางทำราชการหยู่ไนกรุงปักกิ่ง หยู่มาสังเกตว่า ราชวงส์ไต้เชงปกครองบ้านเมืองไม่เปนยุตติธัม เกิดท้อไจ จึงลาออกจากราชการไปบวดเปนหลวงจีนจำสีลสึกสาวิชาอาคมของลัทธิสาสนาเต๋าหยู่ นะ ถ้ำแป๊ะเฮาะตั่ง แปลว่า นกกะสาเผือก จนมีผู้คนนับถือมาก วันหนึ่ง ลูกสิส 4 คนไปบอกข่าวว่า หลวงจีนห้าองค์ได้ของวิเสสคิดอ่านจะกำจัดราชวงส์เชงกู้บ้านเมือง หลวงจีนตั้งกิ๋มน้ำก็ยินดี พาสิส 4 คนตามไปยังสำนักของหลวงจีน 5 องค์ นะ พูเขามังกรเสือ ขอสมัครเข้าเปนพวกร่วมคิดช่วยกู้บ้านเมืองด้วย ไนพวกที่ไปขอสมัครนั้นยังมีคนสำคันอีก 2 คน คนหนึ่งเปนชายหนุ่มชื่อ จูฮุ่งชัก เปนราชนัดดาของพระเจ้าเซ่งจงไนราชวงส์ไต้เหม็ง อีกคนหนึ่งเปน<noinclude>{{ข|30|4em}} {{รกออ}}</noinclude> e9wwt1y3vjmiogo9r2ey7n40mjxa9im 290559 290558 2026-06-13T20:55:52Z Kapsikino 12160 290559 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Bitterschoko" />{{ก|233}}</noinclude>เดียวกัน นางจึงไห้พวกหลวงจีนอาสัยหยู่ที่บ้าน จนเห็นการสืบจับสงบเงียบแล้ว จึงไห้หลวงจีนทั้ง 5 กลับไปหยู่วัดตามเดิม หลวงจีนทั้ง 5 นี้ได้นามว่าโหงวโจ๊ว แปลว่าบุรุสทั้ง 5 ของอั้งยี่ต่อมา ถึงตอนนี้หลวงจีนทั้ง 5 แน่ไจว่าเทวดาฟ้าดินไห้คิดอ่านกู้บ้านเมืองด้วยกำจัดราชวงส์ไต้เชง ก็ตั้งหน้าเกลี้ยกล่อมผู้คนไห้ร่วมคิด ได้พัคพวกมากขึ้น แต่กิตติสัพท์รู้ไปถึงเจ้าเมืองกรมการก็ไห้ออกไปจับ หลวงจีนทั้ง 5 จึงต้องหนีจากเมืองโอ๊วก๊วงต่อไป ไปพบนายโจรพวกทหานเสือ {{ตตฉ|5 น}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “5 น” เป็น “5 คน” {{ชอวซ}}</ref> เมื่อพูดสนทนากัน พวกนายโจรเลื่อมไส รับจะพาโจรบริวารของตนมาเข้าพวกด้วย แล้วพาหลวงจีนไปหยู่สำนักพูเขาเหล็งโฮ้ว แปลว่ามังกรเสือ ไนเวลานั้นมีหลวงจีนองค์หนึ่งชื่อตั้งกิ๋มน้ำ เคยเรียนรู้หนังสือมากจนได้เปนขุนนางรับราชการจนได้เปนขุนนางทำราชการหยู่ไนกรุงปักกิ่ง หยู่มาสังเกตว่าราชวงส์ไต้เชงปกครองบ้านเมืองไม่เปนยุตติธัม เกิดท้อไจ จึงลาออกจากราชการไปบวดเปนหลวงจีนจำสีลสึกสาวิชาอาคมของลัทธิสาสนาเต๋าหยู่นะถ้ำแป๊ะเฮาะตั่ง แปลว่านกกะสาเผือก จนมีผู้คนนับถือมาก วันหนึ่งลูกสิส 4 คนไปบอกข่าวว่าหลวงจีนห้าองค์ได้ของวิเสสคิดอ่านจะกำจัดราชวงส์เชงกู้บ้านเมือง หลวงจีนตั้งกิ๋มน้ำก็ยินดี พาสิส 4 คนตามไปยังสำนักของหลวงจีน 5 องค์นะพูเขามังกรเสือ ขอสมัครเข้าเปนพวกร่วมคิดช่วยกู้บ้านเมืองด้วย ไนพวกที่ไปขอสมัครนั้นยังมีคนสำคันอีก 2 คน คนหนึ่งเปนชายหนุ่มชื่อจูฮุ่งชัก เปนราชนัดดาของพระเจ้าเซ่งจงไนราชวงส์ไต้เหม็ง อีกคนหนึ่งเปน<noinclude>{{ข|30|4em}} {{รกออ}}</noinclude> cf0nlyvfhdd8z04uh4u8km7uqmkof2v ดัชนี:อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf 252 46571 290599 200615 2026-06-13T22:13:59Z Kapsikino 12160 290599 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[อธิบายเครื่องบูชา]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร}} พิมพ์; แจกในงานทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายในสัปดาหที่คำรบ 11 อุทิศสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช ณวังบุรพาภิรมย์ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2471 |สถานที่=พระนคร |ปี=2471 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=V |การผสานหน้า=yes |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1to3 = - 4 = 1 4to30 = thai /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ= |Width= |Css= |Header={{ก|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีศาสนา]] caciuf1qvq1bpu48p271rrswbky77sf ดัชนี:อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf 252 46998 290582 224100 2026-06-13T21:56:51Z Kapsikino 12160 290582 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[อธิบายเรื่องธงไทย (2476)|อธิบายเรื่องธงไทย]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|ราชบัณฑิตยสภา}}; {{ลสย|โรงพิมพ์ประเสริฐสมุด}} |สถานที่=พระนคร |ปี=2476 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=V |การผสานหน้า=no |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1to2 = - 3 = ก 4 = ข 5 = ค 6 = ง 7 = จ 8 = ฉ 9 = 1 9to43 = thai /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ=; สารบัญ # คำนำ (น. - [2]) # ผู้วายชนม์ (น. ก–ฉ) # อธิบาย (น. 1–35) |Width= |Css= |Header={{ก|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] f2hr5mbbynbkuzldvmkixv4y200r8e1 290583 290582 2026-06-13T21:56:59Z Kapsikino 12160 290583 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[อธิบายเรื่องธงไทย]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|ราชบัณฑิตยสภา}}; {{ลสย|โรงพิมพ์ประเสริฐสมุด}} |สถานที่=พระนคร |ปี=2476 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=V |การผสานหน้า=no |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1to2 = - 3 = ก 4 = ข 5 = ค 6 = ง 7 = จ 8 = ฉ 9 = 1 9to43 = thai /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ=; สารบัญ # คำนำ (น. - [2]) # ผู้วายชนม์ (น. ก–ฉ) # อธิบาย (น. 1–35) |Width= |Css= |Header={{ก|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] s9ipttqals5xk0uu3mptgmra2ic0w1l ตำนานเงินตรา (2474) 0 47033 290604 238860 2026-06-14T05:56:43Z Kapsikino 12160 290604 wikitext text/x-wiki {{ลบ|ท4 – ซ้ำซ้อน (เป็นงานเดียวกับ[[ตำนานเงินตรา]])}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = ตำนานเงินตรา | ปี = 2474 | ผู้สร้างสรรค์ = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = | หมวดหมู่ = หนังสืองานศพ }} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" include="5"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานเงินตรา - ดำรง - ๒๔๗๔.pdf" from="6" to="24"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} t36fjipawny92ove2pbjys4ytdr4jbt ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477) 0 47044 290674 239337 2026-06-14T07:14:39Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร]] ไปยัง [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)]]: เปลี่ยนชื่อ 239337 wikitext text/x-wiki {{ฉบับอื่น|ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = {{PAGENAME}} | ปี = 2477 | ผู้สร้างสรรค์ = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = | หมวดหมู่ = หนังสืองานศพ }} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" from="3" to="5"/> {{คหน}} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" include="6"/> {{คหน}} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" include="7"/> {{คหน}} <pages index="ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ - ดำรง - ๒๔๗๗.pdf" from="8" to="25"/> ---- {{รกออ}} {{ลิขสิทธิ์หมดอายุ-ไทย}} gytuvvqc0ge1lq0g7zbpp6a4rjaqpcr หน้า:อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf/2 250 49310 290584 272010 2026-06-13T21:58:20Z Kapsikino 12160 290584 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Supakit prem" /></noinclude>{{ลห|a1|คำนำ|140}} นางวิเชียร เทศสอาด และนายเยื้อน สนธิสอาด จะทำการปลงศพนางเปี่ยม เทศสอาด และศพนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด ใคร่พิมพ์หนังสือแจกแก่บรรดาญาติมิตร ผู้มาแสดงไมตรีจิตรแก่ผู้มรณะในเวลาพระราชทานเพลิงศพและทำฌาปนกิจสักเรื่องหนึ่ง และแสดงความประสงค์ใคร่ได้หนังสือในพวกตำนาน หรือประวัติ หอสมุดได้แนะให้พิมพ์คำอธิบายเรื่องธงไทยก็เห็นชอบด้วย จึงได้พิมพ์ขึ้นเป็นสมุดเล่มนี้ คำอธิบายธงไทยนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกราชบัณฑิตย์สภา ได้ทรงพระนิพนธ์และประทานให้หอสมุดไว้ หอสมุดเห็นเป็นโอกาสที่จะพิมพ์ให้แพร่หลาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่การศึกษา เพราะธงต่าง ๆ ยังมีที่ใช้อยู่จนปัจจุบันนี้ ขออำนาจกุศลบุญราศีที่เจ้าภาพงานศพทั้งสองได้บำเพ็ญเป็นอนวัชกรรม จงสำเร็จสุขวิบากแก่ผู้มรณะสมควรแก่คติอุปบัตินั้น ๆ เทอญ {{ข|หอสมุดสำหรับพระนคร|บ=font-size:120%}} {{ข|วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖|3em}}<noinclude></noinclude> 2vivgiukpdzjdq5tcilsae07x855qnx หน้า:อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf/3 250 49311 290585 224103 2026-06-13T21:59:21Z Kapsikino 12160 290585 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nitisart Jungtrakungrat" /></noinclude>{{ลห|a2|{{สนต|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด}}|140}} นายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด สมภพณวันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ชาติภูมิอยู่คลองบางไส้ไก่ ตำบลวัดสุทธาวาศ จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรนายขาว นางเปี่ยม เทศสอาด เดิมเข้ารับราชการในกระทรวงธรรมการ เป็นครูโรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยสอบไล่ได้ที่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จ และได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๔๕ บาท จนถึงเดือนละ ๕๐ บาท ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ถูกจับฉลากไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้ารับราชการวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลพายัพ ได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๗๐ บาท วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้รับโทร<noinclude></noinclude> 9re4lsqnbc169air8qzddj9bja7ug2q 290586 290585 2026-06-13T21:59:49Z Kapsikino 12160 290586 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nitisart Jungtrakungrat" /></noinclude>{{สนต|{{ลห|a2|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด|140}}}} นายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด สมภพณวันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ชาติภูมิอยู่คลองบางไส้ไก่ ตำบลวัดสุทธาวาศ จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรนายขาว นางเปี่ยม เทศสอาด เดิมเข้ารับราชการในกระทรวงธรรมการ เป็นครูโรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยสอบไล่ได้ที่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จ และได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๔๕ บาท จนถึงเดือนละ ๕๐ บาท ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ถูกจับฉลากไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้ารับราชการวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลพายัพ ได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๗๐ บาท วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้รับโทร<noinclude></noinclude> 7z2oisffptmcr16troar8q44383dwpv 290589 290586 2026-06-13T22:01:06Z Kapsikino 12160 290589 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nitisart Jungtrakungrat" /></noinclude>{{ลห|a2|{{สนต|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด}}|140}} นายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด สมภพณวันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ชาติภูมิอยู่คลองบางไส้ไก่ ตำบลวัดสุทธาวาศ จังหวัดธนบุรี เป็นบุตรนายขาว นางเปี่ยม เทศสอาด เดิมเข้ารับราชการในกระทรวงธรรมการ เป็นครูโรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยสอบไล่ได้ที่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จ และได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๔๕ บาท จนถึงเดือนละ ๕๐ บาท ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ถูกจับฉลากไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้ารับราชการวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลพายัพ ได้รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละ ๗๐ บาท วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้รับโทร<noinclude></noinclude> 9re4lsqnbc169air8qzddj9bja7ug2q อธิบายเรื่องธงไทย (2476)/คำนำ 0 49313 290576 224096 2026-06-13T21:55:07Z Kapsikino 12160 290576 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../|อธิบายเรื่องธงไทย]] | ปี = 2476 | ผู้สร้างสรรค์ = | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = คำนำ | ผู้มีส่วนร่วม = หอสมุดสำหรับพระนคร | ก่อนหน้า = [[../|หน้าต้น]] | ถัดไป = [[../ผู้วายชนม์/]] | หมายเหตุ = }} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="2"/> ekc5b18on5jf3nbvmobqop29nglhphs อธิบายเรื่องธงไทย 0 49314 290575 247838 2026-06-13T21:53:44Z Kapsikino 12160 290575 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2476 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ธงไทย }} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="1"/> {{คหน}} {{สบช| # ส่วนต้น ## {{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}} ## {{ตลล|ส-a2|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด|a2}} ## {{ตลล|ส-a3|ประวัติย่อของนางเปี่ยม เทศสอาด|a3}} # {{ตลล|ส-ค1|อธิบายเรื่องธงไทย|ค1}} ## {{ตลล|ส-ค2|หมวดธงประจำพระองค์|ค2}} ## {{ตลล|ส-ค3|หมวดธงแผ่นดิน|ค3}} ## {{ตลล|ส-ค4|หมวดธงประจำกอง|ค4}} ## {{ตลล|ส-ค5|หมวดธงตำแหน่ง|ค5}} ## {{ตลล|ส-ค6|ธงหมายยศ|ค6}} }} {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="3" to="6"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="7" to="8"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="9" to="43"/> {{ลมท}} 3tv0q6iagzs3ejc062bvejezyzq60un 290579 290575 2026-06-13T21:55:55Z Kapsikino 12160 290579 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2476 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ธงไทย }} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="1"/> {{คหน}} {{สบช| : ส่วนต้น :# {{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}} :# {{ตลล|ส-a2|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด|a2}} :# {{ตลล|ส-a3|ประวัติย่อของนางเปี่ยม เทศสอาด|a3}} : {{ตลล|ส-ค1|อธิบายเรื่องธงไทย|ค1}} :# {{ตลล|ส-ค2|หมวดธงประจำพระองค์|ค2}} :# {{ตลล|ส-ค3|หมวดธงแผ่นดิน|ค3}} :# {{ตลล|ส-ค4|หมวดธงประจำกอง|ค4}} :# {{ตลล|ส-ค5|หมวดธงตำแหน่ง|ค5}} :# {{ตลล|ส-ค6|ธงหมายยศ|ค6}} }} {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="3" to="6"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="7" to="8"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="9" to="43"/> {{ลมท}} 65ylensgait2u0e2m0pubzbrpgk6tsp 290580 290579 2026-06-13T21:56:20Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[อธิบายเรื่องธงไทย (2476)]] ไปยัง [[อธิบายเรื่องธงไทย]]: เปลี่ยนชื่อ 290579 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2476 | author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ธงไทย }} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="1"/> {{คหน}} {{สบช| : ส่วนต้น :# {{ตลล|ส-a1|คำนำ|a1}} :# {{ตลล|ส-a2|ประวัติย่อของนายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด|a2}} :# {{ตลล|ส-a3|ประวัติย่อของนางเปี่ยม เทศสอาด|a3}} : {{ตลล|ส-ค1|อธิบายเรื่องธงไทย|ค1}} :# {{ตลล|ส-ค2|หมวดธงประจำพระองค์|ค2}} :# {{ตลล|ส-ค3|หมวดธงแผ่นดิน|ค3}} :# {{ตลล|ส-ค4|หมวดธงประจำกอง|ค4}} :# {{ตลล|ส-ค5|หมวดธงตำแหน่ง|ค5}} :# {{ตลล|ส-ค6|ธงหมายยศ|ค6}} }} {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="3" to="6"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="7" to="8"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="9" to="43"/> {{ลมท}} 65ylensgait2u0e2m0pubzbrpgk6tsp หน้า:อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf/7 250 49328 290587 224101 2026-06-13T22:00:22Z Kapsikino 12160 290587 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nitisart Jungtrakungrat" />{{ก|ง}}</noinclude>{{สนต|{{ลห|a3|ประวัติย่อของนางเปี่ยม เทศสอาด|140}}}} นางเปี่ยม เทศสอาด สมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๓ ปีวอก ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๑๕ เป็นบุตรนายสน นางทอง สนธิสอาด ชาติภูมิอยู่คลองต้นไทร ตำบลบางลำภูล่าง อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี มีน้องชายร่วมสายโลหิต ๑ คน คือ นายทองอยู่ สนธิสอาด เมื่อเจริญวัย ได้ทำการสมรสกับนายขาว เทศสอาด ชาติภูมิอยู่ริมคลองบางไส้ไก่ ตำบลวัดสุทธาวาศ อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี มีบุตรธิดาด้วยกันรวม ๖ คน คือ หญิงที่ ๑ ชื่อ แข ชายที่ ๒ คือ นายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด ชายที่ ๓ ชื่อ ทองโปร่ง หญิงที่ ๔ ชื่อ ทองโปรย ชายที่ ๕ ยังไม่มีชื่อ หญิงที่ ๖ ชื่อ สมบุญ บุตรธิดาเหล่านี้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว นางเปี่ยม เทศสอาด เป็นผู้ประกอบด้วยวัตตจริยาสัมมา<noinclude></noinclude> 3dm0a88vaf3n991w3vxysm23tahv98a 290588 290587 2026-06-13T22:00:45Z Kapsikino 12160 290588 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Nitisart Jungtrakungrat" />{{ก|ง}}</noinclude>{{ลห|a3|{{สนต|ประวัติย่อของนางเปี่ยม เทศสอาด}}|140}} นางเปี่ยม เทศสอาด สมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๓ ปีวอก ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๑๕ เป็นบุตรนายสน นางทอง สนธิสอาด ชาติภูมิอยู่คลองต้นไทร ตำบลบางลำภูล่าง อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี มีน้องชายร่วมสายโลหิต ๑ คน คือ นายทองอยู่ สนธิสอาด เมื่อเจริญวัย ได้ทำการสมรสกับนายขาว เทศสอาด ชาติภูมิอยู่ริมคลองบางไส้ไก่ ตำบลวัดสุทธาวาศ อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี มีบุตรธิดาด้วยกันรวม ๖ คน คือ หญิงที่ ๑ ชื่อ แข ชายที่ ๒ คือ นายร้อยโท เปรื่อง เทศสอาด ชายที่ ๓ ชื่อ ทองโปร่ง หญิงที่ ๔ ชื่อ ทองโปรย ชายที่ ๕ ยังไม่มีชื่อ หญิงที่ ๖ ชื่อ สมบุญ บุตรธิดาเหล่านี้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว นางเปี่ยม เทศสอาด เป็นผู้ประกอบด้วยวัตตจริยาสัมมา<noinclude></noinclude> dpmxv1k0fkrx1btia65q5pw6t1h27do อธิบายเครื่องบูชา 0 50077 290596 156308 2026-06-13T22:11:51Z Kapsikino 12160 290596 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2471 | author = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ประเพณีไทย | commonscat = Athibai Khrueangbucha }} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" from="4" to="18"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="19"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="20"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="21"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="22"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="23"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="24"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="25"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="26"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="27"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="28"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="29"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="30"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} hha068q6qj5he3xe116n5m7l2pdoah6 290597 290596 2026-06-13T22:12:29Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)]] ไปยัง [[อธิบายเครื่องบูชา]]: เปลี่ยนชื่อ 290596 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2471 | author = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/ความเรียง | portal = ประเพณีไทย | commonscat = Athibai Khrueangbucha }} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" from="4" to="18"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="19"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="20"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="21"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="22"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="23"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="24"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="25"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="26"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="27"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="28"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="29"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="30"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} hha068q6qj5he3xe116n5m7l2pdoah6 อธิบายเครื่องบูชา (2471)/คำนำ 0 50078 290595 156311 2026-06-13T22:10:35Z Kapsikino 12160 290595 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง <!-- ข้อมูลหลัก --> | ชื่อ = [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)|อธิบายเครื่องบูชา]] | ปี = | เขียนทับปี = พ.ศ. 2471 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = <!-- คำนำ --> | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)|หน้าต้น]] | ถัดไป = [[../อธิบาย/]] | หมายเหตุ = <!-- ข้อมูลย่อย (สำหรับจัดระเบียบหรือเชื่อมโยงไปหน้าอื่น) --> | หมวดหมู่ = | แก้กำกวม = | รุ่น = | สถานีย่อย = | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = | วิกิพีเดีย = | คอมมอนส์ = | หมวดหมู่คอมมอนส์ = | วิกิคำคม = | วิกิข่าว = | วิกิพจนานุกรม = | วิกิตำรา = | วิกิห้องสมุด = | วิกิสนเทศ = | วิกิท่องเที่ยว = | วิกิวิทยาลัย = | วิกิสปีชีส์ = | เมทา = }} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="2"/> g42su0pki325e08es3zc46orh618onh อธิบายเครื่องบูชา (2471)/อธิบาย 0 50079 290594 156310 2026-06-13T22:10:30Z Kapsikino 12160 290594 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง <!-- ข้อมูลหลัก --> | ชื่อ = [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)|อธิบายเครื่องบูชา]] | ปี = | เขียนทับปี = พ.ศ. 2471 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../คำนำ/]] | ถัดไป = [[../รูป/]] | หมายเหตุ = <!-- ข้อมูลย่อย (สำหรับจัดระเบียบหรือเชื่อมโยงไปหน้าอื่น) --> | หมวดหมู่ = | แก้กำกวม = | รุ่น = | สถานีย่อย = | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = | วิกิพีเดีย = | คอมมอนส์ = | หมวดหมู่คอมมอนส์ = | วิกิคำคม = | วิกิข่าว = | วิกิพจนานุกรม = | วิกิตำรา = | วิกิห้องสมุด = | วิกิสนเทศ = | วิกิท่องเที่ยว = | วิกิวิทยาลัย = | วิกิสปีชีส์ = | เมทา = }} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" from="4" to="18"/> ---- {{รกออ}} 6md2sm8kovfdkhqs68j6yuuvtercem4 อธิบายเครื่องบูชา (2471)/รูป 0 50080 290593 156312 2026-06-13T22:10:26Z Kapsikino 12160 290593 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง <!-- ข้อมูลหลัก --> | ชื่อ = [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)|อธิบายเครื่องบูชา]] | ปี = | เขียนทับปี = พ.ศ. 2471 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../อธิบาย/]] | ถัดไป = | หมายเหตุ = <!-- ข้อมูลย่อย (สำหรับจัดระเบียบหรือเชื่อมโยงไปหน้าอื่น) --> | หมวดหมู่ = | แก้กำกวม = | รุ่น = | สถานีย่อย = | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = | วิกิพีเดีย = | คอมมอนส์ = | หมวดหมู่คอมมอนส์ = | วิกิคำคม = | วิกิข่าว = | วิกิพจนานุกรม = | วิกิตำรา = | วิกิห้องสมุด = | วิกิสนเทศ = | วิกิท่องเที่ยว = | วิกิวิทยาลัย = | วิกิสปีชีส์ = | เมทา = }} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="19"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="20"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="21"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="22"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="23"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="24"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="25"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="26"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="27"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="28"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="29"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเครื่องบูชา - ดำรง - ๒๔๗๑.pdf" include="30"/> 61w6c3yx6x6x7grcgo7h3rp07dib82t ดัชนี:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf 252 51068 290668 183269 2026-06-14T06:52:32Z Kapsikino 12160 290668 proofread-index text/x-wiki {{:MediaWiki:Proofreadpage_index_template |ประเภท=หนังสือ |ชื่อ=[[บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ|บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล]] |ภาษา=th |เล่ม= |ผู้สร้างสรรค์={{ลผส|หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} |ผู้แปล= |บรรณาธิการ= |ผู้วาดภาพประกอบ= |สถานศึกษา= |ผู้เผยแพร่={{ลสย|โรงพิมพ์รุ่งนคร}} พิมพ์; ที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพนางอนุพงศ์จักรพรรดิ (เป้า วินทวามร) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม 19 กรกฎาคม 2493 |สถานที่=พระนคร |ปี=2493 |รหัส= |ISBN= |OCLC= |LCCN= |BNF_ARK= |ARC= |จากวารสาร= |ที่มา=pdf |ภาพ=1 |ความคืบหน้า=V |การผสานหน้า=yes |วันที่ตรวจสอบเนื้อหาเสร็จสมบูรณ์= |หน้า=<pagelist 1to53 = thai 1to6 = - 7 = 1 /> |ชุดเล่ม= |จำนวน= |หมายเหตุ= |Width= |Css= |Header={{หสล|{{{pagenum}}}}} |Footer= }} [[หมวดหมู่:ดัชนีประวัติศาสตร์]] f57no8pqa91me3fhl0jgoua0jfb4gff หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/6 250 51069 290645 183164 2026-06-14T06:28:32Z Kapsikino 12160 290645 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" /></noinclude>{{ก|สารบาญ|140}} {{บทสป|๑.|{{ตลล|ส-a1|เรื่อง หลักการเรียนพงศาวดาร|a1}}|๑}} {{บทสป|๒.|{{ตลล|ส-a2|เรื่อง สร้างกรุงศรีอยุธยา|a2}}|๒}} {{บทสป|๓.|{{ตลล|ส-a3|เรื่อง คำว่า "มหาราช"|a3}}|๕}} {{บทสป|๔.|{{ตลล|ส-a4|เรื่อง ขุนหลวงตากเป็นบ้าหรือ?|a4}}|๗}} {{บทสป|๕.|{{ตลล|ส-a5|เรื่อง "เงินตราสยาม"|a5}}|๙}} {{บทสป|๖.|{{ตลล|ส-a6|เรื่อง เฟี้สคิงและสกันด์คิง|a6}}|๑๓}} {{บทสป|๗.|{{ตลล|ส-a7|เรื่อง ศาลาหทัยสมาคม|a7}}|๑๗}} {{บทสป|๘.|{{ตลล|ส-a8|เรื่อง พุทธศาสนามหายานและหีนยาน|a8}}|๑๙}} {{บทสป|๙.|{{ตลล|ส-a9|เรื่อง มนุษย์พวกจาม|a9}}|๒๐}} {{บทสป|๑๐.|{{ตลล|ส-a10|เรื่อง สร้างวัดเชตุพน|a10}}|๒๓}} {{บทสป|๑๑.|{{ตลล|ส-a11|เรื่อง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย|a11}}|๒๕}} {{บทสป|๑๒.|{{ตลล|ส-a12|เรื่อง ยิงปืนบอกเวลา|a12}}|๒๖}} {{บทสป|๑๓.|{{ตลล|ส-a13|เรื่อง สวมเสื้อเข้าเฝ้า|a13}}|๒๗}} {{บทสป|๑๔.|{{ตลล|ส-a14|เรื่อง การสร้างพระโต|a14}}|๒๘}} {{บทสป|๑๕.|{{ตลล|ส-a15|เรื่อง กรมนาฬิกาและทุ่มโมง|a15}}|๒๙}} {{บทสป|๑๖.|{{ตลล|ส-a16|เรื่อง ฝิ่นเมืองเชียงตุง|a16}}|๓๗}} {{บทสป|๑๗.|{{ตลล|ส-a17|เรื่อง หลักเมือง|a17}}|๓๙}} {{บทสป|๑๘.|{{ตลล|ส-a18|เรื่อง พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ฯลฯ|a18}}|๔๐}} {{บทสป|๑๙.|{{ตลล|ส-a19|เรื่อง สถานที่ประหารชีวิตในกรุงเทพฯ|a19}}|๔๒}} {{บทสป|๒๐.|{{ตลล|ส-a20|เรื่อง พระพิมพ์ดินดิบและดินเผา|a20}}|๔๒}} {{บทสป|๒๑.|{{ตลล|ส-a21|เรื่อง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ|a21}}|๔๔}} {{บทสป|๒๒.|{{ตลล|ส-a22|เรื่อง วัดสุวรรณดาราราม|a22}}|๔๕}} {{บทสป|๒๓.|{{ตลล|ส-a23|เรื่อง ทำนาท้องสนามหลวง|a23}}|๔๖}} {{บทสป|๒๔.|{{ตลล|ส-a24|เรื่อง พระนิรันตรายและพระนิโรคันตราย|a24}}|๔๖}}<noinclude></noinclude> mhhmlwr1ix139hk4bbegxn32xp0h2lx หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/13 250 51070 290649 159400 2026-06-14T06:30:53Z Kapsikino 12160 290649 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ข|๗}}</noinclude><section begin="13-1" />ยินยอมเพราะเขาเห็นว่าเป็นจริง พระเจ้าแผ่นดินเชียงใหม่มักเรียกกันว่า "มหาราช" ที่สำคัญก็มีท้าวลกและท้าวบุญเป็นต้น <section end="13-1" /> <section begin="13-2" />{{ลห|a4|เรื่อง ขุนหลวงตากเป็นบ้าหรือ?|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' เนื่องด้วยมีผู้เขียนบทความลงในหนังสือต่าง ๆ อันเกี่ยวกับขุนหลวงตากเนือง ๆ ข้อความสำคัญอยู่ที่ว่า ทรงมีพระสติปกติดีอยู่ทุกประการ ซึ่งตรงข้ามกับหลักฐานอันมีในพระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุ และวรรณคดีที่เขียนขึ้นในครั้งนั้น จึงทูลถามเพื่อขอประทานพระดำริ '''ปัญหา''' เรื่องขุนหลวงตากนั้นไปอย่างไรมาอย่างไรกัน ทำไมจึงมาเป็นเรื่องใหญ่โตกันนัก '''ตอบ''' เรื่องขุนหลวงตากนี้เป็นเรื่องที่น่าเอาใจใส่ นักปราชญ์สมัยใหม่กำลังปรักปรำราชวงศ์จักรี แต่ไม่มีอะไรจะว่า นอกจากจะว่า ขุนหลวงตากไม่บ้า และเพื่อชี้ให้คนเห็นว่า พระพุทธยอดฟ้าฯ เป็นกบฏต่อขุนหลวงตาก ว่าตามตริง ในการที่เขียนเรื่องขุนหลวงตากในพงศาวดารเรารบกับพะม่าครั้งกรุงธนบุรีนั้น ได้พยายามให้ความยุตติธรรมแก่ขุนหลวงตากอย่างเต็มที่ อันใดที่จะชี้ให้เห็นถึงคุณงามความดีของขุนหลวงตากแล้ว ก็ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาให้จนหมดสิ้น ได้พยายามเขียนให้จนสุดฝีมือ ไม่มีที่สงสัยเลยที่ว่าขุนหลวงตากจะไม่บ้า บ้าแน่ ๆ แต่ผู้ก่อการจลาจลนั้นเป็นพระยาสรรค์ชาวเมืองธนฯ เอง พระพุทธยอดฟ้าฯ เป็นเพียงผู้มาปราบการจลาจล และมาพบขุนหลวงตากในสภาวะเช่นว่า ก็ไม่รู้จะทำประการใด เพราะราษฎร ขุนนาง และข้าราชการลงความเห็นให้ปลงพระชนม์ ทั้งขณะนั้น ศึกพะม่าก็<section end="13-2" /><noinclude></noinclude> egrcu3gpvj5rnggcgp4i96u4xwb586e หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/1 250 51072 290643 159402 2026-06-14T06:26:39Z Kapsikino 12160 290643 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" /></noinclude>{{ก|บันทึกรับสั่ง|140}} {{ก|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพฅ120}} {{ก|ประทาน}} {{ก|''หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล''}}<noinclude></noinclude> 534i88v9n95ctqszchvtkyyyzo6e1k6 290644 290643 2026-06-14T06:26:48Z Kapsikino 12160 290644 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" /></noinclude>{{ก|บันทึกรับสั่ง|140}} {{ก|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|120}} {{ก|ประทาน}} {{ก|''หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล''}}<noinclude></noinclude> 17ir647cfqh2ht599ewdvv6b3vj6qf2 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/7 250 51077 290646 183194 2026-06-14T06:29:11Z Kapsikino 12160 290646 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" /></noinclude>{{ลห|a1|เรื่อง หลักการเรียนพงศาวดาร|140}} {{สต|7em}} {| |-style="vertical-align:top;" | |width=10em| |style="text-align:right;"|ปัญหา |width=10em| |การเรียนพงศาวดารควรยึดหลักอะไรเป็นเครื่องประกอบ? |-style="vertical-align:top;" | | |style="text-align:right;"|ตอบ |width=10em| |หลักการเรียนพงศาวดารต้องประกอบด้วยองค์สาม คือ ตัวการ เหตุ และผล |- | |-style="vertical-align:top;" |style="text-align:right;"|ตัวอย่าง | |style="text-align:right;"|ตัวการ | |ขุนหลวงตากสร้างกรุงธนบุรี |-style="vertical-align:top;" | | |style="text-align:right;"|เหตุ | |เหตุไฉนขุนหลวงตากจึงตั้งราชธานีที่เมืองธนบุรี ไม่ไปตั้งที่อื่น เช่น ที่สุโขทัย อยุธยา หรือราชบุรี เพ็ชรบุรี? |-style="vertical-align:top;" | | |style="text-align:right;"|ผล | |เมื่อขุนหลวงตากตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว ได้ผลอย่างไร เป็นคุณหรือโทษ? |-style="vertical-align:top;" | | | | |ต้องคิดให้ครบ ๓ ข้อ จึงเรียกได้ว่า ความรู้ |- | |-style="vertical-align:top;" |style="text-align:right;"|ตัวอย่าง | |style="text-align:right;"|ตัวการ | |พระพุทธยอดฟ้าเสวยราชย์ ย้ายมาตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ |-style="vertical-align:top;" | | |style="text-align:right;"|เหตุ | |เหตุไรพระพุทธยอดฟ้าไม่เอาเมืองธนฯ เป็นราชธานีเหมือนขุนหลวงตาก? |-style="vertical-align:top;" | | |style="text-align:right;"|ผล | |การที่พระพุทธยอดฟ้ามาตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีนั้นมีผลดีผลร้ายผิดกับเมืองธนฯ เป็นราชธานีด้วยประการอย่างไรบ้าง? |-style="vertical-align:top;" | | | | |ถ้าเรียนครบ ๓ บท จึงเรียกว่า รู้. |- |}<noinclude></noinclude> thfybrzobkzfs4apl1rhodhhmd5ase3 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/50 250 51078 290665 159426 2026-06-14T06:51:28Z Kapsikino 12160 290665 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ซ|๔๔}}</noinclude>{{ลห|a21|เรื่อง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' ได้อ่านในพงศาวดารพะม่าที่พะม่าเขียนก็ดี ที่ฝรั่งเขียนก็ดี ที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงแต่งก็ดี รู้สึกว่า เรื่องการเสียกรุงศรีอยุธยานั้นน่าจะเป็นเสีย ๓ ครั้ง คือ ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิอีกครั้งหนึ่ง ถึงกับถูกจับไปเมืองพะม่า แต่ที่ทรงพระนิพนธ์ไว้ในเรารบพะม่าว่า เสีย ๒ ครั้ง และว่า ออกบวชแทนถูกจับ เรื่องนี้ทรงตัดสินอย่างไร เพราะเหตุผลต่าง ๆ น่าจะเป็นเสีย ๓ ครั้งมากกว่า ๒ ครั้ง? '''ตอบ''' สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระเจ้าช้างเผือกนั้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดีจริง ๆ สู้ศึกรักษาบ้านเมือง ทำอย่างดีที่สุด สุดฝีมือที่จะกระทำได้ ไม่เป็นคนเห็นแต่ตัว เห็นแก่ประโยชน์บ้านเมืองเป็นใหญ่ แต่เป็นคนเคราะห์ร้าย ตรงข้ามกับพระเจ้าบรมโกศ ด้วยเหตุที่พะม่าครั้งนั้นเข้มแข็งเสียเหลือเกิน ได้สู้พะม่าจนสุดฝีมือ เสียลูก เสียเมีย เสียเมือง และในที่สุดก็ถูกจับไปเป็นชะเลยพะม่า และกลับมาสู้ศึกอีก สู้จนตัวตายในระหว่างศึก เรื่องพระมหาจักรพรรดินี้ในพงศาวดารของเราผิดอยู่มาก เพราะหลังจากสงครามช้างเผือกแล้ว พะม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปไว้เมืองพะม่าด้วย ได้สร้างพระราชมณเฑียรให้ประทับที่เมืองหงศาวดี บวชแล้วก็อนุญาตให้กลับเมืองไทย ตอนนี้คือที่เปลี่ยนแผ่นดินอีกครั้ง ในพงศาวดารพะม่า เรื่องราวทางพะม่าต้องกันทั้งสิ้น แย้งกับพงศาวดารของเรา ของเรานั้น ตอนนี้ฟังดูขัด ๆ อยู่ ไทยเราพลาดถนัดในเรื่องนี้ ที่เขียนในหนังสือเรารบพะม่าตอนนี้ก็ผิด ทำให้<noinclude></noinclude> a8dn8yslwcolkjq2dcl12bqvkl7elge หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/51 250 51079 290666 183235 2026-06-14T06:51:38Z Kapsikino 12160 290666 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="YURi" />{{ข|๔๕}}</noinclude><section begin="51-1" />คนเข้าใจผิดไปเป็นอันมาก จะแก้ก็ไม่มีเวลาเสียแล้ว ขอยกให้เป็นมรดกตกทอดถึงเธอต่อไป <section end="51-1" /> <section begin="51-2" />{{ลห|a21|เรื่อง วัดสุวรรณดาราราม|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' รูปภาพพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรในพระวิหารวัดสุวรรณดาราราม พระนครศรีอยุธยานั้น เขียนตามภาพเดิมที่มีอยู่ที่วัดยมร้างเมื่อครั้งกระโน้นใช่หรือไม่ หรือเขียนจากความนึกคิดใหม่ ใช้สิ่งใดยึดเป็นหลัก? '''ตอบ''' รูปภาพในพระวิหารวัดสุวรรณดารารามนั้น พระยาอนุสาสน์จิตรกรเป็นผู้เขียน ไม่ได้เขียนตามภาพของเดิมที่วัดยมร้าง เป็นการเขียนขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยได้ปฤกษามายังราชบัณฑิตยสภา ราชบัณฑิตยสภาออกความเห็นให้เขียน กะให้เขียนเป็นช่อง ๆ เป็นเรื่อง ๆ โดยยึดเอาพระราชพงศาวดารเป็นหลัก กะให้เขียนเป็นช่อง ๆ เป็นเรื่อง ๆ โดยยึดเอาพระราชพงศาวดารเป็นหลัก ได้ใช้เค้าเดิมบ้าง เช่น รูปยุทธหัตถี แต่เอาพระคชาธารออกเสีย ด้วยเหตุที่การรบบนหลักช้าง ถ้ามีพระคชาธาร ก็ดูเกะกะผิดวิสัย ผู้รบคือกษัตริย์ต้องนั่งบนคอช้างอย่างรูปนั้นจึงจะถูก รูปนี้เป็นรูปใหญ่อยู่ทางด้านหุ้มกลอง วัดสุวรรณดารารามนี้เป็นวัดต้นสกุลของเรา พระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ทรงสร้างกันตลอดมา พระพุทธยอดฟ้าฯ สร้างพระอุโบสถ พระนั่งเกล้าฯ สร้างกุฏิถวายพระพุทธเลิศหล้าฯ พระองค์เองทรงสร้างการเปรียญ พระจอมเกล้าสร้างพระเจดีย์ พระพุทธเจ้าหลวงมาต่อพระวิหารที่พระจอมเกล้าสร้างไว้จนเสร็จ รูปภาพดังว่าก็เขียนซ่อมใหม่ในรัชกาลพระปกเกล้าฯ <section end="51-2" /><noinclude></noinclude> 9k8udhe8gxtd7vzuoydv6949gu0p40d บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ 0 51081 290610 183238 2026-06-14T06:18:37Z Kapsikino 12160 290610 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | year = 2493 | author = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/หน้าที่ย่อชื่อหน้า | portal = ประวัติศาสตร์โลก/เรื่องปกิณกะ | related_author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="5"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="6"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="7"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="8" to="10"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="11" to="13" tosection="13-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="13" fromsection="13-2" to="14"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="15" to="19" tosection="19-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="19" fromsection="19-2" to="23" tosection="23-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="23" fromsection="23-2" to="25" tosection="25-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="25" fromsection="25-2" to="26" tosection="26-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="26" fromsection="26-2" to="29" tosection="29-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="29" fromsection="29-2" to="31" tosection="31-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="31" onlysection="31-2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="32" to="33" tosection="33-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="33" fromsection="33-2" to="34" tosection="34-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="34" fromsection="34-2" to="35" tosection="35-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="35" fromsection="35-2" to="43" tosection="43-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="43" fromsection="43-2" to="44"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="45" to="46" tosection="46-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="46" fromsection="46-2" to="47"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="48" onlysection="48-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="48" fromsection="48-2" to="49"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="50" to="51" tosection="51-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="51" onlysection="51-2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="52" onlysection="52-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="52" fromsection="52-2" to="53"/> {{ลมท}} syn2wxew6p5sjazkq2jfagsto48811r 290611 290610 2026-06-14T06:19:42Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล]] ไปยัง [[บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ]]: เปลี่ยนชื่อ 290610 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | year = 2493 | author = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = หนังสืองานศพ/หน้าที่ย่อชื่อหน้า | portal = ประวัติศาสตร์โลก/เรื่องปกิณกะ | related_author = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="4"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="5"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="6"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="7"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="8" to="10"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="11" to="13" tosection="13-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="13" fromsection="13-2" to="14"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="15" to="19" tosection="19-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="19" fromsection="19-2" to="23" tosection="23-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="23" fromsection="23-2" to="25" tosection="25-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="25" fromsection="25-2" to="26" tosection="26-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="26" fromsection="26-2" to="29" tosection="29-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="29" fromsection="29-2" to="31" tosection="31-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="31" onlysection="31-2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="32" to="33" tosection="33-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="33" fromsection="33-2" to="34" tosection="34-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="34" fromsection="34-2" to="35" tosection="35-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="35" fromsection="35-2" to="43" tosection="43-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="43" fromsection="43-2" to="44"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="45" to="46" tosection="46-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="46" fromsection="46-2" to="47"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="48" onlysection="48-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="48" fromsection="48-2" to="49"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="50" to="51" tosection="51-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="51" onlysection="51-2"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="52" onlysection="52-1"/> {{คหน}} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="52" fromsection="52-2" to="53"/> {{ลมท}} syn2wxew6p5sjazkq2jfagsto48811r บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 1 0 51082 290613 183193 2026-06-14T06:20:48Z Kapsikino 12160 290613 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../|หน้าต้น]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 2/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="7"/> pwktbc47gf1k0rv0fkr1czh0klaww9z 290614 290613 2026-06-14T06:21:01Z Kapsikino 12160 290614 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../|หน้าต้น]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 2/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="7"/> ghwx6abkj8fmcdexr4f9e6jtyfss806 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 4 0 51083 290617 183211 2026-06-14T06:21:37Z Kapsikino 12160 290617 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 3/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 5/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="13" fromsection="13-2" to="14"/> 63c5bqkckda1xaq5nchrkp8wk55tutk บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 22 0 51084 290639 183234 2026-06-14T06:25:12Z Kapsikino 12160 290639 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 21/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 23/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="51" onlysection="51-2"/> 7d75mie9naiv9o3u7twxs8z1m0bh35w บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 21 0 51085 290638 183260 2026-06-14T06:25:01Z Kapsikino 12160 290638 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 20/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 22/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประวัติศาสตร์ไทย/ประเทศพม่า }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="50" to="51" tosection="51-1"/> hq0eaqvqvad74cpq2getpe4gvmm0u10 ตำนานพระปริต 0 54754 290609 228819 2026-06-14T06:06:00Z Kapsikino 12160 290609 wikitext text/x-wiki {{ชื่อคล้าย|ตำนานพระปริตร}} {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2472 | author = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = ความเรียง | portal = ปริตร }} <pages index="ตำนานพระปริตร - ดำรง - ๒๔๖๒.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานพระปริตร - ดำรง - ๒๔๖๒.pdf" from="3" to="4"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานพระปริตร - ดำรง - ๒๔๖๒.pdf" include="5"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานพระปริตร - ดำรง - ๒๔๖๒.pdf" from="6" to="34"/> {{คหน}} <pages index="ตำนานพระปริตร - ดำรง - ๒๔๖๒.pdf" include="35"/> ---- {{รกออ}} {{ลมท}} knhjptcwudqigjj1ok77zdyovqael3z ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง/เรื่อง 1 0 54812 290671 180992 2026-06-14T07:12:35Z Kapsikino 12160 290671 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{ฉบับอื่น|การอำนวยพร}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2470 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = 1. การอำนวยพร | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../|หน้าต้น]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 2/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = จิตวิทยา }} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="2" to="11"/> 6q32hawdn811rd22k1m5ism41rearwz ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง/เรื่อง 2 0 54813 290672 180993 2026-06-14T07:12:46Z Kapsikino 12160 290672 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2470 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = 2. เทศกาลพระบาท | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 1/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 3/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประเพณีไทย }} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="12" to="36"/> ---- {{รกออ}} mph89uoxj2rnmqjd97y450y0miwzgf8 ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง/เรื่อง 3 0 54814 290673 180994 2026-06-14T07:13:02Z Kapsikino 12160 290673 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2470 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = 3. คำอธิบาย เรื่อง เจ้าคุณประตู ดิน | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 2/]] | ถัดไป = | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประวัติศาสตร์ไทย }} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" include="37"/> {{คหน}} <pages index="เรื่องเบ็ดเตล็ด ๓ เรื่อง - ดำรง - ๒๔๗๐.pdf" from="38" to="45"/> k2yb54q3rqw6nbb6spsbn7004mbxcy8 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/52 250 54882 290667 172934 2026-06-14T06:51:54Z Kapsikino 12160 290667 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๔๖}}</noinclude><section begin="52-1" />{{ลห|a22|เรื่อง ทำนาท้องสนามหลวง|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' เคยทราบว่า ที่ท้องสนามหลวงนั้นเป็นที่นามาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เหตุไรจึงมาทำนากันกลางเมืองเช่นนั้น. '''ตอบ''' ท้องสนามหลวงมีเรื่องขบขันอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ทำนากันทุกปี การทำนากันกลางพระนครคิดถอยขึ้นไปดูว่า ทำไมจึงมาทำกันริมวังอย่างนั้น ไปพบแบบอย่างในเรื่องมหานิบาต เรื่อง พระมโหสถ ว่า มีข้าศึกมาล้อมพระนคร ประสงค์จะให้อดข้าว พระมโหสถเป็นบัณฑิต เอาข้าวลงปลูกในกระบอก ต้นข้าวขึ้นสูง ๆ ส่งไปให้ข้าศึกว่า ในเมืองปลูกข้าวได้อย่างนี้ ไม่มีวันอด ข้าศึกเห็นไม่สมประสงค์ จึงเลิกทัพกลับไป ที่ทำนาริมวัง คือ ที่ท้องสนามหลวงนั้น คงได้เค้ามาจากเรื่องพระมโหสถ แต่ข้อสำคัญนั้น หวังจะอวดพวกญวนซึ่งคุกคามไทยอยู่ในสมัยนั้นให้เห็นว่า ไทยอุดมสมบูรณ์ มีการทำนากระทั่งกลางพระนคร <section end="52-1" /> <section begin="52-2" />{{ลห|a23|เรื่อง พระนิรันตรายและพระนิโรคันตราย|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' พระพุทธรูปนิรันตรายนั้นมีเรื่องอย่างไร จึงประดิษฐานอยู่ในวัดธรรมยุติกายทุกวัด '''ตอบ''' ในรัชกาลที่ ๔ มีผู้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำองค์หนึ่ง เป็นพระสมัยอมราวดี ที่ดงศรีมหาโพธิ กรมการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย{{วว}}<section end="52-2" /><noinclude></noinclude> b6tcw3obg09y1njfrnhku7tmfpia70q หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/46 250 54884 290663 172946 2026-06-14T06:51:01Z Kapsikino 12160 290663 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๔๐}}</noinclude><section begin="46-1" />เวียงจัน และให้ถอนหลักเมืองเสีย กิริยาที่ถอนหลักเมืองนั้น เขาจะมีตำหรับตำราถือว่า เลิกเมืองต้องถอนหลังเมืองหรืออย่างไร ไม่พบหลักฐาน มีแต่ในพงศาวดารว่า ทำอย่างนั้น ขันอยู่ หลักเมืองนครราชสีมาเป็นหลักไม้ ไม่มีใครกล้ายก ตั้งแต่เจ้าอนุฯ ถอน ก็เอาหลักเมืองนอนไว้ที่ศาลอย่างนั้น และก็บูชากันทั้งนอน ๆ จนฉันมาเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ไปตรวจราชการก่อสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา ไปพบเข้าเห็นนอนอยู่ จึงให้ทำพิธียกขึ้นอย่างเดิม หลักเมืองนครราชสีมาตั้งมาณบัดนี้ เมื่อพระพุทธยอดฟ้าฯ ข้ามฟากมาจากธนบุรี สิ่งแรกที่กระทำ คือ ตั้งหลักเมือง คิดดูด้วยปัญญาก็เห็นเป็นการสมควร เป็นยุตติได้แน่นอนว่า จะตั้งเมืองที่ตรงนี้ ถ้าไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมาย ความไม่แน่ก็คงมี อาจเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายได้ ที่ปักไปแล้วคนเป็นใจด้วยทุกคน อนึ่ง ควรสังเกตไว้ด้วยว่า การตั้งเมืองใหญ่มีของสองอย่างกำกับกัน คือ หลักเมือง และพระบรมธาตุ <section end="46-1" /> <section begin="46-2" />{{ลห|a18|พระสยามเทวาธิราช<br>พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ฯลฯ|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าเจตคุปต์ และพระสยามเทวาธิราช มีเรื่องราวอย่างไร '''ตอบ''' พระเสื้อเมือง ทรงเมือง และเจ้าเจตคุปต์นั้นยังไม่พบในตำรา เข้าใจว่า เป็นเทวดารักษาราชธานี เจตคุปต์นั้นว่า เป็นชื่อสันสกฤต ดูเหมือนจะเป็นสมุหบัญชีของพระยายม มูลเดิมจะมาแต่เทพเจ้าองค์ใด<section end="46-2" /><noinclude></noinclude> 78lza5e2xnhxnjpnm94q0un8lirik2c หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/48 250 54886 290664 183232 2026-06-14T06:51:17Z Kapsikino 12160 290664 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๔๒}}</noinclude><section begin="48-1" />{{ลห|a19|เรื่อง สถานที่ประหารชีวิตในกรุงเทพฯ|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' สถานที่ประหารชัวิตนักโทษในกรุงเทพฯ นี้ ก่อนที่จะใช้บางขวางเป็นที่ประหาร เคยใช้ที่ใดมาก่อนบ้าง? '''ตอบ''' การประหารชีวิตนั้น แต่เดิมครั้งสร้างกรุง ดูเหมือนจะเป็นที่วัดสำเพ็ง คือ วัดปทุมคงคา ข้อนี้มีหลักอยู่ บาดหลวงไปสร้างวัดที่ห้างเคียมฮั่วเฮง เรียกว่า คัลวารี่ (Calvary) หรือที่เรียกกันว่า วัดกะละหว่า ความจริง คัลวารี่ แลปว่า ที่ที่เอาพระเยซูไปตรึงไม้กางเขน ต่อจากวัดสำเพ็ง ย้ายไปประหารที่วัดมักกะสัน แล้วย้ายมาทางหลังวัดเทพศิรินทร์ ทางวัดโคก แต่ต่อมา ย้ายกลับไปวัดมักกะสันอีก ที่วัดโคกนั้นเคยขี่ม้าไปดู ที่วัดสำเพ็งนั้น ถ้าฆ่าเจ้านายละ ฆ่าที่นั่นมาจนในภายหลัง เช่น หม่อมไกรสร จะเป็นด้วยเหตุไรหาปรากฏไม่ ที่วัดสำเพ็งนี้จึงเป็นที่สำคัญ เพราะแต่ก่อน งานพระบรมศพ พระบรมอัฐิเก็บแล้ว ก่อนที่จะใช้พระอังคารฝังกันนั้น เชิญลงเรือบุษบก เรือศรี แห่มีกลองชะนะเต็มที่ไปถึงที่วัดสำเพ็ง แล้วก็เอาพระอังคารลงลอยที่นั่น และถ้าช้างเผือกตายก็เช่นเดียวกัน เขาเอาผ้าขาวห่อช้างตาย มีเรือดั้งเรือกันแห่ลากไปถ่วงที่วัดสำเพ็งเหมือนกัน <section end="48-1" /> <section begin="48-2" />{{ลห|a20|เรื่อง พระพิมพ์ดินดิบดินเผา|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' พระพิมพ์ที่เห็นมีอยู่ทุกวันนี้ เหตุไรจึงมีทั้งดินดิบและดินเผา? {{มปก}}<section end="48-2" /><noinclude></noinclude> eum4xji7xppof2lkqogih1q2n2ceao4 ผู้สร้างสรรค์:หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล 102 54889 290642 187529 2026-06-14T06:26:07Z Kapsikino 12160 290642 wikitext text/x-wiki {{ผู้สร้างสรรค์ | ชื่อต้น = หม่อมราชวงศ์ | ชื่อท้าย = สุมนชาติ สวัสดิกุล | ชื่อย่อ = ส | เรียงชื่อ = yes | ศักราช = พ.ศ. | ปีเกิด = 2453 | ปีตาย = 2507 | รูป = | บรรยายรูป = {{PAGENAME}} | ตั้งตรง = | อธิบาย = ศาสตราจารย์คณะอักษรศาสตร์ {{ลสย|จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย}} }} ==งาน== * {{ลปง|บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ||2493|แสดง=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} * {{ลปง|ประวัติของพระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป)||2507}} {{ลฟใน|ประวัตินาคะประทีป - ๒๕๐๗.pdf}} * {{ลปง|สุมนชาตินิพนธ์||2507}} {{ลฟใน|นิพนธ์ - สุมนชาติ สวัสดิกุล - ๒๕๐๗.pdf}} {{ลมท}} {{authority control}} [[หมวดหมู่:ผู้สร้างสรรค์ที่เป็นชาวไทย]] [[หมวดหมู่:ข้าราชการ]] [[หมวดหมู่:นักการศึกษา]] pw6rrnp811pid3kvzwlxwq78z0k33px หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/43 250 55028 290661 173436 2026-06-14T06:49:46Z Kapsikino 12160 290661 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๓๗}}</noinclude><section begin="43-1" />ตามหนังสือของเธอนั้น หนักไปในทางกฎหมาย อันกฎหมายนั้นก็เป็นหนังสือแต่งซึ่งเก็บเอาข้อบังคับต่าง ๆ มารวมต่อกันเข้าเหมือนกัน ย่อมแต่งกันหลายเจ้าของด้วย จึงเรียกไปต่างกันว่า เป็นกฎหมายฉะบับนั้นฉะบับนี้ ลางข้อต้องกันก็มี ไม่ต้องกันก็มี สุดแต่ผู้รวบรวมจะพบเข้า ข้อเหล่านั้นข้อใดไม่ใช้ ก็ไม่ได้บอกยกเลิกไว้ ก็ต้องขัดกันอยู่เองเป็นธรรมดา ข้อที่เก็บมารวมกันเข้านั้น ไม่ใช่จำเพาะแต่ข้อบังคับในบ้านเรา แม้เป็นข้อบังคับทางต่างประเทศก็เก็บเอามา จะเห็นได้ในตอนต้นกฎหมายมี "พระธรรมศาสตร์" นั้นเป็นข้อบังคับที่คัดมาจากอินเดีย และข้อความซึ่งคัดมาจากต่างประเทศนั้น อะไรที่เข้ากับเราได้ ก็เอาไว้ ที่เข้าไม่ได้ ก็แก้เปลี่ยนไป แม้ข้อความใดซึ่งเวลาโน้นเข้ากับเราได้ ก็เอาไว้ แต่ทีหลัง ประเพณีเราเปลี่ยนไป ก็แก้แซกเข้า เก่าก็ไม่บอกยก ลางฉบับที่ไม่ได้ใช้ ก็ไม่ได้แก้ ถ้าจะดูหนังสือ ก็มีแต่ยุ่ง จะติผู้เขียน ก็ไม่ถนัด เพราะผู้เขียนจะรู้กฎหมายไปทุกฉบับ ย่อมไม่ได้อยู่เอง ในการที่เราจะแปลคำในกฎหมาย ก็ย่อมขัดข้องอยู่เหมือนกัน ด้วยข้อบังคับเก่าตามประเพณีและถ้อยคำซึ่งใช้เข้าใจกันอยู่ในเวลาโน้นลงมาถึงเวลานี้ ก็เปลี่ยนไปหมด เราเป็นคนทุกวันนี้ จะแปลคำครั้งกระโน้น ย่อมไม่ได้อยู่เอง ได้แต่เดา ก็ย่อมผิดบ้างถูกบ้างเป็นธรรมดา ตามที่เธอตั้งใจจะปรึกษา อาว์ก็มีความเห็นที่จะบอกได้แต่เพียงเท่านี้ {{ข|''นริศ''|4em}} <section end="43-1" /> <section begin="43-2" />{{ลห|a16|เรื่อง ฝิ่นเมืองเชียงตุง|140}} {{สต|7em}} เหตุที่จะทรงเล่าเรื่องนี้ เนื่องมาจากทรงปรารภเรื่องการทำฝิ่นว่า เมืองเชียงตุงเป็นเมืองฝิ่น และฝิ่นเมืองเชียงตุงนั้นเข้ามาเมืองไทยช้านานแล้ว {{มปก}}<section end="43-2" /><noinclude></noinclude> cm4c5ovs9cqhud3870pgwx3l0rijn70 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/45 250 55032 290662 173450 2026-06-14T06:50:52Z Kapsikino 12160 290662 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๓๙}}</noinclude>{{ลห|a17|เรื่อง หลักเมือง|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' ประเพณีการตั้งหลักเมืองนั้นมีมาอย่างไร? '''ตอบ''' หลักเมืองเป็นประเพณีพราหมณ์มีมาแต่อินเดีย ไทยตั้งหลักเมืองขึ้นตามธรรมเนียมพราหมณ์ ที่จะเกิดหลักเมืองนั้นคงเป็นด้วยประชุมชน ประชุมชนนั้นต่างกัน ที่อยู่เป็นหมู่บ้านก็มี หมู่บ้านหลาย ๆ หมู่รวมเป็นตำบล ๆ ตั้งขึ้นเป็นอำเภอ ๆ นั้นเดิมเรียกว่า เมือง เมืองหลาย ๆ เมืองรวมเป็นเมืองใหญ่ ๆ หลาย ๆ เมืองเป็นมหานคร คือ เมืองมหานคร ตัวอย่างหลักเมืองที่มีเก่าที่สุดในสยามประเทศนี้ คือ หลักเมืองศรีเทพในแถบเพ็ชรบูรณ์ ทำด้วยศิลาจารึก อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานบัดนี้ เรียกเป็นภาษาอินเดียในสันสกฤตว่า "ขีนํ" เป็นมคธว่า "อินทขีน" หลักเมืองศรีเทพทำเป็นรูปตาปูหัวเห็ด หลักเมืองชั้นหลังมาก็คงทำด้วยหินบ้างไม้บ้าง หลักที่กรุงเทพฯ ทำด้วยไม้ ได้ตั้งพิธียกหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ เดือนหก ขึ้นสิบค่ำ ฤกษ์เวลาย่ำรุ่งแล้ว ๕๔ นาฑี ตรงกับปีขาล จัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ พ.ศ. ๒๓๒๕ หลักเมืองนี้เดิมมีหลังคาเป็นรูปศาลา มาจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงก่อสร้างและปรับปรุงถาวรวัตถุต่าง ๆ โปรดฯ ให้ยกยอดปรางค์ต่าง ๆ ตามแบบอย่างศาลที่กรุงเก่า และที่ศาลเสื้อเมือง ทรงเมือง ศาลพระกาล และศาลเจตคุปต์ เดิมหลังคาเป็นศาลา ก็โปรดฯ ให้ก่อเป็นปรางค์เหมือนศาลเจ้าหลักเมือง มีเครื่องหมายอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ตำรา พบในพระราชพงศาวดาร เมื่อเจ้าอนุเวียงจันขบถ ตีได้เมืองนครราชสีมา สั่งให้อพยพผู้คนไปเมือง<noinclude></noinclude> 3x61j465m88flwpq0k1om47rm5gdc3k หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/26 250 55033 290654 173455 2026-06-14T06:42:39Z Kapsikino 12160 290654 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๒๐}}</noinclude><section begin="26-1" />หลักฐานง่าย ๆ โดยวิธีบรรพชาที่ใช้กันอยู่ และมาเลิกเสียเมื่อสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส การบรรพชานั้น มหายานกับหีนยานว่าผิดกัน มหายานว่าเป็นสันสกฤต หีนยายว่าเป็นมคธ พระไตรปิฎกมหายานกับหีนยานก็ผิดกันโดยภาษา ที่เรารู้ว่า เราถือทั้งมหายานและหีนยานสองอย่างด้วยกัน ก็คือ วิธีบรรพชาต้องรับไตรสรณคมน์ ในการรับไตรสรณคมน์นี้ แต่ก่อนต้องรับมคธบทหนึ่งและสันสกฤตอีกบทหนึ่งเสมอ ทั้งนี้ เพราะหากว่าเป็นมคธอย่างเดียว พวกมหายานรังเกียจ ต้องว่าสันสกฤตอีกบทหนึ่งจึงจะได้ เป็น พุทธัม ธัมมัม สังฆัม ฯลฯ การให้ส่วนบุญกันเป็นคติมหายาน หีนยานให้ไม่ได้ บุญของใคร ๆ ทำก็เป็นของคนนั้น มหายานเป็นฝ่ายเอาเข้ามาในเมืองไทย เราก็ยังใช้กันอยู่ ส่วนลังกาวงศ์ที่มาเปลี่ยนเราเป็นหีนยานนั้นมาแต่สมัยสุโขทัย เรายังคงนับถือมหายานอยู่ ก็เลื่อมใสถือกันต่อมา ที่ว่าเปลี่ยนมาเป็นหีนยานหมดแล้ว ก็ยังหาหมดไม่ ในการสวดพระปริตยังว่ากัน "เวยสวธฺยาโต" เป็นมหายาน เพราะเป็นคำสันสกฤต ถ้าจะดูให้ง่ายต่อไป ดูคาถา "สมฺพุทฺเธ" สวดไหว้พระเจ้าสี่ห้าหมื่น ไม่มีในหีนยาน เป็นมหายานทั้งสิ้น ยิ่งตามชนบทด้วยแล้วยังมีปะปนอยู่อีกมาก แม้กระทั่งบรรพชาสองวิธ๊ดั่งกล่าวแล้วยังคงกระทำอยู่ก็มี. <section end="26-1" /> <section begin="26-2" />{{ลห|a9|เรื่อง มนุษย์พวกจาม|140}} {{สต|7em}} เรื่องมนุษย์พวกจาม ถ้าหาความรู้ทางฝรั่งเศส อาจจะได้ความรู้ที่ดี ที่จริง เพราะฝรั่งเศสเขาค้นมากกว่าไทย ที่จะเล่าให้ฟังนี้ จะเล่าแต่หัวข้อ ไม่ถ้วนถี่ บางทีจะผิดไปบ้างก็เป็นได้ {{มปก}}<section end="26-2" /><noinclude></noinclude> kka8n5xs9b5ziamdewu9pswn2o2j5iu หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/29 250 55036 290655 173472 2026-06-14T06:42:50Z Kapsikino 12160 290655 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๒๓}}</noinclude><section begin="29-1" />ตำบลหนึ่งอยู่ชายทะเล หรือเป็นที่ต่อเรือของพวกจามที่นั่น เพราะมีชื่อตำบลหนึ่งอยู่ชายทะเล เรียกว่า "ปละท่า" เป็นที่เรือไปมาค้าขาย เห็นได้ว่า เป็นคำเดียวกับ ปทาคูจาม โดยความที่กล่าวนี้ จึงเห็นได้ว่า พวกจามได้เคยเข้ามาอยู่ในเมืองไทยใกล้ ๆ กับรัชกาลพระเจ้าอู่ทอง ยิ่งกว่านั้นอีก ยังมีเค้าซึ่งเป็นแต่ความสงสัยว่า พวกจามจะได้ไปมาค้าขายในอ่าวสยามแต่ดึกดำบรรพ์ และมาให้ชื่อเรียกตำบลต่าง ๆ ไว้ ที่ยังเรียกกันอยู่จนทุกวันนี้ก็หลายแห่ง ไม่มีใครแปลออก และไม่รู้ว่าภาษาอะไร ยกตัวอย่างดังเช่น เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะสีชัง สัตตหีบ เหล่านี้เป็นต้น {{กม|ข3|๘}}ยังมีเค้าสำคัญต่อไปอีกว่า พวกจามได้ร่วมสมพงษ์กับพวกขอมที่ครองเมืองละโว้ คือ เรียกว่า "นางจามเทวี" ปรากฏอยู่ <section end="29-1" /> <section begin="29-2" />{{ลห|a10|เรื่อง สร้างวัดพระเชตุพน|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมีพระราชประสงค์อย่างไร จึงทรงสร้างวัดพระเชตุพนขึ้น? '''ตอบ''' เรื่องการสร้างวัดพระเชตุพนเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องลึกซึ้งในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงสร้างวัดพระเชตุพนกับกรมพระราชวังบวรทรงสร้างวัดมหาธาตุนั้นสร้างในคราวเดียวกัน วัดสองวัดนี้เป็นวัดใหญ่ที่สุดในพระนคร สร้างแต่แรกสร้างกรุงผิดกับวัดอื่น ๆ เพราะเหตุใดทั้งสองพระองค์จึงทรงสร้างวัดใหญ่ถึง{{ตตฉ|ปานนน|ปานนั้น}} พระพุทธยอดฟ้าฯ {{ตตฉ|สราง|สร้าง}}วัดพระเชตุพน สร้างโตเท่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ พระนั่งเกล้าฯ มาแก้ที่โบสถ์พระนอน เดิมเป็นวังกรมหลวงนรินทรเทวี เจ้าครอกวัดโพธิ์ นอกนั้น แนวกำแพงใหญ่โตมาแต่พระพุทธ-<section end="29-2" /><noinclude></noinclude> gogxfug12qb2o4izt2r5ha5fyg4g5z6 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/31 250 55038 290656 173486 2026-06-14T06:42:58Z Kapsikino 12160 290656 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๒๕}}</noinclude><section begin="31-1" />ราชบัณฑิตคิดค้นรวบรวมโบราณคดี วรรณคดี ตำรายา ฯลฯ เลือกเอาแต่ที่ดีมาจารึกแผ่นศิลาติดไว้เพื่อเป็นหลักในภายหลัง ถ้ารักโบราณคดี วรรณคดี ฯลฯ จงไปดูวัดนี้ จะได้ผลคุ้มค่าเหนื่อย หนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนเป็นหนังสือที่ควรมีใช้เพื่อศึกษาวิชาด้านนี้ เหตุใดพระพุทธยอดฟ้าฯ จึงสร้างวัดพระเชตุพนนี้ไว้ แต่คิดเอาดังเล่ามาแล้ว ไม่มีหลักฐานอันใดจะอาศัย ไม่เหมือนพระธาตุที่เรียกว่า พระเจดีย์ทอง <section end="31-1" /> <section begin="31-2" />{{ลห|a11|เรื่อง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' เมื่อก่อฤกษ์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยบัดนี้นั้น เคยเห็นในรูปว่า ได้เสด็จไปงานนั้นด้วย ทรงจำได้หรือไม่ว่า ศิลาฤกษ์นั้นฝังไว้ตรงไหน? '''ตอบ''' มหาวิทยาลัยแห่งแรกในเมืองไทย คือ วัดโพธิ์ ข้อนี้ไม่ควรลืมเสีย จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยนั้น เดิมมีแต่ตึกที่เรียกว่า "วังกลางทุ่ง" ซึ่งสร้างขึ้นหวังจะให้เป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฝรั่งมักเรียกกันว่า "วินเซอร์คาสเซิล" เพราะเอาแบบตึกโกธิกมาสร้างอย่างวังวินเซอร์ที่เมืองอังกฤษ ตึกนั้นค้างอยู่ถึงรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ โปรดให้ย้ายโรงเรียนมหาดเล็กหลวงออกไปตั้งที่ตึกกลางทุ่งโดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นโรงเรียนใหญ่ ต่อนั้นมา ขยายพระราชดำริให้จัดเป็นมหาวิทยาลัย สร้างตึกใหม่หลังแรกทางริมถนนสนามม้า ใช้เงินที่เหลือจากสร้างพระบรมรูป สมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เสด็จไปก่อฤกษ์ ศิลาฤกษ์อยู่ในตึกหลังนั้น แต่อยู่ตรงไหนไม่รู้ {{มปก}}<section end="31-2" /><noinclude></noinclude> 6m5ewwtgx6357f95x377a7n3y4ez19e หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/32 250 55039 290657 173491 2026-06-14T06:43:33Z Kapsikino 12160 290657 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๒๖}}</noinclude>{{ลห|a12|เรื่อง ยิงปืนบอกเวลา|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' การยิงปืนบอกเวลาเที่ยงนั้นมีมาแต่ครั้งใด? ได้แบบอย่างมาแต่ไหน? '''ตอบ''' เรื่องยิงปืนบอกเวลานี้มีมานานแล้ว เดิมทีเดียว ที่ป้อมมุมพระราชวังมีปืนใหญ่ประจุอยู่สี่ป้อมเสมอ ป้อมละกระบอก เป็นปืนสัญญา ตามที่เห็นด้วยตาตนเองนั้น มีอยู่{{ตตฉ|กะบอก}}หนึ่งที่ป้อมมุมวัดพระเชตุพน ปืนนั้น ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นเช้าตรู่ ยิงทุกวัน กล่าวกันเป็นสองนัย นัยหนึ่งว่า เป็นการเปลี่ยนดินปืน แต่ว่าตามความคิดเห็นว่า ที่จริงนั้น เป็นสัญญาเปิดประตูวังที่ปิด เพื่อลดหย่อนการพิทักษ์รักษาพระราชวังในเวลากลางคืน ที่ยิงปืนนั้นเพื่อให้ได้ยินพร้อมกันทุกด้าน อีกนัยหนึ่งนั้น เป็นสัญญาบอกเมื่อไฟไหม้ ถ้าไฟไหม้นอกพระนคร ยิงนัดเดียว ถ้าไฟไหม้ในพระนคร ยิงสามนัด ถ้าไฟไหม้ในพระราชวัง ยิงต่อ ๆ ไปหลายนัดจนไฟดับจึงหยุด เป็นธรรมเนียมดังนี้ มีธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่งเป็นของคู่กันที่เป็นส่วนสำหรับพระนคร เข้าใจว่า ได้มาจากเมืองจีน ไทยเรามีมาแล้วแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แม้เรื่องยิงปืนก็คงมีมาก่อนแต่ครั้งกรุงเก่า ประเพณีของพระนครที่คู่ไปกับยิงปืน ก็คือ ตีกลอง เดิมมีหอกลองอยู่ที่หน้าวัดพระเชตุพนหอหนึ่งเป็นสามชั้น แขวนกลองสามใบใหญ่และย่อมขึ้นไปเป็นลำดับกัน กลองใบใหญ่อยู่ชั้นล่าง เรียกชื่อว่า ย่ำพระสุรศรี สำหรับตีเวลาพระอาทิตย์ตก เป็น{{ตตฉ|สัญญาน}}ให้ปิดประตูพระนคร ใบชั้นกลางชื่อ อัคคีพินาศ สำหรับตีเมื่อเกิดไฟไหม้ เป็นสัญญาเรียกราษฎรให้ช่วยกันดับไฟ ดูเหมือนมีกำหนดว่า ไฟไหม้นอกพระนคร ตีสามครั้ง ถ้าไฟไหม้ในพระนคร ตีมากกว่านั้น กลอง<noinclude></noinclude> dh3zayeijra43l4kb3ps9xvz2hovzpg หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/33 250 55040 290658 183216 2026-06-14T06:43:42Z Kapsikino 12160 290658 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๒๗}}</noinclude><section begin="33-1" />ใบยอดชื่อ พิฆาตไพรินทร์ ตีให้{{ตตฉ|รู|รู้}}ว่า มีข้าศึกมาประชิดติดพระนคร ทุกคนต้องมาพร้อมกันช่วยรักษาหน้าที่ มูลเหตุของการยิงปืนเที่ยงนั้น จำได้อยู่ว่า แรกเราไปได้ยินอังกฤษเขายิงสัญญาที่เมืองสิงคโปร์สำหรับให้คนตั้งนาฬิกา ไทยเราไปเห็นเข้า อยากจะให้มีปืนเที่ยงที่{{ตตฉ|กรุงเทพ|กรุงเทพฯ}}บ้าง ดูเหมือนจะโปรดให้ทหารเรือยิงขึ้นที่ตำหนักแพก่อน ครั้นกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมจัดทหารปืนใหญ่มีขึ้นในทหารล้อมวังแล้ว จึงขอหน้าที่ยิงปืนเที่ยงมาให้ทหารปืนใหญ่ล้อมวังยิงที่ป้อมทัศนากรอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงกลับไปเป็นหน้าที่ของทหารเรืออีก ปืนเที่ยงยิงมาจนมีไฟฟ้า โรงไฟฟ้ารับขยิบตาเวลาสองทุ่ม เป็น{{ตตฉ|สัญญาน}}ตั้งนาฬิกาแทน <section end="33-1" /> <section begin="33-2" />{{ลห|a13|เรื่อง สวมเสื้อเข้าเฝ้า|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' การสวมเสื้อเข้าเฝ้านั้น เคยได้ยินว่า มีมาก่อนรัชกาลที่ ๔ แล้ว ความข้อนี้จริงหรือไม่ หรือว่า มีการสวมบ้างเป็นครั้งคราวอย่างไร? '''ตอบ''' การสวมเสื้อนั้น ความจริงก่อนรัชกาลที่ ๔ ก็มีสวมกันเหมือนกัน แต่สวมในฤดูหนาว ตามธรรมดา ถ้าไม่หนาว ไม่สวมกันเลย นุ่งยก นุ่งปูม แต่ไม่ใส่เสื้อเข้าเฝ้า พระเจ้าแผ่นดินก็ไม่ใส่ พระเจ้าแผ่นดินเองก็โปรดไม่สวมฉลองพระองค์ เพราะอากาศร้อน พระพุทธเจ้าหลวงประทับอยู่โดยปกติ ไม่ทรงฉลองพระองค์ ผู้ใหญ่แต่ก่อนเล่าว่า หน้าหนาว จะสวมเสื้อเหมือนกันในเวลาเข้าเฝ้า? เวลาเข้าเฝ้านั้น ต้อง<section end="33-2" /><noinclude></noinclude> ru6eeijo3g02pv569ijynucyl3h83vp หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/34 250 55041 290659 173506 2026-06-14T06:43:58Z Kapsikino 12160 290659 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ซ|๒๘}}</noinclude><section begin="34-1" />คอยดูว่า พระเจ้าแผ่นดินว่า ทรงสวมหรือเปล่า พระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนทนหนาวเก่งพิลึก ข้าราชการมาจากบ้านมักเอาเสื้อคลุมมาด้วย ถ้าพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงฉลองพระองค์ ก็ต้องถอด หนาวแสนหนาว ก็ต้องทนเอา บางคราว กำลังเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเรียกฉลองพระองค์มาสวมก็มี จนเป็นที่สังเกตกันว่า เมื่อไรพระถันหด ข้าราชการก็ดีใจจะได้สวมเสื้อ <section end="34-1" /> <section begin="34-2" />{{ลห|a14|เรื่อง การสร้างพระโต|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' การสร้างพระโต ไม่ว่าจะนั่ง จะนอน จะยืน หรือจะเดินก็ตาม สร้างพร้อมกันกับวิหารหรืออย่างไร เพราะพิจารณาดูวิหารที่ไว้พระโตต่าง ๆ นั้น ดูไม่เหมาะกับพระโต ไม่สมกับที่ไทยเป็นศิลปินเอกเลย '''ตอบ''' ขึ้นชื่อว่า พระโต จะนั่ง จะนอน จะยืน หรือจะเดินก็ตาม โบราณสร้างกันกลางแจ้งแทนพระเจดีย์ คือ เบื่อการสร้างพระเจดีย์กัน ก็มาสร้างพระโต ไม่ต้องมีวิหาร ที่มามีวิหารนั้น คนมาศรัทธาทำกันภายหลังทั้งสิ้น ฉะนั้น เมื่อดูแล้วรู้สึกอึดอัด เช่น วัดพนัญเชิง เป็นต้น พระพนัญเชิงนี้สร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยา และคงสร้างแทนพระเจดีย์ ส่วนพระโตที่สร้างพร้อม ๆ กับวิหารมีอยู่องค์เดียว คือ พระโตวัดกัลยาฯ พระนั่งเกล้าฯ เป็นเจ้าของพระ พระยานิกรบดินทร์เป็นเจ้าของวิหาร สร้างพร้อมกัน พระนอนจักรสีห์เป็นพระนอนที่เก่ามาก ลักษณะเป็นมหายานอยู่ คือ นอนวางพระกร พระนอนแบบนี้เป็นพระนอนแบบเก่า เห็นมีเหมือน<section end="34-2" /><noinclude></noinclude> cu6prfjio3ps9bi1gtziyjwu7iytw75 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/35 250 55042 290660 173511 2026-06-14T06:44:11Z Kapsikino 12160 290660 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๒๙}}</noinclude><section begin="35-1" />กันที่ถ้ำเมืองยะลาอีกองค์หนึ่ง เป็นแบบมหายาน ส่วนแบบลังกาวงศ์นั้น เอามือท้าวพระเศียร พระนอนนี้เดิมว่า เป็นท่านิพพาน เป็นท่านอนตายอย่างที่พระแท่นดงรัง ท่าพระมีสี่ท่า คือ สี่อิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดิน แต่ก่อนนับถือที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และนิพพาน พระนอนจักรสีห์ ใครจะสร้าง ค้นหาตัวไม่ได้ เป็นของเก่ามาก ที่เมืองสิงห์มีแม่น้ำใหญ่ มีวัง บ้านหน้าพระลาน วัดมหาธาตุ เป็นเมืองเจ้า เป็นเมืองใหญ่ แต่ทางน้ำผ่านลงมาหมด มีแม่น้ำสายหนึ่งที่ตื้นเขิน ห่างแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไป มีแม่น้ำอีก เรียกชื่อต่าง ๆ กัน ตอนพยุหคิรีเรียก แม่น้ำพระทรง ตอนนครสวรรค์เรียก แม่น้ำบางประมุข ต่อขึ้นไปเรียก บึงหูกวาง ที่พระพุทธเจ้าเสือถมเป็นแม่น้ำสายเดียวกันทั้งสิ้น พระศักยมุนี หรือพระโตวัดสุทัศน์ ก็ได้มาจากกรุงสุโขทัย มาสร้างวิหารที่หน้าเสาชิงช้าทีหลังเหมือนกัน เอาลงแพมาขึ้นที่ท่าช้าง ท่าที่พระขึ้นเลยเรียกกันว่า ท่าพระ พระใหญ่กว่าประตูเมือง ต้องรื้อกำแพงแล้วก่อใหม่ เอาขึ้นแล้วว่า ชักเลื่อนมาตามถนน ในจดหมายเหตุกรมหลวงนรินทร์ฯ ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าเสด็จพระราชดำเนินตามกระบวนแห่พระ ไม่ได้ทรงฉลองพระบาท ว่า ทรงเหนื่อยมาก เพราะทรงพระชรา ถึงกับเซและพลาด <section end="35-1" /> <section begin="35-2" />{{ลห|a15|เรื่อง กรมนาฬิกาและทุ่มโมง|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' ได้อ่านในหนังสือเก่า พบคำว่า "กรมนาฬิกา" ไม่ทราบว่า กรมนี้อยูที่ไหน มีหน้าที่ทำอะไร? {{มปก}}<section end="35-2" /><noinclude></noinclude> m9hbcaud9r4fi7a70cs8qdvtlu9nbbp หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/25 250 55044 290653 173525 2026-06-14T06:42:32Z Kapsikino 12160 290653 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ข|๑๙}}</noinclude><section begin="25-1" />ชุมเซ็นชื่อ แต่ดูเหมือนจะตกมาเป็นรัชชกาลที่ ๗ แล้ว เดี๋ยวนี้ จัดตั้งของเป็นราชพิพิธภัณฑ์ นึกได้เท่านี้ {{ข|''นริศ''|4em}} {{ข|วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕|5em}} อาว์ไม่ได้คิดเลยว่า ชื่อ ศาลาสหทัย นั้น จะทรงผูกตามคำ "คองคอร์ด" ที่ชื่อเก่าเรียก "หอคงคเดีย" นั้น อาว์ก็กราบทูลขึ้นไปเอง แต่ไม่ทราบว่า ทรงผูกตามชื่อเก่า เธอบอกให้ทราบทั้งทางที่ทรงผูกด้วยนั้นดีอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่รู้ก็ได้รู้ขึ้น เป็นการต่อความรู้ ในรัชชกาลที่ ๖ ทำอะไรในที่นั้นบ้าง ก็นึกไม่ออก นึกได้แต่พิธีแรกนาว่า ทำที่นั่นแน่ เลี้ยงการแซยิดเจ้าคุณพระประยูรวงศื ก็จำได้แต่ว่า มีเลี้ยง แต่จะเป็นที่ไหน จำไม่ได้ ในการเต้นรำ ก็สำคัญใจว่า เป็นรัชกาลที่ ๗ ส่วนการประชุมฝิ่น ประชุมองคมนตรี ทั้งการเลี้ยงแขกเมืองพิเศษ มีละครให้ดูนั้น เป็นรัชชกาลที่ ๗ แน่ ชะรอยจะทรงพระราชดำริว่า ว่างอยู่ ก็ใช้เสียบ้าง {{ข|''นริศ''|4em}} <section end="25-1" /> <section begin="25-2" />{{ลห|a8|เรื่อง พระพุทธศาสนามหายานและหีนยาน|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' สงสัยเรื่องเกี่ยวกับหีนยานและมหายานในเมืองไทย '''ปัญหา''' ที่ว่า ไทยถือศาสนาตามแบบหีนยานนั้น เป็นหีนยานแท้ หรือยังมีมหายานปนอยู่บ้างประการใด '''ตอบ''' พระพุทธศาสนาที่เราถือกันอยู่ทุกวันนี้ เดิมถือแบบมหายาน สืบแต่ศรีวิชัย ครั้นพวกหีนยานมา ก็เลยถือหีนยานด้วย จะพิศูจน์ให้เป็น<section end="25-2" /><noinclude></noinclude> jj8auwk12bh7dix3ojjrf0uhtmpshb8 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/23 250 55424 290533 227640 2026-06-13T19:21:07Z Kapsikino 12160 290533 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 2 <br> เรื่องพระครูวัดฉลอง|140}} {{สต|7em}} เมืองภูเก็ตเดิมขึ้นอยู่ไนกะซวงกลาโหม จนเมื่อฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทยแล้ว จึงได้โอนมาขึ้นกะซวงมหาดไทย ฉันลงไปตรวดราชการหัวเมืองมนทลภูเก็ตครั้งแรกเมื่อ พ.ส. 2441 เวลาฉันพักอยู่ที่เมืองภูเก็ต พระครูวิสุทธิวงสาจารยเปนที่สังคปาโมขเมืองภูเก็ตหยู่นะวัดฉลองมาหา พอฉันแลเห็นก็เกิดพิสวง ด้วยที่หน้าแข้งของท่านมีรอยปิดทองคำเปลวแผ่นเล็ก ๆ ระกะไป ราวกับพระพุทธรูปหรือเทวรูปโบรานที่คนบนบาน เมื่อพูดจาปราสัยดูก็เปนผู้มีกิริยาอัชชาสัยเรียบร้อยหย่างผู้หลักผู้ไหย่ เวลานั้นดูเหมือนจะมีอายุได้สัก 60 ปี ฉันถามว่าเหตุไฉนจึงปิดทองที่หน้าแข้ง ท่านตอบว่า “เมื่ออาตมภาพเข้ามาถึงไนเมือง พวกชาวตลาดเขาขอปิด” ฉันได้ฟังหย่างนั้นก็เกิดอยากรู้ว่าเหตุไฉนคนจึงปิดทองท่านพระครูวัดฉลอง จึงสืบถามเรื่องประวัติของท่าน ได้ความตามที่ตัวท่านเองเล่าไห้ฟังบ้าง ข้าราชการเมืองภูเก็ตที่เขารู้เห็นเล่าไห้ฟังบ้าง เปนเรื่องประหลาด ดังจะเล่าต่อไปนี้ ท่านพระครูองค์นี้ชื่อแช่ม เปนชาวบ้านวัดฉลอง หยู่ห่างเมืองภูเก็ตสักสามสี่ร้อยเส้น เดิมเปนลูกสิสพระหยู่ไนวัดฉลองมาตั้งแต่ยังเด็ก ครั้นเติบไหย่บวดเปนสามเนรเล่าเรียนหยู่ไนวัดนั้น จนอายุครบอุปสมบทก็บวดเปนพระภิกสุเรียนวิปัสนาธุระและคาถาอาคมต่าง ๆ ต่อมา{{วว}}<noinclude></noinclude> fwfq44e22rfvf8634sye8wiwkbkgy56 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/44 250 55433 290531 227642 2026-06-13T19:18:31Z Kapsikino 12160 290531 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 4 <br> เรื่องห้ามไม่ไห้เจ้าไปเมืองสุพรรน|140}} {{สต|7em}} มีคติโบรานถือกันมาแต่ก่อนว่าห้ามมิไห้เจ้านายสเด็ดไปเมืองสุพรรนบุรี จะห้ามมาแต่เมื่อได ห้ามเพราะเหตุได ถ้าเจ้านายขืนสเด็ดไปจะเปนหย่างไร สืบสวนก็ไม่ได้ความเปนหลักถาน เปนแต่อ้างกันต่าง ๆ ว่าเพราะเทพารักส์หลักเมืองสุพรรนไม่ชอบเจ้า เกรงจะทำอันตรายบ้าง ว่ามีอะไรเปนอัปมงคลหยู่ที่เมืองสุพรรนเคยทำไห้เจ้านายที่สเด็ดไปเสียพระจริตบ้าง แต่เมื่อมีคติโบรานห้ามหยู่หย่างนั้น เจ้านายก็ไม่สเด็ดไปเมืองสุพรรน เพราะไม่อยากฝ่าฝืนคติโบราน หรือไม่กล้าทูนลาด้วยเกรงพระเจ้าหยู่หัวจะไม่พระราชทานอนุญาตไห้ไป หย่างไรก็ตามไม่ปรากตว่าเจ้านายพระองค์ไหนได้เคยสเด็ดไปเมืองสุพรรน จนมาตกเปนหน้าที่ของฉันที่จะเปนผู้เพิกถอนคตินั้น ดูก็ประหลาดหยู่ เมื่อ พ.ส. 2435 พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวทรงพระกรุนาโปรดไห้ฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย ไนปีนี้ฉันออกไปตรวจหัวเมืองต่าง ๆ ทางฝ่ายเหนือตั้งแต่กรุงสรีอยุธยาขึ้นไปถึงเมืองพิสนุโลก สวรรคโลก สุโขทัย เมืองตาก แล้วกลับมาทางเมืองกำแพงเพชร มาประจบทางขาขึ้นที่เมืองนครสวรรค แล้วล่องลงมาถึงเมืองอ่างทอง หยุดพักหยู่ 2 วัน สั่งเจ้าเมืองกรมการไห้หาม้าพาหนะ<noinclude></noinclude> 18ixum5xpmh8z1hhz9fmoi5ceaknh9z หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/49 250 55438 290551 179621 2026-06-13T20:25:00Z Kapsikino 12160 290551 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Praesideo" />{{ก|34}}</noinclude>ทางไนเมืองไทยจึงสดวกด้วยประการฉะนี้ พ้นทุ่งนาไนแขวงเมืองอ่างทอง ต้องฝ่าพงย่านสาวร้องไห้ไปสักชั่วนาลิกาหนึ่ง {{ตตฉ|ก}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ก” เป็น “ก็” {{ชอวซ}}</ref> ออกท้องทุ่งไนแขวงเมืองสุพรรนบุรี เมื่อไกล้จะถึงชานเมือง แลเห็นต้นตาลเปนป่าไหย่คล้ายกับที่เมืองเพชรบุรี นึกขึ้นถึงนิทานที่ได้เคยฟังเขาเล่าเมื่อตามสเด็ดไปเมืองเพชรบุรีแต่ฉันยังเปนทหานมหาดเล็กซึ่งอ้างเปนมูลของภาสิตว่า “เมืองสุพรรนมีต้นตาลน้อยกว่าเมืองเพชรบุรีต้นเดียว” ดูก็ขันหยู่ นิทานนั้นว่ามีชายชาวสุพรรน 2 คนไปยังเมืองเพชรบุรี วันหนึ่งเพื่อนฝูงชาวเมืองเพชรหลายคนชวนไห้ไปกินเหล้าที่โรงสุรา พอกินเหล้าเมาตึงตัวเข้าด้วยกัน ก็คุยอวดอ้างกันไปต่าง ๆ ตามประสาขี้เมา คนที่เปนชาวเมืองเพชรคนหนึ่งอวดขึ้นว่าที่เมืองไหน ๆ ไม่มีต้นตาลมากเหมือนเมืองเพชรบุรี คนที่เปนชาวสุพรรนขัดคอว่าที่เมืองสุพรรนมีต้นตาลมากกว่าเมืองเพชรเปนไหน ๆ คนชาวเมืองเพชรออกเคืองว่าเมืองสุพรรนเล็กขี้ประติ๋ว เมืองอื่นที่ไหย่กว่าเมืองสุพรรนก็ไม่มีต้นตาลมากเท่าเมืองเพชรบุรี คนชาวเมืองสุพรรนขัดไจ ตอบว่าอะไร ๆ ที่เมืองสุพรรนมีดีกว่าเมืองเพชรถมไป ทำไมต้นตาลจะมีมากกว่าไม่ได้ เลยเถียงกันจนเกิดโทสะทั้งสองฝ่าย เกือบจะชกกันขึ้น คนชาวสุพรรนเห็นพวกเมืองเพชรมากกว่าก็รู้สึกตัว ยอมรับว่า “เอาเถอะ ต้นตาลเมืองสุพรรนมีน้อยกว่าเมืองเพชรต้นหนึ่ง” พวกชาวเมืองเพชรก็พอไจ เลยดีกันหย่างเดิม เขาเล่ามาดังนี้ {{มปก}}<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> dyph76kntf1tqpaytheysvmzif1gr2f หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/57 250 55446 290530 227648 2026-06-13T19:14:54Z Kapsikino 12160 290530 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ลห|ร0|นิทานที่ 5 <br> เรื่องของแปลกที่เมืองชัยบุระไนอินเดีย|140}} {{สต|7em}} เมื่อ พ.ส. 2434 พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวซงพระกรุนาโปรดไห้ฉันเปนผู้แทนพระองค์ไปเยี่ยมตอบแกรนด์ดุ๊กซาเรวิตช รัชทายาทประเทสรุสเซีย (ต่อมาได้เสวยราชย์เปนพระเจ้านิโคลัสที่ 2) ซึ่งได้เข้ามาเฝ้าถึงกรุงเทพฯ เมื่อต้นสกนั้น และโปรดไห้ไปยังราชสำนักอื่น ๆ ไนยุโรปเพื่อถวายเครื่องราชอิสริยาภรน์แก่พระเจ้าแผ่นดินบ้าง เพื่อจเรินทางพระราชไมตรีบ้าง อีกหลายประเทส คือประเทสอังกริด ฝรั่งเสส เดนมาร์ค เยอรมนี รุสเซีย เตอรกี ครีส และอิตาลี รวมเปน 8 แห่งด้วยกัน ไนสมัยนั้นตัวฉันรับราชการเปนตำแหน่งอธิบดีกะซวงธัมการซึ่งจะโปรดไห้สถาปนาเปนกะซวงเสนาบดี เมื่อฉันไปยุโปรด จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปว่าขากลับจะอ้อมมาทางประเทสอเมริกาและยี่ปุ่น หรือจะกลับผ่านมาทางประเทสอียิปต์และอินเดีย เพื่อตรวดตราหาความรู้เอามาไช้ไห้เปนประโยชน์แก่ราชการบ้านเมืองก็ได้ เมื่อฉันไปถึงลอนดอน จึงปรึกสาพวกที่เขาชำนาญการเที่ยวเตร่ว่าจะกลับทางไหนดี เขาว่าฉันยังจะต้องไปตามประเทสต่าง ๆ ไนยุโรปอีกหลายแห่ง กว่าจะเส็ดธุระจะตกถึงปลายเดือนธันวาคม ไปอเมริกาไนเวลานั้นเปนรึดูหนาว ที่ไนอเมริกาหนาวจัดนัก เกรงฉันจะทนไม่ไหว กลับทางอียิปต์และอินเดียดีกว่า เพราะ<noinclude></noinclude> mgvvg3uoz8c159hug1abjczm9stwc8q หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/58 250 55447 290552 188298 2026-06-13T20:26:57Z Kapsikino 12160 290552 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|43}}</noinclude>เปนเวลาสบเหมาะกับรึดูสำหรับเที่ยวทางนั้น เขาบอกหย่างเดียวกันหลายคน ฉันก็ลงความเห็นเปนยุติว่าจะกลับทางอียิปต์และอินเดีย แต่เมื่อไถ่ถามผู้ที่ชำนาญทางอินเดีย ได้ความแปลกออกไปหย่างหนึ่งว่าการเที่ยวอินเดียไนสมัยนั้นผิดกับเที่ยวไนยุโรปเปนข้อสำคันหลายหย่าง เปนต้นว่าเที่ยวไนยุโรป ถ้ามีเงินพอไช้ ไปถึงไหนก็หาพาหนะและที่กินหยู่ได้ง่าย แต่ไนอินเดียมีโฮเต็ลแต่ไนเมืองไหย่ แม้โฮเต็ลเหล่านั้นก็ไม่สอาดสอ้านและต้องหยู่ปะปนกับผู้คนชั้นต่ำสำส่อน ไม่สบายเหมือนโฮเต็ลไนยุโรป พวกชั้นผู้ดีที่ไปอินเดีย ถ้าเปนข้าราชการ ก็ไปหยู่กับพวกข้าราชการด้วยกัน ถ้ามิไช่ข้าราชการ เขาก็มักไปพักหยู่กับญาติและมิตรที่มีบ้านเรือนเปนหลักแหล่ง มิไคร่มีไครไปหยู่โฮเต็ล อีกประการหนึ่งเวลาออกจากเมืองไหย่ไปเที่ยวตามเมืองน้อย ถ้าไม่ได้รับความสงเคราะห์ของรัถบาลก็ลำบาก เพราะไม่มีที่พักนอกจากเปนของรัถบาล เมื่อซาบดังนี้ก็ออกวิตก ยังมิรู้ที่จะแก้ไขด้วยประการไดดี ผเอินสมเด็ดพระบรมราชินีนาถวิกตอเรียโปรดไห้ฉันขึ้นไปเฝ้าที่พระราชวังบอล์มอรัลไนสก็อตแลนด์ ซงเลี้ยงกลางวันพระราชทานพร้อมกับพระราชโอรสธิดา เมื่อเสวยเส็ด ควีนสเด็ดขึ้นแล้ว พระเจ้าเอดวาดที่ 7 (เวลานั้นยังเปนปรินซ์ออฟเวลส์ รัชทายาท) {{ตตฉ|ตรด}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ตรด” เป็น “ตรัด” {{ชอวซ}}</ref> ชวนไห้ไปกินกาแฟและสูบบุหรี่ไนห้องที่ประทับของพระองค์ท่าน เมื่อซงสนทนาปราสัย ตรัดถามฉันว่าจะซงทำอะไรไห้เปนประโยชน์แก่ฉันได้บ้าง ฉันนึกขึ้นถึงเรื่องที่จะไปอียิปต์และอินเดีย จึงทูนว่ามีการหย่าง{{ตตฉ|หนึง|หนึ่ง}} ถ้าโปรดซงสงเคราะห<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> ouumq3dikhc7gvqwk0rn414mdfvhe0v หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/117 250 55464 290523 227647 2026-06-13T19:07:06Z Kapsikino 12160 290523 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 9 <br> เรื่องหนังสือหอหลวง|บ=140}} {{สต|7em}} {{ก|(1)|บ=20}} หอหลวงเปนที่เก็บรักสาหนังสือซึ่งเปนแบบฉบับ ตำหรับตำรา และจดหมายเหตุราชการบ้านเมือง (ที่เรียกว่า “หอหลวง” เห็นจะเปนคำย่อมาแต่ “หอหนังสือหลวง”) มีไนพระราชวังมาแต่ครั้งกรุงสรีอยุธยา ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ก็มีหอหลวงหยู่ที่ไนพระราชวังเช่นเดียวกัน ฉันเคยเห็น เปนตึกชั้นเดียวหลังหนึ่งหยู่ริมถนนตรงหน้าพระที่นั่งอมรินทวินิจฉัย ยังมีรูปภาพตึกนั้นเขียนไว้ไนพระวิหารหลวงวัดราชประดิถฯ (ห้องที่เขียนการพิธีทำขนมเบื้องเลี้ยงพระ) อาลักสน์เปนพนักงานรักสาหนังสือหอหลวง จึงทำการของกรมอาลักสน์ที่ตึกนั้นด้วย เปนเหตุไห้คนทั้งหลายเรียกตึกนั้นว่า “ห้องอาลักสน์” ด้วยอีกหย่างหนึ่ง ไนรัชกาลที่ 5 (ดูเหมือนไนปีชวด พ.ส. 2419) เมื่อส้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โปรดไห้รื้อตึกหอหลวงกับตึกสำหรับราชการกรมอื่น ๆ ที่รายเรียงหยู่แถวเดียวกันลง เพื่อจะส้างไหม่ไห้งามสมกับพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก็ไนเวลารื้อตึกส้างไหม่นั้น จำต้องย้ายของต่าง ๆ อันเคยหยู่ไนตึกแถวนั้นไปไว้ที่อื่น สมัยนั้น กรมหลวงบดินทไพสาลโสภนยังดำรงพระยสเปนกรมหมื่นอักสรสารโสภน ซงบันชาการกรมอาลักสน์ หาที่อื่นเก็บหนังสือหอหลวงไม่ได้ จึงไห้ขนเอาไปรักสา<noinclude></noinclude> g6kh4ipv83vx0jqhar3l7xxpbur0046 290524 290523 2026-06-13T19:07:18Z Kapsikino 12160 290524 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 9 <br> เรื่องหนังสือหอหลวง|140}} {{สต|7em}} {{ก|(1)|บ=20}} หอหลวงเปนที่เก็บรักสาหนังสือซึ่งเปนแบบฉบับ ตำหรับตำรา และจดหมายเหตุราชการบ้านเมือง (ที่เรียกว่า “หอหลวง” เห็นจะเปนคำย่อมาแต่ “หอหนังสือหลวง”) มีไนพระราชวังมาแต่ครั้งกรุงสรีอยุธยา ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ก็มีหอหลวงหยู่ที่ไนพระราชวังเช่นเดียวกัน ฉันเคยเห็น เปนตึกชั้นเดียวหลังหนึ่งหยู่ริมถนนตรงหน้าพระที่นั่งอมรินทวินิจฉัย ยังมีรูปภาพตึกนั้นเขียนไว้ไนพระวิหารหลวงวัดราชประดิถฯ (ห้องที่เขียนการพิธีทำขนมเบื้องเลี้ยงพระ) อาลักสน์เปนพนักงานรักสาหนังสือหอหลวง จึงทำการของกรมอาลักสน์ที่ตึกนั้นด้วย เปนเหตุไห้คนทั้งหลายเรียกตึกนั้นว่า “ห้องอาลักสน์” ด้วยอีกหย่างหนึ่ง ไนรัชกาลที่ 5 (ดูเหมือนไนปีชวด พ.ส. 2419) เมื่อส้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โปรดไห้รื้อตึกหอหลวงกับตึกสำหรับราชการกรมอื่น ๆ ที่รายเรียงหยู่แถวเดียวกันลง เพื่อจะส้างไหม่ไห้งามสมกับพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก็ไนเวลารื้อตึกส้างไหม่นั้น จำต้องย้ายของต่าง ๆ อันเคยหยู่ไนตึกแถวนั้นไปไว้ที่อื่น สมัยนั้น กรมหลวงบดินทไพสาลโสภนยังดำรงพระยสเปนกรมหมื่นอักสรสารโสภน ซงบันชาการกรมอาลักสน์ หาที่อื่นเก็บหนังสือหอหลวงไม่ได้ จึงไห้ขนเอาไปรักสา<noinclude></noinclude> 7zkg3czk0nqhhizci9bfeh9fcn71rdf หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/141 250 55488 290553 188474 2026-06-13T20:32:13Z Kapsikino 12160 290553 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|126}}</noinclude>พระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขามาถึง 22 เล่ม จนผู้ขายบอกว่าหมดฉบับที่มีเพียงเท่านั้น ฝ่ายตัวฉันตั้งแต่ได้หนังสือพระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขา มา 2 เล่มก็เกิดพิสวง ด้วยเห็นชัดว่าหนังสือฉบับนั้นเปนของหลวงอันอาลักสน์รักสาไว้ไนหอหลวง เหตุไฉนจึงมาตกเปนของคนชั้นราสดรเอาออกเที่ยวขายได้ตามชอบไจ ฉันจึงเรียกหัวหน้าพนักงานรับหนังสือมากะซิบสั่งไห้สืบดูว่า{{ตตฉ|ผู}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ผู” เป็น “ผู้” {{ชอวซ}}</ref> ที่เอามาขายทำการงานหย่างไร และมีสำนักหลักแหล่งหยู่ที่ไหน เขาสืบได้ความจากผู้รู้จักว่าคน 2 คนที่เอาหนังสือพระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขามาขายนั้น เดิมเปนมหาดเล็กหยู่ที่วังกรมหลวงบดินทฯ แต่เมื่อกรมหลวงบดินทฯ สิ้นพระชนม์แล้ว เห็นเที่ยวร่อนเร่หยู่ จะสำนักที่ไหนหาซาบไม่ พอฉันได้ยินว่าคนที่เอาหนังสือมาขายเคยเปนมหาดเล็กหยู่ที่วังกรมหลวงบดินทฯ ก็รู้สึกเหมือนหย่างว่าไครเปิดแสงไฟฟ้าไห้แลเห็นเรื่องประวัติหนังสือหอหลวงไนทันที ยิ่งคิดไปถึงกรนีต่าง ๆ ที่เคยรู้เห็นมาแต่ก่อน ก็ยิ่งเห็นตระหนักแน่ชัด ด้วยเปนเรื่องติดต่อสอดคล้องกันมาตั้งแต่กรมหลวงบดินทฯ เอาหนังสือหอหลวงไปรักสาไว้ที่วัง แล้วเอาออกอวดไห้คนดูเมื่องาน 100 ปี นายกุหลาบได้เห็น จึงได้พยายามขอยืมจากกรมหลวงบดินทฯ ไปลอบจ้างทหานมหาดเล็กไห้คัดสำเนาเอาไปดัดแปลงสำนวนออกพิมพ์ ครั้นถึงเวลาเมื่อขนหนังสือหอหลวงกลับคืนเข้าไปไว้ไนวังตามเดิม มีคนที่กรมหลวงบดินทฯ ยักยอกหนังสือ<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> 4cids36118cf9nmj55351vwohir91d9 290554 290553 2026-06-13T20:32:25Z Kapsikino 12160 290554 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|126}}</noinclude>พระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขามาถึง 22 เล่ม จนผู้ขายบอกว่าหมดฉบับที่มีเพียงเท่านั้น ฝ่ายตัวฉันตั้งแต่ได้หนังสือพระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขามา 2 เล่มก็เกิดพิสวง ด้วยเห็นชัดว่าหนังสือฉบับนั้นเปนของหลวงอันอาลักสน์รักสาไว้ไนหอหลวง เหตุไฉนจึงมาตกเปนของคนชั้นราสดรเอาออกเที่ยวขายได้ตามชอบไจ ฉันจึงเรียกหัวหน้าพนักงานรับหนังสือมากะซิบสั่งไห้สืบดูว่า{{ตตฉ|ผู}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ผู” เป็น “ผู้” {{ชอวซ}}</ref> ที่เอามาขายทำการงานหย่างไร และมีสำนักหลักแหล่งหยู่ที่ไหน เขาสืบได้ความจากผู้รู้จักว่าคน 2 คนที่เอาหนังสือพระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัถเลขามาขายนั้น เดิมเปนมหาดเล็กหยู่ที่วังกรมหลวงบดินทฯ แต่เมื่อกรมหลวงบดินทฯ สิ้นพระชนม์แล้ว เห็นเที่ยวร่อนเร่หยู่ จะสำนักที่ไหนหาซาบไม่ พอฉันได้ยินว่าคนที่เอาหนังสือมาขายเคยเปนมหาดเล็กหยู่ที่วังกรมหลวงบดินทฯ ก็รู้สึกเหมือนหย่างว่าไครเปิดแสงไฟฟ้าไห้แลเห็นเรื่องประวัติหนังสือหอหลวงไนทันที ยิ่งคิดไปถึงกรนีต่าง ๆ ที่เคยรู้เห็นมาแต่ก่อน ก็ยิ่งเห็นตระหนักแน่ชัด ด้วยเปนเรื่องติดต่อสอดคล้องกันมาตั้งแต่กรมหลวงบดินทฯ เอาหนังสือหอหลวงไปรักสาไว้ที่วัง แล้วเอาออกอวดไห้คนดูเมื่องาน 100 ปี นายกุหลาบได้เห็น จึงได้พยายามขอยืมจากกรมหลวงบดินทฯ ไปลอบจ้างทหานมหาดเล็กไห้คัดสำเนาเอาไปดัดแปลงสำนวนออกพิมพ์ ครั้นถึงเวลาเมื่อขนหนังสือหอหลวงกลับคืนเข้าไปไว้ไนวังตามเดิม มีคนที่กรมหลวงบดินทฯ ยักยอกหนังสือ<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> anwc4rggn36pipatfxoqb7h76cvlkqc หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/143 250 55490 290555 188470 2026-06-13T20:37:10Z Kapsikino 12160 290555 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|128}}</noinclude>จากเมืองไทยสักเท่าได ฉันจึงไปบอกที่หอสมุดของรัถบาล British {{ตตฉ|Musuem}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “Musuem” เป็น “Museum” {{ชอวซ}}</ref> Library ว่าฉันหยากจะเห็นหนังสือไทยฉบับเขียนที่มีหยู่ไนหอสมุดนั้น ถ้าหากว่าเขายังไม่ได้ทำบันชี จะไห้ฉันช่วยบอกเรื่องไห้ลงบันชีด้วยก็ได้ ฉันหมายว่าถ้าพบเรื่องที่ไม่มีฉบับหยู่ไนเมืองไทย ก็จะขอคัดสำเนาด้วยรูปฉายเอากลับมา ฝ่ายอังกริดเขาเคยได้ยินชื่อว่าฉันเปนนายกหอพระสมุดฯ ก็ยินดีที่ฉันจะบอกไห้หย่างนั้น ครั้นถึงวันนัด เขาขนหนังสือไทยบันดามีมารวมไว้ไนห้องหนึ่ง และไห้พนักงานทำบันชีมาคอยรับ ฉันไปนั่งตรวดและบอกเรื่องแปลเปนภาสาอังกริดไห้เขาลงบันชีทุกเล่ม ต้องไปนั่งหยู่ 2 วันจึงตรวดหมด ด้วยไนหอสมุดนั้นมีหนังสือไทยมากกว่าที่อื่น แต่เห็นล้วนเปนเรื่องที่มีไนหอพระสมุดฯ ทั้งนั้น ก็ไม่ต้องขอคัดสำเนา เมื่อฉันไปถึงกรุงเบอร์ลิน ไห้ไปบอกหย่างเช่นที่กรุงลอนดอน รัถบาลเยอรมันก็ไห้ฉันตรวดหนังสือด้วยความยินดีหย่างเดียวกัน หนังสือไทยที่ไนหอสมุดกรุงเบอร์ลินมีน้อยกว่าหอสมุดกรุงลอนดอน แต่เปนหนังสือฉบับหลวงซึ่งได้ไปจากหอหลวงไนกรุงเทพฯ โดยมาก เขาเชิดชูหนังสือไตรภูมิฉบับหลวงครั้งกรุงธนบุรีซึ่งซื้อราคาถึง 1,000 บาทนั้นเหมือนหย่างว่าเปนนายโรง แต่ประหลาดหยู่ที่หนังสือไตรภูมินั้นมี 2 ฉบับ ส้างก็ครั้งกรุงธนบุรีด้วยกัน และเหมือนกันทั้งตัวอักสรและรูปภาพ ขนาดสมุดก็เท่ากัน ฉบับหนึ่งคุนท้าววรจันท (เจ้าจอมมารดาวาด รัชกาลที่ 4) ได้มาจากไหนไม่ปรากต แต่ทูนเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็ดพระจุลจอม<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> hnau93zyl06snr36dtzgnalginmy1ex หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/173 250 55502 290527 227645 2026-06-13T19:08:55Z Kapsikino 12160 290527 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ลห|110|นิทานที่ 11 <br> เรื่องโจรแปลกประหลาด|140}} {{สต|7em}} จะเล่าถึงเรื่องโจรแปลกประหลาดที่ฉันได้เคยรู้จัก 2 คน ชื่อว่า โจรทิม ชาวเมืองอินทบุรีคนหนึ่ง โจรจันท์ ชาวเมืองปทุมธานีคนหนึ่ง จะเล่าเรื่องของโจรทิมก่อน {{ลห|111|เรื่องโจรทิม|120}} เมื่อ พ.ส. 2433 ฉันยังเปนตำแหน่งอธิบดีกะซวงธัมการซึ่งกำหนดว่าจะยกขึ้นเปนกะซวงเสนาบดี จึงซงพระกรุนาโปรดไห้ฉันนั่งไนที่ประชุมเสนาบดีแต่ไนเวลานั้น ค่ำวันหนึ่งพระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวสเด็ดลงประทับที่ประชุมเสนาบดีนะมุขกะสันพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตามเคย แต่คืนวันนั้นมีราชการน้อย พอปรึกสาสิ้นระเบียบวาระแล้ว สมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงตรัดว่าได้ซงรับดีกานักโทสไนคุกทูนเกล้าฯ ถวายทางไปรสนีย์ฉบับหนึ่งหยู่ข้างแปลกประหลาด โปรดไห้อ่านไห้เสนาบดีฟัง เปนดีกาของอ้ายทิม นักโทสชาวเมืองอินทบุรี ต้องจำคุกด้วยเปนโจรปล้นทรัพย์ ความที่กราบบังคมทูนไนดีกาว่าตั้งแต่อ้ายทิมต้องจำคุก พัสดีจ่ายไห้ไปทำการไนกองจักสาน ได้ฝึกหัดจักสานมาจนชำนาญ จึงคิดว่าจะพยายามไนกะบวนจักสานไม่ไห้ฝีมือไครสู้ได้หมดทั้งคุก แล้วจะทำของสิ่งไดสิ่งหนึ่งทูนเกล้าฯ ถวายไห้ซงเห็นฝีมือ{{วว}}<noinclude></noinclude> gz8x57yjxnhvf2avib0uaadj37xvk0n หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/177 250 55506 290556 188338 2026-06-13T20:39:50Z Kapsikino 12160 290556 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|162}}</noinclude>ครั้นถึง ร.ส. 112 (พ.ส. 2436) ไนเวลากำลังไทยวิวาทกันกับฝรั่งเสส วันหนึ่งฉันลงมาจากบนเรือน เห็นพระทิมมานั่งคอยหยู่ที่ท้องพระโรง ฉันถามเทอว่ามีกิจธุระอะไรหรือ พระทิมตอบว่า “อาตมภาพหยู่ที่เมืองอินท์ ได้ยินว่ามีสึกฝรั่งเสสมาติดเมือง อาตมภาพคิดถึงพระเดชพระคุนของพระเจ้าหยู่หัวซึ่งได้ซงพระกรุนาแก่อาตมภาพมาแต่ก่อน เมื่ออาตมภาพยังเปนหนุ่ม ได้เคยเรียนคาถาอาคมสำหรับต่อสู้สัตรูหยู่บ้าง จึงลงมาเฝ้า หมายจะถวายพระพรลาสึกไปอาสารบฝรั่งเสสสนองพระเดชพระคุนพระเจ้าหยู่หัว เมื่อเส็ดการรบพุ่งแล้ว ถ้ารอดชีวิตหยู่ ก็จะกลับบวดอีกหย่างเดิม” ฉันได้ฟัง นึกรักไจพระทิม จึงตอบว่าฉันจะต้องไปกราบทูนก่อน เพราะเมื่อเทอบวด เปนนาคหลวงของพระเจ้าหยู่หัว ไห้เทอพักรอฟังหยู่ที่บ้าน ฉันไปกราบทูน{{ตตฉ|สมเดด}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “สมเดด” เป็น “สมเด็ด” {{ชอวซ}}</ref> พระพุทธเจ้าหลวง ก็ชอบพระราชหรึทัย ออกพระโอถว่า “มนุสเรานี้ ถึงตกต่ำจนเปนโจรผู้ร้ายแล้ว ถ้ากลับไจได้จิง ๆ ก็ยังเปนคนดีได้” โปรดไห้ฉันเชินกะแสรับสั่งไปบอกพระทิมว่าซึ่งมีความกตัญญูคิดจะสนองพระเดชพระคุนนั้น ซงขอบไจนัก แต่การรบพุ่งไช้แต่คนฉกันที่ยังมีกำลังมาก พระทิมอายุมากเกินขนาดเสียแล้ว ไห้บวดเอาบุญต่อไปเถิด เทอได้ฟังกะแสรับสั่งหย่างนั้นก็ลากลับไป แต่นั้นมาฉันจะได้พบกับพระทิมอีกบ้างหรือหย่างไรจำไม่ได้ แต่ไม่มีกิจเกี่ยวข้องต้องคิดถึงพระทิมมาหลายปี จนถึงครั้งหนึ่ง จะเปนเมื่อปีไดจำไม่ได้ ฉันได้รับไบบอกมาจาก<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> q7738qdts59sjuvfqmccsmhzj5s4yhz หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/366 250 55523 290512 227651 2026-06-13T18:48:15Z Kapsikino 12160 290512 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 19|140}} {{ก|เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์|140}} {{สต|7em}} {{ก|(1)|120}} ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 มาจนไนรัชกาลที่ 5 ชาวต่างประเทสเข้าไจกันว่า ประเพนีเมืองไทยผิดกับประเทสอื่น ๆ ด้วยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์เสมอ แม้สมเด็ดพระราชินีนาถวิกตอเรียประเทสอังกริดก็เคยตรัดถามฉันว่า “ประเทสของเธอมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์มิไช่หรือ” แต่เวลาเมื่อฉันไปเฝ้าไน พ.ส. 2434 มีสมเด็ดพระบรมโอรสาธิราชแล้ว ฉันจึงทูนสนองว่า เดี๋ยวนี้เลิกประเพนีมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์แล้ว เปลี่ยนเปนมีมกุดราชกุมารเปนรัชทายาทเหมือนเช่นประเทสอื่น ๆ ก็ไม่ซงซักไซ้ต่อไป อันมูลเหตุที่ชาวต่างประเทสเข้าไจกันว่า ทำเนียมเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์เปนนิจนั้นเกิดด้วยเมื่อรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็ดพระจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวซงเพิ่มพระเกียรติยสสมเด็ดพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจุทามนี กรมขุนอิสเรสรังสรรค์ ซึ่งเปนพระมหาอุปราช ไห้เปนพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง ซงพระนามว่า “พระบาทสมเด็ดพระปิ่นเกล้าเจ้าหยู่หัว” ผิดกับพระมหาอุปราชไนรัชกาลก่อน ๆ ซึ่งเปนแต่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลมาทุกรัชกาล เมื่อพระมหาอุปราชซงพระเกียรติยสเปนพระเจ้าแผ่นดินขึ้น ไทยเราจึงบอกอธิบายแก่ฝรั่งว่า พระบาทสมเด็ดพระจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวเปนพระเจ้าแผ่นดิน<noinclude></noinclude> af523cfagte4bxzu1kig8rnt8xpwcs1 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/384 250 55541 290564 186022 2026-06-13T21:08:57Z Kapsikino 12160 290564 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|369}}</noinclude>พระราเมสวร ราชโอรสรัชทายาท ขึ้นไปครองเมืองเหนือเหมือนหย่างพระเจ้าแผ่นดิน เหตุไฉนจึงไม่ตั้ง ข้อนี้สันนิถานว่าน่าจะเปนเพราะซงพระราชดำหริว่าทั้งพระองค์เองและพระราชโอรสมิได้เปนเชื้อสายสนิธกับราชวงส์พระร่วงและไม่เคยคุ้นกับชาวเมืองเหนือ ถ้าไห้พระราเมสวรขึ้นไปครองเมืองเหนือ เกรงจะเกิดกะด้างกะเดื่องเหมือนครั้งสมเด็ดพระบรมไตรโลกนาถ ขุนพิเรนทรเทพเปนเชื้อสายพระร่วง ชาวเมืองเหนือคงไม่รังเกียด ทั้งได้ทำความชอบมาก ถึงจะพระราชทานบำเหน็ดหย่างไรก็ไม่เกินไป จึงโปรดไห้อภิเสกสมรสกับพระราชธิดาเลื่อนยสขึ้นเปนเจ้าเพราะเปนราชบุต<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “บุต” เป็น “บุตร” {{ชอวซ}}</ref> เขยก่อน แล้วจึงซงตั้งไห้เปนพระมหาธัมราชาขึ้นไปครองเมืองเหนือด้วยกันกับพระราชธิดา โดยซงพระราชดำหริว่าถ้ามีพระหน่อก็จะเปนเชื้อสายตั้งราชวงส์พระร่วงกับราชวงส์อู่ทองเชื่อม 2 ราชวงส์ไห้สนิธยิ่งขึ้นไนพายหน้า ต่อมาก็สมดังพระราชหรึทัยหวัง กับทั้งเปนคุนแก่บ้านเมืองได้จิง ด้วยเกิดสมเด็ดพระนเรสวรกับสมเด็ดพระเอกาทสรถทั้ง 2 พระองค์ สมเด็ดพระมหาจักรพัดิเสวยราชย์เมื่อ พ.ส. 2091 บ้านเมืองเปนสุขมาได้ 15 ปี แล้วก็ถึงคราวเคราะห์ร้ายของเมืองไทย ด้วยพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองมีอานุภาพเปนพระเจ้าราชาธิราชขึ้น เริ่มมาตีเมืองไทยเมื่อ พ.ส. 2106 ครั้งหนึ่ง แล้วมาตีเมื่อ พ.ส. 2111 อีกครั้งหนึ่ง มีชัยชนะ เอาสมเด็ดพระมหาจักรพัดิกับสมเด็ดมหินทราธิราชออกจากราชสมบัติ แล้วตั้งไห้พระมหาธัมราชา พระบิดาสมเด็ด<noinclude>{{ข|47|4em}} {{รกออ}}</noinclude> b1cdrnzdkv73fpoifl632t4tq15u64n หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/15 250 56251 290650 183103 2026-06-14T06:31:22Z Kapsikino 12160 290650 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{หสล|๙}}</noinclude>{{ลห|a5|เรื่อง "เงินตราสยาม"|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' ที่จะเกิดปัญหาเรื่องนี้มาจากอยากจะทราบถึงเรื่องเงินตราของไทยในสมัยโบราณ '''ปัญหา''' เงินตราของไทยนั้น แต่โบราณมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร '''ตอบ''' เรื่องเงินตรานั้นเป็นปัญหาแก่ฉันมาตั้งแต่สร้างเมืองนครปฐมเป็นที่ว่าการมณฑลในรัชกาลที่ ๕ ด้วยขุดพบเงินตราที่นั่นเนือง ๆ เป็นเงินเหรียญขนาดสักเท่าเงินครึ่งบาท มีตราด้านหนึ่งเป็นรูปสังข์ อีกด้านหนึ่งเป็นรูปคล้ายมณฑป มีรูปปลาอยู่ข้างล่าง ให้สืบถามดูว่า พบเงินอย่างนั้นที่ไหนอีกบ้าง ได้ความว่า พบที่เมืองอู่ทอง คือ เมืองสุพรรณภูมิ อยู่ทางเหนือเมืองนครปฐมขึ้นไปอีกแห่งเดียว จึงอยากรู้ว่า เป็นเงินตราของเมืองนครปฐมครั้งเป็นราชธานี หรือมาจากประเทศอื่น จึงได้ฉายรูปส่งไปถามพิพิธภัณฑ์สถานในลอนดอนว่า เงินตราอย่างนี้เป็นของประเทศไหนกัน รับตอบว่า เงินตราอย่างนี้พบแต่ที่เมืองพุกามแห่งเดียว ต่อมา ได้เงินเหรียญตราโบราณที่ดงศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี มาอีกอย่างหนึ่ง ขนาดเท่าเงินบาท แต่บางกว่า ตราข้างหนึงคล้ายพระจันทร์ครึ่งซีกอยู่กลางรัศมี อีกข้างหนึ่งลายคล้ายมณฑปเช่นเงินเมืองนครปฐม สันนิษฐานว่า เป็นเงินของพวกขอม เพราะเมื่อพบเงินชนิดนี้ในเมืองเราแล้วไม่ช้านัก ปราชญ์ฝรั่งเศสก็ขุดพบเงินอย่างเดียวกันที่ในแผ่นดินระหว่างเมืองไซ่ง่อนกับกรุงกัมพูชา เขาถามมาว่า ในประเทศสยามพบเงินเหรียญอย่างนั้นบ้างหรือไม่ เงินโบราณทั้งสองอย่างที่ว่ามา ยังรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานในกรุงเทพฯ เมื่อฉันไปเมืองพะม่า ไปเห็นหนังสือแต่งเรื่องเมืองพะม่าเล่มหนึ่งเขาจำลองรูปเงินโบราณต่าง ๆ ที่พบในเมืองพะม่าพิมพ์ไว้ในนั้น{{วว}}<noinclude></noinclude> qw7dhqg5jennxyzefgkfzetnyl5whho หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/8 250 56253 290647 183146 2026-06-14T06:30:07Z Kapsikino 12160 290647 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{หสล|๒}}</noinclude>{{ลห|a2|เรื่อง สร้างกรุงศรีอยุธยา|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' ที่จะเกิดปัญหาเรื่องนี้ เนื่องมาจากความข้องใจที่ได้อ่านในพงศาวดารถึงเรื่องการศรีอยุธยาว่า เป็นเพราะที่กรุงศรีอยุธยากุ้งปลาชุมบ้าง เป็นเพราะเกิดโรคห่าขึ้นที่เมืองเดิมบ้าง ฯลฯ น่าจะมีความสำคัญอื่นในทางการเมือง และฐานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาดูก็เหมาะสำหรับที่จะปกครองอาณาจักรไทยในครั้งนั้นมากกว่าอย่างอื่น '''ปัญหา''' การที่พระเจ้าอู่ทองมาสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น เป็นเพราะกรุงศรีอยุธยาเป็นทำเลที่มีอาหารการกินอุดม และเพราะเกิดโรคห่าขึ้นที่เมืองอู่ทองเดิมเท่านั้นหรือ หรือว่า มีเหตุลึกลับอื่นทางการเมืองแฝงอยู่ เพราะพิจารณาดูฐานที่ตั้งภูมิศาสตร์ ดูจะเป็นเพราะความบังคับทางการเมืองมากกว่าอย่างอื่น '''ตอบ''' เรื่องสร้างกรุงศรีอยุธยานี้ ในพงศาวดารทีพิมพ์ไว้แล้วฟังไม่ได้ ความหนึ่งที่ว่า พระเจ้าอู่ทองลงมาจากเมืองเทพนคร คิดดูผู้แต่งเห็นโลกเป็นเหนือสวนสราญรมย์มีปลามากก็ย้ายลงมาอยู่ ดูคล้าย ๆ กับว่า พลเมืองนั้นยัดใส่กระเป๋าลงมาได้ง่าย ๆ เหมือนของเล็ก ๆ น้อย ก็การอพยพพลเมืองนั้นเป็นเรื่องใหญ่ จะทำกันอย่างนั้นดูฟังยาก อีกความหนึ่งในพงศาวดาร{{ตตฉ|เหนือกว่า|เหนือว่า}} พระเจ้าอู่ทองหนีห่ามาจากเมืองสุพรรณ มีจริงอยู่เพียงมาแต่สุพรรณ และบางทีจะมีห่าด้วย แต่คงไม่ใช่ห่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เหตุที่มาตั้งกรุงศรีอยุธยานั้นมันมีอยู่อย่างหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องของการตั้งประเทศแข่งเมืองสุโขทัย จับตรงที่สามแพร่ง เพื่อจะบีบจมูกกรุงสุโขทัยทีเดียว การมาตั้ง ก็เพียรมาเป็นเวลาถึงสามสิบปี ไม่ใช่ของเร็ว ดูไม่ใช่เรื่องห่า เพราะเหตุไรคิดดูไม่ใช่ของง่าย แต่ก็ไม่เกินปัญญาคนนัก พอจะ<noinclude></noinclude> csehcvdmvqutjfa9gjqcbgs9de8ywpv หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/11 250 56258 290648 183157 2026-06-14T06:30:29Z Kapsikino 12160 290648 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ลห|a3|เรื่อง คำว่า "มหาราช"|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' สงสัยในคำว่า "มหาราช" ของไทยที่ใช้กันอยู่ เช่น คำว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นต้น ว่า ใช้กันมาแต่ครั้งไหน '''ถาม''' คำว่า "มหราช" ของไทยนั้น ใช้กันมาแต่เมื่อไร ตรงกับคำว่า "The Great" ของฝรั่งหรือมิใช่ '''ตอบ''' คำว่า "มหาราช" ว่าโดยคำ "ราช" ว่า เกิดเป็นเจ้า เช่น ราชกุมาร เป็นต้น หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ "ราช" คือ พระเจ้าแผ่นดิน เหตุไรหนังสือเก่าจึงเรียกพระนารายณ์ว่า "มหาราช" ไม่รู้โดยหลักฐาน นึกดูพระนารายณ์เป็นนารายณ์ราชกุมารมาแต่แรก เสวยราชย์แล้วดูเหมือนเรียก พระศรีสรรเพ็ชญ์ แต่นิยมเรียกตามพระนามเดิม "มหาราช" ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่มิได้หมายถึง มหาราช ที่แปลว่า "The Great" มหาราช ที่แปลว่า "The Great" นั้นเพิ่งมาใช้กันในกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง การที่ฝรั่งเขาใช้ของเขา เขามีหลักอย่างหนึ่ง เขาเรียกพระเจ้าแผ่นดินนั้น เขาไม่ได้ให้พระนามพิเศษ เขามี Christian Name เป็นต้นว่า องค์หนึ่งชื่อ Peter เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วอีกองค์หนึ่งชื่อ Peter อีก ลักษณะจะเรียกชื่อให้ผิดกันตามแบบฝรั่งใช้หลายอย่าง แต่ใช้คุณศัพท์เป็นเครื่องช่วย บางทีก็เป็น Peter ที่ ๑ ที่ ๒ ฯลฯ George ที่ ๑ ที่ ๒ จนถึงที่ ๖ โบราณเก่าขึ้นไปก็มี Richard the Lion Heart เพื่อให้ผิดกับ Richard ที่แล้ว อย่าง Frederick the Great ก็คือ Frederick ที่ ๒ แต่ค่าที่มีเกียรติคุณรุ่งเรือง จึงเป็น The Great คล้ายคำ "มหา" ของเรา แต่เราเพิ่งเอามาใช้ ว่าถึงยศพระเจ้าแผ่นดินไทย หนังสือเก่ายอกันจนสุดซึ้ง ไปดูร่ายต้นเรื่องยอพระเกียรติต่าง ๆ จะเห็นได้ พระเจ้าแผ่นดินทุกองค์เรียก "ราชา-<noinclude></noinclude> n41ejglj2eoejl037mzh0soa93ex652 หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/19 250 56260 290651 183168 2026-06-14T06:31:29Z Kapsikino 12160 290651 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{หสล|๑๓}}</noinclude><section begin="19-1" />เหมือนราษฎรไทยที่ไม่ชอบใช้เงินต่างประเทศ จึงได้ใช้เงินบาทสืบมาจนทุกวันนี้ <section end="19-1" /> <section begin="19-2" />{{ลห|a6|เรื่อง เฟี้สคิงและสกันด์คิง|140}} {{สต|7em}} '''ปัญหา''' เหตุใดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงยกย่องพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสมอด้วยพระองค์? การมีพระเจ้าแผ่นดินสองพระองค์นั้นมีราชประเพณีมาแต่ครั้งใด? '''ตอบ''' เรื่อง{{ตตฉ|เฟสท์}}คิงและสกันด์คิงของไทย หรือเรื่องสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์นี้ ในกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระปิ่นเกล้าฯ ที่นับว่า มีศักดิ์เสมอกัน ความข้อนี้สอบสวนได้จากเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ว่า เหตุที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยกย่องพระราชอนุชาเสมอด้วยพระองค์นั้น มิใช่เพียงแต่ว่า "มีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หายิ่งนัก" เท่านั้น เพราะเมื่อได้รับอัญเชิญให้ขึ้นเสวยราชย์ ได้ทรงพิจารณาดูทางโหราศาสตร์ เห็นว่า พระปิ่นเกล้านี้มีพระชาตาวิเศษนัก สมควรจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ฉะนั้น การที่ทรงรับราชสมบัติแต่พระองค์เดียว ดูไม่เป็นการสมควร ทรงเห็นเป็นอัปมงคล จึงได้ถวายราชสมบัติแด่สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ด้วยอีกพระองค์หนึ่ง เปนการเสมอกันกับพระองค์ ผิดกันก็แต่คำนำหน้าที่ว่า รับพระบรมราชโองการ กับพระบวรราชโองการ เท่านั้น เรื่องการยกพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ขึ้นเสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ นี้ นับว่า ทรงอ้างถึงพระราชประเพณีอันมีมาแต่กรุงศรีอยุธยา และยึดเอาพระนเรศวรและพระเอกาทศรถเป็นตัวอย่าง ซึ่งเมื่อพิจารณาดูให้ละเอียดจะเห็นได้ว่า ทั้งสมเด็จพระนเรศวร พระเอกาทศรถ{{วว}}<section end="19-2" /><noinclude></noinclude> 3r9idqfdcnynqpc0pjky25j456qpaku หน้า:รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf/23 250 56265 290652 183200 2026-06-14T06:41:53Z Kapsikino 12160 290652 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{หสล|๑๗}}</noinclude><section begin="23-1" />ฉะนั้น พระเอกาทศรถจึงไม่จำเป็นต้องตั้งรัชทายาทไปครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ เรื่องพระเจ้าอยู่หัวสองพระองค์ของเราก็ลงเอยที่ตรงนี้ <section end="23-1" /> <section begin="23-2" />{{ลห|a7|เรื่อง ศาลาสหทัยสมาคม|140}} {{สต|7em}} '''เหตุ''' ที่ถามเพื่อรู้ถึงประวัติของสิ่งก่อสร้างในพระบรมมหาราชวัง '''ปัญหา''' ศาลาสหทัยในพระบรมมหาราชวังนั้นสร้างขึ้นเมื่อไร เพื่อประโยชน์อันใด '''ตอบ''' ศาลาสหทัยสมาคมนั้นเป็นคลับทหารของฮอลันดาอยู่ที่เมืองบะเตเวีย ยังอยู่จนเดี๋ยวนี้ เรียกว่า คลับคองคอเดีย เขารับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงเมื่อเสด็จประพาสชะวาครั้งแรก โปรดมาก เมื่อเสด็จกลับมา เป็นเวลากำลังจะตั้งกรมมหาดเล็ก จึงสร้างคลับคองคอเดียขึ้น ถ่ายแบบตามอย่างของเดิมที่เมืองบะเตเวีย และเรียกว่า หอคองคอเดีย อย่างที่เรียกที่เมืองบะเตเวีย ขึ้นอยู่ในกรมมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๖ ใช้เป็นที่รับแขกเมือง มีงานเต้นรำสโมสรสันนิบาต ต่อมาใช้เป็นราชพิพิธภัณฑสถาน {{ก|บันทึก เรื่อง ศาลาสหทัยสมาคม|120}} {{ก|''ลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรม''}} {{ก|''พระยานริศรานุวัติวงศ์ ประทานพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต''}} {{ข|ตำหนักปลายเนิน คลองเตย}} {{ข|วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๔๘๕|5em}} {{ซ|ธานี}} ดูรูปเขียนที่วัดราชประดิษฐ์เห็นเป็นเรื่องบวชนาคหลวงตรงศาลาสหทัยที่เธอถาม ดูตามที่ตาจะอำนวยได้ เห็นทีว่า โรงจากปะอยู่ข้างนอก{{วว}}<section end="23-2" /><noinclude></noinclude> hs7irtx3znvl1skp3f4zg7m9uk7dpak บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 2 0 56266 290615 183213 2026-06-14T06:21:14Z Kapsikino 12160 290615 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 1/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 3/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประวัติศาสตร์ไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="8" to="10"/> 7otcgrgz20ln0xm9qzo07asluub0lnj บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 3 0 56267 290616 183212 2026-06-14T06:21:26Z Kapsikino 12160 290616 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 2/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 4/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ภาษาไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="11" to="13" tosection="13-1"/> q3mzvyqm4puhua9n74bhe5b0ybylmcw บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 5 0 56268 290618 183210 2026-06-14T06:21:48Z Kapsikino 12160 290618 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 4/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 6/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = กษาปณ์วิทยา }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="15" to="19" tosection="19-1"/> bzlyhavvu8kf8j7kzmcelg5b5c18tl9 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 6 0 56269 290619 183266 2026-06-14T06:21:58Z Kapsikino 12160 290619 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 5/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 7/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว/สมเด็จพระนเรศวรมหาราช }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="19" fromsection="19-2" to="23" tosection="23-1"/> 34yf86a7d7d4yqkc4d36jzuf432b6c4 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 7 0 56270 290620 183208 2026-06-14T06:22:08Z Kapsikino 12160 290620 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 6/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 8/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = พระบรมมหาราชวัง }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="23" fromsection="23-2" to="25" tosection="25-1"/> o4jfghc760mw4tposjvy988xh4sgm1t บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 8 0 56271 290621 183207 2026-06-14T06:22:27Z Kapsikino 12160 290621 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 7/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 9/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="25" fromsection="25-2" to="26" tosection="26-1"/> p80k0m106cl5ch0ykepvi5glgmkc0rj บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 9 0 56272 290622 183206 2026-06-14T06:22:40Z Kapsikino 12160 290622 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 8/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 10/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประเทศกัมพูชา }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="26" fromsection="26-2" to="29" tosection="29-1"/> 1hzlsxcrq2jbi8qmtl8if09mv89chob บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 10 0 56273 290623 183205 2026-06-14T06:22:59Z Kapsikino 12160 290623 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 9/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 11/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="29" fromsection="29-2" to="31" tosection="31-1"/> 4wqvxl10bqjmydnzsc0rep96mrhhfer บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 11 0 56274 290624 183214 2026-06-14T06:23:11Z Kapsikino 12160 290624 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 10/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 12/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="31" onlysection="31-2"/> ej6g7vrh2yc4su1ngkwc7hblnjp1z65 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 12 0 56275 290625 183220 2026-06-14T06:23:23Z Kapsikino 12160 290625 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 11/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 13/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = เวลาในประเทศไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="32" to="33" tosection="33-1"/> aj5m195kidaovdc6tg63vr2xxfq2u12 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 13 0 56276 290626 183222 2026-06-14T06:23:35Z Kapsikino 12160 290626 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 12/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 14/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประเพณีไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="33" fromsection="33-2" to="34" tosection="34-1"/> hpmsat4zlddiugaci4cdrrdumhg13xd บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 15 0 56277 290630 183225 2026-06-14T06:23:58Z Kapsikino 12160 290630 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 14/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 16/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = เวลาในประเทศไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="35" fromsection="35-2" to="43" tosection="43-1"/> 2y73pue2a3mofb24nx5wc3tc5dd7z6l บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 16 0 56278 290632 183227 2026-06-14T06:24:08Z Kapsikino 12160 290632 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 15/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 17/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประเทศพม่า/ยาเสพติด }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="43" fromsection="43-2" to="44"/> 1v7w358l0h7r5ffhcp1d7bklsb9x0it บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 14 0 56279 290628 183224 2026-06-14T06:23:46Z Kapsikino 12160 290628 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 13/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 15/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="34" fromsection="34-2" to="35" tosection="35-1"/> m3unsc8ipeylibk5dv2g9f07fzjoeu7 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 17 0 56280 290634 183228 2026-06-14T06:24:19Z Kapsikino 12160 290634 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 16/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 18/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ประเพณีไทย }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="45" to="46" tosection="46-1"/> fdc3ivtsiv1fstaspscq7lnwfba8c90 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 18 0 56281 290635 183229 2026-06-14T06:24:29Z Kapsikino 12160 290635 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 17/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 19/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ปรัมปราวิทยา/ศาสนาฮินดู | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="46" fromsection="46-2" to="47"/> elt8ij4e3lpnrol3iad2tgm9drmsaoy บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 19 0 56282 290636 183230 2026-06-14T06:24:40Z Kapsikino 12160 290636 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 18/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 20/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = อาชญาวิทยา }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="48" onlysection="48-1"/> mnge9nt4odbxniwl7g3zaze0njaigf4 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 20 0 56283 290637 183231 2026-06-14T06:24:51Z Kapsikino 12160 290637 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 19/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 21/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="48" fromsection="48-2" to="49"/> f0gux9yczq9wdhyzks5s362lb1tom1w บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 23 0 56284 290640 183236 2026-06-14T06:25:22Z Kapsikino 12160 290640 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 22/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง 24/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = เกษตรกรรม | ผู้สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง = พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" include="52" onlysection="52-1"/> 327kil62vs0s0rpyfzgiozz5ur0oox4 บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล/เรื่อง 24 0 56285 290641 183237 2026-06-14T06:25:35Z Kapsikino 12160 290641 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับ[[../|หน้าอื่น]]แล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../]] | ปี = 2493 | ผู้สร้างสรรค์ = หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../เรื่อง 23/]] | ถัดไป = | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ศาสนาพุทธ }} <pages index="รับสั่ง - ดำรง - ๒๔๙๓.pdf" from="52" fromsection="52-2" to="53"/> r7xwfovfxi82osl0vcje0miara5h4u0 อธิบายเรื่องธงไทย (2476)/ผู้วายชนม์ 0 57077 290577 224094 2026-06-13T21:55:10Z Kapsikino 12160 290577 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../|อธิบายเรื่องธงไทย]] | ปี = 2476 | ผู้สร้างสรรค์ = | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = ผู้วายชนม์ | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = [[../คำนำ/]] | ถัดไป = [[../เรื่อง/]] | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = ชีวประวัติ }} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="3" to="6"/> {{คหน}} <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="7" to="8"/> eo4k740bjkdat3uf8qxvuv1f9axfwd7 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/32 250 57543 290532 227641 2026-06-13T19:20:02Z Kapsikino 12160 290532 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 3 <br> เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร|140}} {{สต|7em}} เมื่อ พ.ส. 2433 (ร.ส. 109) พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะสเด็ดเลียบหัวเมืองแหลมมลายูทั้งปักสไต้และฝ่ายตะวันตก กำหนดระยะทางจะสเด็ดไปเรือจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองชุมพร แต่เมืองชุมพรสเด็ดโดยทางบกข้ามแหลมมลายูตรงกิ่วกระ ไปลงเรือที่เมืองกระบุรี ล่องลำน้ำปากจั่นลงไปยังเมืองระนอง ต่อนั้นสเด็ดไปเรือทางทเล แวะตามหัวเมืองฝ่ายตะวันตกจนตลอดพระราชอานาเขต แล้วเลยไปอ้อมแหลมมลายูที่เมืองสิงคโปร์ เลียบหัวเมืองปักสไต้ขึ้นมา เมื่อขากลับกรุงเทพฯ โปรดไห้ฉันเปนผู้จัดการสเด็ดประพาสครั้งนั้น เพราะเหตุไดจึงโปรดไห้ฉันเปนผู้จัดการสเด็ดประพาส เปนเรื่องอันหนึ่งไนประวัติของตัวฉันเอง จะเล่าฝากไว้ด้วยตรงนี้ เมื่อ พ.ส. 2432 (ร.ส. 108) พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสเด็ดประพาสหัวเมืองปักสไต้ โปรดไห้ฉันไปตามสเด็ดเปนมัคคุเทส เพราะฉันได้เคยไปเที่ยวหัวเมืองทางนั้น รู้เบาะแสมาแต่ปีก่อน ก็การที่เปนมัคคุเทสนั้นมีหน้าที่เปนต้นรับสั่งกะการประพาสที่ต่าง ๆ ตลอดทางที่สเด็ดไป ฉันสนองพระเดชพระคุนชอบพระราชหรึทัยสมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวง แต่นั้นมาจึงซงพระกรุนาโปรดไห้ฉันเปนผู้จัดการสเด็ดประพาส แต่ชอบเรียกกันเปนคำแผลงภาสาอังกริดว่า Lord Program{{วว}}<noinclude>{{ข|3|4em}}</noinclude> 3skp6d3r93ygk4pbr5u13a7q4neooo1 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/34 250 57545 290565 188295 2026-06-13T21:10:54Z Kapsikino 12160 290565 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|19}}</noinclude>ถ้อยคำบ้างเล็กน้อย และเขียนเล่าเรื่องเสือตัวนั้นอันมีต่อมาเมื่อพายหลังยังไม่ปรากตไนหนังสือซึ่งฉันเขียนไว้แต่ก่อนเพิ่มเติมไห้สิ้นกะแสความเรื่องที่เขียนไว้แต่เดิม ดังต่อไปนี้ {{ก|เรื่องเสือไหย่ที่เมืองชุมพร|120}} เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้ กล่าวตามที่ฉันได้ยินด้วยหูและได้เห็นด้วยตาของตัวเอง เพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านอย่าได้สงสัยว่าเปนความเท็จซึ่งแต่งแต่โดยเดาเลย เปนความจริงแท้ทีเดียว เมื่อวันที่ 6 เมสายน (ร.ส. 109) นี้ ฉันไปถึงปากน้ำเมืองชุมพรลงเรือโบตขึ้นไปที่บ้านด่าน หาเรือซึ่งจะรับขึ้นไปถึงเมืองชุมพร ด้วยเรือไฟที่มาส่งฉันเขาจะต้องรีบไช้จักรไปราชการที่อื่นอีก ขนะเมื่อฉันนั่งพักคอยเรือหยู่ที่บ้านด่านนั้น ได้สนทนากับขุนด่านและกรมการราสฎรชาวปากน้ำชุมพรหลายคน ซึ่งฉันได้รู้จักมาแต่ก่อนบ้าง ที่ยังไม่รู้จักบ้าง พูดจาไถ่ถามถึงทุกข์สุขต่าง ๆ ตลอดไปจนเรื่องการทำมาหากินของราสฎร และเรื่องสัตว์สิงห์ต่าง ๆ คือเสือเปนต้น เขาจึงเล่าไห้ฟังเปนปากเดียวกันดังนี้ว่าไนเวลานั้นมีเสือดุที่แขวงเมืองชุมพรตัวหนึ่ง เสือนั้นตัวไหญ่ยาวสัก 9 สอก เท้าเป๋ข้างหนึ่ง จึงเรียกกัน “อ้ายเป๋” เที่ยวกัดกินคนตามแขวงบ้านไหม่ บ้านละมุ เสียหลายคน ประมานกันแต่หกเจ็ดคนขึ้นไปถึงสิบคนยี่สิบคน และว่าเสือตัวนี้กล้าหานผิดกับเสือซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน ถึงเข้ากัดคนกลางวันแสก ๆ บางที<noinclude></noinclude> t0xvgfi7n5oiia9nxlmd851ink01242 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/38 250 57549 290550 188287 2026-06-13T20:23:31Z Kapsikino 12160 290550 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|23}}</noinclude>สืบถามไห้ได้ความว่าเสือมันเข้ามาทางไหน และได้ทำไครเปนอันตรายบ้างหรือหย่างไร สืบถามซักไซ้ก็ได้ความว่าต้นเหตุเกิดที่โรงไว้ของข้างหลังเรือนฉันพัก โรงนั้นเปนโรงไหญ่ไม่มีฝาหยู่สองด้าน มีคนนอนหยู่หลายคน คนหัวเมืองคนหนึ่งละเมอเสียงโวยวายขึ้น คนหัวเมืองอีกคนหนึ่งนอนหยู่เคียงกันได้ยินเสียงเพื่อนกันโวยวายก็ตกไจลุกทลึ่งขึ้นร้องว่า “เสือ” แล้วก็วิ่งหนีด้วยเข้าไจว่าเสือมากัดอ้ายคนละเมอ ส่วนอ้ายคนละเมอเห็นเขาวิ่งร้อง “เสือ เสือ” ก็สำคัญว่าเสือเข้ามา พลอยลุกขึ้นวิ่งร้องว่า “เสือ” ตามเขาไป อ้ายสองคนนี้เข้าที่ไหน คนก็ลุกขึ้นร้องโวยวายต่อ ๆ ไปด้วย ครั้นได้ความชัดหย่างนี้ก็ได้แต่หัวเราะกันไป อีกกว่าชั่วโมงจึงสงบเงียบหลับกันไปอีก นี่แลที่ฉันได้เห็นไนเรื่องเสือตัวไหญ่นั้นด้วยตาของฉันเอง แต่มิไช่ได้เห็นตัวเสือไหญ่นั้นดอกนะ (เรื่องที่ลงหนังสือวชิรญานวิเสสหมดเพียงเท่านี้) หนทางบกที่เดินข้ามกิ่วกระแต่เมืองชุมพรไปจนลำน้ำปากจั่นนะเมืองกระบุรีระยะทางเพียง 1,083 เส้น พวกชาวเมืองที่ไปมาค้าขายเขาเดินวันเดียวตลอด แต่ขบวนสเด็ดผู้คนมาก ต้องกะไห้เดินเปน 2 วัน เพราะต้องข้ามเขาบันทัดเปนทางกันดาร ได้ลองนับที่ต้องขึ้นเขาและลงข้ามไหล่เขามีถึง 31 แห่ง ข้ามลำธาร 53 แห่ง ลุยไปตามลำธาร 21 แห่ง พาหนะก็ไช้ได้แต่ช้างม้ากับคนเดินหาบหาม ขบวนคนมาก ต้องเดินช้าหยู่เอง เมื่อฉันล่วงหน้าไปตรวดทางครั้งนั้น ได้พบเห็นของประหลาดที่ไม่เคย{{ตตฉ|รู}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “รู” เป็น “รู้” {{ชอวซ}}</ref> มาแต่ก่อนบางหย่าง จะเล่าไว้ด้วย{{วว}}<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> azl7l064hw2ndajx6zn9bs1cmpfe78x นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 3 0 57555 290508 227602 2026-06-13T18:42:36Z Kapsikino 12160 290508 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 3 เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 2/]] | next = [[../นิทานที่ 4/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="32" to="43"/> s4owjkm8dk50p0mnesbsid0xqtdsqr5 290566 290508 2026-06-13T21:11:21Z Kapsikino 12160 290566 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 3 เรื่องเสือไหย่เมืองชุมพร | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 2/]] | next = [[../นิทานที่ 4/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="32" to="43"/> ---- {{รกออ}} eyvc72ibbg52ftie0p8oxkvjyis01r0 นิทานโบรานคดี/คำนำของกรมสิลปากร 0 57561 290627 227685 2026-06-14T06:23:46Z EmausBot 6006 แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]] 290627 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]] n95ispt746ew4z9973v416lhzn3iggy นิทานโบรานคดี/คำนำนิทานโบรานคดี 0 57562 290629 227686 2026-06-14T06:23:56Z EmausBot 6006 แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]] 290629 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]] h49wkmc4d3nki892jq2kozhds2ws4mz หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/279 250 57605 290560 193096 2026-06-13T20:58:35Z Kapsikino 12160 290560 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|264}}</noinclude>สนุก เต็มไจช่วยทหาน เพราะถูกอั้งยี่รังแกเบื่อเหลือทนหยู่แล้ว ส่วนทหานเรือก็ออกจากท่า กะเวลาแล่นลงไปไห้ถึงพร้อม ๆ กับทหานบก ถึงเวลา 8 นาฬิกาก็สามาถเข้าล้อมพวกอั้งยี่พร้อมกันทั้งทางข้างเหนือและข้างไต้ดังหมายไว้แต่แรก พวกอั้งยี่ไม่ได้นึกว่าทหานจะลงไปปราบ รู้เมื่อทหานถึงตัวแล้ว ก็ไม่รู้ที่จะทำหย่างไร มีตัวหัวโจกต่อสู้ถูกทหานยิงตายสักสองสามคน พวกอั้งยี่ก็สิ้นคิด ที่หยู่ห่างทหานก็พากันหลบหนี ที่หยู่ไกล้กลัวทหานยิงก็ยอมไห้ทหานจับโดยดี ไนสมัยนั้นจีนยังไว้ผมเปีย ทหานจับได้ก็ไห้เอาผมเปียผูกกันไว้เปนพวง ๆ ที่ทหานเรือจับได้ก็เอาลงเรือส่งขึ้นมา ที่ทหานบกจับได้เจ้าพระยาราชสุภมิตรก็ไห้ทหานรักสาพระองค์คุมเดินขึ้นมาทางถนนจเรินกรุงเปนคราว ๆ ราวหมู่ละ 100 คน พวกชาวเมืองไม่เคยเห็น ตื่นกันมาดูแน่นทั้งสองฟากถนนตลอดทาง ทหานจับพวกอั้งยี่ที่ไนสนามรบเส็ดแต่เวลาไนเวลาก่อนเที่ยง พวกหยิงชายชาวบ้านร้านตลาดพากันยินดี หาอาหารมาเลี้ยงกลางวัน พอกินแล้วก็เที่ยวค้นจับพวกอั้งยี่หลบหนีไปเที่ยวซุกซ่อนตามที่ต่าง ๆ ต่อไป ตอนนี้มีพวกนายโรงสีและชาวบ้านพากันนำทหานไปเที่ยวค้นจับได้พวกอั้งยี่อีกมาก ตัวหัวโจกซึ่งรีบหนีไปเสียก่อนก็จีบได้ไนตอนบ่ายนี้แทบทั้งนั้น รวมจำนวนอั้งยี่ที่ถูกทหานยิงตายไม่ถึง 10 คน ถูกบาดเจ็บสัก 20 คน จับได้โดยละม่อมราว 800 คน ได้ตัวหัวโจก 8 คน เมื่อเส็ดการจับแล้ว ถึงตอนเย็นกรมยุธนาธิการไห้ทหานหน้าลงไปหยู่ประจำรักสาความสงบไนท้องที่ เรียก{{ตตฉ|หทาน}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “หทาน” เป็น “ทหาน” {{ชอวซ}}</ref> มหาดเล็กกับทหานเรือกลับมา{{วว}}<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> b5hzcbaqlvwagrpnv230bxwxys6t7tn หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/69 250 57630 290529 227649 2026-06-13T19:13:57Z Kapsikino 12160 290529 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ลห|ร0|นิทานที่ 6 <br> เรื่องของแปลกที่เมืองพารานสี|140}} {{สต|7em}} ครั้งฉันไปอินเดียไน พ.ส. 2434 เมื่อไปถึงเมืองพารานสี Benares พระมหาราชาจัดวังนันเทสวรอันเปนที่สำหรับรับแขกเมืองมีบันดาสักดิไห้เปนที่พัก วังนันเทสวรหยู่ต่างฟากแม่น้ำคงคากับวังรามนครที่มหาราชาหยู่ เปนตึกฝรั่งมีสวนและกำแพงล้อมรอบ รัถบาลอังกริดส้างแต่เมื่อยังไม่ได้ปล่อยไห้เมืองพารานสีเปนประเทสราช เดิมเปนที่จวนของข้าหลวงอังกริดที่บันชาการเมือง ครั้นเมืองพารานสีได้เปนประเทสราช มหาราชาจึงรับซื้อไว้เปนที่รับแขกเมืองมีบันดาสักดิ ไห้ชื่อว่าวังนันเทสวร ประเพนีประเทสราชไนอินเดียรับแขกเมืองผิดกันหย่างหนึ่ง เมืองไหนเจ้าเมืองถือสาสนาอิสลามเช่นมหาราชาไนชัม–เมืองไฮเดอระบัด มีการเลี้ยงไห้เปนเกียรติยสเหมือนหย่างฝรั่ง แต่เมืองที่เจ้าเมืองถือสาสนาฮินดูไม่มีการเลี้ยง เพราะสาสนาฮินดูห้ามมิไห้กินร่วมกับคนถือสาสนาอื่น หรือแม้คนถือสาสนาฮินดูด้วยกัน ถ้าเกิดไนสกูลต่างวรรนะ เช่นพราหมน์กับกสัตร ก็กินร่วมกันไม่ได้ เมื่อฉันพักหยู่เมืองพารานสี เขาเลี้ยงหย่างฝรั่ง แต่มหาราชาไห้จัดอาหารหย่างฮินดูส่งมาเลี้ยงด้วย เปนสำรับกับข้าวเช่นเดียวกับของไทย เปิดพิจารนาดู ทำหย่างประนีตบันจงหย่างของห้องเครื่อง เปนต้นว่าข้าวที่ไส่มาไนชามก็ปิดทองคำเปลวเหมือนหย่างเข้าทิพพิธีสาท นึกว่าจะลองกิน<noinclude></noinclude> 5ijq68bp84hj8eoqo53n48tjbmeilqy นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 6 0 58361 290505 227612 2026-06-13T18:40:50Z Kapsikino 12160 290505 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 6 เรื่องของแปลกที่เมืองพารานสี | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 5/]] | next = [[../นิทานที่ 7/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร0|เรื่องของแปลกที่เมืองพารานสี|ร0}} :# {{ตลล|ส-ร1|ย่ำยาม|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|ทุ่มโมง|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|ขานยาว|ร3}} :# {{ตลล|ส-ร4|ลักสนะรับแขกเมือง|ร4}} :# {{ตลล|ส-ร5|ลอยบาป|ร5}} :# {{ตลล|ส-ร6|ปลงสพ|ร6}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="69" to="82"/> 773b1zbcblliabrytg1120pg4epo3bz หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/341 250 58366 290561 193384 2026-06-13T21:04:39Z Kapsikino 12160 290561 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|326}}</noinclude>เมืองทุ่งยั้ง เมืองกำแพงเพชร 3 เมืองนี้ยังเรียกชื่อหยู่หย่างเดิม เมืองสองแควเปลี่ยนชื่อเปนเมืองพิสนุโลก เมืองสะหลวงเปลี่ยนชื่อเมืองพิจิตร ไนสมัยกรุงสรีอยุธยา และเมืองชากังราวนั้นหยู่ที่ปากคลองสวนหมากตรงข้ามกับเมืองกำแพงเพชร เมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเคยเปลี่ยนชื่อว่า “เมืองนครชุม” แต่พายหลังมารวมเปนเมืองเดียวกับเมืองกำแพงเพชร ชื่อเมืองชากังราวก็สูญไป ฉันยังไม่รู้แห่งแต่เมืองชเลียงกับเมืองบางยม 2 เมืองเท่านั้น แต่สังเกตชื่อเมืองทั้ง 8 ที่มีไนบานแผนก ฉันประหลาดไจที่ขาดชื่อเมืองสรีสัชนาลัย และที่เอาชื่อเมืองชเลียงเข้าคู่กับเมืองสุโขทัย กลับหวนคิดว่าหรือเมืองชเลียงกับเมืองสรีสัชนาลัยจะเปนเมืองเดียวกัน แต่มีข้อขัดข้องด้วยพระเจ้ารามคำแหงได้ตรัดไว้ไนสิลาจารึกว่าเมืองชเลียงกับเมืองสรีสัชนาลัยเปน 2 เมืองต่างกัน จะลบล้างพระราชดำหรัดเสียหย่างไรได้ แต่ถึงสมัยนี้ฉันออกจะเกิดมานะว่าจะค้นเมืองชเลียงไห้พบไห้จงได้ จึงถามพวกชาวเมืองสวรรคโลกว่านอกจากเมืองสรีสัชนาลัย ยังมีเมืองโบรานหยู่ที่ไหนไนเขตเมืองสวรรคโลกอีกบ้างหรือไม่ เขาบอกว่ายังมีอีกเมืองหนึ่งหยู่ไนป่าริมแม่น้ำยมเก่า ฉันขึ้นไปเมืองสวรรคโลกอีกครั้งหนึ่ง จึงไห้เขาพาเดินบกไปทางนั้น ต้องค้างทางคืนหนึ่ง ก็พบเมืองโบรานหยู่ที่ริมลำน้ำยมเก่าดังเขาว่า มีเจดียวิหารวัดร้างหยู่ไนเมืองนั้นหลายแห่ง แต่สังเกตดูเปนเมืองขนาดย่อม ไม่สมกับเรื่องของเมืองชเลียง แต่ก็{{ตตฉ|นก}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “นก” เป็น “นึก” {{ชอวซ}}</ref> ขึ้นได้ไนขนะนั้นว่าคือเมืองบางยมที่ยังไม่รู้แห่งหยู่อีกเมืองหนึ่งนั้น<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> kw40188crg5f65h8nvp3e868actk0x1 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/352 250 58377 290562 194296 2026-06-13T21:06:16Z Kapsikino 12160 290562 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" />{{ก|337}}</noinclude>อู่ทองหรือไม่ จึงวานพระยานครพระราม (ม.ร.ว.เจ๊ก) เมื่อยังเปนนายอำเพอพระปถมเจดีย์ ไห้ตรวดแนวลำน้ำนั้นว่าจะขึ้นไปถึงไหน ด้วยแกเคยหยู่ไนกรมแผนที่ ทำแผนที่เปน พระยานครพระรามตรวดได้ความว่าแนวลำน้ำนั้นขึ้นไปผ่านหน้าเมืองกำแพงแสนซึ่งเปนเมืองโบรานเมืองหนึ่ง แล้วมีร่องรอยต่อขึ้นไปข้างเหนือ จนไปต่อกับลำน้ำจรเข้สามพันที่ตั้งเมืองท้าวอู่ทอง ไช่แต่เท่านั้น สืบถามที่เมืองสุพรรนบุรียังได้ความต่อไปว่าลำน้ำจรเข้สามพันนั้นยืดยาวต่อ{{ตตฉ|ขน}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ขน” เป็น “ขึ้น” {{ชอวซ}}</ref> ไปทางเหนืออีกไกลมาก และมีของโบราน เช่นสะน้ำ 4 สะสำหรับราชาภิเสกเปนต้น หยู่ริมลำน้ำนั้นหลายแห่ง แต่ลำน้ำเดิมตื้นเขิน ยังมีน้ำแต่เปนตอน ๆ คนจึงเอาชื่อตำบนที่ยังมีน้ำเรียกเปนชื่อลำน้ำนั้น กลายเปนหลายชื่อ ส่วนลำน้ำที่พระปถมเจดีย์อีกสายหนึ่งซึ่งไปทางตะวันตกนั้น ตรวดเมื่อพายหลังก็ได้ความรู้หย่างแปลกประหลาดว่าไปต่อกับแม่น้ำราชบุรีที่ตำบนท่าผา และมีวัดพุทธาวาส พวกชาวอินเดียที่มาตั้งเมืองนะพระปถมเจดีย์ก่อส้างด้วยสิลา ปรากตหยู่ที่พงตึกทางฟากตะวันตกเหนือปากน้ำนั้น เปนอันพบหลักถานแน่นอนว่าเมืองโบรานที่พระปถมเจดีย์นั้น ตั้งหยู่ที่แม่น้ำสองสายประสบกัน และหยู่ไกล้ปากน้ำที่ออกทเลด้วย เพราะเคยขุดพบสายโซ่และสมอเรือทเลที่ตำบนธัมสาลา หยู่ห่างพระปถมเจดีย์มาทางทิสตะวันออกไม่ไกลนัก เพราะเปนเมืองมีทางคมนาคมค้าขาย ทั้งทางบก ทางทเล และทางแม่น้ำบริบูรน์ เมืองเดิมที่พระปถมเจดีย์จึงได้เปนราชธานีของประเทสทวาราวดี {{มปก}}<noinclude>{{ข|43|4em}} {{รกออ}}</noinclude> e2hw5wts8an6w9vdnh33vu5pbjgopdi นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 18 0 58609 290487 227592 2026-06-13T18:09:32Z Kapsikino 12160 290487 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 18 เรื่องค้นเมืองโบราน | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 18/]] | next = [[../นิทานที่ 19/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-18-0|ค้นเมืองโบราน|18-0}} :# {{ตลล|ส-18-1|เรื่องเมืองชเลียง|18-1}} :# {{ตลล|ส-18-2|เรื่องเมืองอู่ทอง|18-2}} :# {{ตลล|ส-18-3|เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี|18-3}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="337" to="365"/> k9v31livxjd06rvifds25mhfl5khwl6 290488 290487 2026-06-13T18:09:51Z Kapsikino 12160 290488 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 18 เรื่องค้นเมืองโบราน | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 18/]] | next = [[../นิทานที่ 19/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-18-0|เรื่องค้นเมืองโบราน|18-0}} :# {{ตลล|ส-18-1|เรื่องเมืองชเลียง|18-1}} :# {{ตลล|ส-18-2|เรื่องเมืองอู่ทอง|18-2}} :# {{ตลล|ส-18-3|เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี|18-3}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="337" to="365"/> r8qgwzoe5i05p09dzxla3ss0qemvmm0 290489 290488 2026-06-13T18:10:09Z Kapsikino 12160 290489 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 18 เรื่องค้นเมืองโบราน | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 17/]] | next = [[../นิทานที่ 19/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-18-0|เรื่องค้นเมืองโบราน|18-0}} :# {{ตลล|ส-18-1|เรื่องเมืองชเลียง|18-1}} :# {{ตลล|ส-18-2|เรื่องเมืองอู่ทอง|18-2}} :# {{ตลล|ส-18-3|เรื่องพระเจดีย์ยุธหัตถี|18-3}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="337" to="365"/> 9z8tcb3jgohcv990ogz7jxjanyow9eo หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/285 250 58648 290517 227663 2026-06-13T18:50:58Z Kapsikino 12160 290517 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" /></noinclude>{{ลห|16|นิทานที่ 16 <br> เรื่องลานช้าง|140}} {{สต|7em}} เมื่อฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย ได้ไปตรวดราชการหัวเมืองไนมนทลอุดรกับมนทลอีสานเมื่อ พ.ส. 2449 และได้เขียนเล่าเรื่องที่ไปครั้งนั้นไห้หอพระสมุดฯ พิมพ์แต่เมื่อ พ.ส. 2463 แล้ว ไนนิทานนี้จะพรรนนาว่าแต่ด้วยลัทธิทำเนียมกับของแปลกประหลาดที่ฉันได้พบเห็นเมื่อไปครั้งนั้น เปนเรื่องยาวหยู่สักหน่อย จึงแบ่งเปนนิทาน 2 เรื่อง เรียกว่า “เรื่องลานช้าง” เรื่องหนึ่ง “เรื่องแม่น้ำโขง” เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องราวที่ไปจะบอกเพียงไห้รู้ว่าไปทางไหนบ้าง {{ลห|16-1|ทางที่ไป|120}} ฉันออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ไปด้วยรถไฟพิเสสจนถึงเมืองนครราชสีมา ออกจากเมืองนครราชสีมาไปมนทลอุดร ขี่ม้าไป 14 วันถึงเมืองหนองคาย ครั้งนั้นรัถบาลฝรั่งเสสมีแก่ไจจัดเรือไฟชื่อลาแครนเดียอันเปนพาหนะสำหรับข้าหลวงลำหนึ่ง กับเรือไฟสำหรับบันทุกของลำหนึ่ง ส่งมาไห้ฉันไช้ทางลำแม่น้ำโขง จึงลงเรือไฟมาจากเมืองหนองคาย ระยะทาง 4 วันถึงเมืองนครพนม ขึ้นเดินบก ขี่ม้าจากเมืองนครพนมทาง 3 วันถึงเมืองสกลนคร จากเมืองสกลนครเดินบกวกกลับลงไป 3 วันถึงพระธาตุพนมที่ริมแม่น้ำโขง ลงเรือยาว<noinclude></noinclude> 1josbz94gha5710nw856z1a56075u3z หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/230 250 58670 290519 227643 2026-06-13T18:58:07Z Kapsikino 12160 290519 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 14 <br> เรื่องโรงเรียนมหาดเล็กหลวง|140}} {{สต|7em}} ไนรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ส. 2435 พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวเริ่มซงเปลี่ยนแปลงระเบียบการปกครองบ้านเมือง โปรดไห้ตั้งกะซวงเสนาบดี ซึ่งแต่ก่อนมีเพียง 7 กะซวง เพิ่มขึ้นเปน 12 กะซวง และเปลี่ยนตัวเสนาบดีบางกะซวง ตัวฉันก็โปรดไห้ย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกะซวงธัมการไปเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทยไนคราวนั้น เสนาบดีต่างกะซวงต่างจัดการไนกะซวงของตนไห้จเรินทันสมัย การงานไนกะซวงต่าง ๆ มีมากขึ้น และทำละเอียดกว่าแต่ก่อน ทั้งมีการคิดจัดไหม่เพิ่มขึ้นเนือง ๆ ต้องการคนรับราชการไนกะซวงต่าง ๆ มากขึ้น เสมียนตามกะซวงซึ่งมีหยู่แต่ก่อนหย่อนความรู้ ไม่สามาถจะทำการงานตามระเบียบไหม่ได้ทันกับการที่เปลี่ยนแปลง เสนาบดีเจ้ากะซวงจึงต้องแสวงหาคนที่ได้เล่าเรียนมีความรู้ เช่น นักเรียนที่ได้รับประกาสนียบัตรจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเปนเสมียน ต่อมาเมื่อเสมียนเหล่านั้นทำการงานดีมีความสามาถ เจ้ากะซวงก็กราบบังคมทูนขอไห้รับพระราชทานสัญญาบัตรเปนขุนนางมีตำแหน่งไนกะซวงตามคุนวุทธิ เปนเช่นนั้นมาราวสัก 5 ปี ดูเหมือนจะเปนเมื่อ พ.ส. 2441 วันหนึ่ง พระเจ้าหยู่หัวตรัดปรารภแก่ฉันว่า ขุนนางที่เปนขึ้นไหม่ ๆ ไนชั้นนี้ไม่ไคร่ซงรู้จัก แต่ก่อนมา ลูกผู้ดีที่จะทำราชการ ย่อมถวายตัวเปนมหาดเล็กตั้งแต่รุ่น<noinclude></noinclude> pkff2le2gt7ci8lqkg9c9i096yh15o7 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/83 250 58683 290528 227650 2026-06-13T19:11:43Z Kapsikino 12160 290528 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Venise12mai1834" /></noinclude>{{ลห|ร0|นิทานที่ 7 <br> เรื่องสืบพระสาสนาไนอินเดีย|140}} {{สต|7em}} เมื่อปีวอก พ.ส. 2415 พระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวเสวยราชย์ได้ 4 ปี สเด็ดไปอินเดีย เมื่อถึงเมืองพารานสี สเด็ดไปซงบำเพ็นพุทธบูชานะพระบริโภคเจดียสถานไนมรึคทายวันที่พระพุทธเจ้าซงสแดงปถมเทสนาประกาสตั้งพระพุทธสาสนา อันพุทธสาสนิกชนทั่วทั้งโลกนับถือว่าเปนเจดียสถานที่สำคันหย่างยิ่งแห่งหนึ่งไนพระพุทธสาสนา เมื่อเขียนนิทานนี้ ฉันนึกขึ้นว่าจะมีไทยไครได้เคยไปถึงมรึคทายวันก่อนพระบาทสมเด็ดพระพุทธเจ้าหลวงบ้างหรือไม่ คิดหาไม่เห็นไคร เลยคิดค้นต่อไปไนเรื่องพงสาวดาร ก็เกิดพิสวง ด้วยปรากตว่าเมืองไทยเราขาดคมนาคมกับอินเดียไนเรื่องพระพุทธสาสนามาเสียตั้งแต่ก่อนพระร่วงครองกรุงสุโขทัย เพราะพระพุทธสาสนาไนอินเดียถูกพวกมิจฉาทิตถิ ทั้งที่ถือสาสนาอิสลามและที่ถือสาสนาฮินดู พยายามล้างผลานมาช้านาน จนหมดสิ้นสงคะมนทล และประชาชนที่ถือพระพุทธสาสนาไม่มีไนอินเดียมาเสียแต่ราว พ.ส. 1600 ก่อนตั้งราชวงส์พระร่วงถึง 200 ปี เพราะฉะนั้นไทยจึงต้องเปลี่ยนไปนับถือประเทสลังกา รับพระไตรปิดกกับทั้งสมนะวงส์และเจดีย์วัตถุต่าง ๆ มีพระบรมธาตุและต้นพระสรีมหาโพธิเปนต้น มาจากลังกาทวีป ดังปรากตไนเรื่องพงสาวดารและสิลาจารึก<noinclude></noinclude> bh26dkx8ex5z5uvxypmx5719wp4rzft นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 7 0 58767 290504 227614 2026-06-13T18:40:11Z Kapsikino 12160 290504 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 7 เรื่องสืบพระสาสนาไนอินเดีย | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 6/]] | next = [[../นิทานที่ 8/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร0|เรื่องสืบพระสาสนาไนอินเดีย|ร0}} :# {{ตลล|ส-ร1|มรึคทายวัน|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|พุทธคยา|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|เรื่องมหาโพธิสมาคม|ร3}} :# {{ตลล|ส-ร4|เสาะหาพระพุทธเจดีย์|ร4}} :## {{ตลล|ส-ร5|พระบรมธาตุ|ร5}} :## {{ตลล|ส-ร6|พระสรีมหาโพธิ|ร6}} :## {{ตลล|ส-ร7|รอยพระพุทธบาท|ร7}} :## {{ตลล|ส-ร8|พระพุทธรูป|ร8}} :# {{ตลล|ส-ร9|อธิบายท่อนท้าย|ร9}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="83" to="110"/> lombczhxfp09y9ubnt22s5vw2oc1tqe นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 14 0 58807 290497 227586 2026-06-13T18:21:12Z Kapsikino 12160 290497 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 14 เรื่องโรงเรียนมหาดเล็กหลวง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 13/]] | next = [[../นิทานที่ 15/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="230" to="242"/> ofqb6pm1j9zq9c8ymjd3gsxgj3bwbr5 อธิบายว่าด้วยยศเจ้า 0 60391 290590 200363 2026-06-13T22:04:34Z Kapsikino 12160 290590 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = {{PAGENAME}} | year = 2472 | author = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = | contributor = | previous = | next = | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = ความเรียง | portal = ประวัติศาสตร์ไทย }} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" from="4" to="38"/> {{ลมท}} bmygdtb2t5wern9vl1vbzlokqjvqo6r อธิบายว่าด้วยยศเจ้า (2472) 0 60392 290591 239327 2026-06-13T22:05:26Z Kapsikino 12160 290591 wikitext text/x-wiki {{ลบ|ท4 – ซ้ำซ้อน (เป็นงานเดียวกับ[[อธิบายว่าด้วยยศเจ้า]]) {{หัวเรื่อง | ชื่อ = อธิบายว่าด้วยยศเจ้า | ปี = 2472 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = }} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" from="4" to="38"/> {{เคลียร์}} {{ลมท}} bv49z9wbdryk700m033n2ojw85wu87j 290592 290591 2026-06-13T22:05:38Z Kapsikino 12160 290592 wikitext text/x-wiki {{ลบ|ท4 – ซ้ำซ้อน (เป็นงานเดียวกับ[[อธิบายว่าด้วยยศเจ้า]])}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = อธิบายว่าด้วยยศเจ้า | ปี = 2472 | ผู้สร้างสรรค์ = พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = | ผู้มีส่วนร่วม = | ก่อนหน้า = | ถัดไป = | หมายเหตุ = }} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="1"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" include="3"/> {{คหน}} <pages index="ยศเจ้า - ดำรง - ๒๔๗๒.pdf" from="4" to="38"/> {{เคลียร์}} {{ลมท}} 8jfxzktxnywireqj6vmni123buty3uv หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/146 250 61098 290521 227646 2026-06-13T19:05:54Z Kapsikino 12160 290521 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Asembleo" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 10 <br>|140}} {{สต|7em}} {{ก|(1)|บ=120}} หัวเมืองที่ขึ้นชื่อลือเลื่องว่า มีความไข้ Malaria ร้ายกาดแต่ก่อนมามีหลายเมือง เช่น เมืองกำแพงเพชร และเมืองกำเหนิดนพคุน คือ บางตะพาน เปนต้น แต่ที่ไหน ๆ คนไม่ครั่นคร้ามเท่าความไข้ที่เมืองเพชรบูรน์ ดูเปนเข้าไจกันทั่วไปว่า ถ้าไครไปเมืองเพชรบูรน์ เหมือนกับไปแส่หาความตาย จึงไม่มีชาวกรุงเทพฯ หรือชาวเมืองอื่น ๆ พอไจจะไปเมืองเพชรบูรน์มาช้านาน แม้ไนการปกครอง รัถบาลก็ต้องเลือกหาคนไนท้องถิ่นตั้งเปนเจ้าเมืองกรมการ เพราะเหตุที่คนกลัวความไข้ เมื่อแรกฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย ก็ต้องปล่อยไห้เมืองเพชรบูรน์กับเมืองอื่นไนลุ่มแม่น้ำสักทางฝ่ายเหนือ คือ เมืองหล่มสัก และเมืองวิเชียร เปนหยู่หย่างเดิมมาหลายปี เพราะจะรวมเมืองเหล่านั้นเข้ากับมนทลพิสนุโลกหรือมนทลนครราชสีมาที่เขตต่อกันก็มีเทือกเขากั้น สมุหเทสาภิบาลจะไปตรวดตราลำบากทั้ง 2 ทาง อีกประการหนึ่ง เมื่อแรกฉันจัดการปกครองหัวเมือง มนทลต่าง ๆ ขอคนออกไปรับราชการ ฉันยังหาส่งไปไห้ไม่ทัน เมืองทางลำน้ำสัก มีเมืองเพชรบูรน์เปนต้น ไม่มีไครสมัคไปด้วยกลัวความไข้ดังกล่าวมาแล้ว จึงต้องรอมา มามีความจำเปนเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ส. 2440 ด้วยตำแหน่งผู้ว่า<noinclude></noinclude> b3qwlou5s5l15dee0wo8gmrbtxyua0p 290522 290521 2026-06-13T19:06:12Z Kapsikino 12160 290522 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Asembleo" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 10 <br> เรื่องความไข้เมืองเพชรบูรน์|140}} {{สต|7em}} {{ก|(1)|บ=120}} หัวเมืองที่ขึ้นชื่อลือเลื่องว่า มีความไข้ Malaria ร้ายกาดแต่ก่อนมามีหลายเมือง เช่น เมืองกำแพงเพชร และเมืองกำเหนิดนพคุน คือ บางตะพาน เปนต้น แต่ที่ไหน ๆ คนไม่ครั่นคร้ามเท่าความไข้ที่เมืองเพชรบูรน์ ดูเปนเข้าไจกันทั่วไปว่า ถ้าไครไปเมืองเพชรบูรน์ เหมือนกับไปแส่หาความตาย จึงไม่มีชาวกรุงเทพฯ หรือชาวเมืองอื่น ๆ พอไจจะไปเมืองเพชรบูรน์มาช้านาน แม้ไนการปกครอง รัถบาลก็ต้องเลือกหาคนไนท้องถิ่นตั้งเปนเจ้าเมืองกรมการ เพราะเหตุที่คนกลัวความไข้ เมื่อแรกฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย ก็ต้องปล่อยไห้เมืองเพชรบูรน์กับเมืองอื่นไนลุ่มแม่น้ำสักทางฝ่ายเหนือ คือ เมืองหล่มสัก และเมืองวิเชียร เปนหยู่หย่างเดิมมาหลายปี เพราะจะรวมเมืองเหล่านั้นเข้ากับมนทลพิสนุโลกหรือมนทลนครราชสีมาที่เขตต่อกันก็มีเทือกเขากั้น สมุหเทสาภิบาลจะไปตรวดตราลำบากทั้ง 2 ทาง อีกประการหนึ่ง เมื่อแรกฉันจัดการปกครองหัวเมือง มนทลต่าง ๆ ขอคนออกไปรับราชการ ฉันยังหาส่งไปไห้ไม่ทัน เมืองทางลำน้ำสัก มีเมืองเพชรบูรน์เปนต้น ไม่มีไครสมัคไปด้วยกลัวความไข้ดังกล่าวมาแล้ว จึงต้องรอมา มามีความจำเปนเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ส. 2440 ด้วยตำแหน่งผู้ว่า<noinclude></noinclude> f1rp7m2znpys8kohhw5um28to0ii9px หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/189 250 61125 290525 216201 2026-06-13T19:07:44Z Kapsikino 12160 290525 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 12 <br> เรื่องตั้งโรงพยาบาล|140}} {{สต|7em}} มีเรื่องเกร็ดที่ฉันได้รู้เห็นไนสมัยเมื่อมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักสาพยาบาล และการป้องกันความไข้เจ็บมาแต่ก่อนหลายเรื่อง แต่เปนเรื่องที่หยู่ไนการที่ไม่ปรากตจดหมายเหตุ ถ้าไม่มีไครเขียนลงไว้ เมื่อหมดตัวผู้รู้ก็จะเลยสูญเสีย จึงเอามาเขียนเล่าไนนิทานนี้ แต่เปนเรื่องยาวจึงแยกเปนนิทาน 2 เรื่อง เล่าเรื่องไนสมัยเมื่อก่อนฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย เรียกว่า "เรื่องตั้งโรงพยาบาล" เรื่องหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องไนสมัยจัดการป้องกันความไข้เจ็บเมื่อฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทยแล้ว เรียกว่า "เรื่องอนามัย" ต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง {{ก|(1)|120}} เมื่อ พ.ส. 2429 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวมีพระราชประสงค์จะไห้มีโรงพยาบาลขึ้นไนบ้านเมืองสมกับเปนประเทสที่รุ่งเรือง ซงตั้งกัมการคนะหนึ่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ไห้เปนพนักงานจัดการตั้งโรงพยาบาลตามพระราชประสงค์ ผู้ซึ่งเปนกัมการรวม 9 คนด้วยกัน คือ {| style="margin-left:2em;" |- |พระเจ้าน้องยาเทอ กรมหมื่นสิริธัชสังกาส |เปนนายก |1 |- |พระเจ้าน้องยาเทอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ | |1<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> p571f7jrhz2hw21e8y0zxjzmyj1v1jh 290526 290525 2026-06-13T19:08:10Z Kapsikino 12160 290526 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ก|นิทานที่ 12 <br> เรื่องตั้งโรงพยาบาล|140}} {{สต|7em}} มีเรื่องเกร็ดที่ฉันได้รู้เห็นไนสมัยเมื่อมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักสาพยาบาล และการป้องกันความไข้เจ็บมาแต่ก่อนหลายเรื่อง แต่เปนเรื่องที่หยู่ไนการที่ไม่ปรากตจดหมายเหตุ ถ้าไม่มีไครเขียนลงไว้ เมื่อหมดตัวผู้รู้ก็จะเลยสูญเสีย จึงเอามาเขียนเล่าไนนิทานนี้ แต่เปนเรื่องยาวจึงแยกเปนนิทาน 2 เรื่อง เล่าเรื่องไนสมัยเมื่อก่อนฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทย เรียกว่า “เรื่องตั้งโรงพยาบาล” เรื่องหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องไนสมัยจัดการป้องกันความไข้เจ็บเมื่อฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทยแล้ว เรียกว่า “เรื่องอนามัย” ต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง {{ก|(1)|120}} เมื่อ พ.ส. 2429 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวมีพระราชประสงค์จะไห้มีโรงพยาบาลขึ้นไนบ้านเมืองสมกับเปนประเทสที่รุ่งเรือง ซงตั้งกัมการคนะหนึ่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ไห้เปนพนักงานจัดการตั้งโรงพยาบาลตามพระราชประสงค์ ผู้ซึ่งเปนกัมการรวม 9 คนด้วยกัน คือ {| style="margin-left:2em;" |- |พระเจ้าน้องยาเทอ กรมหมื่นสิริธัชสังกาส |เปนนายก |1 |- |พระเจ้าน้องยาเทอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ | |1<noinclude>{{มปกต}} |}</noinclude> bjdmacamgp085jicz05q8ug6ak9oxes หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/210 250 61146 290520 227668 2026-06-13T18:58:38Z Kapsikino 12160 290520 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Convoquer" /></noinclude>{{ลห|ร1|นิทานที่ 13 <br> เรื่องอนามัย|140}} {{สต|7em}} เมื่อพระบาทสมเด็ดพระจุลจอมเกล้าเจ้าหยู่หัวซงพระกรุนาโปรดไห้ฉันเปนเสนาบดีกะซวงมหาดไทยแล้ว ต่อมาโปรดไห้โอนราชการพลเรือนตามหัวเมืองซึ่งแต่ก่อนแยกกันขึ้นหยู่ไนกะซวงมหาดไทย กลาโหม กรมท่า มารวมขึ้นกะซวงมหาดไทยแต่กะซวงเดียว และรวมหัวเมืองไห้เปนมนทลเทสาภิบาล จัดการปกครองท้องที่เปนระเบียบเรียบร้อย แล้วซงพระราชปรารภว่า กะซวงเสนาบดีอื่น ๆ กำลังจัดระเบียบการกะซวงที่ไนกรุงเทพฯ ยังไม่สามาถจะจัดการแผนกกะซวงนั้น ๆ ออกไปถึงหัวเมืองได้ แต่ซงพระราชดำหริเห็นว่า ไม่ควนจะรอการทำนุบำรุงหัวเมืองไว้ จนกว่ากะซวงการแผนกนั้น ๆ จะสามาถออกไปจัดการได้เอง จึงดำหรัดสั่งว่า การทำนุบำรุงหย่างไดซึ่งควนจะจัดตามหัวเมืองได้ ไห้กะซวงมหาดไทยลงมือจัดการนั้นไปทีเดียว อันนี้เปนเหตุไห้หน้าที่จัดการบำรุงอนามัยตามหัวเมืองมาตกหยู่ไนกะซวงมหาดไทย เพราะกรมพยาบาลไนกะซวงธัมการเพิ่งตั้งขึ้นไหม่ดังได้เล่าไว้ไนนิทานเรื่องตั้งโรงพยาบาล ยังไม่สามาถจะขยายออกไปถึงหัวเมืองได้ ตามประเพนีที่จัดขึ้นไหม่ไนกะซวงมหาดไทย มีการประชุมสมุหเทสาภิบาลไนกรุงเทพฯ ทุกปี จึงปรึกสาจัดการอนามัยตามหัวเมืองไนที่ประชุมนั้น มีความเห็นว่า จะจัดการตามหย่างไนกรุงเทพฯ ไม่ได้ เพราะ<noinclude></noinclude> dgz31hgieouq3adp0c8h60487js2a48 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/222 250 61158 290557 227564 2026-06-13T20:45:46Z Kapsikino 12160 290557 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|207}}</noinclude>เปนการช่วยชีวิตของผู้ที่มาไห้ปลูกนั้นเอง ซ้ำพระเจ้าหยู่หัวซงพระกรุนาโปรดไห้หมอหลวงออกไปปลูกฝีไห้เปนทาน ก็เปนบุญของราสดร มีแต่เปนคุนแก่ราสดรหย่างเดียว ข้อสำคันหยู่ที่จะต้องทำหย่างไรไห้ราสดรรู้ความจิง ก็จะพากันมาปลูกฝีด้วยความยินดี หาต้องบังคับปรับไหมไห้เดือดร้อนไม่ กะซวงนครบาลไม่เห็นชอบด้วย คงเห็นหยู่ว่าถ้าไม่ตั้งข้อบังคับ การปลูกฝีก็ไม่สำเหร็ดได้ ฉันตอบว่าโดยฉันจะเห็นพ้องกับกะซวงนครบาล กะซวงมหาดไทยก็ไม่สามาถจะจัดการได้ตามความคิดหย่างนั้น เพราะภูมิลำเนาของราสดรตามหัวเมืองหยู่กะจัดกะจายกัน ราสดรชาวหัวเมืองความรู้น้อยกว่าชาวกรุงเทพฯ ถ้ามีประกาสคาดโทส คนก็เห็นจะพากันตื่น ตำหรวดภูธรตามหัวเมืองก็ไม่มีมากพอจะไปเที่ยวตรวดตราราสดรตามบ้านช่องได้ทั่วถึงเหมือนพวกกองตระเวนของกะซวงนครบาลไนกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นต่างกะซวงต่างทำตามที่เห็นว่าจะทำได้ไนท้องที่ของตนจะดีกว่า เอาแต่ไห้สำเหร็ดตามพระราชประสงค์เปนประมาน ก็ตกลงกันหย่างนั้น กะซวงนครบาลจะจัดการหย่างไร ฉันไม่ได้เอาไจไส่สืบสวน จะเล่าแต่กะบวนการที่กะซวงมหาดไทยจัดครั้งนั้น คือ {{กม|ข3|1}}แต่งประกาส{{ตตฉ|พมพ์}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “พมพ์” เป็น “พิมพ์” {{ชอวซ}}</ref> เปนไบปลิว ความว่าพระเจ้าหยู่หัวซงซาบว่าเกิดโรคฝีดาดขึ้นชุกชุม ซงพระวิตกเกรงว่าราสดรจะพากันล้มตาย ซงพระราชดำหริว่าโรคฝีดาดนั้นอาดจะป้องกันได้ด้วยปลูกฝี ถ้าไครปลูกแล้วก็หาออกฝีดาดไม่ แต่การปลูกฝียังไม่แพร่หลายออกไปถึงหัว<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> c785cg5r16iw8t4rdet2ak2zym686j6 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/306 250 61166 290429 228156 2026-06-13T17:00:12Z Kapsikino 12160 290429 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" /></noinclude>{{ลห|a0|{{ขนอ|140%|นิทานที่ 17}} <br> {{ขนอ|120%|เรื่องแม่น้ำโขง}}}} {{สต|7em}} นิทานนี้ก็จะเล่าถึงเรื่องต่าง ๆ ซึ่งฉันได้รู้เห็นเมื่อครั้งไปตรวดราชการมนทลอุดรและอิสานไน พ.ส. 2449 ต่อนิทานเรื่องลานช้างอีกเรื่องหนึ่ง เริ่มด้วยพรรนนาถึงแม่น้ำโขงซึ่งฉันได้ล่องลงมาทางเรือ 6 วันตั้งแต่เมืองหนองคายจนเมืองมุกดาหาร แต่จะต้องบอกออกตัวไว้ก่อนสักหน่อยว่าฉันได้ไปเห็นมากว่า 30 ปีแล้ว จะพรรนนาคลาดเคลื่อนเพราะหลงลืมไปบ้างก็เปนได้ แม่น้ำโขงที่ฉันได้เห็นครั้งนั้น ไนแผนที่ฝรั่งเสสเขากำหนดว่าเปนตอนที่ไช้เรือไฟขึ้นล่องได้ตลอดปี ยังมีตอนอื่น เช่นไนระหว่างเมืองหลวงพระบางกับเมืองเวียงจันทน์ เขาว่าไช้เรือไฟได้แต่รึดูแล้งแต่บางตอน ยังมีบางตอน เช่นที่แก่งลี่ผีไกล้แผ่นดินต่ำแดนเมืองเขมนเปนต้น ไช้เรือไฟไม่ได้ก็มี แม้ไนตอนที่ว่าไช้เรือไฟได้ตลอดปี แม่น้ำโขงก็แปลกกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยหลายสถาน ดังจะพรรนนาไห้เห็นว่าแปลกกันหย่างไรบ้าง {{ลห|a1|ลักสนะแม่น้ำโขง|120}} ฉันไปเห็นแม่น้ำโขงเปนครั้งแรกที่เมืองหนองคาย พอแลเห็นก็ตระหนักไจว่าไหย่โตกว่าแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทยทั้งสิ้น ยืนบนตลิ่งแลดูไปทางฟากข้างโน้น เห็นวัวควายที่หยู่ตามหาดตัวเล็กจิ๋ว ถึงถาม<noinclude></noinclude> 6p3h76w0yvw86ngc8b686crm7ippudv 290431 290429 2026-06-13T17:00:58Z Kapsikino 12160 /* Validated */ 290431 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Kapsikino" /></noinclude>{{ลห|a0|{{ขนอ|140%|นิทานที่ 17}} <br> {{ขนอ|120%|เรื่องแม่น้ำโขง}}}} {{สต|7em}} นิทานนี้ก็จะเล่าถึงเรื่องต่าง ๆ ซึ่งฉันได้รู้เห็นเมื่อครั้งไปตรวดราชการมนทลอุดรและอิสานไน พ.ส. 2449 ต่อนิทานเรื่องลานช้างอีกเรื่องหนึ่ง เริ่มด้วยพรรนนาถึงแม่น้ำโขงซึ่งฉันได้ล่องลงมาทางเรือ 6 วันตั้งแต่เมืองหนองคายจนเมืองมุกดาหาร แต่จะต้องบอกออกตัวไว้ก่อนสักหน่อยว่าฉันได้ไปเห็นมากว่า 30 ปีแล้ว จะพรรนนาคลาดเคลื่อนเพราะหลงลืมไปบ้างก็เปนได้ แม่น้ำโขงที่ฉันได้เห็นครั้งนั้น ไนแผนที่ฝรั่งเสสเขากำหนดว่าเปนตอนที่ไช้เรือไฟขึ้นล่องได้ตลอดปี ยังมีตอนอื่น เช่นไนระหว่างเมืองหลวงพระบางกับเมืองเวียงจันทน์ เขาว่าไช้เรือไฟได้แต่รึดูแล้งแต่บางตอน ยังมีบางตอน เช่นที่แก่งลี่ผีไกล้แผ่นดินต่ำแดนเมืองเขมนเปนต้น ไช้เรือไฟไม่ได้ก็มี แม้ไนตอนที่ว่าไช้เรือไฟได้ตลอดปี แม่น้ำโขงก็แปลกกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยหลายสถาน ดังจะพรรนนาไห้เห็นว่าแปลกกันหย่างไรบ้าง {{ลห|a1|ลักสนะแม่น้ำโขง|120}} ฉันไปเห็นแม่น้ำโขงเปนครั้งแรกที่เมืองหนองคาย พอแลเห็นก็ตระหนักไจว่าไหย่โตกว่าแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทยทั้งสิ้น ยืนบนตลิ่งแลดูไปทางฟากข้างโน้น เห็นวัวควายที่หยู่ตามหาดตัวเล็กจิ๋ว ถึงถาม<noinclude></noinclude> 1zmekhesc5gvardndon9cwutmxn3gzd 290513 290431 2026-06-13T18:49:29Z Kapsikino 12160 290513 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Kapsikino" /></noinclude>{{ลห|a0|นิทานที่ 17 <br> เรื่องแม่น้ำโขง|140}} {{สต|7em}} นิทานนี้ก็จะเล่าถึงเรื่องต่าง ๆ ซึ่งฉันได้รู้เห็นเมื่อครั้งไปตรวดราชการมนทลอุดรและอิสานไน พ.ส. 2449 ต่อนิทานเรื่องลานช้างอีกเรื่องหนึ่ง เริ่มด้วยพรรนนาถึงแม่น้ำโขงซึ่งฉันได้ล่องลงมาทางเรือ 6 วันตั้งแต่เมืองหนองคายจนเมืองมุกดาหาร แต่จะต้องบอกออกตัวไว้ก่อนสักหน่อยว่าฉันได้ไปเห็นมากว่า 30 ปีแล้ว จะพรรนนาคลาดเคลื่อนเพราะหลงลืมไปบ้างก็เปนได้ แม่น้ำโขงที่ฉันได้เห็นครั้งนั้น ไนแผนที่ฝรั่งเสสเขากำหนดว่าเปนตอนที่ไช้เรือไฟขึ้นล่องได้ตลอดปี ยังมีตอนอื่น เช่นไนระหว่างเมืองหลวงพระบางกับเมืองเวียงจันทน์ เขาว่าไช้เรือไฟได้แต่รึดูแล้งแต่บางตอน ยังมีบางตอน เช่นที่แก่งลี่ผีไกล้แผ่นดินต่ำแดนเมืองเขมนเปนต้น ไช้เรือไฟไม่ได้ก็มี แม้ไนตอนที่ว่าไช้เรือไฟได้ตลอดปี แม่น้ำโขงก็แปลกกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยหลายสถาน ดังจะพรรนนาไห้เห็นว่าแปลกกันหย่างไรบ้าง {{ลห|a1|ลักสนะแม่น้ำโขง|120}} ฉันไปเห็นแม่น้ำโขงเปนครั้งแรกที่เมืองหนองคาย พอแลเห็นก็ตระหนักไจว่าไหย่โตกว่าแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทยทั้งสิ้น ยืนบนตลิ่งแลดูไปทางฟากข้างโน้น เห็นวัวควายที่หยู่ตามหาดตัวเล็กจิ๋ว ถึงถาม<noinclude></noinclude> lk4myz6m0n8jn6b7p31xuddul9gln6d หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/307 250 61167 290430 228160 2026-06-13T17:00:45Z Kapsikino 12160 290430 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|292}}</noinclude>กันว่า “นั่นวัวหรือควาย” คนที่หยู่ทางฝั่งโน้นก็เห็นถนัดต่อเมื่อเดิน ถ้านิ่งหยู่กับที่ก็มิไคร่สังเกตได้ แต่นอกจากเห็นว่าไหย่โตแล้ว ดูแม่น้ำโขงที่เมืองหนองคายยังไม่เห็นหย่างอื่นผิดกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางเมืองเหนือเท่าไดนัก ต่อเมื่อลงเรือล่องจากเมืองหนองคายจึงรู้ว่าแม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยหย่างไรบ้าง เริ่มต้นแต่วันแรกจะลงเรือ ฉันแต่งตัวแล้วต้องนั่งคอยแสงสว่างหยู่จนเกือบ 8 นาลิกาจึงลงเรือได้ เพราะรึดูที่ฉันไปพอถึงเวลาพลบ พระอาทิจตก หมอกก็ลงไนแม่น้ำโขงมืดไปตลอดคืน จนรุ่งเช้าแสงแดดแขงหมอกจึงจาง เพราะฉะนั้นเรือจะขึ้นล่องไนแม่น้ำโขงเวลากลางคืนไม่ได้ เรือไฟของรัถบาลฝรั่งเสสที่ฉันมา พอถึงที่พักแรมเวลาเย็น เขาจอดส่งฉันขึ้นบกทางฝั่งขวา แล้วก็ข้ามไปจอดนอนทางฝั่งซ้าย รุ่งเช้าพอหมอกจาง เขาจึงข้ามมารับลงเรือต่อไป แต่เมื่อวันไปถึงเมืองท่าอุเทน ผเอินถึงต่อเวลาพลบ นายเรือขอจอดที่เมืองฟองวินทางฝั่งซ้ายไกล้ ๆ กับเมืองท่าอุเทน ด้วยว่าหมอกลงแล้ว แลไม่เห็นท้องน้ำถนัด เขาเกรงเรือจะติด ฉันต้องลงเรือพายของเมืองท่าอุเทนข้ามมายังที่พักแรม ต่อรุ่งเช้าหมอกจาง เรือไฟจึงข้ามมารับตามเคย แม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทยอีกหย่างหนึ่งที่มีเกาะมากกว่ามาก พวกชาวเมืองเรียก “เกาะ” ว่า “ดอน” ก็ถูกโดยนัยหนึ่ง เพราะเกาะไนแม่น้ำโขงโดยมากเปนแต่แผ่นดินดอนหยู่ไต้น้ำ ถึงรึดูแล้งน้ำลดจึงโผล่ขึ้นมาเปนเกาะ เกาะที่สูงพ้นน้ำหยู่ตลอดปีเปนที่ตั้งบ้านเรือนอาสัยได้เหมือนเช่นเกาะไหย่หรือเกาะบางปอินไนแขวงกรุงสรีอยุธยา<noinclude></noinclude> dxhjod73rn8v2fzakv5dn53cajcw3ou 290432 290430 2026-06-13T17:01:12Z Kapsikino 12160 /* Validated */ 290432 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Kapsikino" />{{ก|292}}</noinclude>กันว่า “นั่นวัวหรือควาย” คนที่หยู่ทางฝั่งโน้นก็เห็นถนัดต่อเมื่อเดิน ถ้านิ่งหยู่กับที่ก็มิไคร่สังเกตได้ แต่นอกจากเห็นว่าไหย่โตแล้ว ดูแม่น้ำโขงที่เมืองหนองคายยังไม่เห็นหย่างอื่นผิดกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางเมืองเหนือเท่าไดนัก ต่อเมื่อลงเรือล่องจากเมืองหนองคายจึงรู้ว่าแม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยหย่างไรบ้าง เริ่มต้นแต่วันแรกจะลงเรือ ฉันแต่งตัวแล้วต้องนั่งคอยแสงสว่างหยู่จนเกือบ 8 นาลิกาจึงลงเรือได้ เพราะรึดูที่ฉันไปพอถึงเวลาพลบ พระอาทิจตก หมอกก็ลงไนแม่น้ำโขงมืดไปตลอดคืน จนรุ่งเช้าแสงแดดแขงหมอกจึงจาง เพราะฉะนั้นเรือจะขึ้นล่องไนแม่น้ำโขงเวลากลางคืนไม่ได้ เรือไฟของรัถบาลฝรั่งเสสที่ฉันมา พอถึงที่พักแรมเวลาเย็น เขาจอดส่งฉันขึ้นบกทางฝั่งขวา แล้วก็ข้ามไปจอดนอนทางฝั่งซ้าย รุ่งเช้าพอหมอกจาง เขาจึงข้ามมารับลงเรือต่อไป แต่เมื่อวันไปถึงเมืองท่าอุเทน ผเอินถึงต่อเวลาพลบ นายเรือขอจอดที่เมืองฟองวินทางฝั่งซ้ายไกล้ ๆ กับเมืองท่าอุเทน ด้วยว่าหมอกลงแล้ว แลไม่เห็นท้องน้ำถนัด เขาเกรงเรือจะติด ฉันต้องลงเรือพายของเมืองท่าอุเทนข้ามมายังที่พักแรม ต่อรุ่งเช้าหมอกจาง เรือไฟจึงข้ามมารับตามเคย แม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทยอีกหย่างหนึ่งที่มีเกาะมากกว่ามาก พวกชาวเมืองเรียก “เกาะ” ว่า “ดอน” ก็ถูกโดยนัยหนึ่ง เพราะเกาะไนแม่น้ำโขงโดยมากเปนแต่แผ่นดินดอนหยู่ไต้น้ำ ถึงรึดูแล้งน้ำลดจึงโผล่ขึ้นมาเปนเกาะ เกาะที่สูงพ้นน้ำหยู่ตลอดปีเปนที่ตั้งบ้านเรือนอาสัยได้เหมือนเช่นเกาะไหย่หรือเกาะบางปอินไนแขวงกรุงสรีอยุธยา<noinclude></noinclude> clfyaf6t8ymdxnlssr3r34hjggi81mi หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/308 250 61168 290433 228224 2026-06-13T17:01:43Z Kapsikino 12160 290433 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Librovore" />{{ก|293}}</noinclude>มีน้อย แต่ดอนทั้งปวงนั้นเวลาน้ำท่วมพัดพาเอาธาตุต่าง ๆ มาตกเปนปุ๋ยเสมอทุกปี เมื่อโผล่ขึ้นเปนเกาะ เนื้อดินดี ปลูกต้นไม้งอกงาม จึงเปนที่ชาวเมืองชอบไปตั้งทำไร่ไนรึดูแล้งปลูกพรรนไม้ล้มลุกต่าง ๆ เช่นยาสูบและข้าวโพดฟักแฟงแตงถั่ว เปนสินค้าหาเลี้ยงชีพเปนประโยชน์มาก สังเกตดูตามฝั่งทั้งสองฟากแม่น้ำโขงก็เห็นผิดกับแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทย ด้วยตามแม่น้ำอื่นมักมีวัดและบ้านเรือนหยู่ตามริมแม่น้ำระยะไม่ห่างไกลกันนัก ถึงตรงที่ว่างบ้านเรือนก็เปนที่มีเจ้าของทำเรือกสวนไร่นาตามรึดู หาไคร่มีที่รกร้างว่างเปลี่ยวไม่ แต่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดทางที่ฉันไป นอกจากตรงที่ตั้งเมืองหรือหมู่บ้านไหย่ มักเปนป่าเปลี่ยว บางแห่งถึงสัตว์ป่าสูง เช่นนกยูง ลงอาสัยทำรังก็มี เรือล่องไปนาน ๆ จะเห็นมีเรือนหยู่ริมน้ำ ฉันลองขึ้นไปดูบนบกที่ตรงป่าเปลี่ยวแห่งหนึ่ง พบต้นไม้ที่แลเห็นเปนป่าหยู่บนตลิ่ง ก็ไม่มีต้นไม้หย่างไหย่ เช่นต้นตะเคียนหรือยางยูง สังเกตดูคันตลิ่งเปนแผ่นดินดอนเข้าไปข้างไนสักสี่ห้าเส้น แล้วก็ลาดลุ่มลงไปเปนลำลาบ มีรอยน้ำขังยืดยาวไปตามแนวตลิ่งทั้งข้างเหนือและข้างไต้ ผู้นำทางเขาบอกว่าฝั่งแม่น้ำโขงมักเปนลำลาบหยู่ข้างไนหย่างนั้นทั้งสองฟาก บางแห่งก็เปนที่ลุ่มเข้าไปไกล ๆ ไนรึดูฝนน้ำไหลหลากมาขังหยู่ไนลำลาบเหล่านั้น น้ำลึกทำนาไม่ได้ ราสดรจึงมิไคร่ตั้งบ้านเรือนหยู่ริมแม่น้ำโขง นอกจากตรงที่มีเกาะทำไร่ขายสินค้าหากินได้ แห่งไดแผ่นดินดอนลงมาจนถึงฝั่งแม่น้ำโขง ก็ตั้งเมืองหรือหมู่บ้านไหย่ไนที่เช่นนั้น เพราะทำไร่นาหากินได้<noinclude></noinclude> l4jwtp2zp8kclsxabjxfdij9bd3hr5x 290434 290433 2026-06-13T17:01:56Z Kapsikino 12160 /* Validated */ 290434 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="4" user="Kapsikino" />{{ก|293}}</noinclude>มีน้อย แต่ดอนทั้งปวงนั้นเวลาน้ำท่วมพัดพาเอาธาตุต่าง ๆ มาตกเปนปุ๋ยเสมอทุกปี เมื่อโผล่ขึ้นเปนเกาะ เนื้อดินดี ปลูกต้นไม้งอกงาม จึงเปนที่ชาวเมืองชอบไปตั้งทำไร่ไนรึดูแล้งปลูกพรรนไม้ล้มลุกต่าง ๆ เช่นยาสูบและข้าวโพดฟักแฟงแตงถั่ว เปนสินค้าหาเลี้ยงชีพเปนประโยชน์มาก สังเกตดูตามฝั่งทั้งสองฟากแม่น้ำโขงก็เห็นผิดกับแม่น้ำอื่น ๆ ไนเมืองไทย ด้วยตามแม่น้ำอื่นมักมีวัดและบ้านเรือนหยู่ตามริมแม่น้ำระยะไม่ห่างไกลกันนัก ถึงตรงที่ว่างบ้านเรือนก็เปนที่มีเจ้าของทำเรือกสวนไร่นาตามรึดู หาไคร่มีที่รกร้างว่างเปลี่ยวไม่ แต่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดทางที่ฉันไป นอกจากตรงที่ตั้งเมืองหรือหมู่บ้านไหย่ มักเปนป่าเปลี่ยว บางแห่งถึงสัตว์ป่าสูง เช่นนกยูง ลงอาสัยทำรังก็มี เรือล่องไปนาน ๆ จะเห็นมีเรือนหยู่ริมน้ำ ฉันลองขึ้นไปดูบนบกที่ตรงป่าเปลี่ยวแห่งหนึ่ง พบต้นไม้ที่แลเห็นเปนป่าหยู่บนตลิ่ง ก็ไม่มีต้นไม้หย่างไหย่ เช่นต้นตะเคียนหรือยางยูง สังเกตดูคันตลิ่งเปนแผ่นดินดอนเข้าไปข้างไนสักสี่ห้าเส้น แล้วก็ลาดลุ่มลงไปเปนลำลาบ มีรอยน้ำขังยืดยาวไปตามแนวตลิ่งทั้งข้างเหนือและข้างไต้ ผู้นำทางเขาบอกว่าฝั่งแม่น้ำโขงมักเปนลำลาบหยู่ข้างไนหย่างนั้นทั้งสองฟาก บางแห่งก็เปนที่ลุ่มเข้าไปไกล ๆ ไนรึดูฝนน้ำไหลหลากมาขังหยู่ไนลำลาบเหล่านั้น น้ำลึกทำนาไม่ได้ ราสดรจึงมิไคร่ตั้งบ้านเรือนหยู่ริมแม่น้ำโขง นอกจากตรงที่มีเกาะทำไร่ขายสินค้าหากินได้ แห่งไดแผ่นดินดอนลงมาจนถึงฝั่งแม่น้ำโขง ก็ตั้งเมืองหรือหมู่บ้านไหย่ไนที่เช่นนั้น เพราะทำไร่นาหากินได้<noinclude></noinclude> k6tdw8lvtgokixq96ncqt9je4djjex9 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/309 250 61169 290435 228225 2026-06-13T17:02:27Z Kapsikino 12160 290435 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|294}}</noinclude>สดวก เมื่อได้ฟังเขาชี้แจงก็เข้าไจว่าเพราะเหตุไดแม่น้ำโขงจึงเปนป่าเปลี่ยวโดยมาก สังเกตดูเรือที่ไช้กันไนแม่น้ำโขงก็ผิดกับแม่น้ำอื่น ด้วยชาวเมืองไช้กันแต่เรือพายหย่างขุดมาดไม้ต้นเดียว มีทุกขนาดตั้งเเต่เรือยาวสำหรับเจ้าบ้านภารเมืองลงมาจนเรือคอนขนาดเล็กที่ชาวบ้านไช้ล้วนเปนเรือขุดมาดไม้ต้นเดียวทั้งนั้น ไม่เห็นไช้เรือต่อ เช่นเรือสำปั้น หรือเรือมาดขึ้นกะดาน เช่นเรือพายม้า เรือแจวและเรือแล่นไบก็ไม่เห็นมีไนแม่น้ำโขง ถ้าชาวเมืองจะทำเรือต่อหรือเรือมาดขึ้นกะดานไช้ ดูก็จะไม่ยากอันได ที่ไม่ทำเห็นจะเปนเพราะเรือหย่างอื่นไช้ไนแม่น้ำโขงตอนนั้นไม่ได้สดวก จึงไช้แต่เรือขุดมาด การขนสินค้าทางแม่น้ำโขง เห็นเอาเรือขุดมาด 2 ลำผูกขนานกันทำแคร่และประทุนครอบเปนที่บันทุกสินค้าหย่างหนึ่ง อีกหย่างหนึ่งทำแพไม้ไผ่ผูกเปนรูปหัวแหลมท้ายแหลมมีประทุนตลอดแพ เว้นแต่ตอนหัวกับตอนท้าย กับมีทางเดินได้รอบประทุนสำหรับคนถ่อค้ำคัดแพไห้ตรงทาง และมีเสากะโดงผูกกังหันสำหรับสังเกตทางลมด้วยทุกแพ น่าจะไช้ได้แต่ขาล่องทั้งเรือมาดและแพ ขาขึ้นเขาจะขนสินค้าไปทางน้ำหย่างไรฉันไม่ได้เห็น ฝรั่งเสสเอาเรือไฟขึ้นไปไช้ไนแม่น้ำโขงตอนนั้น นอกจากเรือไฟของรัถบาลที่มาส่งฉัน ฉันได้เห็นเรือไฟบริสัทฝรั่งเสสรับจ้างส่งคนโดยสารและสินค้ามี 2 ลำ เปนเรือดาดฟ้าสองชั้นยาวราวสัก 15 วา ขึ้นล่องไนระหว่างเมืองสุวรรนเขตกับเมืองเวียงจันทน์สัปดาห์ละครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude></noinclude> rnlp4vt169gcrtyn1cy3c62y8h8dra4 290436 290435 2026-06-13T17:02:57Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290436 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|294}}</noinclude>สดวก เมื่อได้ฟังเขาชี้แจงก็เข้าไจว่าเพราะเหตุไดแม่น้ำโขงจึงเปนป่าเปลี่ยวโดยมาก สังเกตดูเรือที่ไช้กันไนแม่น้ำโขงก็ผิดกับแม่น้ำอื่น ด้วยชาวเมืองไช้กันแต่เรือพายหย่างขุดมาดไม้ต้นเดียว มีทุกขนาดตั้งเเต่เรือยาวสำหรับเจ้าบ้านภารเมืองลงมาจนเรือคอนขนาดเล็กที่ชาวบ้านไช้ล้วนเปนเรือขุดมาดไม้ต้นเดียวทั้งนั้น ไม่เห็นไช้เรือต่อ เช่นเรือสำปั้น หรือเรือมาดขึ้นกะดาน เช่นเรือพายม้า เรือแจวและเรือแล่นไบก็ไม่เห็นมีไนแม่น้ำโขง ถ้าชาวเมืองจะทำเรือต่อหรือเรือมาดขึ้นกะดานไช้ ดูก็จะไม่ยากอันได ที่ไม่ทำเห็นจะเปนเพราะเรือหย่างอื่นไช้ไนแม่น้ำโขงตอนนั้นไม่ได้สดวก จึงไช้แต่เรือขุดมาด การขนสินค้าทางแม่น้ำโขง เห็นเอาเรือขุดมาด 2 ลำผูกขนานกันทำแคร่และประทุนครอบเปนที่บันทุกสินค้าหย่างหนึ่ง อีกหย่างหนึ่งทำแพไม้ไผ่ผูกเปนรูปหัวแหลมท้ายแหลมมีประทุนตลอดแพ เว้นแต่ตอนหัวกับตอนท้าย กับมีทางเดินได้รอบประทุนสำหรับคนถ่อค้ำคัดแพไห้ตรงทาง และมีเสากะโดงผูกกังหันสำหรับสังเกตทางลมด้วยทุกแพ น่าจะไช้ได้แต่ขาล่องทั้งเรือมาดและแพ ขาขึ้นเขาจะขนสินค้าไปทางน้ำหย่างไรฉันไม่ได้เห็น ฝรั่งเสสเอาเรือไฟขึ้นไปไช้ไนแม่น้ำโขงตอนนั้น นอกจากเรือไฟของรัถบาลที่มาส่งฉัน ฉันได้เห็นเรือไฟบริสัทฝรั่งเสสรับจ้างส่งคนโดยสารและสินค้ามี 2 ลำ เปนเรือดาดฟ้าสองชั้นยาวราวสัก 15 วา ขึ้นล่องไนระหว่างเมืองสุวรรนเขตกับเมืองเวียงจันทน์สัปดาห์ละครั้งหนึ่ง{{วว}}<noinclude></noinclude> btzz6prhhb9gwdosckli2ci4wtgpzmq หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/310 250 61170 290437 201856 2026-06-13T17:03:26Z Kapsikino 12160 290437 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|295}}</noinclude>แต่รัถบาลต้องช่วยมาก เปนต้นแต่ตั้งสถานีไห้มีฟืนสำหรับเรือไฟเปนระยะไปตลอดทาง และไห้มีพนักงานตรวดร่องน้ำก่อกรุยหมายทางแล่นเรือตามแก่งและที่น้ำตื้น บางแห่งก็มีคนสำหรับนำร่อง นอกจากนั้นว่ายังต้องไห้เงินหนุนทุนบริสัทที่เดินเรือไฟไนแม่น้ำโขงทั้งตอนนี้และตอนอื่นถึงปีละ 400,000 แฟรงก์ มิฉะนั้นบริสัทก็ขาดทุนไม่สามาถเดินเรือไนแม่น้ำโขงได้ แม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยอีกหย่างหนึ่งที่ภัยอันตรายไนการขึ้นล่องมีมากกว่าและแปลกกับแม่น้ำอื่น ๆ เปนต้นแต่สัตว์ร้ายที่ไนน้ำ เช่นจรเข้ก็มี และยังมีเงือกเพิ่มขึ้นอีกหย่างหนึ่ง เขาว่าเปนปลาชนิดหนึ่งที่มีแรงไฟฟ้าหยู่ไนตัว ถ้าไครไปพ้องพานไห้ตกไจ มันก็ปล่อยพิสไฟฟ้าไห้ถูกตัวสลบเลยจมน้ำตาย ปลาหย่างนี้ไม่เคยได้ยินว่ามีไนเมืองไทยที่แม่น้ำอื่น นอกจากสัตว์ร้าย ยังมีหินนอนวันหยู่ไนท้องน้ำ คนล่องเรือแลไม่เห็นด้วยน้ำขุ่น แม้เรือไฟฝรั่งเสสลำที่ฉันมาก็มาโดนหินนอนวันไกล้ ๆ กับเมืองหนองคาย แต่โดนเบาเพียงทำไห้เรือเอียงหน่อยหนึ่งแล้วหลุดได้ นอกจากนั้นยังมีหาดซายลอยอีกหย่างหนึ่ง คือซายซึ่งลอยมากับสายน้ำตกพูนกันขึ้นเปนหาดหยู่ไต้น้ำชั่วคราว แล้วสายน้ำพัดเปลี่ยนที่ไปตกพูนที่อื่นอีกไม่รู้ว่าที่ไหนแน่ เรือไฟที่ฉันมาก็เคยติดทั้งสองลำ ติดหยู่หลายชั่วโมงทำหย่างไรก็ไม่หลุด จนเรือเมืองหนองคายพายตามลงมาทันมาช่วยลำเลียงของไห้เรือไฟลอยจึงหลุดมาได้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> 2jg6da31wux9cr4qofy79pwsc40xffc 290438 290437 2026-06-13T17:03:38Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290438 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|295}}</noinclude>แต่รัถบาลต้องช่วยมาก เปนต้นแต่ตั้งสถานีไห้มีฟืนสำหรับเรือไฟเปนระยะไปตลอดทาง และไห้มีพนักงานตรวดร่องน้ำก่อกรุยหมายทางแล่นเรือตามแก่งและที่น้ำตื้น บางแห่งก็มีคนสำหรับนำร่อง นอกจากนั้นว่ายังต้องไห้เงินหนุนทุนบริสัทที่เดินเรือไฟไนแม่น้ำโขงทั้งตอนนี้และตอนอื่นถึงปีละ 400,000 แฟรงก์ มิฉะนั้นบริสัทก็ขาดทุนไม่สามาถเดินเรือไนแม่น้ำโขงได้ แม่น้ำโขงผิดกับแม่น้ำอื่นไนเมืองไทยอีกหย่างหนึ่งที่ภัยอันตรายไนการขึ้นล่องมีมากกว่าและแปลกกับแม่น้ำอื่น ๆ เปนต้นแต่สัตว์ร้ายที่ไนน้ำ เช่นจรเข้ก็มี และยังมีเงือกเพิ่มขึ้นอีกหย่างหนึ่ง เขาว่าเปนปลาชนิดหนึ่งที่มีแรงไฟฟ้าหยู่ไนตัว ถ้าไครไปพ้องพานไห้ตกไจ มันก็ปล่อยพิสไฟฟ้าไห้ถูกตัวสลบเลยจมน้ำตาย ปลาหย่างนี้ไม่เคยได้ยินว่ามีไนเมืองไทยที่แม่น้ำอื่น นอกจากสัตว์ร้าย ยังมีหินนอนวันหยู่ไนท้องน้ำ คนล่องเรือแลไม่เห็นด้วยน้ำขุ่น แม้เรือไฟฝรั่งเสสลำที่ฉันมาก็มาโดนหินนอนวันไกล้ ๆ กับเมืองหนองคาย แต่โดนเบาเพียงทำไห้เรือเอียงหน่อยหนึ่งแล้วหลุดได้ นอกจากนั้นยังมีหาดซายลอยอีกหย่างหนึ่ง คือซายซึ่งลอยมากับสายน้ำตกพูนกันขึ้นเปนหาดหยู่ไต้น้ำชั่วคราว แล้วสายน้ำพัดเปลี่ยนที่ไปตกพูนที่อื่นอีกไม่รู้ว่าที่ไหนแน่ เรือไฟที่ฉันมาก็เคยติดทั้งสองลำ ติดหยู่หลายชั่วโมงทำหย่างไรก็ไม่หลุด จนเรือเมืองหนองคายพายตามลงมาทันมาช่วยลำเลียงของไห้เรือไฟลอยจึงหลุดมาได้ {{มปก}}<noinclude></noinclude> n85tpl97polrbrc2jdf87tikomroox2 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/311 250 61171 290439 201857 2026-06-13T17:04:23Z Kapsikino 12160 290439 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|296}}</noinclude>แก่งไนแม่น้ำโขงก็ผิดกับแก่งไนแม่น้ำอื่นไนเมืองไทย เช่นแม่น้ำไซโยคก็มีแก่งแต่ตรงที่พูเขาหยู่ไกล้ชิดลำน้ำ แม่น้ำพิงค์ก็มีแก่งเชียงไหม่แต่ตรงลำน้ำผ่านพูเขาเขื่อนแผ่นดินสูงเทือกเดียว 49 แก่ง พ้นที่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีแก่ง แต่แม่น้ำโขงตลอดทางที่ฉันไปไม่เห็นมีพูเขาหยู่ริมน้ำหรือลำน้ำผ่านไปไนเทือกพูเขา แต่มีแก่งเปนระยะไปตลอดทาง วันแรกออกจากเมืองหนองคายต้องลงแก่งถึง 7 แห่ง วันหลัง ๆ ก็ต้องลงแก่งทุกวัน ล้วนเปนแก่งไหย่โตตามส่วนแม่น้ำ เรือขึ้นล่องยากกว่าแม่น้ำอื่น จะเปรียบกับแก่งไนแม่น้ำไซโยคหรือแก่งไนแม่น้ำสักไม่ได้ พอเปรียบได้แต่กับแก่งเชียงไหม่ เพราะแก่งไซโยคกับแก่งแม่น้ำสักไคร ๆ ก็เอาเรือขึ้นล่องได้ แต่เเก่งเชียงไหม่กับแก่งแม่น้ำโขง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญสำหรับเอาเรือแพผ่านแก่งจึงไปได้ จะเลยเล่าถึงแก่งเชียงไหม่ไห้พิสดารสักหน่อย เพราะเดี๋ยวนี้คนไปมาและการส่งสินค้ากับเมืองเชียงไหม่ไช้รถไฟกันเสียเปนพื้น ที่ไช้ทางเรือมิไคร่มี เรือที่เคยไช้ทางแม่น้ำพิงค์ เช่นเรือแม่ปะ ก็สูญเกือบหมดแล้ว การขึ้นล่องทางแก่งเชียงไหม่ดูไกล้จะเปนโบรานคดีเข้าทุกที ฉันเคยล่องเรือทางแก่งเชียงไหม่ 2 ครั้ง จึงจะเล่าเรื่องแก่งเชียงไหม่ฝากไว้ไนนิทานนี้ด้วย ได้กล่าวมาแล้วว่าการผ่านแก่งเชียงไหม่ต้องอาสัยผู้เชี่ยวชาญจึงจะเอาเรือขึ้นล่องได้ แต่ก่อนมาทางแขวงเมืองเชียงไหม่มีผู้เชี่ยวชาญหยู่ที่บ้านมืดกาข้างเหนือแก่งแห่งหนึ่ง ทางแขวงเมืองตากก็มีผู้เชี่ยวชาญหยู่ที่บ้านนาข้างไต้แก่งแห่งหนึ่ง ชาวบ้านทั้ง<noinclude></noinclude> tdl6tf067z6qeqf55yfgsr3e5du22jn 290440 290439 2026-06-13T17:04:34Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290440 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|296}}</noinclude>แก่งไนแม่น้ำโขงก็ผิดกับแก่งไนแม่น้ำอื่นไนเมืองไทย เช่นแม่น้ำไซโยคก็มีแก่งแต่ตรงที่พูเขาหยู่ไกล้ชิดลำน้ำ แม่น้ำพิงค์ก็มีแก่งเชียงไหม่แต่ตรงลำน้ำผ่านพูเขาเขื่อนแผ่นดินสูงเทือกเดียว 49 แก่ง พ้นที่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีแก่ง แต่แม่น้ำโขงตลอดทางที่ฉันไปไม่เห็นมีพูเขาหยู่ริมน้ำหรือลำน้ำผ่านไปไนเทือกพูเขา แต่มีแก่งเปนระยะไปตลอดทาง วันแรกออกจากเมืองหนองคายต้องลงแก่งถึง 7 แห่ง วันหลัง ๆ ก็ต้องลงแก่งทุกวัน ล้วนเปนแก่งไหย่โตตามส่วนแม่น้ำ เรือขึ้นล่องยากกว่าแม่น้ำอื่น จะเปรียบกับแก่งไนแม่น้ำไซโยคหรือแก่งไนแม่น้ำสักไม่ได้ พอเปรียบได้แต่กับแก่งเชียงไหม่ เพราะแก่งไซโยคกับแก่งแม่น้ำสักไคร ๆ ก็เอาเรือขึ้นล่องได้ แต่เเก่งเชียงไหม่กับแก่งแม่น้ำโขง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญสำหรับเอาเรือแพผ่านแก่งจึงไปได้ จะเลยเล่าถึงแก่งเชียงไหม่ไห้พิสดารสักหน่อย เพราะเดี๋ยวนี้คนไปมาและการส่งสินค้ากับเมืองเชียงไหม่ไช้รถไฟกันเสียเปนพื้น ที่ไช้ทางเรือมิไคร่มี เรือที่เคยไช้ทางแม่น้ำพิงค์ เช่นเรือแม่ปะ ก็สูญเกือบหมดแล้ว การขึ้นล่องทางแก่งเชียงไหม่ดูไกล้จะเปนโบรานคดีเข้าทุกที ฉันเคยล่องเรือทางแก่งเชียงไหม่ 2 ครั้ง จึงจะเล่าเรื่องแก่งเชียงไหม่ฝากไว้ไนนิทานนี้ด้วย ได้กล่าวมาแล้วว่าการผ่านแก่งเชียงไหม่ต้องอาสัยผู้เชี่ยวชาญจึงจะเอาเรือขึ้นล่องได้ แต่ก่อนมาทางแขวงเมืองเชียงไหม่มีผู้เชี่ยวชาญหยู่ที่บ้านมืดกาข้างเหนือแก่งแห่งหนึ่ง ทางแขวงเมืองตากก็มีผู้เชี่ยวชาญหยู่ที่บ้านนาข้างไต้แก่งแห่งหนึ่ง ชาวบ้านทั้ง<noinclude></noinclude> p5j13h40kwahxr8fkh106b4n71rwwe1 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/312 250 61172 290441 201858 2026-06-13T17:05:03Z Kapsikino 12160 290441 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|297}}</noinclude>สองตำบนนั้นโดยมากหากินด้วยรับจ้างเอาเรือผ่านแก่งเชียงไหม่ เรือไครถ่อขึ้นไปถึงบ้านนา ก็จ้างพวกเชี่ยวชาญชุดหนึ่ง 5 คนหรือ 3 คนตามขนาดเรือย่อมและเรือไหย่ไห้พาเรือขึ้นแก่ง เมื่อขึ้นไปพ้นแก่งหมดแล้ว พวกผู้เชี่ยวชาญก็ขึ้นบกเดินข้ามพูเขากลับมาบ้าน ขาล่องเมื่อเรือลงมาถึงบ้านมืดกา ก็จ้างพวกชาวบ้านเอาเรือลงมาส่งถึงไต้แก่งเช่นเดียวกัน วิธีเอาเรือผ่านแก่งเชียงไหม่นั้น ขาขึ้นมักต้องขึ้นคราวเดียวกันหลายลำจึงสดวก พอเรือถึงท้ายแก่งก็เอาเชือกพรวนผูกหัวเรือโยงขึ้นไปบนบก ระดมคนขึ้นช่วยกันลาก พวกผู้ชำนาญประจำหยู่ไนเรือเอาถ่อกรานช่วยแรงคนลาก และคอยค้ำหัวและคัดท้ายไห้เรือตรงช่องจนพ้นแก่งแล้ว ก็ถ่อต่อไปจนถึงแก่งหน้า ขึ้น 7 วันหรือ 10 วันจึงหมดแก่ง ขาล่องแก่งเชียงไหม่หน้าแล้งล่อง 4 วัน เขาว่าหน้าน้ำ ๆ ท่วมแก่ง เปนแต่ต้องหลีกน้ำวน ล่องวันเดียวก็ตลอดหมด วิธีล่องแก่งมี 2 หย่าง เรียกว่า “ผาย” หย่างหนึ่ง เรียกว่า “ล่องคลองฮีบ” หย่างหนึ่ง วิธีผายนั้น พอเรือไกล้จะถึงหัวแก่ง ก็ตีกะเชียงเร่งเรือไห้เข้าสายน้ำที่ไหลลงช่องแก่ง ปล่อยไห้เรือลอยลงมากับเกลียวน้ำที่ตกแก่ง คนข้างหัวคอยเอาถ่อค้ำ คนข้างท้ายคัดตะกูดไห้เรือหลีกเลี่ยงก้อนหิน เรือพุ่งลงมาสักนาทีเดียวก็พ้นเทือกหินถึงวังน้ำนิ่งข้างไต้แก่ง แล้วตีกะเชียงต่อไป ที่เรียกคลองฮีบนั้น พวกชาวเรือเขาเอาก้อนหินเล็ก ๆ วางเรียงกันทดน้ำไห้ไหลเปนรายลงมาข้างช่องแก่ง ลึกพอครือ ๆ ท้องเรือ ต่อเวลาน้ำน้อย ช่องแก่งแคบนัก หรือถ้าเรือขนาดไหย่ผายลงทางช่องแก่งไม่ได้ จึง<noinclude>{{ข|38|4em}}</noinclude> tvd2s9m897om95zviwwk9oz55fynmjy 290442 290441 2026-06-13T17:05:14Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290442 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|297}}</noinclude>สองตำบนนั้นโดยมากหากินด้วยรับจ้างเอาเรือผ่านแก่งเชียงไหม่ เรือไครถ่อขึ้นไปถึงบ้านนา ก็จ้างพวกเชี่ยวชาญชุดหนึ่ง 5 คนหรือ 3 คนตามขนาดเรือย่อมและเรือไหย่ไห้พาเรือขึ้นแก่ง เมื่อขึ้นไปพ้นแก่งหมดแล้ว พวกผู้เชี่ยวชาญก็ขึ้นบกเดินข้ามพูเขากลับมาบ้าน ขาล่องเมื่อเรือลงมาถึงบ้านมืดกา ก็จ้างพวกชาวบ้านเอาเรือลงมาส่งถึงไต้แก่งเช่นเดียวกัน วิธีเอาเรือผ่านแก่งเชียงไหม่นั้น ขาขึ้นมักต้องขึ้นคราวเดียวกันหลายลำจึงสดวก พอเรือถึงท้ายแก่งก็เอาเชือกพรวนผูกหัวเรือโยงขึ้นไปบนบก ระดมคนขึ้นช่วยกันลาก พวกผู้ชำนาญประจำหยู่ไนเรือเอาถ่อกรานช่วยแรงคนลาก และคอยค้ำหัวและคัดท้ายไห้เรือตรงช่องจนพ้นแก่งแล้ว ก็ถ่อต่อไปจนถึงแก่งหน้า ขึ้น 7 วันหรือ 10 วันจึงหมดแก่ง ขาล่องแก่งเชียงไหม่หน้าแล้งล่อง 4 วัน เขาว่าหน้าน้ำ ๆ ท่วมแก่ง เปนแต่ต้องหลีกน้ำวน ล่องวันเดียวก็ตลอดหมด วิธีล่องแก่งมี 2 หย่าง เรียกว่า “ผาย” หย่างหนึ่ง เรียกว่า “ล่องคลองฮีบ” หย่างหนึ่ง วิธีผายนั้น พอเรือไกล้จะถึงหัวแก่ง ก็ตีกะเชียงเร่งเรือไห้เข้าสายน้ำที่ไหลลงช่องแก่ง ปล่อยไห้เรือลอยลงมากับเกลียวน้ำที่ตกแก่ง คนข้างหัวคอยเอาถ่อค้ำ คนข้างท้ายคัดตะกูดไห้เรือหลีกเลี่ยงก้อนหิน เรือพุ่งลงมาสักนาทีเดียวก็พ้นเทือกหินถึงวังน้ำนิ่งข้างไต้แก่ง แล้วตีกะเชียงต่อไป ที่เรียกคลองฮีบนั้น พวกชาวเรือเขาเอาก้อนหินเล็ก ๆ วางเรียงกันทดน้ำไห้ไหลเปนรายลงมาข้างช่องแก่ง ลึกพอครือ ๆ ท้องเรือ ต่อเวลาน้ำน้อย ช่องแก่งแคบนัก หรือถ้าเรือขนาดไหย่ผายลงทางช่องแก่งไม่ได้ จึง<noinclude>{{ข|38|4em}}</noinclude> 94s84qnvmz8fioz7joly7k7f84tiujg หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/313 250 61173 290443 201859 2026-06-13T17:09:10Z Kapsikino 12160 290443 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|298}}</noinclude>เอาลงทางคลองฮีบ เรือที่ไช้ไนแม่น้ำพิงค์ก็มีแต่ 2 หย่าง ขนาดย่อมเรียกว่า “เรือกราบแป้น” ตี 2 กะเชียงหย่างหนึ่ง ขนาดไหย่เรียกว่า “เรือแม่ปะ” ตี 4 กะเชียงหย่างหนึ่ง เรือกราบแป้นมักผายได้แทบทุกแก่ง แต่เรือแม่ปะลงบางแก่งต้องลงทางคลองฮีบ วิธีลงคลองฮีบนั้น พอเรือถึงเหนือแก่งเอาเชือกผูกท้ายโยงไปรั้งไว้บนตลิ่ง แล้วไห้คนลงยืนรายไนน้ำประคองสองข้าง ค่อย ๆ หย่อนเชือกไห้เรือลง ราวสัก 20 นาทีจึงพ้นแก่ง เมื่อฉันไปเชียงไหม่ครั้งแรก เดินบกไปจากอุตรดิถ ขากลับลงมาทางเรือจากเมืองเชียงไหม่ เขาจัดเรือแม่ปะลำซงของพระเจ้าเชียงไหม่ไห้ฉันมา และไห้ผู้เชี่ยวชาญสำหรับเรือลำนั้นแต่ครั้งพระเจ้าเชียงไหม่พามา แต่ฉันมาเกิดไม่พอไจ ด้วยพวกเชี่ยวชาญแกระวังภัยเกินขนาด ปล่อยไห้เรือลำฉันมาผายผ่านแต่ที่แก่งที่ลงง่ายหย่างประดาเสีย ถ้าเปนแก่งลงยากสักนิด ก็เอาเรือหย่อนลงทางคลองฮีบ ช้าเสียเวลา ฉันเห็นเรือแม่ปะลำอื่น ๆ เขาผายตามกันลงไปได้คล่อง ๆ ก็ออกรำคาน ถามนายฮ้อยผู้คุมเรือว่าเราผายหย่างเขาบ้างไม่ได้หรือ แกว่าผายก็ได้ แต่เปนเรือ “สเด็ดเจ้า” มา ถ้าโดนอะไรก็จะมีความผิด จึงเอาลงทางคลองฮีบ ฉันถามว่าเมื่อครั้งพระเจ้าเชียงไหม่เคยโดนบ้างหรือ แกว่าเรือลำซงนั้นเคยโดนล่มไนแก่งครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันได้ฟังก็เข้าไจว่าคงเปนเพราะมูลนายเขากำชับกำชามาไห้ระวังหย่าไห้มีเหตุ แกก็เลยไม่กล้าผาย ฉันจึงบอกแกว่าผายเหมือนหย่างเรืออื่นเถิด ฉันหยาก<noinclude></noinclude> imw7mwfgaktmg5u8jd3twhjka4ljhvb 290444 290443 2026-06-13T17:09:59Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290444 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|298}}</noinclude>เอาลงทางคลองฮีบ เรือที่ไช้ไนแม่น้ำพิงค์ก็มีแต่ 2 หย่าง ขนาดย่อมเรียกว่า “เรือกราบแป้น” ตี 2 กะเชียงหย่างหนึ่ง ขนาดไหย่เรียกว่า “เรือแม่ปะ” ตี 4 กะเชียงหย่างหนึ่ง เรือกราบแป้นมักผายได้แทบทุกแก่ง แต่เรือแม่ปะลงบางแก่งต้องลงทางคลองฮีบ วิธีลงคลองฮีบนั้น พอเรือถึงเหนือแก่งเอาเชือกผูกท้ายโยงไปรั้งไว้บนตลิ่ง แล้วไห้คนลงยืนรายไนน้ำประคองสองข้าง ค่อย ๆ หย่อนเชือกไห้เรือลง ราวสัก 20 นาทีจึงพ้นแก่ง เมื่อฉันไปเชียงไหม่ครั้งแรก เดินบกไปจากอุตรดิถ ขากลับลงมาทางเรือจากเมืองเชียงไหม่ เขาจัดเรือแม่ปะลำซงของพระเจ้าเชียงไหม่ไห้ฉันมา และไห้ผู้เชี่ยวชาญสำหรับเรือลำนั้นแต่ครั้งพระเจ้าเชียงไหม่พามา แต่ฉันมาเกิดไม่พอไจ ด้วยพวกเชี่ยวชาญแกระวังภัยเกินขนาด ปล่อยไห้เรือลำฉันมาผายผ่านแต่ที่แก่งที่ลงง่ายหย่างประดาเสีย ถ้าเปนแก่งลงยากสักนิด ก็เอาเรือหย่อนลงทางคลองฮีบ ช้าเสียเวลา ฉันเห็นเรือแม่ปะลำอื่น ๆ เขาผายตามกันลงไปได้คล่อง ๆ ก็ออกรำคาน ถามนายฮ้อยผู้คุมเรือว่าเราผายหย่างเขาบ้างไม่ได้หรือ แกว่าผายก็ได้ แต่เปนเรือ “สเด็ดเจ้า” มา ถ้าโดนอะไรก็จะมีความผิด จึงเอาลงทางคลองฮีบ ฉันถามว่าเมื่อครั้งพระเจ้าเชียงไหม่เคยโดนบ้างหรือ แกว่าเรือลำซงนั้นเคยโดนล่มไนแก่งครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันได้ฟังก็เข้าไจว่าคงเปนเพราะมูลนายเขากำชับกำชามาไห้ระวังหย่าไห้มีเหตุ แกก็เลยไม่กล้าผาย ฉันจึงบอกแกว่าผายเหมือนหย่างเรืออื่นเถิด ฉันหยาก<noinclude></noinclude> rqjsl8tx1ogq49vqfdnyztnjfo2xbdf หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/314 250 61174 290445 201860 2026-06-13T17:10:26Z Kapsikino 12160 290445 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|299}}</noinclude>จะดู โดยเรือจะโดนแก่งล่มฉันก็จะไม่เอาโทส สังเกตดูพวกที่เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็เห็นจะหยากผายอวดฝีมือหยู่แล้ว พอได้อภัยก็พากันยินดีไม่ต้องเตือนต่อไป ฉันนั่งดูมาไนเรือก็เห็นตระหนักว่าผายเรือล่องแก่งเปนการยาก และมีเสี่ยงภัยจิง ๆ เพราะไนแก่งมีหินเปนแง่ระกะไปทั้งนั้น ช่องเรือลงไม่ตรงเหมือนกับลำคลอง เรือลอยลงมากับเกลียวน้ำเร็วเท่า ๆ รถไฟแล่น จะยับยั้งไม่ได้ ถ้าค้ำพลาด หัวเรือแปรออกนอกร่อง ก็ต้องโดนหินล่มทุกลำ ได้เห็นความชำนิชำนาญของพวกผู้เชี่ยวชาญหย่างน่าพิสวง เมื่อไกล้จะถึงแก่ง นายฮ้อยถือท้ายเรือร้องสั่งว่า “เอา” เปนสัญญาเร่งกะเชียงคำเดียว แล้วก็ไม่ออกปากพูดจาอะไรกันอีก คนหยู่ตอนหัวเรือถือถ่อขึ้นไปยืนบนโขนเรือคนหนึ่ง อีก 3 คนยืนถือถ่อประจำสองแคมคอยค้ำไห้เรือเลี้ยวหลีกเลี่ยงก้อนหิน นายฮ้อยก็คัดท้ายช่วยคนถ่อ ดูเหมือนกับนัดแนะเข้าไจกันว่าคนไหนควนจะค้ำหินก้อนไหน และนายฮ้อยควนจะเบี่ยงบ่ายท้ายเรือเพียงไหนไห้เบาแรงคนค้ำทางหัวเรือ ไม่มีที่จะก้าวก่ายหรือต้องตักเตือนกันหย่างไร ถ้าเปนแก่งลงยาก พอเรือล่องตลอดแก่งถึงวังน้ำนิ่ง พวกทางหัวเรือก็วางถ่อฟ้อนรำกันสนุกสนาน พวกเรานั่งมาไนเรือ ดูเมื่อเวลาเรือพุ่งลงแก่งก็ออกหวาดหวั่น ด้วยเห็นเรือลอยหลีกก้อนหินหวิด ๆ ลงไปตลอดแก่ง เห็นเขาฟ้อนรำเมื่อพ้นภัยก็พลอยสนุกกับเขาด้วย ไครได้ไปเที่ยวทางแก่งเชียงไหม่ ดูเหมือนจะติดไจทุกคน เพราะทางหว่างแก่งนั้น ดูเขาไม้ก็งามน่าชม เวลาล่องแก่งก็สนุก และมีที่ขึ้นเที่ยวได้ตลอด<noinclude></noinclude> ec4f9bef6vt3f1gva4sgc42y3b8iflq 290446 290445 2026-06-13T17:10:40Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290446 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|299}}</noinclude>จะดู โดยเรือจะโดนแก่งล่มฉันก็จะไม่เอาโทส สังเกตดูพวกที่เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็เห็นจะหยากผายอวดฝีมือหยู่แล้ว พอได้อภัยก็พากันยินดีไม่ต้องเตือนต่อไป ฉันนั่งดูมาไนเรือก็เห็นตระหนักว่าผายเรือล่องแก่งเปนการยาก และมีเสี่ยงภัยจิง ๆ เพราะไนแก่งมีหินเปนแง่ระกะไปทั้งนั้น ช่องเรือลงไม่ตรงเหมือนกับลำคลอง เรือลอยลงมากับเกลียวน้ำเร็วเท่า ๆ รถไฟแล่น จะยับยั้งไม่ได้ ถ้าค้ำพลาด หัวเรือแปรออกนอกร่อง ก็ต้องโดนหินล่มทุกลำ ได้เห็นความชำนิชำนาญของพวกผู้เชี่ยวชาญหย่างน่าพิสวง เมื่อไกล้จะถึงแก่ง นายฮ้อยถือท้ายเรือร้องสั่งว่า “เอา” เปนสัญญาเร่งกะเชียงคำเดียว แล้วก็ไม่ออกปากพูดจาอะไรกันอีก คนหยู่ตอนหัวเรือถือถ่อขึ้นไปยืนบนโขนเรือคนหนึ่ง อีก 3 คนยืนถือถ่อประจำสองแคมคอยค้ำไห้เรือเลี้ยวหลีกเลี่ยงก้อนหิน นายฮ้อยก็คัดท้ายช่วยคนถ่อ ดูเหมือนกับนัดแนะเข้าไจกันว่าคนไหนควนจะค้ำหินก้อนไหน และนายฮ้อยควนจะเบี่ยงบ่ายท้ายเรือเพียงไหนไห้เบาแรงคนค้ำทางหัวเรือ ไม่มีที่จะก้าวก่ายหรือต้องตักเตือนกันหย่างไร ถ้าเปนแก่งลงยาก พอเรือล่องตลอดแก่งถึงวังน้ำนิ่ง พวกทางหัวเรือก็วางถ่อฟ้อนรำกันสนุกสนาน พวกเรานั่งมาไนเรือ ดูเมื่อเวลาเรือพุ่งลงแก่งก็ออกหวาดหวั่น ด้วยเห็นเรือลอยหลีกก้อนหินหวิด ๆ ลงไปตลอดแก่ง เห็นเขาฟ้อนรำเมื่อพ้นภัยก็พลอยสนุกกับเขาด้วย ไครได้ไปเที่ยวทางแก่งเชียงไหม่ ดูเหมือนจะติดไจทุกคน เพราะทางหว่างแก่งนั้น ดูเขาไม้ก็งามน่าชม เวลาล่องแก่งก็สนุก และมีที่ขึ้นเที่ยวได้ตลอด<noinclude></noinclude> cvytesmnamb0sbv2a3qnxtolmy8wnu4 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/315 250 61175 290447 201861 2026-06-13T17:12:14Z Kapsikino 12160 290447 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="1" user="Asembleo" />{{ก|300}}</noinclude>ทาง เมื่อฉันออกจากกะซวงมหาดไทยแล้ว พาลูกขึ้นไปเที่ยวเมืองเชียงไหม่ไนรัชกาลที่ 6 อีกครั้งหนึ่ง ขึ้นไปรถไฟ ขากลับก็กลับทางเรือซ้ำอีก เพราะติดไจแก่งเชียงไหม่ยังไม่หาย จึงได้เคยล่องทางนั้นถึง 2 ครั้ง จะว่าถึงแก่งแม่น้ำโขงต่อไป เพราะแม่น้ำโขงไหย่โต แก่งก็ไหย่โต ช่องแก่งก็กว้าง ผายได้ทั้งเรือแพ แม้จนเรือไฟดาดฟ้าสองชั้น ก็ผ่านแก่งขึ้นล่องได้ตลอดปี ไม่ต้องไช้คลองฮีบ ขาขึ้นแก่งแม่น้ำโขงเขาจะขึ้นกันหย่างไร ฉันไม่เคยเห็น แต่เมื่อคิดเทียบกับแก่งเชียงไหม่ เห็นว่าเรือไฟคงแล่นขึ้นได้ ถ้าเปนเรือพาย ก็คงต้องไช้เชือกโยงลากเรือขึ้นหย่างเดียวกันกับแก่งเชียงไหม่ แต่แพขึ้นไม่ได้หยู่เอง แก่งแม่น้ำโขงมีภัยผิดกับแก่งเชียงไหม่เปนข้อสำคันหยู่ที่น้ำวนร้าย พวกชาวเมืองเรียกว่า “เวิน” กลัวกันเสียยิ่งกว่าหินที่ไนแก่ง เพราะธัมดาแก่งย่อมมีวังน้ำลึกหยู่ข้างไต้แก่ง วังทางแก่งเชียงไหม่ไนรึดูแล้งเปนที่น้ำนิ่งดังกล่าวมาแล้ว ต่อรึดูน้ำจึงเปนน้ำวนก็ไม่ไหย่โตเพียงไดนัก แต่แก่งแม่น้ำโขง เพราะสายน้ำแรงทำไห้น้ำที่ไนวังไหลวนเปนวงไหย่เวียนลึกลงไปหย่างก้นหอย มีสดือหยู่ที่กลางวงเปนนิจ ผิดกันแต่ไนรึดูแล้งน้ำวนอ่อนกว่ารึดูน้ำ เรือแพผายลงแก่ง จำต้องผ่านไปไนวงน้ำวน ถ้าหลีกสดือวนไม่พ้น น้ำก็อาจจะดูดเอาเรือจมหายลงไปไนวนได้ทั้งลำ ดังเช่นเคยเกิดเหตุแก่เรือไฟลาแครนเดียลำที่ฉันลงมานั้นเองเมื่อปีหลัง เขาว่ารับนายพลฝรั่งเสสขึ้นไปตรวดทหานที่เมืองหลวงพระบาง ขาล่อง<noinclude></noinclude> m1n76kvuoh9lavnkno68pu4g7nil7l0 290448 290447 2026-06-13T17:14:49Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290448 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|300}}</noinclude>ทาง เมื่อฉันออกจากกะซวงมหาดไทยแล้ว พาลูกขึ้นไปเที่ยวเมืองเชียงไหม่ไนรัชกาลที่ 6 อีกครั้งหนึ่ง ขึ้นไปรถไฟ ขากลับก็กลับทางเรือซ้ำอีก เพราะติดไจแก่งเชียงไหม่ยังไม่หาย จึงได้เคยล่องทางนั้นถึง 2 ครั้ง จะว่าถึงแก่งแม่น้ำโขงต่อไป เพราะแม่น้ำโขงไหย่โต แก่งก็ไหย่โต ช่องแก่งก็กว้าง ผายได้ทั้งเรือแพ แม้จนเรือไฟดาดฟ้าสองชั้น ก็ผ่านแก่งขึ้นล่องได้ตลอดปี ไม่ต้องไช้คลองฮีบ ขาขึ้นแก่งแม่น้ำโขงเขาจะขึ้นกันหย่างไร ฉันไม่เคยเห็น แต่เมื่อคิดเทียบกับแก่งเชียงไหม่ เห็นว่าเรือไฟคงแล่นขึ้นได้ ถ้าเปนเรือพาย ก็คงต้องไช้เชือกโยงลากเรือขึ้นหย่างเดียวกันกับแก่งเชียงไหม่ แต่แพขึ้นไม่ได้หยู่เอง แก่งแม่น้ำโขงมีภัยผิดกับแก่งเชียงไหม่เปนข้อสำคันหยู่ที่น้ำวนร้าย พวกชาวเมืองเรียกว่า “เวิน” กลัวกันเสียยิ่งกว่าหินที่ไนแก่ง เพราะธัมดาแก่งย่อมมีวังน้ำลึกหยู่ข้างไต้แก่ง วังทางแก่งเชียงไหม่ไนรึดูแล้งเปนที่น้ำนิ่งดังกล่าวมาแล้ว ต่อรึดูน้ำจึงเปนน้ำวนก็ไม่ไหย่โตเพียงไดนัก แต่แก่งแม่น้ำโขง เพราะสายน้ำแรงทำไห้น้ำที่ไนวังไหลวนเปนวงไหย่เวียนลึกลงไปหย่างก้นหอย มีสดือหยู่ที่กลางวงเปนนิจ ผิดกันแต่ไนรึดูแล้งน้ำวนอ่อนกว่ารึดูน้ำ เรือแพผายลงแก่ง จำต้องผ่านไปไนวงน้ำวน ถ้าหลีกสดือวนไม่พ้น น้ำก็อาจจะดูดเอาเรือจมหายลงไปไนวนได้ทั้งลำ ดังเช่นเคยเกิดเหตุแก่เรือไฟลาแครนเดียลำที่ฉันลงมานั้นเองเมื่อปีหลัง เขาว่ารับนายพลฝรั่งเสสขึ้นไปตรวดทหานที่เมืองหลวงพระบาง ขาล่อง<noinclude></noinclude> 8artt2cthm04qvn489z25cd78unlc7q นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 10 0 62636 290501 227576 2026-06-13T18:23:51Z Kapsikino 12160 290501 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 10 เรื่องความไข้ที่เมืองเพชรบูรน์ | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 9/]] | next = [[../นิทานที่ 11/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="146" to="172"/> 1hz19ljpjcaxb3rqn86jo8jbqb1bpgy นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 1 0 66628 290510 227574 2026-06-13T18:43:44Z Kapsikino 12160 290510 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 1 เรื่องพระพุทธรูปประหลาด | contributor = | previous = [[../|หน้าต้น]] | next = [[../นิทานที่ 2/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="16" to="22"/> 8il9wq6neyk8ghv1wg5k1vekno12p6o นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 12 0 66812 290499 227582 2026-06-13T18:22:31Z Kapsikino 12160 290499 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 12 เรื่องตั้งโรงพยาบาล | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 11/]] | next = [[../นิทานที่ 13/]] | notes = }} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="189" to="209"/> cyu4jxlz9dua2j8gurmimnlhfz3r7gp อธิบายเรื่องธงไทย (2476)/เรื่อง 0 69331 290578 224098 2026-06-13T21:55:14Z Kapsikino 12160 290578 wikitext text/x-wiki {{ลบ|อ1 – การลบทางเทคนิค (ได้รวมเนื้อหาเข้ากับหน้าอื่นแล้ว)}} {{หัวเรื่อง | ชื่อ = [[../|อธิบายเรื่องธงไทย]] | ปี = 2476 | ผู้สร้างสรรค์ = | บรรณาธิการ = | ผู้แปล = | ส่วน = อธิบาย | ผู้มีส่วนร่วม = สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | ก่อนหน้า = [[../ผู้วายชนม์/]] | ถัดไป = | หมายเหตุ = | สถานีย่อย = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ค1|อธิบาย|ค1}} :# {{ตลล|ส-ค2|หมวดธงประจำพระองค์|ค2}} :# {{ตลล|ส-ค3|หมวดธงแผ่นดิน|ค3}} :# {{ตลล|ส-ค4|หมวดธงประจำกอง|ค4}} :# {{ตลล|ส-ค5|หมวดธงตำแหน่ง|ค5}} :# {{ตลล|ส-ค6|ธงหมายยศ|ค6}} }} ---- <pages index="อธิบายเรื่องธงไทย - ดำรง - ๒๔๗๖.pdf" from="9" to="43"/> c1s4ph69hy26ca6820gjo94enc3bf3r นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 13 0 70611 290498 227584 2026-06-13T18:21:50Z Kapsikino 12160 290498 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 13 เรื่องอนามัย | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 12/]] | next = [[../นิทานที่ 14/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร1|เรื่องอนามัย|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|ตั้งหมอตำบน|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|ทำยาโอสถสาลา|ร3}} :# {{ตลล|ส-ร4|แพทย์ประจำเมือง|ร4}} :# {{ตลล|ส-ร5|ทำหนองปลูกฝีดาด|ร5}} :# {{ตลล|ส-ร6|ทำสิรัมแก้พิสหมาบ้า|ร6}} :# {{ตลล|ส-ร7|โอสถสาลา|ร7}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="210" to="229"/> 9vk74o82e19tqb8r2g0gmga6y1n4ktv 290571 290498 2026-06-13T21:15:13Z Kapsikino 12160 290571 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 13 เรื่องอนามัย | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 12/]] | next = [[../นิทานที่ 14/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-ร1|เรื่องอนามัย|ร1}} :# {{ตลล|ส-ร2|ตั้งหมอตำบน|ร2}} :# {{ตลล|ส-ร3|ทำยาโอสถสาลา|ร3}} :# {{ตลล|ส-ร4|แพทย์ประจำเมือง|ร4}} :# {{ตลล|ส-ร5|ทำหนองปลูกฝีดาด|ร5}} :# {{ตลล|ส-ร6|ทำสิรัมแก้พิสหมาบ้า|ร6}} :# {{ตลล|ส-ร7|โอสถสาลา|ร7}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="210" to="229"/> ---- {{รกออ}} 5hxnabrjpkj5edltrhe23gzuv7q6lqi นิทานโบรานคดี (2487)/คำนำ (1) 0 70612 290631 227569 2026-06-14T06:24:06Z EmausBot 6006 แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]] 290631 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]] n95ispt746ew4z9973v416lhzn3iggy นิทานโบรานคดี (2487)/คำนำ (2) 0 70613 290633 227571 2026-06-14T06:24:16Z EmausBot 6006 แก้หน้าเปลี่ยนทางซ้ำซ้อนไปเป็น [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]] 290633 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]] h49wkmc4d3nki892jq2kozhds2ws4mz นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 16 0 70791 290490 228162 2026-06-13T18:11:43Z Kapsikino 12160 290490 wikitext text/x-wiki {{header <!-- ข้อมูลหลัก --> | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 16 เรื่องลานช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 15/]] | next = [[../นิทานที่ 17/]] | notes = <!-- ข้อมูลย่อย --> | categories = | portal = ประเทศลาว/ภาคอีสานของไทย }} {{สบช| : {{ตลล|ส-16|ลานช้าง|16}} :# {{ตลล|ส-16-1|ทางที่ไป|16-1}} :# {{ตลล|ส-16-2|วินิจฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา|16-2}} :# {{ตลล|ส-16-3|ลานนกกะเรียน|16-3}} :# {{ตลล|ส-16-4|ไทยลานช้าง|16-4}} :# {{ตลล|ส-16-5|พิธีบายสรี|16-5}} :# {{ตลล|ส-16-6|สมาคมไทยหย่างโบราน|16-6}} :# {{ตลล|ส-16-7|บ้านขี้ทูด|16-7}} :# {{ตลล|ส-16-8|คนคิดผิด|16-8}} :# {{ตลล|ส-16-9|พระยาโพธิ|16-9}} :# {{ตลล|ส-16-10|ชาวลานช้างไหว้เจ้า|16-10}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="285" to="305"/> cqtzr19p6ux8q4addm7pilvprtphldp 290494 290490 2026-06-13T18:19:28Z Kapsikino 12160 290494 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 16 เรื่องลานช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 15/]] | next = [[../นิทานที่ 17/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-16|ลานช้าง|16}} :# {{ตลล|ส-16-1|ทางที่ไป|16-1}} :# {{ตลล|ส-16-2|วินิจฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา|16-2}} :# {{ตลล|ส-16-3|ลานนกกะเรียน|16-3}} :# {{ตลล|ส-16-4|ไทยลานช้าง|16-4}} :# {{ตลล|ส-16-5|พิธีบายสรี|16-5}} :# {{ตลล|ส-16-6|สมาคมไทยหย่างโบราน|16-6}} :# {{ตลล|ส-16-7|บ้านขี้ทูด|16-7}} :# {{ตลล|ส-16-8|คนคิดผิด|16-8}} :# {{ตลล|ส-16-9|พระยาโพธิ|16-9}} :# {{ตลล|ส-16-10|ชาวลานช้างไหว้เจ้า|16-10}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="285" to="305"/> 0i6qsaf6heox8gzl5l5nq63h6o16qzf 290495 290494 2026-06-13T18:20:05Z Kapsikino 12160 290495 wikitext text/x-wiki {{header | title = [[../|นิทานโบรานคดี]] | year = 2487 | author = สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ | editor = | translator = | section = นิทานที่ 16 เรื่องลานช้าง | contributor = | previous = [[../นิทานที่ 15/]] | next = [[../นิทานที่ 17/]] | notes = }} {{สบช| : {{ตลล|ส-16|เรื่องลานช้าง|16}} :# {{ตลล|ส-16-1|ทางที่ไป|16-1}} :# {{ตลล|ส-16-2|วินิจฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา|16-2}} :# {{ตลล|ส-16-3|ลานนกกะเรียน|16-3}} :# {{ตลล|ส-16-4|ไทยลานช้าง|16-4}} :# {{ตลล|ส-16-5|พิธีบายสรี|16-5}} :# {{ตลล|ส-16-6|สมาคมไทยหย่างโบราน|16-6}} :# {{ตลล|ส-16-7|บ้านขี้ทูด|16-7}} :# {{ตลล|ส-16-8|คนคิดผิด|16-8}} :# {{ตลล|ส-16-9|พระยาโพธิ|16-9}} :# {{ตลล|ส-16-10|ชาวลานช้างไหว้เจ้า|16-10}} }} {{คหน}} <pages index="นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf" from="285" to="305"/> b07idmk6ihygc7ep6d8ze0zh2z52k0y หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/316 250 89923 290449 2026-06-13T17:15:10Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290449 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|301}}</noinclude>กลับลงมาถึงแก่งจัน อันเปนแก่งร้ายหยู่ไนแดนเมืองหลวงพระบาง ถือท้ายเรือหลีกไม่พ้นสดือน้ำวนได้ น้ำดูดเอาเรือลาแครนเดียจมหมดทั้งลำ นายพลฝรั่งก็เลยจมน้ำตายด้วย ตามแก่งสำคัน ๆ ไนตอนที่ฉันผ่านมา มีเครื่องหมายทำไว้แต่โบรานทั้งข้างเหนือและข้างไต้แก่ง เมื่อเรือแพชาวเมืองจะผ่านแก่ง ต้องแวะดูคราบระดับน้ำที่เครื่องหมาย ถ้าเห็นระดับน้ำถึงขนาดมีภัย ก็ต้องจอดคอยหยู่นอกแก่ง จนเห็นระดับน้ำได้ขนาดปลอดภัย จึงขึ้นล่อง นอกจากแก่งหินไนแม่น้ำโขงยังมี “เรี่ยว” อีกหย่างหนึ่ง เรี่ยวนั้นเปนแต่ชายหาดซาย 2 ฟากยื่นออกมาไกล้กัน ทำไห้ร่องน้ำแคบคดเคี้ยว น้ำไหลเชี่ยวเหมือนเช่นแก่งไปยืดยาว ถ้าเรือล่องหลีกไม่พ้นชายหาดก็ล่ม เรี่ยวบางแห่งร้ายถึงต้องมีคนนำร่องสำหรับพาเรือไฟผ่านเรี่ยว แต่ทางแม่น้ำโขง ผู้เชี่ยวชาญไนการเอาเรือผ่านแก่งไม่ได้ตั้งบ้านเรือนรวมกันหยู่เปนตำบนเหมือนทางแม่น้ำพิงค์ ด้วยแม่น้ำโขงมีแก่งรายไปตลอดทาง แก่งไม่หยู่แต่เปนเทือกเดียวเหมือนกับแก่งเชียงไหม่ เพราะฉะนั้นผู้ที่ไช้เรือแพไนแม่น้ำโขงต้องเชี่ยวชาญหยู่ไนตัวเอง ถ้าไปยังถิ่นที่ตนไม่ชำนาญ ก็ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญไนถิ่นนั้น ๆ คงจะเปนเพราะไช้เรือขึ้นล่องลำบากดังว่ามา การค้าขายทางลำแม่น้ำโขงจึงมีน้อย มักขนสินค้ากันทางบกโดยมาก ประหลาดหยู่ที่พวกล่องแพทางลำแม่น้ำโขงสามาถล่องแพผ่านแก่งได้ทุกชนิด เขาว่าเปนแพของพวกชาวเมืองหลวงพระบางบันทุกสินค้าลงมาขายไนมนทลอุดร<noinclude></noinclude> evz03ufuo9013d6wsp8r1z8v8itjg2s หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/317 250 89924 290450 2026-06-13T17:15:37Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290450 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|302}}</noinclude>เสมอทุกปี สมกับคำเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิถสักดิ์เล่าว่าท่านเคยมาแพหย่างนั้นตั้งแต่เมืองหลวงพระบางจนถึงเมืองเชียงคาน ฉันถามว่าเมื่อลงแก่งทำหย่างไร ท่านบอกว่าน่ากลัวมาก แต่ท่านไม่สามาถจะทำอะไรได้ ก็ต้องทอดธุระแล้วแต่พวกเชี่ยวชาญเขาจะทำหย่างไรกัน ตัวท่านได้แต่นิ่งนึกเสี่ยงกัมว่าถ้ายังไม่ถึงที่ตายก็คงรอดไปได้ พวกล่องแพทางแม่น้ำโขงเห็นจะเคยหากินไนการล่องแพมาค้าขายไนมนทลอุดรเปนอาชีพสำหรับตระกูลสืบต่อพ่อลูกหลานมาช้านาน เคยล่องแพจนเจนทางและสายน้ำ ทั้งชำนาญการบังคับแพไห้ล่องหลีกเลี่ยงอันตรายได้ดังไจ จึงสามาถล่องแพปลอดภัยลงมาได้ไกลถึงเพียงนั้น ที่ทำแพเปนรูปร่างหย่างเช่นที่พรรนนามาแล้ว ก็คงเปนเพราะได้ทดลองกันมาจนตระหนักแน่ว่าแพรูปร่างหย่างนั้นและขนาดเท่านั้นล่องได้สดวกกว่าหย่างอื่น จึงทำแพแต่หย่างเดียวเหมือนกันหมด ดูน่าพิสวง ตอนล่องแม่น้ำโขงแต่เมืองหนองคายจนเมืองนครพนม ฉันมาไนเรือไฟลาแครนเดีย นั่งหยู่บนดาดฟ้าชั้นบน มิไคร่จะได้เห็นสายน้ำที่ไนแก่ง จนมาลงเรือยาวพายล่องจากพระธาตุพนมลงมาเมืองมุกดาหาร ฉันลงเรือพายของเจ้าเมืองมา จึงได้เห็นน้ำวนไนแม่น้ำโขงถนัดที่แก่งคันกะเบา เปนแก่งไหย่แห่งหนึ่งไนแขวงเมืองมุกดาหาร แม้ไนรึดูแล้งน้ำก็ยังไหลวนเปนวงไหย่ ที่กลางวงลึกดูน่ากลัว ถ้าเรือพลัดเข้าไปถึงสดือวน ก็คงดูดจมเปนแน่ไม่ต้องสงสัย เรือยาวที่ฉันไปเปนเรือขุดมาด หยู่ข้างจะเปลี้ยน้ำ น่ากลัวหยู่บ้าง แต่อุ่นไจที่ฝีพายล้วนเปนผู้เชี่ยวชาญ<noinclude></noinclude> aqxfhfz2cjbs40ffbgfcq6744qbr3gq หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/318 250 89925 290451 2026-06-13T17:16:00Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290451 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|303}}</noinclude>สัก 15 คนด้วยกัน เมื่อไกล้จะถึงแก่ง ได้ยินนายเรือสั่งไห้ฝีพายเตรียมตัว พอเรือเข้าวงวนก็ตั้งข้อพายเต็มเหนี่ยวพรักพร้อม รู้ท่วงทีกันทั้งคนคัดหัวถือท้ายและฝีพายตลอดลำราวกับได้ซักซ้อมกันไว้ สังเกตดูวิธีที่เขาเอาเรือผ่านน้ำวน ดูเหมือนจะต้องเข้าตามน้ำไห้ค่อนข้างขอบวงวนซึ่งสายน้ำอ่อน แล้วเร่งพายเต็มเหนี่ยวไห้สายน้ำกับแรงพายพาเรือแล่นไห้หัวพุ่งออกจากขอบวงทางข้างโน้น มิทันไห้น้ำพัดหัวเรือแปรไปตามวงของสายน้ำ เรือหยู่ไนวงวนราวสักนาทีเดียวก็พ้นไปได้ พอเรือออกนอกวงวน พวกฝีพายก็พากันรื่นเริงตลอดลำ เช่นเดียวกับพวกผายเรือลงแก่งเชียงไหม่ เราก็ออกสนุกด้วยเหมือนกัน ลักสนะแม่น้ำโขงตามที่พรรนนามา ถ้าจะชมโฉมตามความเห็นของฉัน เห็นว่าน่ากลัวยิ่งกว่าน่าชม ถ้ามีไครถามว่าน่าไปเที่ยวหรือไม่ ฉันจะตอบว่าถ้าไครยังไม่เคยเห็นก็น่าไปดู ด้วยแปลกกับแม่น้ำอื่น ๆ แต่เห็นจะไม่รู้สึกสนุกสนานเหมือนหย่างไปเที่ยวทางแม่น้ำพิงค์หรือแม่น้ำสักและแม่น้ำไซโยค ฉันไปหนหนึ่งแล้วยังไม่นึกหยากไปล่องแม่น้ำโขงอีกจนเดี๋ยวนี้ {{ลห|a2|เดินดง|120}} เมื่อฉันเดิน{{ตตฉ|บน|บก}}จากเมืองมุกดาหารกลับเข้ามายังเมืองยโสธรไนมนทลอิสาน ต้องข้ามเทือกพูเขาขึ้นแผ่นดินสูงผ่านดงอันหนึ่งซึ่งเรียกว่า “ดงบังอี่” ดงนี้พระยานครราชเสนี (กาด สิงหเสนี) จางวางเมือง<noinclude></noinclude> 73159rwi1quhtzbh2r3e3kmz6p0fa82 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/319 250 89926 290452 2026-06-13T17:16:20Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290452 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|304}}</noinclude>นครราชสีมา เคยบอกฉันว่าเปนดงไหย่กว่าดงอื่น ๆ หมดไน 3 มนทลนั้น และว่าเปนดงที่ช้างเถื่อนชุม พวกโพนช้างชอบเสาะช้างดงบังอี่ ด้วยถือกันว่าเปนช้างดีมีกำลังมาก ฉันได้ฟังเล่ามาหลายปีจึงได้ไปถึงดงบังอี่ พอเห็นก็ตระหนักไจว่าเปนดงทึบมากผิดกับดงไหน ๆ ที่ฉันได้เคยเห็นมาแล้ว ที่เรียกว่า “ป่า” และ “ดง” เปนท้องที่มีต้นไม้มากอันล้วนขึ้นเองโดยธัมดาเหมือนกัน ที่ป่ากับดงผิดกันนั้น ป่าเปนพื้นดินแห้ งไนรึดูแล้งต้นไม้ได้น้ำไม่พอบริโภค ก็หยุดงอกงามไบเหี่ยวแห้งหล่นไปชั่วคราว เมื่อถึงรึดูได้น้ำพอบริโภค ก็กลับฟื้นตัวงอกงามไปอีก เพราะฉะนั้นไนป่าถึงรึดูแล้งไม่รก บางแห่งไฟไหม้ไบหญ้าเวลาแห้งจนพื้นป่าเตียนก็มี แม้ไนรึดูฝนป่าก็ไม่รกทึบทีเดียว เพราะต้นไม้ไบหญ้าต้องเหี่ยวแห้งเสมอทุกปีไม่ทันขึ้นสูงไหย่ แต่ไนดง แผ่นดินเปนที่มีน้ำชุ่มชื้นหยู่ตลอดปี ต้นไม้ไบหญ้าไม่มีเวลาแห้งเหี่ยว ก็งอกงามหยู่เสมอ เพราะฉะนั้นไนดงจึงมีต้นไม้ไหย่น้อยขึ้นรกชัต ดูสดชื่นเขียวชอุ่มหยู่เปนนิจ ต่างกันแต่เปนดงทึบมากและน้อย เหมือนเช่นดงพระยาไฟไม่สู้จะทึบนัก เวลาไปไนดงยังถูกแดด เปนแต่รู้สึกว่าอากาสเย็นกว่าข้างนอกดง หนทางเดินไนดงพระยาไฟก็กว้าง สองข้างทางมิไคร่จะรกเรี้ยว เพราะมีผู้คนและวัวต่างเดินไปมามากหยู่เปนนิจ ที่ไนดงบางแห่งก็มีกะปางเปนที่ว่าง บางแห่งไต้ต้นไม้แลดูโปร่งไปไกล ๆ เมื่อฉันไปเมืองนครราชสีมาครั้งแรก พระยาสิงหเสนี (สอาด สิงหเสนี) ยังเปนพระยาประสิทธิสัลการ{{วว}}<noinclude></noinclude> 7ro9tap28zilbce6fmwde8ild4ti4rj หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/320 250 89927 290453 2026-06-13T17:16:59Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290453 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|305}}</noinclude>สมุหเทสาภิบาล ลงมารับฉันที่ปลายทางรถไฟ เวลานั้นทำถึงตำบนทับกวาง ขี่ม้าไปไนดงพระยาไฟด้วยกัน แกเคยไปมาไนดงนั้นจนชำนาญทาง ไปถึงที่บางแห่งชวนฉันไห้ลงเดินเล่นที่ไนดงพระยาไฟออกปากว่า “ตรงนี้งามเหมือนกับไนบัวเดอบุลอย” ที่เมืองปารีส แต่ดงบังอี่ไม่เช่นนั้น พอถึงปากดงก็แลเห็นแต่ต้นยางยูงสูงไหย่สพรั่งไปทุกด้าน ริมต้นไม้ไหย่ก็มีต้นไม้เล็กและกอหนามขึ้นรกชัต มีหนทางเปนช่องกว้างสัก 8 สอกที่จะเดินไปไนดง พอเข้าไปก็รู้สึกเยือกเย็น เห็นแสงสว่างไนทางเดินเพียงสักเท่าเดือนหงาย เพราะร่มไม้ไหย่บังแสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้น เดินไปไนดงได้เห็นดวงอาทิจแต่เมื่อเวลาเที่ยงสักครู่หนึ่ง มีที่แจ้งเห็นแสงแดดก็แต่เมื่อถึงห้วยเปนแห่ง ๆ หนทางที่เดินไปไนดงบังอี่ก็เหมือนแต่ร่องน้ำฝนไหลกัดมานมนานจนลึกลงไปเปนลำราง พื้นเปนกรวดปนดินขรุขระ บางแห่งก็มีรากไม้กีดทางระกะไป จะลงเดินเล่นหรือหาที่แวะเที่ยวหย่างดงพระยาไฟก็ไม่มี เพราะรกทึบทั้งสองข้าง มีที่เตียนพอนั่งพักก็แต่ตามลำห้วย มีห้วยไหย่ไนดงแห่งหนึ่งเรียกว่า “ห้วยบังอี่” เห็นจะเปนต้นชื่อของดงนั้น ที่ว่าดงบังอี่มีช้างเถื่อนชุมก็คงเปนความจิง ถึงสัตว์ป่าหย่างอื่นก็คงชุม เพราะดงทึบไม่ถูกคนรบกวน สัตว์จึงชอบอาสัย แต่ฉันไปเปนขบวนคนมาก ก็ไม่มีสัตว์ป่ามาไห้เห็นหยู่เอง ได้ยินแต่เสียงชนีกับเสียงนกยูงร้องที่ไนดงเนือง ๆ แต่ก็ไม่อัสจรรย์ เพราะเสียงสัตว์สองหย่างนั้นเคยได้ยินชินหูแล้ว ไปเกิดพิสวงแต่เมื่อได้ยินเสียงนกระวังไพรซึ่งฉันไม่เคยได้ยิน<noinclude>{{ข|39|4em}}</noinclude> qyaxwl3djo5y06p79uhcw8iv4y6o35f หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/321 250 89928 290454 2026-06-13T17:17:18Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290454 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|306}}</noinclude>มาแต่ก่อน ได้ฟังแต่เขาเล่าว่าเสียงมันร้องเหมือนคำคน “โสกกะโดก” สองคำแล้วลงท้ายว่า “เสือขบ” พอฉันได้ยินมันร้องที่ไนดงก็รู้ทันทีว่านกระวังไพร ไม่ต้องถามว่านกอะไร เพราะมันร้องเปน 4 พยางค์ทุกครั้ง เสียงสูงต่ำก็คล้ายกับที่เขาเปรียบ แต่ถ้าฉันไม่ได้เคยฟังคำเปรียบ ก็เห็นจะไม่ตีความโลนหย่างนั้น แต่รูปร่างนกระวังไพรมันเปนหย่างไรฉันไม่ได้เห็น แต่เสียงมันดัง ตัวเห็นจะไม่ย่อมกว่าดุเหว่า ไนดงมีประหลาดอีกหย่างหนึ่งที่มักมีตัวผีเสื้อชุม มีหลายหย่าง รูปร่างสีสันแปลก ๆ กัน บินเปนหมู่ ๆ ได้ดูเล่นเวลาเดินดงทุกแห่ง ดงบังอี่แปลกกับดงอื่นอีกหย่างหนึ่ง ด้วยมีที่ราบเหมือนหย่างเกาะหยู่กลางดง มีคนพวกผู้ไทยไปตั้งบ้านทำไร่นาหากินหยู่สัก 80 หลังคาเรือน เรียกว่า “บ้านนาเกาะ” ห่างจากเมืองมุกดาหารทาง 700 เส้นเสส ได้ระยะพอเหมาะพักแรมที่บ้านนั้น วันที่ 2 เดินไนดงต่อไปอีกสัก 300 เส้น ก็พ้นดงบังอี่ที่บ้านนาคำ เเขวงเมืองยโสธร ทางไนดงบังอี่สั้นกว่าดงพระยาไฟวันหนึ่ง {{ลห|a3|เรื่องผีบุญ|120}} ฉันเดินบกจากเมืองยโสธรไปพักแรมที่เมืองเสลภูมิเมื่อวันที่ 27 มกราคม เมืองนี้เปนที่มีเทือกหินแลงมาก จึงได้ชื่อว่า “เมืองเสลภูมิ” เคยเปนปัจจัยไนเรื่องผีบุญซึ่งเกิดขึ้นไนมนทลอิสานเปนการไหย่โตเมื่อ พ.ส. 2444 จะเลยเล่าถึงเรื่องผีบุญไว้ไนนิทานนี้ด้วย {{มปก}}<noinclude></noinclude> 87tcpe6n7z427b0t0m40kd4ay1c8nzb หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/322 250 89929 290455 2026-06-13T17:17:40Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290455 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|307}}</noinclude>เมื่อปีชวด พ.ส. 2443 มีลายแทง (คือไบลานจานหนังสือ) เกิดขึ้นทางเมืองริมแม่น้ำโขง จะเริ่มมีไนแดนฝรั่งเสสหรือแดนไทย และไครจะเปนผู้คิดทำขึ้น สืบก็ไม่ได้ความ หนังสือไนลายแทงนั้นเปนคำพยากรน์ว่าถึงกลางเดือน 6 ปีฉลู (พ.ส. 2444) จะเกิดเพทภัยไหย่หลวง เงินทองทั้งปวงจะกลายเปนกรวดซายไปหมด ก้อนกรวดไนหินแลงจะกลับเปนเงินทอง หมูก็จะกลายเปนยักส์{{ตตฉ|ขน}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#ก|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ขน” เป็น “ขึ้น” {{ชอวซ}}</ref> กินคน แล้วท้าวธัมมิกราชผีบุญ (คือผู้มีบุญ) จะมาเปนไหย่ไนโลกนี้ ไครหยากจะพ้นภัย ก็ไห้คัดลอกหรือบอกความตามลายแทงไห้รู้กันต่อ ๆ ไป ไครหยากจะมั่งมี ก็ไห้เก็บกรวดหินแลงรวบรวมไว้ไห้ท้าวธัมมิกราชชุบเปนเงินเปนทอง ถ้ากลัวตาย ก็ไห้ค่าหมูเสียก่อนกลางเดือน 6 หย่าไห้ทันมันกลายเปนยักส์ พวกราสดรชาวลานช้างพากันหวั่นหวาด ก็บอกเล่าเลืองลือกันแพร่หลายไปไนมนทลอิสานตลอดจนถึงมนทลอุดรและมนทลนครราชสีมา แต่พนักงานปกครองเห็นว่าเปนคำของคนโง่ เล่าลือกันไปพักหนึ่งแล้วคงจะเงียบหายไปเอง ก็ไม่ทำหย่างไร ฉันได้ยินข่าวก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกันจึงเฉยเสีย แต่คำพยากรน์ไม่เงียบไปดังเช่นคาด ตกถึงตอนปลายปีชวด ก็ปรากตว่ามีพวกราสดรตามเมืองต่าง ๆ ไนมนทลอิสานพากันไปเก็บกรวดที่ตามเนินหินแลงไนเมืองเสลภูมิมากมายเกลื่อนกลุ้ม และได้ข่าวว่าราสดรเหล่านั้นพูดกันว่าพอถึงเดือน 6 จะค่าหมูที่เลี้ยงไว้เสียไห้หมด พนักงานปกครองก็เกิดลำบาก จะจับตัวผู้กะทำผิด ก็ไม่มีไครเปนผู้ยุยงส่งเสริม ราสดรเปนแต่กลัวกันไปเอง{{วว}}<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> hkhaymgiyn0kgin5tctnerwsavpgj1w 290514 290455 2026-06-13T18:49:40Z Kapsikino 12160 290514 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|307}}</noinclude>เมื่อปีชวด พ.ส. 2443 มีลายแทง (คือไบลานจานหนังสือ) เกิดขึ้นทางเมืองริมแม่น้ำโขง จะเริ่มมีไนแดนฝรั่งเสสหรือแดนไทย และไครจะเปนผู้คิดทำขึ้น สืบก็ไม่ได้ความ หนังสือไนลายแทงนั้นเปนคำพยากรน์ว่าถึงกลางเดือน 6 ปีฉลู (พ.ส. 2444) จะเกิดเพทภัยไหย่หลวง เงินทองทั้งปวงจะกลายเปนกรวดซายไปหมด ก้อนกรวดไนหินแลงจะกลับเปนเงินทอง หมูก็จะกลายเปนยักส์{{ตตฉ|ขน}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ขน” เป็น “ขึ้น” {{ชอวซ}}</ref> กินคน แล้วท้าวธัมมิกราชผีบุญ (คือผู้มีบุญ) จะมาเปนไหย่ไนโลกนี้ ไครหยากจะพ้นภัย ก็ไห้คัดลอกหรือบอกความตามลายแทงไห้รู้กันต่อ ๆ ไป ไครหยากจะมั่งมี ก็ไห้เก็บกรวดหินแลงรวบรวมไว้ไห้ท้าวธัมมิกราชชุบเปนเงินเปนทอง ถ้ากลัวตาย ก็ไห้ค่าหมูเสียก่อนกลางเดือน 6 หย่าไห้ทันมันกลายเปนยักส์ พวกราสดรชาวลานช้างพากันหวั่นหวาด ก็บอกเล่าเลืองลือกันแพร่หลายไปไนมนทลอิสานตลอดจนถึงมนทลอุดรและมนทลนครราชสีมา แต่พนักงานปกครองเห็นว่าเปนคำของคนโง่ เล่าลือกันไปพักหนึ่งแล้วคงจะเงียบหายไปเอง ก็ไม่ทำหย่างไร ฉันได้ยินข่าวก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกันจึงเฉยเสีย แต่คำพยากรน์ไม่เงียบไปดังเช่นคาด ตกถึงตอนปลายปีชวด ก็ปรากตว่ามีพวกราสดรตามเมืองต่าง ๆ ไนมนทลอิสานพากันไปเก็บกรวดที่ตามเนินหินแลงไนเมืองเสลภูมิมากมายเกลื่อนกลุ้ม และได้ข่าวว่าราสดรเหล่านั้นพูดกันว่าพอถึงเดือน 6 จะค่าหมูที่เลี้ยงไว้เสียไห้หมด พนักงานปกครองก็เกิดลำบาก จะจับตัวผู้กะทำผิด ก็ไม่มีไครเปนผู้ยุยงส่งเสริม ราสดรเปนแต่กลัวกันไปเอง{{วว}}<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> grsi31z4bx2r3b9sc1ycu3j3hacyymq หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/323 250 89930 290456 2026-06-13T17:18:19Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290456 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|308}}</noinclude>ก็ได้แต่สั่งกำนันผู้ไหย่บ้านไห้ชี้แจงห้ามปรามราสดรว่าหย่าไห้เชื่อถือคำทำนายนั้น มีผลเพียงทำไห้คนหยุดเก็บกรวดที่เมืองเสลภูมิ แต่ไม่สามาถจะไห้คนหายหวาดหวั่นได้ ไนไม่ช้าก็มีคนตั้งตัวเปนผู้วิเสสขึ้นไนมนทลอิสาน ตามคำของคนที่ได้เคยพบตัวว่าเปนคนไนพื้นเมืองนั้นเอง เดิมจะชื่อไรและเปนชาวเมืองไหนสืบไม่ได้ความจนแล้ว แต่เห็นจะเปนคนเคยบวด จึงถนัดไช้คาถาอาคมเสกเป่าไห้คนนับถือ ไนชั้นแรกก็ทำตัวเปนแต่คนจำสีลภาวนานุ่งขาวห่มขาว ไปถึงไหนก็บอกราสดรว่าจะมีเหตุร้ายแรงดังคำไนลายแทง ไห้ระวังตัว ฝ่ายราสดรหวาดหวั่นกันหยู่แล้ว ครั้นเห็นคนจำสีลแปลกหน้ามา ก็สำคันว่าคงซงคุนวิเสส พากันเข้าไปขอไห้ช่วยป้องกันภัย ผู้วิเสสนั้นก็เสกคาถาอาคมรดน้ำมนต์ไห้ตามประสงค์ ข่าวที่มีผู้วิเสสรับจะช่วยป้องกันภัย รู้ไปถึงไหน ก็มีราสดรที่นั่นพากันไปหา โดยประสงค์เพียงจะขอไห้เสกเป่ารดน้ำมนต์ไห้ก็มี ที่นึกว่าเปนท้าวธัมมิกราชผีบุญมาบำรุงโลก เลยสมัคเข้าเปนพัคพวกติดตามผู้วิเสสนั้นก็มี ผู้วิเสสไปทางไหนหรือพักหยู่ที่ไหน พวกชาวบ้านก็รับรองเลี้ยงดู เลยเปนเหตุไห้มีคนเข้าเปนสมัคพัคพวกมากขึ้นโดยลำดับ เมื่อผู้วิเสสนั้นเห็นว่ามีคนนับถือกลัวเกรงมาก ก็เลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่าเปนท้าวธัมมิกราชผีบุญที่จะมาดับยุคเข็นตามคำพยากรน์ เวลานั้นกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ซงเปนตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์สำเหร็ดราชการมนทลอิสานหยู่นะเมืองอุบล มีทหาน<noinclude></noinclude> ro0afj0yjwdodxtppexlztb0ssetdpa หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/324 250 89931 290457 2026-06-13T17:18:37Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290457 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|309}}</noinclude>ชาวกรุงเทพฯ หยู่ด้วยสัก 200 คน นอกจากนั้นเปนทหานชาวเมืองฝึกหัดขึ้น รวมทหานทั้งหมดไม่ถึง 500 คน เมื่อแรกซงซาบว่ามีผู้ตั้งตัวเปนท้าวธัมมิกราชผีบุญ คาดว่าจะเปนแต่คนคิดหากินด้วยหลอกลวงราสดร จึงตรัดสั่งไห้นายร้อยเอก หม่อมราชวงศ์ร้าย คุมทหานชาวเมืองหมวดหนึ่งไปเอาตัวผีบุญเข้ามายังเมืองอุบล หม่อมราชวงศ์ร้ายไปพบผีบุญหยู่กับพัคพวกที่บ้านแห่งหนึ่ง จะเปนที่แขวงเมืองไหนไนมนทลอิสานฉันลืมไปเสียแล้ว ห่างเมืองอุบลทางสักสองสามวัน หม่อมราชวงศ์ร้ายเข้าไปไนบ้านเห็นผีบุญนั่งหยู่บนเรือน ก็กวักมือเรียกไห้ลงมาหา แต่ผีบุญกลับถลึงตาชี้หน้าหม่อมราชวงศ์ร้าย ๆ เหลียวหลังกลับมาสั่งพวกทหานไห้เข้าไปจับ แต่พวกทหานชาวเมืองกลัวผีบุญ วิ่งหนีไปเสียหมดแล้ว หม่อมราชวงศ์ร้ายเหลือแต่ตัวคนเดียว ก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดกลับมา ผีบุญก็เลยกำเริบ สั่งไห้พัคพวกรวบรวมผู้คนหาเครื่องสาตราวุธเข้ากันเปนกองไหย่ ว่าจะยกมาเอาเมืองอุบลเปนที่ตั้งตัว ไครไม่ยอมมาด้วยก็ไห้ค่าเสีย พวกผีบุญก็กลายเปนกบดขึ้นแต่นี้ไป เวลานั้นกรมหลวงสรรพสิทธิฯ ก็ยังซงพระดำหริว่าถ้าไห้มีทหานชาวกรุงเทพฯ กำกับพวกทหานชาวเมือง คงจะรบพุ่งพอปราบพวกผีบุญได้ จึงโปรดไห้ทหานกรุงเทพฯ หมวดหนึ่งนำทหานหัวเมืองกองร้อยหนึ่ง (ไครเปนผู้บังคับการฉันลืมเสียแล้ว) ยกออกไป ไปพบพวกผีบุญห่างเมืองอุบลทางสัก 2 วัน แต่คราวนี้พวกผีบุญเตรียมตัวจะมารบ เขาเล่าว่าตัวผีบุญนุ่งขาวห่มขาวเดินประนมมือเสกเป่ามากลางไพร่พล พอ<noinclude></noinclude> dm2g70v9z7j2npv3m7gro6ehrprl939 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/325 250 89932 290458 2026-06-13T17:20:47Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290458 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|310}}</noinclude>ปะทะกับทหาน พวกผีบุญก็เข้ารบก่อน รบกันได้หน่อยหนึ่ง พวกทหานชาวเมืองก็แตกหนีผีบุญอีก ทหานกรุงเทพฯ เหลือหยู่น้อยตัว ก็ต้องล่ามา พวกผีบุญชนะทหานครั้งนี้เลยได้คนเข้าสมัคพัคพวกมากขึ้น รวมกันราวกว่า 1,000 คน ยกตรงมายังเมืองอุบล ว่าจะปลงพระชนม์กรมหลวงสรรพสิทธิฯ เสียก่อน แล้วจึงจะขึ้นนั่งเมือง แต่กรมหลวงสรรพสิทธิฯ ท่านพระทัยเย็น ไม่หวาดหวั่นครั่นคร้ามหย่างไร คราวนี้ตรัดสั่งไห้ไช้แต่ทหานกรุงเทพฯ ราวสัก 100 เสส มีปืนไหย่หย่างสำหรับไช้บนเขาด้วย 2 กระบอก ไห้นายร้อยเอก หลวงชิตสรการ (จิตร) ซึ่งเคยเปนนายทหานปืนไหย่หยู่แต่ก่อน เปนผู้บังคับการคุมไปรบพวกผีบุญ หลวงชิตสรการไปเลือกได้ที่ชัยภูมิที่ตำบนบ้านสาพือ ห่างเมืองอุบลไปทางวันหนึ่ง ที่ตรงนั้นทางเดินเข้ามาเมืองอุบลเปนย่านตรง สองข้างเปนป่าไม้ทึบเหมือนต้องเดินมาไนตรอก หลวงชิตสรการไห้ทหานตั้งซุ่มหยู่ไนป่าที่ตรงหัวเลี้ยว และตั้งปืนไหย่บันจุกะสุนปรายซ่อนไว้ไนซุ้มต้นไม้หมายยิงตรงไปไนตรอกนั้น ถึงวันที่ 4 เมสายน พ.ส. 2444 พวกผีบุญยกมาถึงบ้านสาพือ หลวงชิตสรการไห้ทหานปืนเล็กหมวดหนึ่งออกขยายแถวยิงเหมือนหย่างว่าจะต้านทาน แล้วไห้ทำล่าถอยล่อพวกผีบุญไห้ตามมาทางไนตรอก พอเข้าทางปืน หลวงชิตสรการก็ไห้ยิงปืนไหย่ พวกทหานที่ได้ไปด้วยเขามาเล่าว่ายิงนัดแรกตั้งสูนย์สูงนัก ลูกปืนข้ามหัวไป พวกผีบุญก็ยิ่งกำเริบ พากันเต้นแรงเต้นกาอวดเก่งต่าง ๆ แต่ยิงนัดที่ 2 ถูกพวกที่มาข้างหน้าหัวเด็ดตีนขาดล้มตายลงเปน<noinclude></noinclude> b8df1n1sqgppdz42o1y56q9rlgayh95 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/326 250 89933 290459 2026-06-13T17:21:16Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290459 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|311}}</noinclude>ระเนน พวกที่มาข้างหลังก็หยุดชงัก ยิงซ้ำนัดที่ 3 ที่ 4 ถูกพวกนั้นตายเปนจุลวิจุลไป พวกผีบุญที่เหลือหยู่ก็แตกหนีเอาชีวิตรอดไม่มีไครต่อสู้ ทหานไล่จับเอาตามชอบไจ แต่นั้นชาวมนทลอิสานก็สิ้นกลัว ช่วยจับกุมพวกผีบุญ ไนไม่ช้าก็ราบคาบ คำพยากรน์ก็เงียบหายไปด้วยกัน แต่ตัวท้าวธัมมิกราชผีบุญนั้นมีผู้เห็นเพียงเมื่อเดินเสกเป่ามากลางพล จะถูกปืนตายเมื่อรบกับทหาน หรือจะหนีรอดไปได้ หรือกรมหลวงสรรพสิทธิฯ จะตามจับตัวได้เมื่อพายหลัง ฉันไม่รู้แน่ กรมหลวงสรรพสิทธิฯ ท่านส่งแต่มงกุตของผีบุญเข้ามากรุงเทพฯ เปนหมวกหนีบสักหลาดสีแดงขอบสีขาบมีไหมทองปักเปนลาย พิจารนาดูเหมือนจะเคยเปนหมวกของคนอื่นเขาไช้แล้ว ท้าวธัมมิกราชจึงได้มาทำเปนเครื่องยส ฉันส่งไปไว้ไนพิพิธภันท์สถาน ยังปรากตหยู่ เปนสิ้นเรื่องผีบุญเท่านี้ {{ลห|a4|คนต่างจำพวก|120}} พวกพลเมืองไนมนทลอุดรและมนทลอิสานที่ฉันไปพบมีไทยลานช้างเปนพื้น แต่ยังมีคนจำพวกอื่นที่ผิดกับไทยลานช้าง และมีชื่อเรียกเปนหย่างอื่น ๆ ต่างหากอีกหลายจำพวก ฉันได้ลองไถ่ถามดู ได้ความว่ามี 8 จำพวกต่างกัน คือ {{กม|ข3|1}}พวกผู้ไทย ว่าถิ่นเดิมหยู่ทางเมืองพวนข้างฝ่ายเหนือ พูดภาสาไทย ไช้ถ้อยคำผิดกับไทยลานช้างบ้าง และเสียงแปร่งไปหย่างหนึ่ง{{วว}}<noinclude></noinclude> tn7fwt3jtokr3jw553jtilx5mx0r2dm หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/327 250 89934 290460 2026-06-13T17:21:37Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290460 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|312}}</noinclude>ฉันพบตามเมืองต่าง ๆ ไนสองมนทลนั้นหลายแห่ง แต่ที่เมืองเรนูนครขึ้นเมืองสกลนครดูเหมือนจะมีมากกว่าที่อื่น สังเกตดูผิวพรรนผ่องกว่าจำพวกอื่น ผู้หยิงหน้าตาหยู่ข้างหมดจด เคยมีการฟ้อนรำไห้ฉันดูเปนคู่ ๆ คล้ายกับจับระบำตามภาสาของเขา {{กม|ข3|2}}พวกกะเลิง พบไนแขวงจังหวัดสกลนครมีมาก ว่าถิ่นเดิมหยู่เมืองกะตาก แต่ไม่รู้ว่าเมืองกะตากหยู่ที่ไหน เพราะอพยพมาหยู่ไนแดนลานช้างหลายชั่วคนแล้ว พูดภาสาหนึ่งต่างหาก ผู้ชายบางคนไว้ผมมวย บางคนไว้ผมประบ่า และมักสักเปนรูปนกที่แก้ม {{กม|ข3|3}}พวกย้อ พบที่เมืองท่าอุเทน พูดภาสาไทยแต่สำเนียงแปร่งไปอีกหย่างหนึ่ง ถามถึงถิ่นเดิม บอกได้แต่ว่าเดิมหยู่ที่เมืองชัยบุรีไกล้ ๆ กับเมืองท่าอุเทนนั่นเอง หนีกองทัพกรุงเทพฯ ข้ามไปหยู่ที่เมืองหลวงโปงเลงทางฝั่งซ้ายไกล้กับแดนยวนเสียคราวหนึ่งแล้วจึงพากันกลับมาหยู่ที่เมืองท่าอุเทนเมื่อรัชกาลที่ 3 ไนหนังสือ “เรื่องแหลมอินโดจีน” ของนาย ย.ส. อนุมานราชธน ว่าแต่โบรานชาวเมืองตังเกี๋ยและเมืองอันนัมมีนามเรียกกันว่า “เหยอะ” จะเปนมูลของคำ “ย้อ” ได้ดอกกระมัง {{กม|ข3|4}}พวกแสก หยู่ที่เมืองอาจสามาถขึ้นเมืองนครพนม ว่าถิ่นเดิมหยู่เมืองแสกทางฝั่งซ้ายไกล้เชิงเขาบรรทัดต่อแดนยวน แต่ฉันสงสัยว่าที่จิงจะมิได้มาจากทางแดนยวน เพราะพวกแสกพูดภาสาไทย ผิวพรรนก็เปนไทย เขาพาพวกผู้หยิงแสกมามีการเล่นไห้ฉันดูหย่างหนึ่ง เรียกว่า “เต้นสาก” มีผู้หยิง 10 คู่นั่งหันหน้าหากันเรียงเปนแถว แต่<noinclude></noinclude> 6swmsoaaz5yyhdkea0k4fc1tomy883y หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/328 250 89935 290461 2026-06-13T17:22:08Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290461 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|313}}</noinclude>ละคนถือปลายไม้พลองมือละอันทั้งสองข้าง วางไม้พลองบนไม้ขอนที่ทอดไว้ตรงหน้า 2 ท่อนมีทางหยู่กลาง เวลาเล่นหยิง 10 คู่นั้นขับร้อง แล้วเอาไม้พลองที่ถือลงกะทบไม้ขอนพร้อม ๆ กันเปนจังหวะ จังหวะ 1 กับจังหวะ 2 ถือไม้พลองไห้ห่างกัน ถึงจังหวะ 3 รวบไม้พลองเข้าชิดกัน มีหยิงสาว 4 คน ผลัดกันเต้นทีละคู่ เต้นตามจังหวะไปไนระหว่างช่องไม้พลองที่คนถือทั้ง 10 คู่ ต้องระวังเมื่อถึงจังหวะ 3 หย่าไห้ถูกไม้พลองหนีบข้อตีน กะบวนเล่นมีเท่านั้น แต่ประหลาดหยู่ที่การเล่น “เต้นสาก” นี้ มีพวกกะเหรี่ยงทางชายแดนเมืองราชบุรีเล่นอีกพวกหนึ่ง พวกกะเหรี่ยงกับพวกแสกหยู่ห่างกันหย่างสุดหล้าฟ้าเขียว ไฉนจึงรู้จักการเล่นเช่นเดียวกัน ข้อนี้น่าพิสวง {{กม|ข3|5}}พวกโย้ย หยู่ที่เมืองอากาสอำนวยขึ้นเมืองสกลนคร ถามไม่ได้ความว่าถิ่นเดิมหยู่ที่ไหน {{กม|ข3|6}}พวกกะตาก พบที่เมืองสกลนคร ว่ามีแต่แห่งละเล็กละน้อย สืบก็ไม่ได้ความว่าถิ่นเดิมหยู่ที่ไหน {{กม|ข3|7}}พวกกะโซ้ เปนข่าผิวคล้ามกว่าชาวเมืองจำพวกอื่นและพูดภาสาของตนต่างหาก มีไนมนทลอุดรหลายแห่ง แต่รวมกันหยู่มากเปนปึกแผ่นที่เมืองกุสุมาลยมนทลขึ้นจังหวัดสกลนคร เจ้าเมืองกรมการและราสดรล้วนเปนข่ากะโซ้ทั้งนั้น บอกว่าถิ่นเดิมหยู่นะเมืองมหาชัยกองแก้วทางฝั่งซ้าย อันที่จิงพวกกะโซ้เปนแต่ข่าจำพวกหนึ่ง ยังมีชนชาติข่าจำพวกอื่นอีกหลายจำพวก มีหยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง<noinclude>{{ข|40|4em}}</noinclude> 4t4oiahqygd26jq217jzyszp0pldc41 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/329 250 89936 290462 2026-06-13T17:22:27Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290462 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|314}}</noinclude>ตั้งแต่ไนแขวงเมืองหลวงพระบางตลอดลงไปจนต่อแดนเขมน ภาสาของพวกข่าเปนภาสาคล้ายมอญเจือเขมน แต่พวกกะโซ้ที่เมืองกุสุมาลยมนทลพูดภาสาไทยได้โดยมาก ขนบทำเนียม เช่นเครื่องแต่งตัวเปนต้น ก็มาไช้ตามหย่างไทยเสียโดยมาก ถึงกะนั้นก็ยังรักสาประเพนีเดิมของข่าไว้บางหย่าง ฉันได้เห็นการเล่นหย่างหนึ่งซึ่งพระอรัญอาสา เจ้าเมืองกุสุมาลยมนทล เอามามีไห้ดู เรียกว่า “สะลา” คนเล่นล้วนเปนผู้ชายเปลือยตัวเปล่า นุ่งผ้าขัดเตี่ยวมีชายห้อยข้างหน้ากับข้างหลังหย่างเดียวกับพวกเงาะนุ่ง “เลาะเตี๊ยะ” ลักสนะที่เล่นนั้นมีหม้ออุตั้งหยู่กลางหม้อหนึ่ง คนเล่นเดินเปนวงรอบหม้ออุ มีต้นบทนำขับร้องคนหนึ่ง สพายหน้าไม้คนหนึ่ง ตีค้องเรียกว่า “พเนาะ” คนหนึ่ง ถือไม้ไผ่ 3 ปล้องสำหรับกะทุ้งดินเปนจังหวะ 2 คน คนรำ 3 คน ถือชามติดเทียนสองมือคนหนึ่ง ถือตะแกรงคนหนึ่ง ถือมีดกับสิ่วเคาะกันเปนจังหวะคนหนึ่ง รวม 8 คนด้วยกัน กะบวนเล่นก็ไม่มีอะไรนอกจากเดินร้องรำเวียนเปนวง เล่นพักหนึ่งแล้วก็นั่งลงกินอุ แล้วก็ร้องรำไปอีกหย่างนั้น เห็นได้ว่าเปนการเล่นของพวกข่าตั้งแต่ยังเปนคนป่า เมื่อมาเล่นไห้ดู ดูคนเล่นก็ยังสนุกกันดี พวกกะโซ้ยังผิดกับคนจำพวกอื่นอีกหย่างหนึ่งที่กินอาหารไม่เลือก กรมหลวงประจักส์สิลปาคมเคยตรัดเล่าว่าเมื่อสเด็ดประทับหยู่มนทลอุดร พระอรัญอาสา เจ้าเมืองกุสุมาลยมนทล (คนที่มารับฉันนั่นเอง) ไปเฝ้า ตรัดถามว่า “เขาว่าพวกแกกินหมาจิงหรือ” พระอรัญฯ ทูลรับว่า “พวกกะโซ้ชอบแจ๊ะจอ”{{วว}}<noinclude></noinclude> 9ljyc7q8xp5ewwgikx4oduvpe9cbjha หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/330 250 89937 290463 2026-06-13T17:22:51Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290463 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|315}}</noinclude>จะซงพิสูจน์ จึงตรัดไห้หาสำรับเลี้ยงพระอรัญฯ มีจอย่างด้วยตัว{{ตตฉ|หนิง}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#ก|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “หนิง” เป็น “หนึ่ง” {{ชอวซ}}</ref> พระอรัญฯ ก็แจ๊ะจอถวายไห้ทอดพระเนตรหย่างเอร็ดอร่อยไม่รังเกียด คนอื่นเขาเล่ากันต่อไปว่าวันนั้นคนไนตำหนักพากันออกไปดูพระอรัญฯ แจ๊ะจอ แต่ทนหยู่ไม่ได้ ต้องหนีกลับเข้าตำหนักหมด {{กม|ข3|8}}ฉันหยากรู้ว่าคนที่เรียกชื่อต่าง ๆ กันดังพรรนนามา จะเปนเชื้อสายมนุสชาติต่างกันสักกี่ชาติ ได้ลองพิสูจน์ดูหย่างหยาบ ๆ เมื่อพบจำพวกไหน ไห้ถามคำปริมานตั้งแต่ 1 จน 10 ตามภาสาของคนจำพวกนั้น จดไว้แล้วเอาเทียบกันดู ได้ความว่ามีแต่เปนเชื้อชาติไทยกับเชื้อชาติข่า 2 ชาติเท่านั้น เมื่อฉันไปมนทลอิสานครั้งหลัง ไปพบ “เขมนป่าดง” อีกจำพวกหนึ่ง สอบสวนได้ความว่าเมืองสุรินทร์ เมืองสังคะ เมืองขุขันธ์ เมืองสีสะเกส และอำเพอประโคนชัย (เดิมชื่อว่าเมืองตะลุง) ไนจังหวัดนครราชสีมา บันดาหยู่ทางฝ่ายไต้ต่อแดนกัมพูชา ชาวเมืองเปน “เขมนป่าดง” ทั้งนั้น พูดภาสาเขมน และมีการเล่นหย่างโบรานหลายหย่าง เช่นเอาไบไม้มาเป่าเปนเพลงเข้ากับขับร้อง ที่เรียกกันว่า “เขมนเป่าไบไม้” เปนต้น ฉันเคยได้ยินแต่เรียกชื่อมาแต่ก่อน เพิ่งไปเห็นเล่นกันจิงครั้งนั้น รวมความว่าด้วยคนต่างจำพวกที่เปนชาวมนทลอุดรและอิสานมีไทยมากกว่าจำพวกอื่นหมด รองลงมาก็ข่ากับเขมน เมื่อได้ความหย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า “ลาว” มีหยู่ที่ไหน จึงเรียกมนทลพายัพ มนทลอุดร มนทลอิสาน ว่า “เมืองลาว” มาแต่ก่อน แต่เปนปัญหาไหย่<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> dcfvam9cs6zlongw4qprcrcqi3gsgq3 290515 290463 2026-06-13T18:49:54Z Kapsikino 12160 290515 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|315}}</noinclude>จะซงพิสูจน์ จึงตรัดไห้หาสำรับเลี้ยงพระอรัญฯ มีจอย่างด้วยตัว{{ตตฉ|หนิง}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “หนิง” เป็น “หนึ่ง” {{ชอวซ}}</ref> พระอรัญฯ ก็แจ๊ะจอถวายไห้ทอดพระเนตรหย่างเอร็ดอร่อยไม่รังเกียด คนอื่นเขาเล่ากันต่อไปว่าวันนั้นคนไนตำหนักพากันออกไปดูพระอรัญฯ แจ๊ะจอ แต่ทนหยู่ไม่ได้ ต้องหนีกลับเข้าตำหนักหมด {{กม|ข3|8}}ฉันหยากรู้ว่าคนที่เรียกชื่อต่าง ๆ กันดังพรรนนามา จะเปนเชื้อสายมนุสชาติต่างกันสักกี่ชาติ ได้ลองพิสูจน์ดูหย่างหยาบ ๆ เมื่อพบจำพวกไหน ไห้ถามคำปริมานตั้งแต่ 1 จน 10 ตามภาสาของคนจำพวกนั้น จดไว้แล้วเอาเทียบกันดู ได้ความว่ามีแต่เปนเชื้อชาติไทยกับเชื้อชาติข่า 2 ชาติเท่านั้น เมื่อฉันไปมนทลอิสานครั้งหลัง ไปพบ “เขมนป่าดง” อีกจำพวกหนึ่ง สอบสวนได้ความว่าเมืองสุรินทร์ เมืองสังคะ เมืองขุขันธ์ เมืองสีสะเกส และอำเพอประโคนชัย (เดิมชื่อว่าเมืองตะลุง) ไนจังหวัดนครราชสีมา บันดาหยู่ทางฝ่ายไต้ต่อแดนกัมพูชา ชาวเมืองเปน “เขมนป่าดง” ทั้งนั้น พูดภาสาเขมน และมีการเล่นหย่างโบรานหลายหย่าง เช่นเอาไบไม้มาเป่าเปนเพลงเข้ากับขับร้อง ที่เรียกกันว่า “เขมนเป่าไบไม้” เปนต้น ฉันเคยได้ยินแต่เรียกชื่อมาแต่ก่อน เพิ่งไปเห็นเล่นกันจิงครั้งนั้น รวมความว่าด้วยคนต่างจำพวกที่เปนชาวมนทลอุดรและอิสานมีไทยมากกว่าจำพวกอื่นหมด รองลงมาก็ข่ากับเขมน เมื่อได้ความหย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า “ลาว” มีหยู่ที่ไหน จึงเรียกมนทลพายัพ มนทลอุดร มนทลอิสาน ว่า “เมืองลาว” มาแต่ก่อน แต่เปนปัญหาไหย่<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> ewfsi5lldev46iq1fhl4fet4dumly6t หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/331 250 89938 290464 2026-06-13T17:23:12Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290464 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|316}}</noinclude>เกินขนาดนิทานนี้ จะกล่าวแต่โดยย่อว่ามีเค้าเงื่อน ดูเหมือนพวกที่เรียกกันว่า “ละว้า” หรือ “ลวะ” จะเปนลาวเจ้าของท้องถิ่นเดิมทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และพวกข่าน่าจะเปนลาวเจ้าของของถิ่นเดิมทางลุ่มแม่น้ำโขง พวกนักปราชญ์โบรานคดีกำลังค้นหาหลักถานหยู่ {{ลห|a5|ของโบราน|120}} บนแผ่นดินสูงที่ตั้งมนทลนครราชสีมา มนทลอุดร มนทลอิสาน มีพุทธาวาสและเทวะสถานซึ่งมักเรียกปนกันว่า “ปราสาทหิน” ส้างไว้แต่โบรานมากมายหลายแห่งแทบนับไม่ถ้วน แม้ไม่มีขนาดไหย่โตเหมือนเช่นที่นครวัดเมืองเขมน แต่ก็มีที่แปลกและที่ส้างด้วยฝีมือหย่างประนีตน่าชมหลายแห่ง จะพรรนนาว่าแต่ที่สำคันกว่าเพื่อน 4 แห่ง อันเปนบุญตาของฉันที่ได้ไปเห็นทั้งนั้น {{กม|ข3|1}}ปราสาทหินเมืองพิมาย หยู่ริมแม่น้ำมูล ไนแขวงจังหวัดนครราชสีมา เปนเมืองโบราน มีประตูและปราการก่อด้วยหิน ตรงกลางเมืองมีปราสาทหิน เดิมส้างเปนพุทธาวาสตามคติมหายาน แล้วพวกถือสาสนาพราหมน์ตามลัทธิวิสนุเวทมาส้างพระระเบียงกับวิหารทิสเพิ่มขึ้น เพราะตามคตินารายน์สิบปางอ้างว่าพระวิสนุแบ่งภาคลงมาเปนพระพุทธเจ้าปางหนึ่ง จึงกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปด้วยเหมือนกัน การถือคติหย่างว่านี้ยังเห็นได้ แม้ไนกรุงเทพฯ ก็มักมีชาวอินเดียที่ถือลัทธิวิสนุเวทเข้าไปกราบไหว้บูชาพระแก้วมรกตที่ไนวัดพระ<noinclude></noinclude> isecbj1ybmlbmnl0phsya5tqnk1430u หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/332 250 89939 290465 2026-06-13T17:23:38Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290465 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|317}}</noinclude>สรีรัตนสาสดารามเนือง ๆ ปราสาทหินที่เมืองพิมาย องค์ปรางค์ไหย่ที่เปนประธานจำหลักรูปภาพเปนเรื่องทางพระพุทธสาสนาหย่างคติมหายาน เห็นได้ว่าเปนของส้างก่อน แต่ที่พระระเบียงและวิหารทิสจำหลักรูปภาพเรื่องรามเกียรติ์ ส่อไห้เห็นว่าส้างเมื่อพายหลัง และเปนที่บูชาทั้งสองสาสนาระคนกันดังกล่าวมา บันดาปราสาทหินที่บนแผ่นดินสูงล้วนเอาแบบปราสาทหินไนเมืองเขมนมาส้างทั้งนั้น มีแปลกเปนหย่างอื่นแต่พระวิหารกับพระธาตุพนม 2 แห่งซึ่งจะพรรนนาต่อไปข้างหน้า แต่ที่เมืองพิมายมีของแปลกซึ่งไม่ได้ยินว่ามีไนเมืองเขมนหยู่สิ่งหนึ่ง ทำเปนรูปมหาพราหมน์ จำหลักสิลาขนาดไหย่กว่าตัวคนสักเท่าหนึ่ง ฝีมือทำเกลี้ยงเกลาดี เมื่อฉันไปครั้งแรกเห็นรูปนั้นยังบริบูรน์ดี ตั้งหยู่ไนปรางค์เล็กองค์หนึ่ง แต่เมื่อฉันไปครั้งที่ 2 เห็นหัวหักหายไป นึกเสียดายหย่างยิ่ง ต่อมาเมื่อกรมหลวงนครชัยสรีสุรเดชสิ้นพระชนม์ วันหนึ่งฉันไปช่วยงานหน้าพระสพที่วัง เห็นหัวนั้นตั้งหยู่ไนห้องเสวย ฉันจำได้ ถามได้ความว่ามีผู้ถวายกรมหลวงนครชัยสรีฯ นานมาแล้ว ครั้นเมื่อจัดพิพิธภันท์สถาน ฉันจึงไปขอมา แล้วสั่งไห้ส่งตัวรูปนั้นลงมาจากเมืองพิมาย เอาต่อกันตั้งไว้ไนพิพิธภันท์สถานกรุงเทพฯ จนบัดนี้ เปนอันได้ของดีกลับคืนมาเปนสมบัติของบ้านเมืองต่อไป ที่ปราสาทหินเมืองพิมายยังมีของประหลาดอีกสิ่งหนึ่งซึ่งฉันสังเกตเห็นตั้งแต่ไปครั้งแรก คือมีวัดส้างไว้ที่ตรงมุมไนบริเวนปราสาทหินวัดหนึ่ง โบดและไบเสมาทำเปนแบบวัดหลวงครั้งกรุงสรีอยุธยา<noinclude></noinclude> cf3i0wi1f4ihjodosrawos84iq4gz1i หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/333 250 89940 290466 2026-06-13T17:24:32Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290466 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|318}}</noinclude>ผิดกับวัดอื่น ๆ ดูแปลกตา พิจารนาดูไนเรื่องพงสาวดารมีหยู่ว่าเมื่อครั้งเสียกรุงสรีอยุธยา กรมหมื่นเทพพิพิธ พระราชบุตรของพระเจ้าบรมโกส ไปตั้งเปนอิสระหยู่นะเมืองพิมาย เรียกกันว่า “เจ้าพิมาย” จึงเห็นว่าวัดนั้นเจ้าพิมายคงส้างขึ้นเฉลิมพระยส เช่นเปนที่ทำพิธีถือน้ำเปนต้น มีช่างชาวพระนครสรีอยุธยาไปหยู่ด้วย จึงสามาถส้างตามแบบวัดหลวงที่ไนกรุงฯ แต่ทำเพียงด้วยเครื่องไม้ตามประสายาก โบดนั้นจะคงหยู่หย่างเดิมจนเดี๋ยวนี้ หรือจะมีไครแก้ไขเปนหย่างอื่นไปเสียแล้ว หาซาบไม่ {{กม|ข3|2}}“ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง” ฉันเห็นเมื่อไปมนทลอิสานครั้งหลัง หยู่ที่อำเพอชัยภูมิ แขวงจังหวัดนครราชสีมา ส้างไว้บนยอดเขาพนมรุ้งไกล้เมือง ซึ่งเรียกกันว่า “เมืองต่ำ” อันหยู่ที่เชิงเขา ทำเปนเทวะสถานตามลัทธิวิสนุเวท ไม่มีพระพุทธสาสนาเจือปน แต่องค์ปรางค์ไหย่ที่เปนประธานพังทลายลงเสียแล้ว ไม่เห็นรูปซงของเดิมได้เหมือนหย่างที่เมืองพิมาย แต่พิจารนาดูเห็นว่าจะเปนของส้างพายหลังปราสาทหินที่เมืองพิมาย {{กม|ข3|3}}“พระวิหาร” หยู่ไนเขตเมืองขุขันธ์ ส้างเปนเทวะสถานตามลัทธิสิวะเวท ปราสาทหินพระวิหารแปลกกับปราสาทหินแห่งอื่น ๆ หมด ทั้งไนแดนเขมนและไนแดนไทยไม่มีที่ไหนเหมือน ที่แปลกนั้นเปน 2 สถาน คือสถานหนึ่งทำรูปซงเหมือนหย่างเปนพลับพลาต่อติดกันไปหลายหลัง หลังคามีช่อฟ้าไบระกาตามมุขคล้ายกับปั้นลมเรือนฝากะดาน{{วว}}<noinclude></noinclude> fxg9nyzqb5uzcpw8hn53y0x3my9ieyc หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/334 250 89941 290467 2026-06-13T17:24:54Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290467 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|319}}</noinclude>ไม่มีปรางค์ ไม่มีพระระเบียง แลดูเหมือนเปนราชมนเทียรที่{{ตตฉ|ประทบ}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#ก|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ประทบ” เป็น “ประทับ” {{ชอวซ}}</ref> ของพระเจ้าแผ่นดินยิ่งกว่าเปนเทวะสถาน ที่บูชาก็มีแต่รอยที่ตั้งสิวะลึงค์เปนพระประธานหยู่ไนห้องกลางแห่งเดียว จึงแปลกกับปราสาทหินแห่งอื่น ๆ ด้วยแบบที่ส้างสถานหนึ่ง แปลกอีกสถานหนึ่งนั้น ด้วยไปเลือกที่ส้างตรงปลายจงอยหน้าผาแห่งหนึ่งบนยอดเขาพนมดงรักอันเปนเทือกเขาเขื่อนแผ่นดินสูงที่ตั้งมนทลอิสานต่อกับแผ่นดินต่ำที่ตั้งประเทสกัมพูชา ที่ตรงนั้นกันดารน้ำ คงเปนที่เปลี่ยวไม่มีบ้านผู้เมืองคน เหตุที่ส้างพระวิหาร ดูมีเหมาะหย่างเดียวแต่ที่หยู่ตรงนั้นแลดูไปทางข้างไต้เห็นแผ่นดินหยู่ต่ำไปจนตลอดสายตา เหลียวกลับมาดูทางข้างเหนือ ก็เห็นยอดไม้หยู่บนแผ่นดินสูง เปนดงไปตลอดสายตา ภาคภูมิน่าพิสวงไม่มีที่ไหนเหมือน ตรงหลังบริเวนพระวิหารออกไปเปนหินดาด อาจจะออกไปชโงกดูแผ่นดินต่ำที่เชิงเขา ถ้ายืนดูถึงไจหวิว ต้องลงนั่งดู บางคนหยากออกไปดูถึงปลายจงอย ลงนอนพังพาบโพล่แต่หัวออกไปดูก็มี เพราะหยู่สูงแลเห็นแผ่นดินต่ำลึกลงไปจนต้นตาลเตี้ยนิดเดียว เลยทำไห้นึกถึงคำซึ่งเคยได้ยินเขาพูดกันมาแต่ก่อนว่าแผ่นดินที่เมืองนครราชสีมาสูงกว่าแผ่นดินไนกรุงเทพฯ 7 ลำตาล เขาจะรู้ได้ด้วยประการไดก็ตาม แต่ก็จิงเช่นนั้น ตรงที่ส้างพระวิหารจะสูงกว่า 7 ลำตาลเสียอีก ไปดูพระวิหารต้องไปทางเปลี่ยวไกลหยู่สักหน่อย แต่เปนที่ราบ ฉันลงจากรถไฟที่เมืองสีสะเกส ขึ้นรถยนต์หย่างรถกระบะไปราว 6 ชั่วโมง ทางที่ไปเปน<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> ovvttnyvs5xnofh78namfrv3b519xcd 290516 290467 2026-06-13T18:50:01Z Kapsikino 12160 290516 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|319}}</noinclude>ไม่มีปรางค์ ไม่มีพระระเบียง แลดูเหมือนเปนราชมนเทียรที่{{ตตฉ|ประทบ}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “ประทบ” เป็น “ประทับ” {{ชอวซ}}</ref> ของพระเจ้าแผ่นดินยิ่งกว่าเปนเทวะสถาน ที่บูชาก็มีแต่รอยที่ตั้งสิวะลึงค์เปนพระประธานหยู่ไนห้องกลางแห่งเดียว จึงแปลกกับปราสาทหินแห่งอื่น ๆ ด้วยแบบที่ส้างสถานหนึ่ง แปลกอีกสถานหนึ่งนั้น ด้วยไปเลือกที่ส้างตรงปลายจงอยหน้าผาแห่งหนึ่งบนยอดเขาพนมดงรักอันเปนเทือกเขาเขื่อนแผ่นดินสูงที่ตั้งมนทลอิสานต่อกับแผ่นดินต่ำที่ตั้งประเทสกัมพูชา ที่ตรงนั้นกันดารน้ำ คงเปนที่เปลี่ยวไม่มีบ้านผู้เมืองคน เหตุที่ส้างพระวิหาร ดูมีเหมาะหย่างเดียวแต่ที่หยู่ตรงนั้นแลดูไปทางข้างไต้เห็นแผ่นดินหยู่ต่ำไปจนตลอดสายตา เหลียวกลับมาดูทางข้างเหนือ ก็เห็นยอดไม้หยู่บนแผ่นดินสูง เปนดงไปตลอดสายตา ภาคภูมิน่าพิสวงไม่มีที่ไหนเหมือน ตรงหลังบริเวนพระวิหารออกไปเปนหินดาด อาจจะออกไปชโงกดูแผ่นดินต่ำที่เชิงเขา ถ้ายืนดูถึงไจหวิว ต้องลงนั่งดู บางคนหยากออกไปดูถึงปลายจงอย ลงนอนพังพาบโพล่แต่หัวออกไปดูก็มี เพราะหยู่สูงแลเห็นแผ่นดินต่ำลึกลงไปจนต้นตาลเตี้ยนิดเดียว เลยทำไห้นึกถึงคำซึ่งเคยได้ยินเขาพูดกันมาแต่ก่อนว่าแผ่นดินที่เมืองนครราชสีมาสูงกว่าแผ่นดินไนกรุงเทพฯ 7 ลำตาล เขาจะรู้ได้ด้วยประการไดก็ตาม แต่ก็จิงเช่นนั้น ตรงที่ส้างพระวิหารจะสูงกว่า 7 ลำตาลเสียอีก ไปดูพระวิหารต้องไปทางเปลี่ยวไกลหยู่สักหน่อย แต่เปนที่ราบ ฉันลงจากรถไฟที่เมืองสีสะเกส ขึ้นรถยนต์หย่างรถกระบะไปราว 6 ชั่วโมง ทางที่ไปเปน<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> 2gnudw9nwo8uq5c7urzr3o0xm7v1ti2 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/335 250 89942 290468 2026-06-13T17:25:17Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290468 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|320}}</noinclude>ป่าไม้เต็งรังป่าต้นสน สลับกับไม้เบญจพรรนงามน่าชม ไปเข้าดงเมื่อไกล้จะถึงเชิงเขาพนมดงรัก เปนแต่ทางเดินขึ้นไปอีกสักชั่วโมงหนึ่งจึงถึงลาน พักแรมที่เชิงยอดเขาพระวิหาร ตอนขึ้นเขานี้ไม่มีน้ำ คนขนต้องหอบหิ้วเอาน้ำขึ้นไปเองแต่เชิงเขา นึกดูน่าพิสวงว่าเมื่อส้างพระวิหารจะทำหย่างไรกัน {{กม|ข3|4}}พระเจดีย์ธาตุพนม หยู่ริมแม่น้ำโขงไนแขวงจังหวัดนครพนม ส้างเปนพระสถูปทางพระพุทธสาสนา จะส้างตามคติมหายานหรือหินยานไม่มีที่สังเกตเหมือนหย่างที่เมืองพิมาย แต่ไม่มีเค้าสาสนาพราหมน์เจือปน บันดาเจดียสถานไนพระพุทธสาสนาซึ่งส้างไนสมัยขอม ทั้งส้างไนเมืองเขมนและเมืองไทย ที่ส้างพระสถูปเปนประธานมีแต่พระธาตุพนมแห่งเดียว หามีที่อื่นไม่ ทั้งรูปสันถานและลวดลายก็เปนหย่างหนึ่งต่างหากนอกจากแบบช่างขอม ชวนไห้เห็นว่าจะส้างก่อนสมัยขอม คือส้างแต่ไนสมัยเมื่อมีประเทสอันหนึ่งซึ่งเรียกไนจดหมายเหตุจีนว่า “ฟูนัน” คล้ายกับ “พนม” เปนไหย่หยู่ต่างหาก รูปซงพระเจดีย์ธาตุพนมเปน 4 เหลี่ยมเหมือนมนดป มีซุ้มตันด้านละซุ้มซ้อนกัน 3 ชั้นเล็กเปนหลั่นขึ้นไป แล้วถึงองค์พระสถูปหยู่เบื้องบนมนดป 3 ชั้นนั้น ยอดพระสถูปหุ้มแผ่นทองคำเช่นเดียวกับพระมหาธาตุเมืองนครสรีธัมราช ขนาดพระสถูปดูก็จะเท่า ๆ กัน ลักสนะที่ก่อส้างเจดียสถานไนสมัยขอมมี 4 หย่างต่างกัน จะชี้ตัวหย่างที่พึงเห็นได้ไนเมืองไทยนี้ คือก่อด้วยหินซายล้วน เช่นปรางค์<noinclude></noinclude> 77f9q7hgcynse0epmjsqofjsnteqk73 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/336 250 89943 290469 2026-06-13T17:25:44Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290469 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|321}}</noinclude>ที่เมืองพิมายหย่างหนึ่ง ก่อด้วยหินแลงประกอบกับหินซาย เช่นปรางค์สามยอดที่เมืองลพบุรีหย่างหนึ่ง ก่อด้วยอิถประกอบหินซาย เช่นปรางค์ระแงงหยู่ริมทางรถไฟที่เมืองขุขันธ์หย่างหนึ่ง ก่อด้วยอิถล้วน เช่นพระธาตุพนมหย่างหนึ่ง ทำต่างกันเปน 4 หย่างดังว่ามาทั้งไนเมืองเขมนและเมืองไทย ประหลาดหยู่หย่างหนึ่งที่การก่ออิถไนสมัยนั้นไม่ไช้ก่อด้วยปูน เขาไช้ยางอะไรหย่างหนึ่งเชื่อมหน้าอิถไห้ชิดสนิธกันจนเห็นแต่เปนรอยต่อ ที่พระธาตุพนมยังมีแปลกต่อไปอีกที่รูปภาพและลวดลายประดับเจดีย์ล้วนจำหลักตัวอิถที่ก่อนั้นเอง มิได้ปั้นประกอบเข้าต่างหาก จนถึงอ้างไนตำนานซึ่งแต่งขึ้นไนถิ่นนั้นพายหลังมาว่าพระธาตุพนมนั้น แรกก่อด้วยอิถดินดิบ เมื่อก่อและจำหลักเส็ดแล้ว จึงกองไฟขึ้นท่วมองค์พระเจดีย์ เผาอิถไห้สุกหย่างเช่นเห็นหยู่ทุกวันนี้ แต่เทวะสถานก่อด้วยอิถมีไนเมืองเขมน บางแห่งปรากตรอยจำหลักรูปภาพยังค้างหยู่ เห็นได้ว่าเขาก่อด้วยอิถเผาแล้ว และยังมีประหลาดต่อไปที่วิชาก่อและจำหลักอิถ เช่นที่พระธาตุพนม เดี๋ยวนี้พวกช่างชาวเกาะบาหลีไนเมืองชวายังทำกันหยู่ ฉันได้เคยไปเห็นเอง {{สกอ|sp|100}}<noinclude>{{ข|41|4em}}</noinclude> dijvyp2dav0q3eprszr9suhnm52wqrp นิทานโบรานคดี/คำนำ (1) 0 89944 290482 2026-06-13T17:51:17Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (1)]] ไปยัง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]]: เปลี่ยนชื่อ 290482 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 17]] n95ispt746ew4z9973v416lhzn3iggy นิทานโบรานคดี/คำนำ (2) 0 89945 290485 2026-06-13T18:07:17Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[นิทานโบรานคดี/คำนำ (2)]] ไปยัง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]]: เปลี่ยนชื่อ 290485 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20]] h49wkmc4d3nki892jq2kozhds2ws4mz หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/389 250 89946 290543 2026-06-13T19:31:16Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290543 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" /></noinclude>{{ลห|a1|นิทานที่ 20 <br> เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)|140}} {{สต|7em}} {{ลห|a2|ตำนานการจับช้าง|120}} {{ก|(1)|120}} ไนตำราวิชาก่อนประวัติสาตรว่าเดิมช้างมีกะจัดกะจายหยู่ทั่วไปไนโลก แม้จนไนยุโรปก็มีช้างมาก ครั้นถึงยุคอันหนึ่งไนพูมิกาล อากาสทางข้างฝ่ายเหนือโลกผันแปรหนาวจัดขึ้น เกิดน้ำแขงเปนเทือกไหย่ไหลรุกแผ่นดินลงมาข้างไต้เสมอทุกปีหยู่ตลอดเวลาช้านาน ไนตำราเรียกนามสมัยนั้นว่า “สมัยเทือกน้ำแขง” {{ตตฉ|Clacial piriod}}<ref>[[นิทานโบรานคดี#กคผ|ใบแก้คำผิด]]ให้แก้ “Clacial piriod” เป็น “Glacial period” {{ชอวซ}}</ref> ทำไห้โลกตอนไต้ลงมาอันเคยอบอุ่นเปนปรกติมาแต่ก่อนหนาวจัดจนสัตว์ต่าง ๆ บางจำพวก เช่นราชสีห์และเสือช้างเปนต้น ซึ่งเคยหยู่ไนที่ตอนนั้นทนหนาวไม่ไหว ต้องพากันทิ้งถิ่นถานเดิมหนีลงมาหยู่ทางที่อุ่นไกล้กลางโลก Equator ที่ไม่สามาถจะมาได้ก็ล้มตายสูญพืชพันธุ์ไปไนถิ่นเดิม นานมาคนไปขุดพบซากจมหยู่ไนแผ่นดิน จึงได้รู้ว่าทางข้างเหนือเคยมีสัตว์จำพวกนั้นหยู่แต่ก่อน ว่าฉเพาะช้าง ถึงเมื่อย้ายลงมาหยู่ไนกลางโลกแล้ว ยังมีเหตุอื่นอีกอันจำกัดที่ไห้ช้างหยู่ เพราะช้างกินแต่พรึกสชาติเปนอาหาร ต้องหยู่ตามป่าดงพงไพรอันมีต้นไม้ไบหย้าพอเลี้ยงชีวิต ถ้าที่เช่นนั้นเปลี่ยนแปรไปเปนหย่างอื่น ดังเช่นแห้งแล้งเปนทเลซายไป หรือเปนบ้านช่องของ<noinclude>{{รกออ}}</noinclude> gx8u7oy5td7npzieoycnpotws1r8pix หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/390 250 89947 290544 2026-06-13T19:31:54Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290544 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|375}}</noinclude>มนุสหยู่กันมากขึ้น ช้างไม่มีที่หาอาหารได้พอกิน ก็ต้องทิ้งถิ่นนั้นไปหยู่ที่อื่นอีก นอกจากนั้นช้างเปนสัตว์จำพวกขนบางเช่นเดียวกับควาย ทนแดดเผามิไคร่ได้ หยู่ที่ไหนต้องมีแม่น้ำลำธาร หรือแม้ที่สุดจนปลักแปลงที่มีน้ำขัง เปนที่อาสัยแช่ไห้ชุ่มตัวเมื่อยามร้อนจึงหยู่ได้ ด้วยเหตุต่าง ๆ ดังพรรนนามา เมื่อพ้นสมัยเทือกน้ำแขงแล้ว ไนโลกจึงมีช้างหยู่แต่ไนทวีปอาฟริกาภาคหนึ่ง กับไนทวีปอาเซียตอนข้างฝ่ายไต้พูเขาหิมาลัยภาคหนึ่ง ไนโลกภาคอื่นหามีช้างไม่ นิทานเรื่องนี้ฉันจะพรรนนาว่าด้วยช้างไนเมืองไทยอันเปนจำพวกช้างที่มาหยู่ไนทวีปอาเซียเปนท้องเรื่อง แต่เมื่อตั้งต้นได้กล่าวว่ามีช้างไปหยู่ไนทวีปอาฟริกาอีกพวกหนึ่ง จึงเห็นควนจะพรรนนาว่าด้วยช้างที่ไปหยู่ไนทวีปอาฟริกาโดยสังเขปพอไห้รู้ว่าผิดกันกับช้างที่มาหยู่ไนทวีปอาเซียหย่างไรบ้าง {{ก|(2)|120}} ช้างอาฟริกากับช้างอาเซีย (ซึ่งฝรั่งเรียกว่าช้างอินเดีย) แม้เปนช้างด้วยกันและขนาดเท่า ๆ กัน น่าจะเปนช้างต่างชนิดกันมาแต่เดิม ด้วยรูปร่างผิดกันหลายหย่าง จะว่าแต่ที่พึงสังเกตเห็นได้ง่าย ช้างอาฟริกาไบหูไหย่กว่าช้างอาเซียมากหย่างหนึ่ง และยังสันหลังอ่อนไม่ก่งเหมือนช้างอาเซียอีกหย่างหนึ่งเปนต้น แต่เขาว่าผิดกันเปนข้อสำคันนั้นหยู่ที่ช้างอาเซียมีปัญญาฉลาดอาดจะฝึกหัดไช้การงาน แต่ช้างอาฟริกาโง่เขลา จะหัดไห้ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจับได้ก็ได้แต่เพียงเลี้ยงไห้<noinclude></noinclude> hz3brziukaaance2sfopy3i3mkomrg4 หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/391 250 89948 290545 2026-06-13T19:32:15Z Kapsikino 12160 /* Proofread */ 290545 proofread-page text/x-wiki <noinclude><pagequality level="3" user="Kapsikino" />{{ก|376}}</noinclude>เชื่อง แล้วเอาไปผูกไว้ไห้คนดู หรือหย่างดีก็ผูกแคร่บรรทุกเด็ก ๆ ขึ้นหลังพาเดินเที่ยวที่ไนสวนเลี้ยงเท่านั้น แม้ไนเรื่องพงสาวดารมีว่าเมื่อ พ.ส. 325 ไนเรื่องฮัลนิบัล แม่ทัพของประเทสคาเธชอันหยู่ไนทวีปอาฟริกาทางฝ่ายเหนือ เคยยกกองทัพช้างข้ามทเลเมดิเตอเรียนเนียนไปตีถึงอานาเขตกรุงโรม แต่ก็มีปรากตครั้งเดียวเท่านั้น แล้วการไช้ช้างไนทวีปอาฟริกาก็เงียบหายมากว่าพันปี จึงเห็นกันว่าช้างกองทัพของฮัลนิบัลอาดจะได้ไปจากอินเดีย หาไช่ช้างอาฟริกาไม่ เรื่องประวัติของช้างไนทวีปอาฟริกาแต่ก่อนมาปรากตแต่ว่าสำหรับพวกพรานยิงเอางาไปเที่ยวขายไห้ทำของรูปพรรนต่าง ๆ มาช้านาน ยิ่งถึงสมัยเมื่อพวกฝรั่งต่างชาติอาดจะไปเที่ยวล่าสัตว์ไนอาฟริกาสดวกขึ้น การยิงช้างไนอาฟริกาก็เลยเปนกีลาของพวกเสดถีหรือคนกล้าหากินด้วยเสี่ยงภัย มีหนังสือเล่าเรื่องยิงช้างอาฟริกาปรากตหยู่มากกว่ามาก จนสมัยประเทสต่าง ๆ ไนยุโรปรุกเอาแผ่นดินไนทวีปอาฟริกาแบ่งกันเปนเมืองขึ้น เจ้าของอานาเขตจึงเริ่มห้ามมิไห้ไครยิงช้างไนเมืองขึ้นของตน ฉันยังจำได้เมื่อไปยุโรปครั้งแรกไน พ.ส. 2434 พระเจ้าไกเซอวิลเฮมที่ 2 ประเทสเยอรมนีเคยตรัดถามฉันว่าไนเมืองไทยห้ามยิงช้างหรือไม่ห้าม ฉันทูลว่าไทยถือว่าช้างเปนสัตว์มีคุน ไนเมืองไทยห้ามมิไห้ค่าช้างด้วยประการหย่างหนึ่งหย่างไดมาแต่ดึกดำบรรพแล้ว ตรัดตอบว่าถูกทีเดียว ถึงไนเมืองขึ้นของเยอรมนีที่ไนอาฟริกา พระองค์ก็ได้ตรัดสั่งไปไห้ห้ามมิไห้ไครยิงช้างอีกต่อไปเปนอันขาด ฉันนึกว่าถึงประเทส<noinclude></noinclude> 7dqwxq3gtj2yqucexfzmsjf0pmhaz8x อธิบายเรื่องธงไทย (2476) 0 89949 290581 2026-06-13T21:56:20Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[อธิบายเรื่องธงไทย (2476)]] ไปยัง [[อธิบายเรื่องธงไทย]]: เปลี่ยนชื่อ 290581 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[อธิบายเรื่องธงไทย]] qd9u66kwftm0fnu1wjwma9za0ehyjkw อธิบายเครื่องบูชา (2471) 0 89950 290598 2026-06-13T22:12:30Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[อธิบายเครื่องบูชา (2471)]] ไปยัง [[อธิบายเครื่องบูชา]]: เปลี่ยนชื่อ 290598 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[อธิบายเครื่องบูชา]] 7ayjbvgzn8ug0gx7e8obhhy52t14tlh บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล 0 89951 290612 2026-06-14T06:19:43Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[บันทึกรับสั่งฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล]] ไปยัง [[บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ]]: เปลี่ยนชื่อ 290612 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ]] n4qkgfojrob3ejuqm92hfn2uiz6khbu ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร 0 89952 290675 2026-06-14T07:14:40Z Kapsikino 12160 Kapsikino ย้ายหน้า [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร]] ไปยัง [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)]]: เปลี่ยนชื่อ 290675 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)]] kcf6n3cmranjl32qdswa139v4c9lz0r 290676 290675 2026-06-14T07:14:51Z Kapsikino 12160 เปลี่ยนเป้าหมายการเปลี่ยนทางจาก [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)]] เป็น [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์]] 290676 wikitext text/x-wiki #เปลี่ยนทาง [[ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์]] p37w604mmykete0bg1jjwq31i5kvbks ผู้ใช้:Kapsikino/ทดลองเขียน 2 89953 290678 2026-06-14T07:19:48Z Kapsikino 12160 สร้างหน้าด้วย "{{หน้าทดลองเขียน}}" 290678 wikitext text/x-wiki {{หน้าทดลองเขียน}} 6a52dbowgzbhigi7p1d9bje080klbcb 290679 290678 2026-06-14T07:20:06Z Kapsikino 12160 290679 wikitext text/x-wiki {{หน้าทดลองเขียน}} * {{ลปง|งาน=นิทานโบรานคดี|ปี=2487}} * {{ลปง|งาน=ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2470}} * {{ลปง|งาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)|ปี=2477|แสดง=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร}} * {{ลปงย|งาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์/เรื่อง 2|ปี=2493|งานหลัก=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์|แสดงงาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์}} * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ปี=2469}} * {{ลปง|งาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ|ผู้สร้างสรรค์=หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล|ปี=2493|แสดงงาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} kmc7q0bgevt6dvqguxxqg47l30l83xu 290680 290679 2026-06-14T07:21:26Z Kapsikino 12160 290680 wikitext text/x-wiki {{หน้าทดลองเขียน}} * {{ลปง|งาน=นิทานโบรานคดี|ปี=2487}} * {{ลปง|งาน=ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2470}} * {{ลปง|งาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)|ปี=2477|แสดง=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร}} * {{ลปงย|งาน=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์/เรื่อง 2|ปี=2493|งานหลัก=ตำนานกฎหมายเมืองไทย และประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์|แสดงงาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์}} * {{ลปง|งาน=เรื่องความรู้เบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2466}} * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ปี=2469}} * {{ลปง|งาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ|ผู้สร้างสรรค์=หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล|ปี=2493|แสดงงาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} sq51jd3gvrfo28yyw3upoqh9gfmrlbf 290683 290680 2026-06-14T07:25:54Z Kapsikino 12160 290683 wikitext text/x-wiki {{หน้าทดลองเขียน}} ==a== ===น=== * {{ลปง|งาน=นิทานโบรานคดี|ปี=2487}} ===ป=== * {{ลปง|งาน=ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2470}} * {{ลปง|งาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)|ปี=2477|แสดง=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร}} ===พ=== * {{ลปง|งาน=พระกวีนิพนธ์ฯ|ปี=2487|แสดง=พระกวีนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ===ร=== * {{ลปง|งาน=เรื่องความรู้เบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2466}} ===อ=== * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ปี=2469}} ==b== * {{ลปง|งาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ|ผู้สร้างสรรค์=หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล|ปี=2493|แสดงงาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} 58d6n4z4dydco31a4vpucvsao06yv5q 290684 290683 2026-06-14T07:26:23Z Kapsikino 12160 290684 wikitext text/x-wiki {{หน้าทดลองเขียน}} ==a== ===น=== * {{ลปง|งาน=นิทานโบรานคดี|ปี=2487}} ===ป=== * {{ลปง|งาน=ประชุมเรื่องเบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2470}} * {{ลปง|งาน=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร (2477)|ปี=2477|แสดง=ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร}} ===พ=== * {{ลปง|งาน=พระกวีนิพนธ์ฯ|ปี=2487|แสดง=พระกวีนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ}} ===ร=== * {{ลปง|งาน=เรื่องความรู้เบ็ดเตล็ด 3 เรื่อง|ปี=2466}} ===อ=== * {{ลปง|งาน=อธิบายเบ็ดเตล็ดในเรื่องพงศาวดารสยาม|ปี=2469}} ==b== * {{ลปง|งาน=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติฯ|ผู้สร้างสรรค์=หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล|ปี=2493|แสดง=บันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุล}} 92gxwctdn24fkyge0l9rzs8wardryqf